สู่วิถีอมตะ - บทที่ 684 ผลเต๋าวิญญาณเซียนถูกฉกชิง
คนลึกลับชำเลืองเหมียวจิ่งด้วยสายตาเย็นเยียบ ก่อนจะเลิก
สนใจเขา ยกมือขึ้นโบกไปยังส่วนลึกของดินแดนลับจันทร์มายา แล้ว
หนึ่งพฤกษาซึ่งแผ่รัศมีม่วงทองก็ถูกถอนออกมา
บนต้นไม้นี้มีผลไม้สีม่วงทองหกผลลอยอยู่ อำนาจเต๋าเซียนพริบ
พรายวูบไหว
นี่คือต้นผลเต๋าวิญญาณเซียนและผลเต๋าวิญญาณเซียน
“เพื่อมิให้เจ้านั่นคืนชีวิต ของเช่นนี้จะอยู่ในภพนี้มิได้”
คนลึกลับนำผลเต๋าวิญญาณเซียนไปปลูกในโลกใบน้อยของตน
ก่อนจะหันกายจาก
แรงกดดันชวนสะพรึงจางตัวไปจากปวงชน
สีหน้าของคนจากห้าสำนักเซียนใหญ่บูดเบี้ยวยากมอง
มูลค่าของต้นผลเต๋าวิญญาณเซียนสูงล ้าสุดแสน ออกผลเต๋า
วิญญาณเซียนจำนวนหนึ่งทุกร้อยปี ค่าของผลไม้นี้เทียบได้กับ
ศาสตราเซียนทั่วไป
แต่ยามนี้ ต้นผลเต๋าวิญญาณเซียนกลับถูกอีกฝ่ายถอนรากฉก
ชิงไป!
ทว่า แม้คนจากห้าสำนักเซียนใหญ่จะกรุ่นโกรธ แต่ก็มิกล้าเอ่ย
ปาก
ต่อหน้าตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ พวกเขาห้าสำนักเซียนใหญ่
หามีทางเลือกไม่
บนแท่นศิลาเงียบกริบเป็นเป่าสาก เหตุกะทันหันนี้ขัดแผนเดิม
ของพวกเขา
ผลเต๋าวิญญาณเซียนไม่มีแล้ว ประลองต่อไปก็ไร้ความหมาย
ผู้อาวุโสจากสำนักเซียนทั้งหลายถอนใจ ควบคุมนาวาเซียนจร
จาก
“ท่านพ่อ เป็นเช่นไรบ้าง?” ดวงตาของเหมียวเสียแดงก ่า น ้าตา
หยาดหยดอาบแก้ม
แม้นางจะวิวาทกับบิดาบ่อยครั้ง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง
มิใช่ระหองระแหง แต่สนิทสนมกันดียิ่ง
เมื่อเห็นบิดานางมีสภาพเช่นนี้ เหมียวเสียก็รู้สึกราวหัวใจถูกฉีก
กราชากเป็นเสี่ยง ๆ
เหมียวจิ่งแย้มยิ้มอย่างอ่อนแรง “เรื่องเล็กน้อยน่า แค่รากฐาน
พินาศ ถึงอย่างไรพรสวรรค์ของข้าก็ยังอยู่ ข้าไม่ต้องฝึกฝนแล้ว
ทรัพยากรทั้งหมดในภายหน้าจะเป็นของเจ้า”
“ข้าไม่อยากได้ทรัพยากรอะไรทั้งนั้น ข้าอยากให้พ่อข้าหายดี
ต่างหากเล่า!” เหมียวเสียร ่าไห้โวยวาย
“โตป่านนี้ยังร ่าไห้ บิดาผู้นี้มิได้ตายเสียหน่อย หากสงสารพ่อจริง
ๆ ก็รีบ ๆ มีหลานให้พ่อสักคนได้แล้ว ข้าว่าง ๆ จะได้อยู่เล่นกับหลาน
แค่ก ๆ”
เหมียวจิ่งพยายามคงรอยยิ้มบนใบหน้า
ผู้อาวุโสจากสำนักเซียนอวี่หวงทั้งหลายสุดเศร้าหมองจนใจ
เหมียวจิ่งเป็นตัวตนที่มีโอกาสบรรลุเป็นเซียนสวรรค์สูงที่สุดใน
สำนักเซียนอวี่หวง แต่ยามนี้พินาศเสียแล้ว
เจียงผิงอันจ้องตามทิศที่เซียนผู้นั้นจรจากด้วยสองมือกำแน่น
นับแต่มาถึงภพเซียน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเกลียดแค้นใครสักคน
มากเพียงนี้ กระทั่งกับชิวซื่อผิง เขายังไม่โกรธเท่านี้เลย
ชิวซื่อผิงหมายหัวเขา แต่เจ้านี่ทำร้ายบุคคลที่ดีกับเขาอยู่เมื่อครู่
มิเพียงเท่านั้น เจ้านี่ยังถอนต้นผลเต๋าวิญญาณเซียนไปด้วย
ไม่ว่าเขาจะโกรธแค่ไหน เจียงผิงอันก็ทำได้เพียงฝังความแค้นนี้
ไว้ในใจ
สุดท้ายแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังไม่สูงพอ อีกฝ่ายแค่คิด
ก็ลบเขาหายจากโลกหล้าได้
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ สะกดอารมณ์สารพัดไว้ในใจ
“ผิงอัน ไป๋ฟาน มากับข้าหน่อย แค่ก ๆ” ทันใดนั้น เหมียวจิ่งก็
พูดกับเจียงผิงอัน
“ขอรับอาจารย์”
ในนามแล้ว เหมียวจิ่งคืออาจารย์ของเขา
ขณะที่เจียงผิงอันและอวตารกลืนสวรรค์ตามเหมียวจิ่งไปถึงท้อง
เรือใต้นาวาเซียน เหมียวจิ่งก็กล่าวกับเหมียวเสียผู้ร ่าไห้ตาแดงก ่า
“เจ้าออกไปก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“พูดอะไรกันถึงต้องเลี่ยงข้าด้วยล่ะ” เหมียวเสียปาดน ้าตาแล้ว
เดินออกไป
เมื่อประตูห้องปิดลง เหมียวจิ่งก็นั่งลงบนเก้าอี้ ผ่อนลมหายใจยาว
เหยียด แล้วเงยหน้ามองเจียงผิงอัน
“ขอบใจเจ้านะ”
“อาจารย์เอาอะไรมาพูดขอรับ ศิษย์ละอายนัก” เจียงผิงอันตอบ
อย่างนอบน้อม
“ข้าขอบคุณเจ้าที่ทำให้เสี่ยวเสียกลับมาเป็นปกติ ก่อนหน้านี้
นางดื่มสุราหนักมาก แต่ช่วงนี้ข้าไม่เห็นนางดื่มสุราแล้ว”
รอยยิ้มเมตตาปรากฏบนใบหน้าซีดขาวของเหมียวจิ่ง เห็นได้
ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงของบุตรีทำให้เขายินดียิ่ง
เจียงผิงอันนิ่งไปครู่หนึ่ง หากเหมียวจิ่งไม่พูดขึ้นมา เขาก็มิได้
สนใจเรื่องนี้เลย ศิษย์พี่หญิงมิค่อยดื่มแล้วจริง ๆ ด้วย
“ศิษย์พี่หญิงน่าจะตาสว่างตระหนักแจ้งเองน่ะขอรับ ไม่เกี่ยวกับ
ข้าหรอก”
เจียงผิงอันไม่รับผลงานเป็นของตน
เหมียวจิ่งแย้มยิ้ม เหมียวเสียดื่มสุรามาหลายปี บิดาแท้ ๆ อย่าง
เขาเกลี้ยกล่อมกี่หนก็ไม่เป็นผล เหมียวเสียจะเลิกพฤติกรรมนี้เองได้
อย่างไร
นี่เป็นเรื่องของชายหนุ่มผู้นี้ และเหมียวจิ่งก็จะไม่พูดเซ้าซี้ต่อไป
เขานำม้วนหยกม้วนหนึ่งออกมาส่งให้เจียงผิงอัน “นี่คือ
ประสบการณ์และวรยุทธ์บางส่วนที่อาจารย์สั่งสมมาหลายต่อหลายปี
ข้าคิดว่าสักวันมันคงจะสาบสูญไปในโลกหล้ากับอาจารย์ผู้นี้ มิคาด
ว่าจะได้พบเจ้า”
“อาจารย์ ข้าไม่ชอบตัดชีวิต มิอาจเดินบนเส้นทางฆ่าฟันได้
หรอกขอรับ” เจียงผิงอันเอ่ยปาก
เหมียวจิ่ง “…”
คนอื่นพูดยังรับได้ แต่เจ้ายังมีหน้าพูดเช่นนี้อีกหรือ?
ปราณชั่วร้ายบนตัวเขาน่ากลัวกว่าพวกผู้ฝึกตนที่บรรลุเต๋าจาก
การฆ่าเสียอีก
“เจ้าจะไม่เดินบนเส้นทางนี้ก็ได้ หากต้องการก็ลองดูแล้วกัน ในนี้
มีวรยุทธ์ระดับเซียนชื่อ ‘คัมภีร์ตัดชีวิต’ อยู่ ยิ่งฆ่ามากเพียงไร พลัง
โจมตียิ่งรุนแรง เหมาะสมยิ่งกับ…”
“ขอบคุณอาจารย์!”
เหมียวจิ่งพูดไม่ทันจบ ม้วนหยกก็ถูกเจียงผิงอันตะครุบไปแล้วรีบ
คารวะขอบคุณ
เจียงผิงอันชอบวิชาเพิ่มพลังซึ่งผนวกพลังต่อสู้ได้มหาศาลเช่นนี้
เป็นที่สุด
จะไม่เดินบนเส้นทางการเข่นฆ่าก็ย่อมได้ แต่วรยุทธ์นี้ควรเรียน
ไว้
เหมียวจิ่งส่ายหัวอย่างจนใจ เจ้าเด็กนี่เด็ดขาดดีจริง
แล้วเขาก็หันไปมองอวตารไป๋ฟานที่ข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าซับซ้อน
“ปัญญาเจ้าสูงล ้า บางเรื่องไม่ต้องพูดมากเจ้าก็รู้ หากต้องการ
ทรัพยากร ก็บอกอาจารย์ได้เลย”
เหมียวจิ่งรู้อยู่แล้วว่าไป๋ฟานเป็นอวตารของเจียงผิงอัน ก่อนการ
ประลองเริ่ม เจียงผิงอันบอกความจริงเรื่องนี้กับเขาแล้ว
เพราะเหตุนี้ เหมียวจิ่งจึงเสนอให้ทั้งสองปราชันกันด้วยศาสตรา
เซียน เจียงผิงอันจะได้ฉกชิงศาสตราเซียนของถานกว่างโซ่วไปได้
ง่าย ๆ
อันที่จริง เหมียวจิ่งตกใจยิ่งนัก สุดยอดอัจฉริยะสองคน แท้จริง
แล้วเป็นคนผู้เดียว พูดไปใครจะเชื่อลง?
ต่อหน้าเซียนมนุษย์ เด็กนี่ยังคงซ่อนตัวแนบเนียน แถมยังหลอก
ชิงศาสตราเซียนของอีกฝ่ายมาได้ด้วย แสดงให้เห็นถึงจิตใจอัน
เข้มแข็ง
คนทั่วไปย่อมมิพ้นครั่นคร้ามต่อเซียนมนุษย์ แค่ซ่อนตัวตนอย่าง
สมบูรณ์แบบได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
“เรื่องสุดท้ายแล้ว ช่วยอาจารย์ดูแลเสี่ยวเสียทีนะ แม้นางจะเป็น
ศิษย์พี่หญิง แต่นางอายุน้อยกว่าเจ้า ดูแลนางเยอะ ๆ หน่อย”
“ศิษย์พี่หญิงเป็นคนฉลาดและจิตใจดี นางไม่ให้อาจารย์เป็น
กังวลแน่ขอรับ” เจียงผิงอันตอบ
“ยามนี้มีเจ้า อาจารย์ผู้นี้ก็ไร้ห่วงใดในภายหลังแล้ว”
เหมียวจิ่งเอนตัวบนเก้าอี้ โบกมืออย่างอ่อนเปลี้ย “ไปเถอะ ไป
รักษาบาดแผลเจ้าก่อน”
“อาจารย์ กระบี่เซียนของท่านขอรับ”
เจียงผิงอันคืนกระบี่เซียนที่เหมียวจิ่งให้เขาไปประลอง
“รับไปเถอะ ถือเป็นของรับขวัญศิษย์จากอาจารย์”
ศาสตราเซียนระดับนี้มิได้ล ้าค่าอะไรนักสำหรับเขา
“ขอบคุณอาจารย์”
เจียงผิงอันมิเกรงใจ เขารับกระบี่เซียนมาอย่างซาบซึ้งใจ ก่อนจะ
หันกายเดินออกไปกับอวตาร
ตัวตนของไป๋ฟานผู้นี้ ต้องพยายามมิให้เปิดโปง เขาชอบทิ้งไพ่
ตาย ‘เล็กน้อย’ ไว้ให้ตนเอง ยามเผชิญศัตรูจะได้มีเบี้ยเดิมพันมาก
หน่อย
ทันทีที่เดินออกไป เหมียวเสียก็ยืดอกเชิดคอ ดูเหมือนนางมี
สถานะสูงส่งยิ่ง “ศิษย์พี่หญิงผู้นี้มิต้องให้เจ้ามาดูแลหรอก!”
นางแอบฟังอยู่ที่ประตู ได้ยินบทสนทนาภายใน
“ศิษย์น้องทราบ”
เจียงผิงอันตอบ
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ อกของเหมียวเสียก็อัดแน่นด้วยโทสะอย่าง
อธิบายไม่ถูก นางดีดตัวขึ้นไปเขกหัวเจียงผิงอัน “ทราบกับผีสิ
เจ้าน่ะ!”
ว่าแล้ว นางก็กระฟัดกระเฟียดเข้าห้องบิดาแล้วกระแทกประตู
ตามหลังปังสนั่น
เจียงผิงอันไหวไหล่ ใจสตรียากถอดความเช่นนี้เสมอ เคราะห์ดีที่
เขาชินแล้ว ทำเมินเข้าไว้ ไปทำความเข้าใจกฎเต๋าเซียนยังง่ายกว่า
เข้าใจสตรีอีก
เมื่อกลับถึงห้องพัก เจียงผิงอันก็เปิดอาคม เข้าสู่โลกใบน้อยใน
กาย
เขามองโลงแก้วผลึกตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อนสุดขีด
เดิมที เขาอยากได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนมา ให้โครงกระดูกนี้จำ
บ้านตัวเองได้ แล้วรีบ ๆ ส่งไปให้พ้นตัวเสีย
แต่ยามนี้ ต้นผลเต๋าวิญญาณเซียนถูกถอนไปเสียแล้ว
“ผู้อาวุโส…”