สู่วิถีอมตะ - บทที่ 675 ยืมเงิน
“ศิษย์พี่หญิง ครั้งนี้เราจะปราชันแย่งผลเต๋าวิญญาณเซียนกัน
อย่างไรหรือ?”
เจียงผิงอันเอ่ยถามเหมียวเสีย
รู้กฎการประลองล่วงหน้า ก็จะเตรียมตัวรับมือได้
“น่าจะเป็นการประลองวรยุทธ์นะ”
เหมียวเสียประมือกับเจียงผิงอันมาตลอดหลายเดือนนี้ นางมิได้
ทราบชัดถึงกฎการประลองชิงผลเต๋าวิญญาณเซียนนัก
“มิใช่การประลองวรยุทธ์”
ข้างกันนั้น หวังหยางปริปาก “ในดินแดนลับจันทร์มายามีมหา
ค่ายกลแห่งหนึ่ง ค่ายกลนี้ฉายลักษณ์ผู้ฝึกตนอัจฉริยะจากราชวงศ์
เซียนจันทร์มายาในกาลก่อนได้ และครั้งนี้ เราจะไปท้าทายอัจฉริยะ
เหล่านั้น”
“อันดับจะถูกจัดตามจำนวนภาพฉายที่เอาชนะได้ มีเพียงอันดับ
หนึ่งของแต่ละขอบเขตเท่านั้นที่จะได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนหนึ่งผล”
สีหน้าของเหมียวเสียเคร่งขรึม มิคาดว่าจะได้สู้กับอัจฉริยะใน
อดีตจากราชวงศ์เซียนจันทร์มายา
“การประลองชิงผลเต๋าวิญญาณเซียนครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลย”
ยามราชวงศ์เซียนจันทร์มายารุ่งเรือง พวกเขาปกครองแดน
จันทร์มายาทั้งแผ่นดิน มิใช่สิ่งที่ห้าสำนักเซียนใหญ่ในปัจจุบันเทียบ
ได้เลย ศิษย์และทายาทที่พวกเขาฝึกฝนย่อมแข็งแกร่งกว่าพวกเขา
ศิษยานุศิษย์จากราชวงศ์เซียนจันทร์มายาในกาลก่อน ก็คือ
บรรพชนผู้ก่อตั้งห้าสำนักเซียนใหญ่ขึ้นในภายหลัง
ขณะเดียวกัน สำนักเซียนเป่ยฮวง สำนักเซียนเทียนหลาน สำนัก
เซียนกระบี่และเมืองหลิงเยว่ สี่สำนักเซียนใหญ่อื่น ๆ ต่างออกเดินทาง
สู่ดินแดนลับจันทร์มายาเช่นกัน
การต่อสู้ระหว่างศิษย์ชั้นเลิศจากห้าสำนักเซียนใหญ่กำลังจะเปิด
ฉาก
บนนาวาเซียนของสำนักเซียนเทียนหลาน
ผู้อาวุโสใหญ่ถานกว่างโซ่วกล่าวกับไป๋ฟานผู้เป็นศิษย์ “ข้าได้
ยินว่าเจ้าดูดซับพลังทั้งหมดในสระเซียนเทียนหลานของเจ้าไปหรือ?”
“ขออภัยที่สร้างปัญหาขอรับอาจารย์”
อันที่จริง เจียงผิงอันไม่ได้ดูดซับอะไรเลย โครงกระดูกต่างหากที่
ดูดซับมันไปหมด
“ฮ่า ๆ ไม่ต้องขอโทษหรอก อาจารย์ผู้นี้จ่ายเงินให้เจ้าแล้ว
แน่นอนว่ายิ่งเจ้าดูดซับมากยิ่งดี”
ถานกว่างโซ่วมิได้อารมณ์เสีย เขาจ่ายศาสตราเซียนไปตั้งชิ้น
ยิ่งดูดซับพลังได้มากย่อมเป็นเรื่องดี มีเพียงการทำเช่นนี้เขาจึงไม่
ขาดทุน เพราะถึงอย่างไร นี่ก็เป็นอวตารของเขาในอนาคตอยู่แล้ว
“เป็นเช่นไร? พรสวรรค์ก้าวหน้าเพียงไรบ้าง?” ถานกว่างโซ่ว
ถามอย่างคาดหวัง
“เรียนอาจารย์ ข้าพัฒนาเป็นรากเซียนแปดดาราขอรับ” เจียงผิง
อันตอบ
“ฮ่า ๆ ดี! ดีมาก!”
ถานกว่างโซ่วยิ้มแก้มปริ พรสวรรค์รากเซียนแปดดารา นับเป็น
พรสวรรค์สูงสุดในสำนักเซียนเทียนหลานแล้ว
หากบรรลุเก้าดาราได้ ก็จะเป็นปีศาจร้ายอันหาได้ยาก
ศาสตราเซียนที่จ่ายไปมิได้เสียเปล่าโดยแท้
“ปราชันชิงผลเต๋าวิญญาณเซียนครั้งนี้ สร้างผลงานดี ๆ ล่ะ อย่า
ให้อาจารย์เสียหน้า เมื่อจบการประลอง อาจารย์จะผสานกับเจ้า ให้
เจ้ากลายเป็นอวตารของอาจารย์”
เดิมที ถานกว่างโซ่วอยากรอจนอีกฝ่ายบรรลุเซียนจึงชิงร่าง แต่
เขาอยากรีบ ๆ ลองใช้พลังกลืนกินนี้เต็มทน เลยจะชิงร่างเขาก่อน
เวลา
“ขอรับอาจารย์”
หลังเจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ เขาก็พูดขึ้นว่า “อาจารย์ เพราะ
พรสวรรค์พิเศษของศิษย์ การใช้ทรัพยากรจึงมากไปนิด ผลึกเซียนที่
ท่านให้ข้าก่อนหน้านี้หมดเกลี้ยงแล้ว ท่านดูสิ…”
ได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าถานกว่างโซ่วพลันหดหายไป
หลายส่วน
ก่อนหน้านี้ให้ผลึกเซียนอีกฝ่ายไปหมื่นชิ้น แต่เผลอเดี๋ยวเดียวก็
หมดแล้ว
ราคาของพลังกลืนกินมหาศาลเหลือเกิน
ถานกว่างโซ่วนำแหวนเก็บของอีกวงออกมาโยนส่งให้อย่าง
อิดออดใจ “เอาไปอีกหมื่นผลึกเซียน ใช้ประหยัด ๆ อย่าให้เสียของ
ล่ะ”
“ขอบคุณอาจารย์”
เจียงผิงอันบ่นอุบในใจ “จะตระหนี่ไปแล้ว ให้แค่หมื่นผลึกเซียน
เอง”
น่าเสียดายที่นี่น่าจะเป็นการขูดรีดเจ้าเฒ่านี่หนสุดท้ายแล้ว เขา
กำลังจะต้องหนีจากในไม่ช้า
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เจียงผิงอันก็ขัดเคืองใจเล็กน้อย
เสี่ยงชีวิตมายังสำนักเซียนเทียนหลานตั้งนาน แต่ได้กลับไป
เล็กน้อยแค่นี้เองหรือ?
ขณะที่ถานกว่างโซ่วเดินไปเสวนากับผู้อาวุโสคนอื่น ๆ เจียงผิง
อันก็เดินไปหาผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
“ศิษย์พี่ ขอข้ายืมผลึกเซียนบ้างได้หรือไม่ พรสวรรค์ของข้าไม่
เหมือนใคร เปลืองทรัพยากรไปสักหน่อย ผลึกเซียนของข้าไม่พอ
การประลองนี้จบลงยามใด ข้าจะคืนเงินให้ศิษย์พี่”
ผู้ฝึกตนคนนั้นผงะไปครู่หนึ่ง แม้เขาจะรู้ว่า ‘ไป๋ฟาน’ เป็นใคร แต่
ทั้งสองมิได้สนิทสนมคุ้นเคยกัน ไฉนอีกฝ่ายยังมาขอยืมผลึกเซียน
จากเขาอีก?
แต่เมื่อนึกถึงตัวตนของไป๋ฟาน เขาก็ยังตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“ศิษย์น้องมากพิธีไปแล้ว ทุกคนล้วนคนกันเอง ย่อมต้องช่วยเหลือกัน
เป็นธรรมดา ศิษย์น้องจะยืมเท่าไหร่เล่า?”
หากคนตรงหน้าเขาเป็นศิษย์ทั่วไปสักคน เขาคงตบกระเด็นไป
แล้ว เจ้าเป็นใครฟะ มายืมผลึกเซียนกันแบบนี้ได้ที่ไหน
แต่คนผู้นี้เป็นศิษย์ผู้อาวุโสใหญ่ มีพรสวรรค์กลืนกินอันน่า
สะพรึงกลัว กระทั่งเคอเหมิ่งอันดับเก้ายังปราชัย
คนเช่นนี้สมควรผูกมิตร ภายหน้ามีประโยชน์ใช้งานได้
“ห้าพันผลึกเซียน ศิษย์พี่มีหรือไม่?” เจียงผิงอันเอ่ย
“ห้าพันผลึกเซียนนี่เยอะนะ แต่ก็ยังพอมี เมื่อกาลก่อน ข้าลอบ
ฆ่าศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงได้สองคนในจุลภพเทพโบราณ พอจะมี
เงินอยู่บ้าง”
เขานำห้าพันผลึกเซียนออกมาส่งให้อย่างใจกว้าง ไม่กลัวอีก
ฝ่ายหนีหนี้แต่อย่างใด
ไป๋ฟานผู้นี้เป็นศิษย์ผู้อาวุโสใหญ่ เขาจะหนีหนี้ได้อย่างไร? จะ
หนีอย่างไรได้?
“ศิษย์น้อง เมื่อการประลองครั้งนี้จบลง เราไปจัดการศิษย์สำนัก
เซียนอวี่หวงด้วยกันดีหรือไม่ ข้าได้ยินว่าในสำนักเซียนอวี่หวงมีร่าง
ศึกผู้หนึ่ง คนเช่นนี้ควรถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด”
“ได้เลย ข้าเคยได้ยินถึงร่างศึกนี้เช่นกัน ต้องไม่ปล่อยให้เขา
เติบโต”
เจียงผิงอันตอบรับ
หลังเสวนากับคนผู้นี้อยู่สักพัก ก็ตระเตรียมนัดหมายกันเสร็จ
สรรพว่าหลังการประลอง พวกเขาจะไปซุ่มโจมตีร่างศึกของสำนัก
เซียนอวี่หวง
หลังเสวนากันจบ เจียงผิงอันก็เดินไปหาผู้ฝึกตนสวมหน้ากาก
ทองอีกคน
เขามีเส้นผมสีขาว สวมอาภรณ์ขาวโพลน
คนผู้นี้อายุเพียงสิบหกปี เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในขั้นต้นระดับ
เขตแดน โอวหยางลั่วเสวี่ย
โอวหยางลั่วเสวี่ยสวมหน้ากาก มิอาจเห็นใบหน้าได้ และยังมี
บรรยากาศไม่เหมือนใคร ทั่วร่างโอบล้อมด้วยชั้นหมอก
“ศิษย์พี่ ขอข้ายืมผลึกเซียนสักหน่อยได้หรือไม่…”
เจียงผิงอันพูดไม่ทันจบ โอวหยางลั่วเสวี่ยก็โบกมือโยนถุงเก็บ
ของถุงหนึ่งออกมา หนึ่งเสียงราบเรียบดังมาจากในหน้ากาก “อย่า
กวนข้า”
เจียงผิงอันสืบจิตสัมผัสเข้าไปในถุง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบหมื่น
ผลึกเซียนอยู่ภายใน!
ยอดเยี่ยม ใจป ้ากว่าอาจารย์สุดตระหนี่เป็นไหน ๆ
สมแล้วที่เป็นบุตรเจ้าสำนัก
“ขอบคุณศิษย์พี่”
เจียงผิงอันหันเดินไปหาคนอื่นต่อ
ตลอดหนึ่งเดือนในการเดินทาง เจียงผิงอันก็ได้ทำความคุ้นเคย
กับศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานมากมาย
มีผู้ฝึกตนถูกคัดเลือกเข้าร่วมการประลองนี้ทั้งสิ้นหกสิบคน
สามสิบคนบรรลุกฎเคล็ดพลัง สามสิบคนบรรลุกฎเขตแดน
นอกจากผู้ฝึกตนน้อยนิดที่ไม่มีทรัพยากรจริง ๆ เจียงผิงอันก็
เที่ยวยืมเงินเขาไปทั่ว
รวมแล้วได้ผลึกเซียนมาสองแสนกว่าชิ้น
ในภพเซียน แสนผลึกเซียนซื้อศาสตราเซียนทั่วไปได้ชิ้นหนึ่ง
ปวงชนล้วนไม่ถือสาเขา
เพราะถึงอย่างไร เขาก็เป็นศิษย์ผู้อาวุโสใหญ่ ซ ้ายังเป็นอัจฉริยะ
ไม่มีทางเอาชื่อเสียงมาทำลายเพราะทรัพยากรอย่างแน่นอน
แต่ผู้ฝึกตนเหล่านี้หาคาดคิดสักนิดไม่ ว่าเจียงผิงอันจะหนีไปจริง
ๆ
นาวาศึกของสำนักเซียนเทียนหลานมาถึงดินแดนลับจันทร์
มายา
ในดินแดนลับเป็นราตรีอันมืดมิดเสมอมา แต่มิได้ดำสนิท มี
ดวงดาวรูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวลอยเรืองเหนือดินแดนลับ แผ่รัศมี
อ่อนโยนชวนสงบใจฉาบไปทั่วแดนดิน
ยามผู้ฝึกตนจากห้าสำนักเซียนใหญ่มาถึง ดินแดนลับก็เต็มไป
ด้วยผู้คน ด้วยความที่ดินแดนลับแห่งนี้ถูกเปลี่ยนสภาพให้เหมาะ
สำหรับการฝึกฝนมาเนิ่นนาน ขอเพียงจ่ายทรัพยากร พวกเขาก็
สามารถมาฝึกฝนและสำรวจได้
แน่นอน สถานที่ฝึกฝนและทรัพยากรสำคัญบางอย่างก็ยังอยู่ใน
ควบคุมของห้าสำนักเซียนใหญ่
เช่นต้นผลเต๋าวิญญาณเซียน
ต้นผลเต๋าวิญญาณเซียนงอกเงยเนิบช้า ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะ
ออกผล แต่ขอเพียงสุกงอมสักครั้ง มันก็จะออกผลทุก ๆ หนึ่งร้อยปี
เท่ากับงอกเงยทรัพยากรระดับเซียนมากมายทุกรอบร้อยปี
ห้าสำนักเซียนใหญ่ย่อมไม่ยอมมอบทรัพยากรเช่นนี้ให้ผู้อื่นแน่