สู่วิถีอมตะ - บทที่ 671 คัมภีร์มารกลืนสวรรค์
ทั้งเนื้อทั้งตัวเจียงผิงอันมีศาสตราเซียนขวดกลืนสวรรค์ ศาสตรา
เซียนครึ่งขั้นพู่กันพิพากษา ยอดสมบัติ กิ่งมารสะเทือนสรวงและปีก
เทพยดาที่ถานกว่างโซ่วให้มา
เซียนทั่วไปยังอาจไม่มีทรัพยากรมากได้เท่าเขา
แต่ยามนี้ โครงกระดูกนี่กลับบอกว่า ต่อให้ทวีคูณทรัพยากร
เหล่านี้หมื่นเท่า ก็ยังใช้แลก ‘คัมภีร์มารกลืนสวรรค์’ นี้มิได้
เขายังบอกด้วยว่า มูลค่าของวรยุทธ์เซียนนี้สูงกว่าแดนจันทร์
มายาทั้งแผ่นดิน
เจียงผิงอันคิดไม่ออกเลยว่าวรยุทธ์เซียน ‘คัมภีร์มารกลืนสวรรค์’
นี้อยู่ในระดับใด
เทียบกันแล้ว น ้าในสระเซียนเทียนหลานหามีค่าไม่
โทสะบนใบหน้าเจียงผิงอันหายไปทันที “ผู้อาวุโส ท่านนี่จริง ๆ
เลย เหตุใดไม่บอกสักคำกันขอรับว่าต้องการน ้าในสระเซียน ผู้น้อย
ช่วยท่านได้ จะได้ไม่ต้องลำบากผู้อาวุโสลงมือ เปลืองพลังผู้อาวุโส
เปล่า ๆ แท้ ๆ”
เจียงผิงอันผู้เมื่อครู่ยังโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงเปลี่ยนท่าทีในทันใด
ก่อนหน้านี้ โครงกระดูกนี่บอกว่าจะมอบผลประโยชน์แก่เขา เขา
ก็นึกไปว่าอีกฝ่ายกำลังวาดวิมานบนอากาศ มิคาดว่าจะได้
ผลประโยชน์มาจริง ๆ
“ข้าชอบท่าทีเย็นชาถือตัวอย่างที่เจ้าเคยเป็นมากกว่านะ” โครง
กระดูกเอ่ยเบา ๆ
“ผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้ว แท้จริงข้ากระตือรือร้นยิ่ง ผู้อาวุโสยังมีวร
ยุทธ์ใดอีกหรือไม่ ให้ผู้น้อยได้นะขอรับ”
เจียงผิงอันมิได้เฉยชาถือตัวอะไร เขาแค่หน้าเนื้อใจเสือเท่านั้น
“เอาผลเต๋าวิญญาณเซียนมาให้ได้ แล้วข้าจะให้โอกาสกับเจ้า
อีก”
หลังโครงกระดูกพูดเช่นนี้ มันก็เงียบไป
ลวดลายตรวนซึ่งปรากฏบนตัวเจียงผิงอันก็หายไปด้วย
เจียงผิงอันนั่งในสระอันสิ้นพลัง ขบคิดอยู่เนิ่นนาน
แม้เขาจะอยากได้วรยุทธ์เซียนระดับสูงสุดจากโครงกระดูกนี่จริง
ๆ ก็ตาม แต่เขาก็อยากให้โครงกระดูกนี่รีบ ๆ ไปจากเขามากกว่า
ไม่มีใครอยากถูกผู้อื่นบงการเป็นเครื่องมือ
นอกจากนั้น โครงกระดูกนี้ยังเหมือนไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่สักคน
มา และยังเคยบอกว่าภพภูมิมากมายพินาศไปแล้วเพราะมัน
การมีของพรรค์นี้อยู่กับตัวนั้นอันตรายจริงแท้
เมื่อได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนมา ต้องหาทางส่งโครงกระดูกนี่ไป
ไกล ๆ
พลังในสระน ้าตรงหน้าเขาถูกสูบสิ้นไปแล้ว แต่เขาจะออกไปยาม
นี้มิได้ มันจะเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย เขาต้องออกไปในอีกครึ่งปี
ยามนี้ ฝึกฝนเพิ่มพูนพลังตัวเองก่อน
เขาอ่านวรยุทธ์ ‘คัมภีร์มารกลืนสวรรค์’ ในใจซ ้าอีกครั้ง
วรยุทธ์นี้ระดับสูงสุดขั้ว อ่านลำบากยิ่งนัก และยากจะบรรลุแจ้ง
ได้อย่างสมบูรณ์
แม้เขาจะเรียนรู้ได้เพียงเสี้ยวจ้อย แต่สำหรับเขาก็เพิ่มพลังกลืน
กินได้มากแล้ว
เขาเริ่มตั้งหน้าตั้งตาทำสมาธิ
ขณะเดียวกัน ร่างจริงของเจียงผิงอันห้อตะบึงเดินทางสามเดือน
ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายนับร้อย เสียผลึกเซียนไปแสนกว่าชิ้น ข้าม
แดนดินไพศาล จนสุดท้ายก็กลับถึงสำนักเซียนอวี่หวง
ทันทีที่เขากลับถึงสำนักเซียนอวี่หวง เจียงผิงอันก็รู้สึกผ่อนคลาย
ราวได้กลับบ้าน
เขาในยามนี้อยากจะรี่ไปยังโถงคุมกฎ ส่งศิลาบันทึกเงารายงาน
ชิวซื่อผิง ให้เจ้าเฒ่านี่ต้องชดใช้เสียเหลือเกิน
แต่เพื่อความปลอดภัย เขาจะไปขอความช่วยเหลือจากศิษย์พี่
หญิงผีสุราของเขาก่อน
เพราะถึงอย่างไร หากคิดรายงานผู้อาวุโสสถานะสูง ระหว่างทาง
ก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้
แม้ศิษย์พี่หญิงผีสุราจะเลอะเลือนไปนิด แต่นางก็ยังมีสติในยาม
เผชิญเรื่องใหญ่
เขามายังที่พำนักของเหมียวเสีย
ก่อนหน้านี้ เหมียวเสียให้ป้ายแสดงตนกับเจียงผิงอัน เขาจึง
สามารถเข้าออกได้ตามใจ
ทันทีที่เข้ามาในเคหา เขาก็เห็นไหสุรากองเกลื่อนพื้น กลิ่นสุรา
เข้มคลุ้งตลบอบอวล
บนเตียงมีสตรีสภาพยุ่งเหยิงนอนหงายแผ่แขนขาอยู่ ศีรษะของ
นางห้อยตกที่ขอบเตียง คู่ยุ้งฉางกลับหัวเกือบล้นทะลัก
ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยคราบเมรัย เสียงกรนดังสนั่นสะเทือน
ฟ้า บรรยากาศสุดแสนเสื่อมทราม ดูเช่นไรก็ไม่เหมือนอัจฉริยะไร้
เทียมทานใด ๆ
เจียงผิงอันเดินเข้าไปช่วยพยุงเหมียวเสียให้นอนดี ๆ “ศิษย์พี่
หญิง ภายหน้าดื่มน้อยหน่อยเถิด”
เขาได้ยินว่า เหตุที่เหมียวเสียทำตัวเหลวแหลกเช่นนี้ก็เพราะพ่าย
แก่คนผู้หนึ่งในอดีต เส้นทางไร้เทียมทานของนางพินาศลง
เหมียวเสียลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ เมื่อเห็นหน้าเจียงผิงอันก็
กอดเขาร ่าไห้ “ศิษย์พี่หญิงผิดต่อเจ้า ขอโทษเจ้าจริง ๆ”
“ศิษย์พี่หญิง เจ้าพูดอะไรน่ะ?” เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย
เหมียวเสียบ่อน ้าตาแตก “ทุกอย่างเป็นเพราะข้า เจ้าถูกฆ่าเพราะ
ข้าพาเจ้าไปยังจุลภพเทพโบราณ ศิษย์พี่หญิงผู้นี้ผิดเอง อภัยให้ศิษย์
พี่หญิงนะ ฮืออ~”
เจียงผิงอันพลันประจักษ์แจ้ง ที่แท้เหมียวเสียก็นึกว่าเขาตายไป
แล้วและรู้สึกผิด ยามนี้คิดว่าตนฝันอยู่
หลายสิบปีมานี้ เหมียวเสียโทษตัวเองเรื่องนี้มาตลอดเลยหรือ?
เจียงผิงอันที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นห่วงอยู่ตั้งนานรู้สึกผิดเล็กน้อย รีบ
พูดขึ้นว่า “ศิษย์พี่หญิง ข้าไม่เป็นไร อย่าโทษตัวเองเลย”
“ฮือ… ไม่ต้องปลอบใจศิษย์พี่หญิงหรอก ศิษย์พี่หญิงจะชดใช้ให้
เจ้าอย่างดีเลย”
เหมียวเสียเหวี่ยงตัวเจียงผิงอันลง ร ่าไห้พลางฉีกอาภรณ์ของ
เจียงผิงอันอย่างชำนิชำนาญราวทำบ่อยในความฝัน
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกำหมัดชกใส่ท้องของเหมียว
เสีย
เปรี้ยงง!
เหมียวเสียถูกต่อยกระเด็น เมรัยกระอักพุ่งจากปาก ภาพลักษณ์
มลายสิ้นไม่เหลือแล้ว
เจียงผิงอันรีบหลบอาเจียนไม่ให้เลอะตัว
ร่างของเหมียวเสียปะทะเพดานแล้วร่วงกลับลงมา เกือบทำพื้นยุบ
เป็นสองหลุมใหญ่ ๆ
เหมียวเสียนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วดวงตาก็พลันเบิกกว้าง มองเจียง
ผิงอันตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ “ศ-… ศิษย์น้อง! เจ้ายังไม่ตาย! ข้า
มิได้ฝันไปหรือ?”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันชกท้องแถมให้เหมียวเสียอีกหน
เหมียวเสีย “…”
วิธีช่วยสร่างเมาเช่นนี้ก็มีหรือ!
นี่มิใช่ความฝัน ศิษย์น้องในฝันนางไม่วอนมือเท้านางเพียงนี้
หรอก
ความตื่นเต้นในใจนางหายไปหลายส่วนจากหมัดทั้งสองนี้
เจ้าผู้ชายตัวเหม็นสมควรตาย มีโอกาสให้ฉวยแท้ ๆ กลับไม่คว้า
โง่ ซื่อบื้อ!
เหมียวเสียทั้งฉิวทั้งขัน สีหน้าของนางพิกลสุดแสน
เมื่อเห็นสีหน้าปูเลี่ยน ๆ ของเหมียวเสีย เจียงผิงอันก็ขมวดคิ้ว
ศิษย์พี่หญิงทำหน้าเช่นนี้หมายความเช่นไร ยังไม่สร่างดีหรือ?
เขาเงื้อหมัดพร้อมออกหมัดที่สาม
ยังไม่ทันออกหมัด เหมียวเสียก็พุ่งเข้ามากอดรัดเจียงผิงอันใน
อ้อมแขนอย่างดุเดือด “เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว! ดียิ่งนัก!”
เจียงผิงอันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งแต่ก็สลัดไม่หลุด อ้อมแขนอีกฝ่าย
หนักเสียยิ่งกว่าหนึ่งผืนทวีปอีก
กร๊อบ!
คอของเจียงผิงอันหักกร๊อบเสียงสนั่นชัด
สีหน้าของเหมียวเสียชะงักค้าง รีบปล่อยคออีกฝ่ายแล้วช่วย
ประคองต่อกระดูกอย่างกระอักกระอ่วน
ก่อนที่นางจะแผดเสียงอย่างเดือดดาล “ศิษย์น้องตัวเหม็นนี่! เจ้า
มัวทำอะไรอยู่ตลอดหลายปีกันหา! ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้! รู้หรือไม่
ว่าตลอดมาข้าอยู่ที่นี่เช่นไร?”
“ขออภัยศิษย์พี่หญิง ข้ารีบรุดกลับมาโดยเร็วที่สุดแล้ว”
เจียงผิงอันเล่าเรื่องที่เกิดให้อีกฝ่ายฟัง
เมื่อทราบว่าเจียงผิงอันถูกชิวซื่อผิงไล่ล่าสังหารมาจริง ๆ และยังมี
หลักฐานด้วย เหมียวเสียก็เดือดดาลจนร่างสะท้านด้วยโทสะ
“ว่าแล้วเชียว เป็นไอ้แก่งี่เง่านั่น! ข้าจะทำให้เขาต้องชดใช้!”
เหมียวเสียกลั้นโทสะมาหลายสิบปี นางนำยันต์สื่อสารออกมา
ติดต่อบิดานางเหมียวจิ่งทันที “ตาเฒ่า! ติดต่อเจ้าสำนักและเหล่าผู้
อาวุโส เตรียมตัวรุมจัดการชิวซื่อผิงได้เลย!”
ขณะเดียวกัน ตำหนักผู้อาวุโสของชิวซื่อผิง
หลายสิบปีมานี้ ชิวซื่อผิงมิอาจกินอิ่มนอนหลับ อึดอัดใจทุกครั้ง
เมื่อคิดว่าตนได้มอบรากฐานเทพโบราณให้เจียงผิงอัน
ข่าวคราวของเจียงผิงอันหายไปหลายปีเช่นนี้ เด็กนี่คงมิได้ตาย
อยู่ข้างนอกแล้วกระมัง?
หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะเสียโอกาสเปลี่ยนชีวิตไป
ขณะนั้นเอง หนึ่งเสียงดังมาจากนอกประตู “ผู้อาวุโสชิว เจ้า
สำนักให้เชิญไปหารือเรื่องไปดินแดนลับจันทร์มายาหน่อย”