สู่วิถีอมตะ - บทที่ 681 อาจารย์ ข้าเอาชนะเจียงผิงอันได้นะ
ดินแดนลับจันทร์มายา ภายใต้จันทราคู่ เสียงคำรามบนขั้นบันได
ที่เก้ายังคงดำเนิน
เจียงผิงอันเปรียบเช่นเทพสังหาร แผ่ปราณชวนสะพรึงไปทั่วกาย
หมัดทะลวงหมื่นกฎเกณฑ์ ฟาดพลองแหวกนภา
ศึกยังไม่ทันจบ ปวงชนก็เห็นผลลัพธ์แล้ว
เขตแดนสังหารไร้ผลกับเจียงผิงอัน เขาชนะแน่แล้ว
เหมียวจิ่งอารมณ์ดี กล่าวกับถานกว่างโซ่วแห่งสำนักเซียนเทียน
หลานว่า
“เจ้ารู้ได้อย่างไรกันว่าสำนักเซียนอวี่หวงของข้ามียอดอัจฉริยะ
เร้นกายอยู่? พวกเจ้ารู้ก่อนเราอีกนะ ฮ่า ๆ”
ไม่นานนี้ ยามเจียงผิงอันเพิ่งขึ้นประลอง ถานกว่างโซ่วล้อเลียน
พวกเขาทางอ้อม
แต่มิคาดเลยว่าคำล้อเลียนของถานกว่างโซ่วจะเป็นจริงขึ้นมา นี่
เป็นศิษย์อัจฉริยะผู้หนึ่งจริง ๆ
หากไร้สิ่งใดให้ลุ้น ผลเต๋าวิญญาณเซียนผลนี้ก็จะเป็นของสำนัก
เซียนอวี่หวง
ถานกว่างโซ่วเดือดดาลจนหน้าคล ้าดำ รู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันสมควรตายนี่ หาโอกาสได้ยามใด ต้องฆ่าเสียมิให้
เติบโต
“อาจารย์ ข้าไปลองได้นะขอรับ”
จู่ ๆ ‘ไป๋ฟาน’ ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กันก็ส่งกระแสปราณกล่าวกับถาน
กว่างโซ่ว
“ลองอะไร?”
ถานกว่างโซ่วถามอย่างอารมณ์เสีย
“ข้าอาจบรรลุถึงขั้นเก้าก็ได้” เจียงผิงอันตอบ
“อย่างเจ้าเนี่ยนะ? ไม่เห็นหรือว่าพลังต่อสู้ของเจียงผิงอันผู้นี้น่า
กลัวเพียงไร? เทียบกับเขาแล้ว เจ้าติดฝุ่นที่ไหน?”
ถานกว่างโซ่วคิดว่าศิษย์ใหม่ผู้นี้ฝันเฟื่องยิ่งนัก
แม้ศิษย์เขาจะแข็งแกร่ง แต่นอกจากพลังกลืนกินแล้ว เขาไม่มีวร
ยุทธ์ระดับสูงอะไร ไม่มีทางปราชันเจียงผิงอันได้เลย
ไป๋ฟานกล่าวอย่างนอบน้อม “อาจารย์ ข้าขึ้นถึงขั้นเก้าได้จริง ๆ
นะขอรับ แต่ข้าต้องการศาสตราเซียนชิ้นหนึ่ง”
“พรสวรรค์ของข้าพิเศษ หากนำศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งใส่ลงไป
ในหลุมดำกลืนกิน ข้าจะสามารถดูดซับพลันของศาสตราเซียนมา
ช่วยสนับสนุนในการต่อสู้ได้ขอรับ”
“จริงหรือ?”
ดวงตาของถานกว่างโซ่วเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มองศิษย์ตรงหน้า
อย่างไม่แน่ใจ
“จริงอยู่แล้วขอรับ” เจียงผิงอันโกหกหน้าตาย
“จะไม่ถูกจับได้หรือ?” ถานกว่างโซ่วถาม
“อาจารย์ไม่ต้องห่วง ไม่มีทางถูกจับได้หรอกขอรับ ยืมพลังมาก
เกินไปไม่ได้ แต่เอาชนะคู่ต่อสู้บนขั้นบันไดที่เก้าได้แน่นอน”
เจียงผิงอันตบอกยืนยัน
รอยยิ้มหวนปรากฏบนใบหน้าผู้อาวุโสถานกว่างโซ่ว
“อาจารย์จะให้ศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งกับเจ้า เอาชนะคู่ต่อสู้บน
บันไดขั้นเก้าให้ได้ แล้วเมื่อถึงเวลา ก็ไปปราชันเจียงผิงอันแล้วฆ่าเขา
ซะ!”
เขาไม่เคลือบแคลงวาทะศิษย์ตน ศิษย์ผู้นี้อยู่ใต้การควบคุมของ
เขาแล้ว จะไม่หลอกเขาแน่ ๆ
เจียงผิงอันพูดอย่างมั่นใจ “ขยะอย่างเจียงผิงอัน ข้าจะกลืนกิน
ตอนไหนก็ได้!”
ถานกว่างโซ่วสุดปรีดา แอบยัดศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งซึ่งมีรูปร่าง
คล้ายกำไลหยกให้กับไป๋ฟาน
“นี่เป็นศาสตราเซียนมิติ ชื่อว่ากำไลทลายมิติ มีพลังผนึกและ
แปรเปลี่ยนมิติได้ ต้องจัดการเจียงผิงอันให้ได้นะ!”
“ข้ามิให้อาจารย์ต้องเสียชื่อขอรับ!”
น ้าเสียงของไป๋ฟานเจือความตื่นเต้นเล็กน้อย
ได้ศาสตราเซียนมาหนึ่งชิ้น! คุ้มแล้ว!
สีหน้าของถานกว่างโซ่วดีขึ้นมาก ศิษย์ผู้นี้ทำให้เขาพอใจจริง ๆ
เกือบลังเลไม่อยากชิงร่างแล้ว
แน่นอน มิอาจรามือได้หรอก พรสวรรค์กลืนกินของไป๋ฟาน
แข็งแกร่งเพียงนี้ เขาต้องได้มาเป็นของตัวเอง
บนบันไดขั้นที่เก้า เจียงผิงอันประมือกับศัตรูอยู่สามวัน อวตาร
กำลังฉวยโอกาสระเบิดฤทธิ์ในตัวจนสร้างบาดแผลเสียหายให้ภาพ
ฉาย
เมื่อมาถึงขอบเขตนี้ ผู้ฝึกตนมิอาจตายได้ง่าย ๆ แล้ว
เจียงผิงอันฉวยโอกาสใช้กฎทำลายล้าง ทลายอีกฝ่ายลงอย่าง
สมบูรณ์
เมื่อคลื่นกฎเกณฑ์อันคลุ้มคลั่งสลายหายหมดสิ้น เจียงผิงอันก็
ลดหมัดลงช้า ๆ ท่ามกลางเปลวเพลิงและโลหิต ตัวเขาเจิดจรัสเช่น
ดวงดาว
ปวงชนมองมายังเจียงผิงอัน หัวใจสะท้านรุนแรง
เขาเป็นผู้ฝึกตนคนแรกที่พิชิตขั้นที่เก้าได้ พลังต่อสู้ของเขาก้าว
ข้ามศิษย์ร่วมระดับจากห้าสำนักเซียนใหญ่ทั้งหมด
ในขอบเขตนี้ เขายืนบนจุดสูงสุดของแดนจันทร์มายา
เพิ่งปรากฏตัวก็ทะยานสูงถึงจุดยอด จากวันนี้ไป นามของเจียง
ผิงอันจะเป็นที่ชื่นชมจากทุกขุมกำลังเป็นแน่แท้
โอวหยางลั่วเสวี่ย บุตรเจ้าสำนักเซียนเทียนหลานกำหมัดแน่น
ดวงตาใต้หน้ากากเปี่ยมความตกตะลึงและไม่ยินยอม ในแดนจันทร์
มายามีผู้ฝึกตนคนหนึ่งก้าวข้ามเขาในระดับเดียวกันได้จริงหรือนี่
เซียวเฟิงแห่งสำนักเซียนอวี่หวงมีอารมณ์ซับซ้อนยิ่ง เขาดีใจที่
เจียงผิงอันเอาชนะผู้ฝึกตนบนบันไดขั้นเก้าได้ แต่ก็ผิดหวังด้วย
เล็กน้อยเช่นกัน
เดิมทีเขาเป็นอันดับหนึ่งของระดับ แต่ยามนี้กลายเป็นที่สองไป
เสียแล้ว
“ผลเต๋าวิญญาณเซียนผลนี้เป็นของเรา สำนักเซียนอวี่หวง”
เหมียวจิ่งผ่อนลมหายใจยาวเหยียดอย่างโล่งอก
หากพวกเขาคว้ามิได้สักตำแหน่ง เช่นนั้นพวกเขาสำนักเซียน
อวี่หวงก็จะเสียหน้าในแดนจันทร์มายา
“ใครบอกว่าตำแหน่งนี้เป็นของพวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวง?”
หนึ่งเสียงพลันดังขึ้น
ปวงชนมองตามเสียงไป
ชายรูปงามผู้ให้บรรยากาศนุ่มนวลเช่นสตรีผู้หนึ่งเหินลงมาจาก
นาวาศึกของสำนักเซียนเทียนหลาน
“หมายความเช่นไร? เขาจะท้าทายด้วยเหมือนกันหรือ?”
“เจ้านี่ใครอีกล่ะนั่น ไม่ยักคุ้นหน้าที่ไหน เป็นอัจฉริยะเร้นกาย
เหมือนกันหรือ?”
“อัจฉริยะเร้นกายจะมีมากมายเพียงนั้นได้อย่างไร เจียงผิงอันคน
เดียวก็พอแล้ว จะโผล่มาอีกคนได้อย่างไร”
ไป๋ฟานเหินมาที่ใต้บันได ชี้หน้าเจียงผิงอันพลางแผดเสียง “ลง
มา อย่าถ่วงเวลาท้าทายของข้า”
“เฮือก!”
เมื่อได้ยินวาทะสุดถือตัว ปวงชนรายล้อมก็ผงะไป
ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันปรากฏทนโท่ แต่คนผู้นี้ก็ยังสุดกำ
แหง
หากมิใช่เขาสามารถจริง ๆ ก็คงสมองเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานหนังศีรษะชาวาบ ไป๋ฟานทำ
ได้จริง ๆ หรือ? หากเทียบชั้นเจียงผิงอันมิได้ พวกเขาสำนักเซียน
เทียนหลานก็จะอับอายแน่แล้ว
เจียงผิงอันมิได้ตอบ เขาเหินกลับนาวาศึกจากบันไดขั้นเก้าไป
เงียบ ๆ
ไป๋ฟาน หรือก็คืออวตารกลืนสวรรค์ของเจียงผิงอันเหยียบขึ้นบน
บันได
เดิมที เจียงผิงอันจะหนีตอนนี้เลยก็ได้ แต่เขายังอยากหลอกตุ๋น
คนส่งท้าย
เส้นทางการฝึกฝนมีทั้งวิกฤติควบโอกาส หลังจากจบธุระนี้ เขาก็
จะสั่งสมทรัพยากรได้เพียงพอใช้ก่อนบรรลุเซียน
เจียงผิงอันเหยียบขึ้นบนบันไดขั้นแรก ขณะที่ภาพฉายกำลังจะ
โจมตี หลุมดำกลืนกินขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น ดุจปากของสัตว์ป่า
อ้าขย ้า เขมือบอีกฝ่ายเข้าไป จบการต่อสู้ทันที
เจียงผิงอันมิได้หยุด เขาเหินขึ้นสู่บันไดขั้นที่สอง ใช้หลุมดำกลืน
กินกลืนคู่ต่อสู้เข้าไปในคำเดียวเฉกเช่นกัน
จากนั้นก็พุ่งขึ้นขั้นที่สาม เมื่อเผชิญผู้ฝึกกายาคนนี้ เจียงผิงอัน
ก็ยิ่งได้เปรียบเหนืออีกฝ่าย ใช้เขตแดนกลืนกินดูดอีกฝ่ายหายไป
จนเมื่อเจียงผิงอันเร่งขึ้นถึงบันไดขั้นที่สี่ ปวงชนซึ่งมองอยู่เบื้อง
ล่างจึงมีปฏิกิริยา
“กลืนศัตรูสามคนติดต่อกัน! พลังกลืนกินน่ากลัวอะไรเพียงนี้!”
“สำนักเซียนเทียนหลานก็ซ่อนผู้ฝึกตนระดับสุดยอดเช่นนี้ไว้
เหมือนกัน!”
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาก็ขึ้นถึงขั้นเก้าได้เหมือนกันแน่ ๆ”
ปวงชนล้วนสะท้านสะเทือน อัจฉริยะมากมายเจียนขังตัวเองหนี
ความจริง เหตุใดปีศาจร้ายจึงเยอะแยะเพียงนี้ หัวใจของพวกเขาตก
ตะลึงจังงัง กระทั่งหลอนรู้สึกไปว่าพวกตนสุดแสนธรรมดา
รอยยิ้มบนใบหน้าเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักเซียนอวี่หวงเหือดหาย
แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมกันทันที
แม้พลังกลืนกินจะมิได้หายาก แต่พลังกลืนกินที่แข็งแกร่งเพียงนี้
หายากยิ่ง
หรือคนผู้นี้จะมีพลังต่อสู้เพียงพอไปถึงบันไดขั้นเก้าได้จริง ๆ?
เหมียวเสียยังไม่ทันยินดีแทนเจียงผิงอัน ยามเห็นคนผู้นี้ก็กล่าว
กับเจียงผิงอันเสียงขรึมว่า “เจ้าอาจพบคู่มือแล้ว”
เหมียวเสียหารู้ไม่ว่านี่คืออวตารของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันเคยบอกเหมียวเสียแล้วว่าตนถูกผู้อาวุโสจากสำนัก
เซียนเทียนหลานรับเป็นศิษย์ แต่นางก็แค่ฟังผ่าน ๆ
เหมียวเสียคิดว่าเจียงผิงอันหนีออกมาแล้ว หารู้ไม่ว่าเขาทิ้ง
อวตารร่างหนึ่งไว้ที่นั่น
เหตุที่เจียงผิงอันไม่พูดออกมาก็เพราะเหมียวเสียไม่ถาม และอีก
อย่าง เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นห่วงเขา
“คู่มือ? ไม่เสมอไปหรอก” เจียงผิงอันยิ้มบาง
“ไฉนเจ้ายังดื้อดึงอีกนะ?”
เหมียวเสียไม่รอเจียงผิงอันอธิบาย นางก็เริ่มเทศนาด้วยท่าทีเช่น
ผู้อาวุโส
“อย่าคิดเชียวว่าเจ้ามีฝีมือนิดหน่อยจะเยี่ยมยอดอะไร เจ้า
เอาชนะคนมาเพียงเก้า ยังมีอัจฉริยะอีกเก้าสิบคนอยู่เหนือเจ้า ทุก
ระดับขั้นต่างกันมหาศาล”
“เจ้าต้องจำไว้เสมอว่า เหนือคนมีคน เหนือเซียนมีเซียน”
เจียงผิงอันมองใบหน้าเคร่งขรึมของเหมียวเสีย และเอ่ยว่า “สัจ
ธรรมเหล่านี้ เจ้าไม่ต้องพูด ข้าก็เข้าใจมาก่อนเจ้าเกิดแล้วล่ะ”
เหมียวเสียรู้สึกเสมอว่าสายตาของเจียงผิงอันมองนางดุจบิดา
มองบุตรี และรู้สึกหงุดหงิดนัก “รู้แล้วยังทำตัวไม่รู้ความ!”
“แต่ข้าจะชนะนี่” เจียงผิงอันว่า
“โมโหชะมัดยาด ทำไมเจ้าจึงยังเย่อหยิ่งอยู่เช่นนี้นะ ก็ได้ เดิมพัน
กันสักครั้ง หากเจ้าชนะได้จริง ๆ ข้าจะให้ศาสตราเซียนกับเจ้าชิ้น
หนึ่งเลย!”