สู่วิถีอมตะ - บทที่ 683 แปรพักตร์ ยอดฝีมือปรากฏ
ภายใต้จันทราคู่ บนแท่นศิลา เจียงผิงอันและไป๋ฟานต่างถือ
ศาสตราเซียนเผชิญหน้ากันจากไกล ๆ
ปวงชนกลั้นหายใจ ตั้งตารอการต่อสู้
ผู้คนมากมายกระทั่งหวังให้คนทั้งสองตกตายไปด้วยกัน อัจฉริยะ
จะได้น้อยลงสองคน
“ไม่ว่าต้องทำเช่นไร เจ้าก็ต้องชนะ เข้าใจหรือไม่?”
ถานกว่างโซ่วถ่ายทอดกระแสปราณออกคำสั่งกับศิษย์เขา ‘ไป๋
ฟาน’
ศึกนี้มิใช่เพียงการประลองทั่วไปอีกแล้ว แต่มีศาสตราเซียนของ
เขามาข้องเกี่ยว
“เข้าใจกับผีสิ”
ไป๋ฟานสบถตอบ ก่อนจะไหวกายไปอยู่บนนาวาเซียนของสำนัก
เซียนอวี่หวง ตะโกนขึ้นทันทีว่า “ข้ายอมแพ้!”
ปวงชนซึ่งรอชมศึกตัดสินอยู่ตะลึงค้าง ตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะ
เกิดอะไรขึ้น?
ยอมแพ้?
เมื่อครู่เขายังกำแหงเย้ยเยาะกันอยู่เลย ไฉนยามนี้จู่ ๆ ก็ยอมแพ้
เล่า?
ยิ่งกว่านั้น เขายังหนีไปยังนาวาเซียนของสำนักเซียนอวี่หวงด้วย
เหตุตาลปัตรกะทันหันนี้ทำให้ปวงชนประหลาดใจ
ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าผู้คนจะมีปฏิกิริยา
ไป๋ฟานทรยศสำนักเซียนเทียนหลาน! ทุกสิ่งเมื่อครู่เป็นเพียงการ
แสดง!
ถานกว่างโซ่วตะลึงค้างกับที่
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ จากสำนักเซียนเทียนหลานถลึงตามอง ‘ไป๋
ฟาน’ อย่างโกรธเคือง “ไป๋ฟาน! เจ้าทำอะไร!”
“ยังต้องถามอีกหรือ? หนีน่ะสิ”
เจียงผิงอันรีบเก็บศาสตราเซียนไปแล้วเปิดโปง “เฒ่าสารเลวถาน
กว่างโซ่วเปลี่ยนศิษย์ทุกคนของเขาเป็นหุ่นเชิด ศิษย์หญิงถูกใช้
บำเรอตัว ศิษย์ชายใช้เป็นตัวตายตัวแทน ตัวข้าเองก็เกือบถูกควบคุม
เหมือนกัน!”
ว่าพลาง เจียงผิงอันก็ใช้พลังกลืนกินดึงตัวแมงมุมสีแดงซึ่งฝังตัว
ในรากเซียนของเขาออกมา
“เขาใช้สิ่งนี้ควบคุมศิษย์เขา!”
“แมงมุมเชิดวิญญาณ!”
ผู้ฝึกตนรอบรู้หลายคนมองออกทันทีว่านี่คืออะไร มันคือวิธี
ควบคุมคนชั้นสูงแขนงหนึ่งในแดนจันทร์มายา
ปวงชนมองถานกว่างโซ่วอย่างไม่อยากเชื่อ สายตาเปี่ยมความ
ขยะแขยงเหยียดหยาม
หัวใจของเหล่าศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานเปี่ยมความขวัญผวา
หวาดกลัว ราคาของการเป็นศิษย์ผู้อาวุโสใหญ่น่ากลัวเหลือเกิน
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจ ว่าเหตุใดศิษย์ผู้อาวุโสใหญ่จึงเรียบร้อย
กันนัก และทำไมพวกเขาจึงรู้สึกพิกลยิ่งยามติดต่อผูกมิตรกับศิษย์ผู้
อาวุโสใหญ่ ที่แท้พวกเขาล้วนเป็นหุ่นเชิด!
เหมียวเสียมองเจียงผิงอันด้วยสีหน้าพิกล คว้าสาบเสื้อเขาขึ้นมา
ถาม “เจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วสินะ จึงกล้าเดิมพันกับศิษย์พี่หญิงผู้นี้!”
“เปล่า”
เจียงผิงอันปฏิเสธเสียงเรียบ “ศิษย์พี่หญิงคงมิเบี่ยงหนี้หรอก
กระมัง?”
“ไอ้หนูท่อ! ใส่ความกันนี่!”
ถานกว่างโซ่วคืนสติ เดือดดาลถึงขีดสุด ร่างของเขาแผ่ปราณ
น่าสะพรึงกลัว จู่โจมหมายสังหารอวตารกลืนสวรรค์ของเจียงผิงอัน
ทันที
เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ‘ไป๋ฟาน’ หาอยู่ในการควบคุมไม่!
ไอ้เวรนี่เล่นละครตลอดมา ปอกลอกศาสตราเซียนสองชิ้น ยอด
สมบัติหนึ่งชิ้นและทรัพยากรมากมายไปจากเขา
นอกจากนั้น เขายังถูกเปิดโปงต่อสาธารณะ
เซียนมนุษย์ผู้มากศักดิ์เช่นเขากลับถูกผู้น้อยเช่นนี้ตุ๋นจนเปื่อย
ถานกว่างโซ่วมิอาจยอมรับเรื่องเช่นนี้ได้ จิตสังหารจึงทะยานสูงเสียด
ฟ้า
“ไสหัวไป!”
เหมียวจิ่งยืนขวางตรงหน้าเจียงผิงอัน จิตสังหารชวนสะพรึงแผ่
ปกคลุมทั่วดินแดนลับ เพียงปลายพลังเฉี่ยว ๆ ก็ทำให้ผู้ฝึกตน
มากมายเกินทนรับ
นอกจากนั้น ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ของสำนักเซียนอวี่หวงก็พากันใช้
ศาสตราเซียนตามกัน “อะไร พวกเจ้าสำนักเซียนเทียนหลานจะเปิด
สงครามกันที่นี่หรือ?”
ปราณเซียนปะทะกลางสุญตา ผู้ฝึกตนมากมายซึ่งมาชมศึกหนี
กระเจิดกระเจิง
ทุกศึกเซียนล้วนชวนสะพรึงยิ่ง ไม่ระวังเพียงน้อยก็อาจถูก
ลูกหลงได้
ผู้อาวุโสทางฝั่งสำนักเซียนเทียนหลานหามีเจตนาช่วยเหลือถาน
กว่างโซ่วสักนิดไม่ พวกเขารู้สึกว่าชื่อเสียงของพวกเขาด่างพร้อย
เพราะถานกว่างโซ่ว
เจ้าเฒ่านี่ถึงกับเปลี่ยนศิษย์ตัวเองเป็นหุ่นเชิด ภายหน้าจะยังมี
ใครกล้าเข้าร่วมกับพวกเขาสำนักเซียนเทียนหลานอีก?
ทันใดนั้นเอง อำนาจเกินบรรยายสายหนึ่งพลันปกคลุมไปทั่ว
ดินแดนลับจันทร์มายา ไม่สิ หากจะพูดให้ถูกก็คือ มันปกคลุมไปทั่ว
ทั้งแดนจันทร์มายาอันไพศาล!
ร่างของสรรพชีวิตชะงักค้าง รวมถึงเซียนมนุษย์ เซียนปฐพี และ
กระทั่งเซียนสวรรค์!
ทั้งแดนจันทร์มายาเหมือนถูกผนึกนิ่ง สุญตาค้างแข็ง จิตสัมผัส
อันยิ่งยงเยี่ยงจ้าวสวรรค์สายหนึ่งกวาดผ่านคนทุกนาม
อึดใจต่อมา หัตถ์ใหญ่ข้างหนึ่งก็กราชากเปิดดินแดนลับจันทร์
มายา ผู้ฝึกตนคนหนึ่งซึ่งใบหน้ามิปรากฏชัดเจนก้าวเดินบนเวหา กฎ
เต๋าเซียนรายล้อมถูกผลักคืบออกห่าง ร่างของเขาปกคลุมด้วยกฎฟ้า
ดิน อำพรางใบหน้าไว้จนมิด
ทุกย่างก้าวของเขาเพิ่มแรงกดดันแก่ทุกดวงใจ
ผู้ฝึกตนระดับต ่ามากมายรับแรงกดดันไม่ไหว พวกเขาพากันเข่า
ทรุดกองลงบนพื้น เงยหน้ามองตัวตนดุจเทวานี้
หลายบุคคลใช้ชีวิตยาวนาน แต่ก็เพิ่งเคยเห็นตัวตนน่า
สะพรึงกลัวเช่นนี้เป็นครั้งแรก
ร่างของเซียนมนุษย์จากสำนักเซียนใหญ่ทั้งห้าสะท้าน มองหน้า
กันไปมาอย่างขวัญเสีย
นี่ไม่มีทางเป็นเซียนในแดนจันทร์มายาแน่แท้ น่าจะเป็นเซียนแท้
ไม่ก็ตัวตนที่แข็งแกร่งกว่านั้นอีก!
เขาเป็นใครกัน? มาทำอะไรที่นี่?
หนึ่งเสียงเลือนรางอันเปี่ยมร่องรอยแห่งกาลดังขึ้น “โลงแก้วผลึก
ที่ปรากฏที่นี่อยู่หนใด?”
โลงแก้วผลึก? โลงแก้วผลึกอะไร?
ผู้คนมากมายดูงุนงง ไม่รู้ว่าตัวตนน่าสะพรึงกลัวนี้พูดเรื่องอะไร
อยู่
สีหน้าของเจียงผิงอันพลันแปรเปลี่ยน ร่างสะท้านอย่างเกิน
ควบคุม
ปรากฏว่าตัวตนน่าสะพรึงกลัวนี้มาหาโลงแก้วผลึกที่นี่!
เหมียวจิ่งพลันจำอะไรขึ้นได้ เอ่ยขึ้นท่ามกลางแรงกดดัน “หลาย
สิบปีก่อน โลงแก้วผลึกใบหนึ่งปรากฏขึ้นที่นี่”
“เดิมที ศิษย์สำนักเราเป็นผู้ค้นพบโลงแก้วผลึกใบนี้ แต่ภายหลัง
ก็ถูกผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานไล่ล่า ศิษย์ผู้นั้นตกตาย และ
ยามนี้ โลงแก้วผลึกน่าจะอยู่กับสำนักเซียนเทียนหลาน”
เซียนมนุษย์จากสำนักเซียนเทียนหลานขวัญผวาจนรีบตอบ
“ศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานของข้าก็ตายเหมือนกัน! พวกเขามิได้
โลงแก้วผลึกมาเลย!”
นี่มิใช่คำลวง พวกเขาสำนักเซียนเทียนหลานมิได้โลงแก้วผลึก
ใด ๆ ไปจริง ๆ
เพราะโลงแก้วผลึกอยู่ในตัวเจียงผิงอัน
เซียนบนสุญตากล่าวเสียงเนิบ “ให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งเดือน หา
โลงแก้วผลึกให้พบ หาไม่ ทั้งสำนักของพวกเจ้าจะถูกทำลาย”
น ้าเสียงของเขาราบเรียบยิ่ง พูดหน้าตาเฉยราวเป็นเรื่องกินดื่ม
ต่อหน้าเขา ขุมกำลังน่าสะพรึงกลัวอันมีเซียนสวรรค์ประจำการหามี
ค่าใด
“เจ้าเป็นใคร?”
เหมียวจิ่งถามเสียงขรึม
“อย่างเจ้าควรค่าถามนามข้าแล้วหรือ?”
คนลึกลับยกมือขึ้นสะบัดฟาด พริบตาต่อมา เหมียวจิ่ง ยอดฝีมือ
ระดับเซียนปฐพีผู้หนึ่งก็ร่างแหลกระเบิดทันที
“ท่านพ่อ!”
ร่างของเหมียวเสียสะท้านรุนแรง
ร่างของเหมียวจิ่งประสานตัวอย่างรวดเร็ว ทว่าใบหน้าของเขาซีด
ขาวราวกระดาษ แม้การโจมตีนี้ไม่ถึงขั้นเอาชีวิต แต่ก็ทำให้เขา
เสียหายไม่น้อย
ความแข็งแกร่งของชายลึกลับผู้นี้สูงจนยากคาดเดาได้
ใบหน้าของเหมียวจิ่งไร้ความกลัว เขาตะโกนขึ้นว่า “เราไม่มีโลง
แก้วผลึกอะไรนั่น จะหาอะไรที่แม้แต่เจ้ายังหาไม่พบได้อย่างไร?”
“สำนักเซียนอวี่หวงเป็นสมาชิกของสมาพันธ์แร้นแค้น หากเจ้า
แข็งแกร่งกว่าสมาพันธ์แร้นแค้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด เจ้าจะต้มจะแกง
กันเช่นไร เราก็ขัดขืนมิได้อยู่แล้ว”
ตัวตนระดับนี้ไร้ความรู้สึก ต่อให้คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา
อีกฝ่ายก็จะไม่ปรานี
หากคิดเอาตัวรอดในโลกนี้ ก็ต้องแข็งแกร่งมากกว่าใคร ไม่ก็
ต้องมีผู้สนับสนุนแข็งแกร่งเข้าไว้
เมื่อได้ยินคำว่า ‘สมาพันธ์แร้นแค้น’ คนลึกลับก็ขมวดคิ้ว
สมาพันธ์แร้นแค้นเป็นขุมกำลังอันเติบโตเร็วที่สุดในรอบล้านปี
รวบรวมผู้แข็งแกร่งไว้มากมาย โดยเฉพาะผู้ก่อตั้งของมัน คนผู้หนึ่ง
ชื่อกู่ตี้ซึ่งผิดมนุษย์กว่าใคร เขาต่อสู้มาเป็นล้านปี จนบัดนี้ก็ยังไม่รา
มือ ลือนามยิ่งในภพเซียน
เขาล่วงเกินสมาพันธ์แร้นแค้นมิได้จริง ๆ
“ข้าเกลียดการถูกข่มขู่”
คนลึกลับยกมือขึ้นฟาดอีกครั้ง ร่างของเหมียวจิ่งระเบิดไปอีกหน
ยามเหมียวจิ่งฟื้นตัว ลมหายใจของเขาติดขัด รอยร้าวปรากฏ
ขึ้นบนรากฐานเต๋าเซียนของเขา
เพียงการโจมตีสองหน เส้นทางการฝึกฝนของเขาก็ขาดสะบั้น