สู่วิถีอมตะ - บทที่ 673 รากฐานเทพโบราณ
เจียงผิงอันจ้องมองก้อนวัตถุสีดำแดงตรงหน้าด้วยสีหน้าสุดพรั่น
พรึง
พลังในก้อนวัตถุนี้ดูไม่มากมายอะไรอย่างเห็นได้ชัด กฎเกณฑ์ก็
ดูมิได้ล ้าลึกนัก แต่หากพินิจดี ๆ ก็จะพบว่าสิ่งนี้ประหลาดยิ่ง
เจียงผิงอันรู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่มีทางธรรมดา มันน่าจะเป็นสมบัติ
ระดับสูงยิ่งบางอย่าง เกินกว่าระดับที่เขาสามารถมองทะลุได้
“นี่มันคืออะไรกันแน่นะ?”
เจียงผิงอันงุนงงยิ่งนัก เขาใช้ปราณเซียนชำระก้อนวัตถุนี้ให้
สะอาด พร้อมลองกลืนดูว่าจะย่อยได้หรือไม่
“ทำเช่นนี้ไม่มีประโยชน์หรอก”
เสียงจากโครงกระดูกในโลงแก้วผลึกดังขึ้นในหูเขา
เจียงผิงอันหัวใจสะท้าน
“ผู้อาวุโสโครงกระดูก สิ่งนี้คืออะไรหรือขอรับ?”
“รากฐาน” โครงกระดูกตอบเนิบ ๆ
“รากฐาน!”
หัวใจเจียงผิงอันเต้นกระตุก อะไรก็ตามที่ขึ้นด้วยคำว่ารากฐาน
หรือแก่นพลังต้องเป็นของดีแน่ ๆ
ก่อนหน้านี้ เขาได้แก่นพลังต้นโลกามาเพียงเสี้ยวจ้อย แต่ก็
พัฒนาพรสวรรค์กลืนกินได้มหาศาล
“ผู้อาวุโสโครงกระดูก สิ่งนี้คือรากฐานของอะไรหรือขอรับ? ดี
เหมือนแก่นพลังต้นโลกาเสี้ยวนั้นหรือไม่?” เจียงผิงอันถามอย่างนอบ
น้อม
“ต้นกล้าน้อยที่ยังโตได้ไม่เท่าไหร่นั่นควรค่าให้เรียกต้นโลกา
แล้วหรือ? ปล่อยต้นไม้นั่นโตต่อไปอีกสักสิบล้านปีก็ยังเทียบรากฐาน
ในมือเจ้ามิได้เลย โลกใบน้อยที่เจ้าเข้าไปก่อนหน้านี้เป็นหนึ่งซาก
ตัวตนที่ตายไป และนี่คือรากฐานของมัน”
“รากฐานเทพโบราณ!!”
ขณะนี้ กระทั่งเจียงผิงอันผู้เยือกเย็นยิ่งยังมิอาจควบคุมอารมณ์
ตนเองได้
เขาในยามนี้รู้สึกราวก้อนวัตถุเล็กจ้อยในมือเขาหนักหนาดุจ
ดวงดาว เขานำก้อนวัตถุขนาดจ้อยนี้เข้าโลกใบน้อยของตนไปทันที
ด้วยหัวใจเต้นระรัวบ้าคลั่ง
เทพโบราณ ตัวตนน่าสะพรึงกลัวอันดูดกลืนพลังทั้งหมดของ
โลกทั้งใบ รากฐานของตัวตนเช่นนี้ยากจะคาดเดาถึงระดับความล ้า
ค่า
เจียงผิงอันรู้สึกราวฝันไป เจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงถึงกับให้สมบัติล ้าค่า
เพียงนี้กับเขา!
ไม่รู้หลังจากทราบเรื่องนี้ ชิวซื่อผิงจะตบหน้าตัวเองไปตลอดการ
ฝึกฝนหรือเปล่า
สิ่งนี้ทำให้เจียงผิงอันรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ฆ่าหลานของอีกฝ่ายไป
แน่นอน ความรู้สึกผิดนี้คงอยู่เพียงประเดี๋ยวก็เสื่อมสลาย แทนที่
ด้วยความตื่นเต้นไร้จุดจบ
“ผู้อาวุโส จะย่อยรากฐานนี้เช่นไรหรือขอรับ?”
เสี้ยวแก่นพลังต้นโลกาก่อนหน้านี้ ขนาดมีถานกว่างโซ่ว
ช่วยเหลือยังใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะย่อยเสร็จ รากฐานสมบูรณ์
เช่นนี้ยิ่งย่อยยากกว่าเป็นไหน ๆ แน่แท้
แอ๊ด~
โลงแก้วผลึกถูกผลักเปิด หัตถ์โครงกระดูกข้างหนึ่งยื่นออกมา
โบกหนึ่งครั้ง แล้วรากฐานเทพโบราณในมือเจียงผิงอันก็ลอยไปหา
“ในขอบเขตของเจ้า ย่อยสิ่งนี้มิได้หรอก ต่อให้บรรลุขอบเขต
เซียนมนุษย์ ก็ยังยากจะย่อยมันหากไม่ใช้เวลาเป็นหมื่น ๆ ปี”
“ผู้อาวุโส นี่คือ…”
รากฐานเทพโบราณถูกฉวยไป เจียงผิงอันก็กระวนกระวายใจ
ทันที
“ของไร้พลังเช่นนี้ไม่มีประโยชน์กับข้าหรอก”
โครงกระดูกกล่าวเสียงแหบ แล้วเจียงผิงอันก็ได้ยินเสียงเปรี้ยง
รากฐานเทพโบราณถูกขยี้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที
รากฐานบรรลัยแล้ว!
เจียงผิงอันเบิกตากว้าง หัวใจเกือบแตกเป็นเสี่ยงตาม
นี่คือรากฐานเทพโบราณนะ!
แต่กลับถูกโครงกระดูกนี้ขยี้แหลกเละไป!
“ข้าช่วยเจ้าลบความทรงจำเดิมของรากฐานนี้แล้ว หาไม่เจ้าจะ
ถูกชิงร่าง เจ้ามิอาจขัดขืนการชิงร่างของตัวตนแข็งแกร่งเช่นนี้ได้
หรอก รากฐานที่แตกสลายมิกระเทือนถึงพลังของมัน สะดวกต่อการ
ดูดซับเสียอีก”
เพียงหัตถ์โครงกระดูกนี้โบกเบา ๆ เศษเสี้ยวนับหมื่นก็ลอยไป
ตรงหน้าเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันรีบคว้ามันไว้แล้วกุมกำปั้นคารวะ “ขอบคุณผู้อาวุโส!
ผู้น้อยเองที่โง่เขลามิทราบการณ์”
ปรากฏว่าโครงกระดูกนี้ช่วยเขาทำลายวิกฤติทิ้ง นึกว่าอีกฝ่าย
คิดจะปล้นรากฐานของเขาไปเสียอีก
โครงกระดูกมิได้ตอบ ชักแขนกลับเข้าโลงแก้วผลึกแล้วกลับสู่
ภวังค์หลับใหล
อาจเป็นเพราะสติรับรู้ของรากฐานถูกลบไปแล้ว ในที่สุดเจียงผิง
อันจึงสัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่ในรากฐานเทพโบราณได้
กระทั่งเสี้ยวเล็ก ๆ เพียงหนึ่งยังมีพลังมหาศาลกว่ากฎเกณฑ์ใน
แก่นพลังต้นโลกาก่อนหน้านี้อีก
เจียงผิงอันดีใจจนเนื้อเต้น นำเสี้ยวรากฐานเทพโบราณชิ้นจ้อย
เข้าปากกลืนอย่างแทบรอไม่ไหว แล้วชักนำมันเข้าใกล้รากเซียน
เริ่มทำความเข้าใจมัน
ในร่างทั้งสามของเขา ร่างจริงนี้อ่อนแอที่สุด จะมีก็เพียงราก
เซียนกำลังเก้าดาราและรากเซียนโน้มถ่วงเก้าดาราสุดแสน ‘ธรรมดา’
และความสามารถสลายพิษเท่านั้น เทียบกับอีกสองร่างแล้วก็งั้น ๆ
หากเขาดูดซับรากฐานเทพโบราณได้ ร่างจริงนี้ก็จะกลายเป็นผู้
แข็งแกร่งสูงสุดในร่างทั้งสาม
แน่นอน การทำเช่นนี้ต้องใช้เวลายาวนาน
ขณะที่เจียงผิงอันเริ่มทำความเข้าใจรากฐานเทพโบราณ ขนาด
ตัวของเขาก็เริ่มขยายใหญ่อย่างเกินควบคุม เพียงในเวลาเพียงสาม
เดือน ฝึกฝนในวังกาลเวลาสิบห้าเดือน ขนาดตัวเขาก็พุ่งสูงเป็นสาม
จั้ง
พละกำลังทะยานสูงสามเท่าตัว!
ต้องทราบว่าการฝึกฝนปัจจุบันของเขาน่ากลัวจะแย่แล้ว เมื่อ
พละกำลังถีบตัวสูงเพียงนี้ ก็ยิ่งน่ากลัวไปใหญ่
และนี่ยังเป็นเพียงการทำความเข้าใจรากฐานเทพโบราณเพียงปี
เศษ!
หากเขาพินิจพิเคราะห์มันพันปี ก็มิกล้าคิดเลยว่าเขาจะแข็งแกร่ง
ได้เพียงไร ให้ความรู้สึกว่าแม้มิใช่เซียน เขาก็ยังฟาดเซียนตายในฝ่า
มือเดียวได้
ปัญหาเดียวคือ ยิ่งทำความเข้าใจรากฐานเทพโบราณ ขนาดตัว
เขายิ่งใหญ่โตตามไป
หากอยากตัวเล็กลงกว่านี้ ต้องจ่ายปราณเซียนออกไป ซึ่งก็จะ
กระทบต่อการใช้พลัง
ไม่รู้ว่ายามทำความเข้าใจรากฐานเทพโบราณได้ถ่องแท้จะต้องมี
ขนาดตัวเพียงไหน จะเด็ดตะวันจันทรา เกี่ยวดวงดาวด้วยมือเปล่าได้
ด้วยหรือไม่?
ไม่กี่วันถัดมา ในห้องประลอง เหมียวเสียตบบ่าอวตารร่างมาร
ศักดิ์สิทธิ์ของเจียงผิงอัน “ดีมาก อัตราการเติบโตไวยิ่ง เหมือนศิษย์พี่
หญิงผู้นี้ในอดีตนัก”
ปากบอกว่าเหมือนตัวนางในอดีต แต่ดวงตานางกลับวูบไหวด้วย
ความตะลึง
หากสู้ในระดับเดียวกัน นางมิอาจสยบเจียงผิงอันได้เลย
ยามนี้ เหมียวเสียสงสัยแล้วว่าเจียงผิงอันจะหลอกนาง ชายผู้นี้
อาจมิได้มีพรสวรรค์เพียงแปดดารา
“ด้วยระดับพลังปัจจุบันของเจ้า น่าจะติดสิบอันดับแรกของระดับ
ได้ อยากไปเข้าร่วมการประลองห้าสำนักเซียนใหญ่ที่ดินแดนลับ
จันทร์มายาด้วยกันหรือไม่ หนนี้ศิษย์พี่หญิงผู้นี้จะไม่ห่างเจ้า ต้องคุ้ม
กันเจ้าได้แน่”
“เจ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะ ศิษย์พี่หญิงจะช่วยเจ้าชิงผลเต๋า
วิญญาณเซียนกลับมาให้ได้ ศิษย์พี่หญิงสัญญากับเจ้าแล้วนี่”
พวกเขากำลังจะออกเดินทางไปประลองชิงที่ผลเต๋าวิญญาณ
เซียนกันแล้ว ปกติเหมียวเสียมิได้สนใจเรื่องนี้มากมายอะไร
แต่นางสัญญากับเจียงผิงอันไว้แล้วว่าจะหาผลเต๋าวิญญาณ
เซียนให้เขาผลหนึ่ง
“ไปด้วยกันเถอะ”
เจียงผิงอันมิได้วางใจมากนัก เขาจึงยังจะไปเอง ขณะเดียวกัน
เขาก็อยากพบเหล่าผู้มีพรสวรรค์จากห้าสำนักเซียนใหญ่ด้วย
“ไป ข้าจะให้ตำแหน่งกับเจ้า”
เหมียวเสียพาเจียงผิงอันออกจากห้องฝึกฝนมายังจัตุรัสซึ่งมีเรือ
ศึกสีทองลำหนึ่งจอดเทียบ ผู้อาวุโสมากมายกำลังเสวนาเรื่อง
บางอย่างอยู่ ศิษย์มากมายที่เข้าร่วมศึกยืนอยู่เบื้องหลัง
เมื่อเห็นเหมียวเสียปรากฏตัว เหมียวจิ่งก็บ่นอุบ “ข้ารอเจ้าอยู่เนี่ย
เอาเวลาไปคลอดบุตรอยู่หรือไร?”
ใบหน้าเหมียวเสียมืดทะมึน ออกหมัดใส่อกอีกฝ่าย “เป็นผู้อาวุโส
ช่วยจริงจังหน่อยมิได้หรือ?”
ใครจะคิดว่าเหมียวจิ่งผู้เป็นที่หวั่นเกรงในแดนจันทร์มายาจะไร้
ความจริงจังเช่นนี้
“น้องชายข้าก็อยากเข้าร่วมประลองด้วย ให้ตำแหน่งเขาด้วยสิ”
เหมียวเสียชี้เจียงผิงอันอย่างภาคภูมิ
เหมียวจิ่งเครียดขรึมทันที “พ่อรู้ว่าเจ้าชอบเจียงผิงอัน แต่จะ
กระทำตัวไม่สนกฎเกณฑ์มิได้นะ การประลองนี้มีทั้งผลเต๋าวิญญาณ
เซียนและหน้าตาของสำนักเป็นเดิมพัน ผู้เข้าร่วมล้วนเป็นอัจฉริยะหัว
กะทิของสำนักใหญ่ จะก่อเรื่องมิได้…”
“น้องชายข้าแข็งแกร่งมากนะ”
เหมียวเสียกล่าวขัดคำบิดา พูดอย่างสุดมั่นใจ “ในขั้นต้นระดับ
เขตแดน น้องชายข้าติดสิบอันดับแรกของระดับได้แน่นอน!”
ผู้อาวุโสมากมายมองหน้ากันด้วยสายตาไม่เชื่อถือ
เจียงผิงอันเข้าสำนักเซียนอวี่หวงมาได้นานเพียงไรเชียว? เขา
หนีอยู่ข้างนอกอยู่เนิ่นนาน เวลาตั้งใจฝึกฝนก็แค่ไม่กี่ปี ต่อให้เจียงผิง
อันเติบโตเร็ว ก็ไม่มีทางมีพลังต่อสู้ติดสิบอันดับแรกได้แน่นอน
เหมียวเสียเห็นสายตาไม่เชื่อถือของคนเหล่านี้ ก็เอ่ยขึ้นว่า “หาก
ไม่เชื่อ จะให้น้องชายข้าประลองกับพวกเขาสักหน่อยก็ได้นะ”
“ตำแหน่งถูกระบุตัวแล้ว นาวาเซียนกำลังจะออกตัว ไม่มีเวลา
ปราชัน ช่างมันเถอะนะ” เหมียวจิ่งไม่แสดงความลำเอียงใด ๆ จากคำ
ขอของบุตรสาว
บางเรื่องผ่อนผันได้ แต่เรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์สำนักและ
สถานการณ์โดยรวมห้ามละเลยเป็นอันขาด