สู่วิถีอมตะ - บทที่ 686 โอกาสช่วยเหลือเหมียวจิ่ง
พั่งซูสาบานได้ ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบหญิงใดงามถูกใจ
เขาถึงเพียงนี้
แม้ภพเซียนจะไม่ขาดสตรีงาม ผู้หญิงมากมายเปลี่ยนรูปร่าง
หน้าตาตนเองให้พวกตนงามล ้า แต่สิ่งปรุงแต่งก็ยังแตกต่างจากความ
งามตามธรรมชาติ ยิ่งได้เห็นยิ่งแยกแยะได้
ทว่าใบหน้าและรูปร่างของสตรีตรงหน้าเขาผู้นี้เติบโตมาเองตาม
ธรรมชาติอย่างแน่แท้ งามอย่างบริสุทธิ์เหนือใด กระทั่งบรรยากาศ
เหลวแหลกที่แผ่ออกมาเป็นเอกลักษณ์นี้ยังชวนให้เคลิบเคลิ้ม
พั่งซูใช้มือข้างหนึ่งจับประตู มุมปากยกยิ้ม เผยสีหน้าที่ตนคิดว่า
หล่อเหลายิ่ง “คนสวย กินข้าวด้วยกันสักมื้อดีหรือไม่ ข้าสั่งเอ็นมังกร
ตับวิหคอมตะไว้โต๊ะหนึ่ง”
“ไม่สนใจ”
เหมียวเสียปฏิเสธทันที ยากนักที่ภพเซียนจะปรากฏคน
อัปลักษณ์เช่นนี้ให้เห็น
“คนสวย เจ้าอยากได้ยินชื่อข้าไม่ถนัดนะ ข้าชื่อพั่งซู” พั่งซูขาน
นามตัวเองอีกครั้งราวโด่งดังเสียเหลือเกิน
“หมูอ้วน?”*[1]
สีหน้าของเหมียวเสียแปลกพิกล ชื่อเจ้านี่พิลึกนัก ถึงกับเอารูป
กายมาตั้งชื่อ
“พั่งซูต่างหาก มิใช่หมูอ้วน” ใบหน้าอ้วนกลมของพั่งซูบูดบึ้ง เอ่ย
ย ้าขึ้นอีกครั้ง
“พั่ง?”
ในที่สุดเหมียวเสียก็ตระหนักถึงบางสิ่ง “เจ้ามาจากตระกูลพั่ง?”
พั่งซูแย้มยิ้มอีกครั้ง เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ “ใช่แล้ว ข้ามา
จากตระกูลพั่งแห่งหอเลิศโอสถ คนสวยจะมาซื้อโอสถสินะ อยากได้
โอสถอะไรล่ะ ข้าซื้อให้ได้หมดเลย!”
คู่เนตรงามภายใต้แพขนตาของเหมียวเสียเรืองประกาย
ประหลาดใจวูบหนึ่ง ตระกูลนักหลอมยาซึ่งใหญ่ที่สุดในภพเซียนก็คือ
ตระกูลพั่ง
เจ้าอ้วนนี่ ที่แท้ก็เป็นสมาชิกตระกูลพั่งผู้หนึ่ง ต่อให้มาจาก
ตระกูลสาขาก็ยังมีสถานะและชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย
เหมียวเสียถามอย่างตื่นเต้น “ซื้อ ‘โอสถเซียนกลับชาติ’ ได้
หรือไม่?”
“พรวด!”
พั่งซูซึ่งเดิมสุดแสนกระตือรือร้นได้ยินเช่นนี้ก็ร่างเฉาเฉียบพลัน
ในฐานะสมาชิกตระกูลพั่ง เขาคุ้นเคยกับโอสถยิ่ง ย่อมรู้จัก ‘โอสถ
เซียนกลับชาติ’
โอสถนี้สามารถทำให้ยอดฝีมือระดับเซียนเหมือนได้กลับชาติ
เกิดใหม่ มีอำนาจเยียวยาสูงล ้า อย่าว่าแต่ราคา เพราะสรรพคุณท้า
ทายสวรรค์ของมัน โอสถนี้จึงล ้าค่ายิ่ง ถูกขุมกำลังใหญ่มากมายจับ
จองล่วงหน้ายาวนานเป็นแสน ๆ ปี
โอสถเซียนกลับชาติปรากฏในตลาดน้อยครั้ง และขอเพียง
ปรากฏสักเม็ด ก็จะถูกแย่งซื้อไปทันที
พั่งซูเอ่ยปาก “คนงาม เปลี่ยนโอสถได้หรือไม่ ข้าอาจจะช่วยหา
ได้ โอสถนี้หายากเกินไปนัก”
เหมียวเสียไม่สนใจโอสถอื่น นางต้องการ ‘โอสถเซียนกลับชาติ’
ไปช่วยบิดานาง
“มีข่าวใดเกี่ยวกับ ‘โอสถเซียนกลับชาติ’ บ้างหรือไม่? หรือมีใคร
ขายโอสถนี้อยู่ที่ไหน?”
ขุมกำลังใหญ่อย่างสำนักเซียนอวี่หวงซื้อโอสถเช่นนี้ไหว แต่
ปัญหาสำคัญที่สุดคือพวกเขาหามันมิได้
“ไม่มีทางมีผู้ใดขาย โอสถนี้มิได้โคจรสู่ภายนอกเลย มันล้วนถูก
จองซื้อด้วยราคาสูงล่วงหน้าแล้ว”
พั่งซูเกาแก้มอันล้นทะลักด้วยไขมัน รู้สึกว่าตนช่างเหลวไหลต่อ
หน้าคนงามเหลือเกิน อวดศักดาเสียมากมาย แต่กลับทำอะไรไม่ได้
สักอย่าง
ดวงตาของเหมียวเสียฉายเค้าจนใจ ความหวังสุดท้ายหลุดลอย
ไปเสียแล้ว
กระทั่งคนจากตระกูลพั่งยังบอกว่าซื้อไม่ได้ ก็คงไม่มีทางซื้อได้
แล้วจริง ๆ
พั่งซูเห็นคนงามแสดงสีหน้าผิดหวัง หัวใจของเขาก็แทบสลาย
“คนสวย หากเจ้าอยากได้โอสถเซียนกลับชาติจริง ๆ ข้าไปเข้าร่วม
การประเมินของ ‘สำนักศึกษาชางจือ’ ช่วยชิงรางวัลโอสถเซียนกลับ
ชาติกลับมาให้เจ้าได้นะ”
“สำนักศึกษาชางจือ?”
เหมียวเสียพลันฉุกคิดอะไรได้ ดวงตาพลันเรืองประกายกล้า
“จริงด้วย! ข้าเข้าร่วมการประเมินเข้า ‘สำนักศึกษาชางจือ’ ก็ได้นี่นา!
ฮ่า ๆ”
สำนักศึกษาชางจือเป็นสำนักศึกษาสาธารณะสำหรับผู้ฝึกตนอัน
ลือนามยิ่ง ขอเพียงผ่านการประเมินเข้าไปได้ สำนักศึกษาก็จะเติม
เต็มหนึ่งคำขอของผู้ผ่านประเมิน
ที่นั่นมียอดฝีมือเหนือระดับเซียนสวรรค์อยู่ หากยอดฝีมือ
เหล่านั้นลงมือ ต่อให้มิต้องใช้ ‘โอสถเซียนกลับชาติ’ พวกเขาก็รักษา
บิดานางได้!
แม้การประเมินเข้า ‘สำนักศึกษาชางจือ’ จะไม่ง่าย แต่ก็คุ้มค่าให้
ลอง
เหมียวเสียดีดตัวขึ้นจูบหน้าเจียงผิงอันเสียเต็มรัก “ว่าแล้วเชียว
เจ้านี่มันยันต์นำโชคของข้าแท้ ๆ บาดแผลของพ่อข้ามีทางรักษา
แล้ว!”
“???”
ในหัวพั่งซูเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ข่าวมาจากปากข้าแท้
ๆ แต่ไฉนเจ้าไปจูบผู้ชายข้าง ๆ เจ้าแทน?
หัวใจพั่งซูเจียนแหลกมลาย
ปรากฏว่าคนงามผู้นี้มีบุรุษจับจองแล้ว
เจียงผิงอันหันไปผลักเหมียวเสียออกห่างอย่างขนลุกขนพอง
“ศิษย์พี่หญิง โปรดรักษาภาพลักษณ์ด้วย”
เห็นเช่นนี้ หัวใจพั่งซูก็ยิ่งชอกช ้า
สิ่งที่เขาต้องการกลับเป็นที่เดียดฉันท์ของใครอีกคน
เหมียวเสียเองก็ตระหนักว่านางทำเกินไปหน่อย จึงรีบผละจาก
เจียงผิงอันมาถามด้วยใบหน้าแดงก ่า “เจ้าจะซื้ออะไรที่นี่ ศิษย์พี่หญิง
จะช่วยเจ้าซื้อ”
เมื่อพบหนทางช่วยบิดา นางในยามนี้ก็อารมณ์ดี พร้อมช่วยซื้อ
ทรัพยากรให้เจียงผิงอัน
“ผลเต๋าวิญญาณเซียน” เจียงผิงอันตอบสั้นกราชับ
“เออะ ช่างมันเถอะ เจ้าซื้อเองเถอะแบบนี้”
ทันทีที่ได้ยินคำตอบ เหมียวเสียก็กลับคำทันที ของสิ่งนี้เทียบ
ราคาได้กับศาสตราเซียนหนึ่งชิ้น แพงเกินไปนัก
เหมียวเสียอยากรู้ยิ่ง ทำไมเจียงผิงอันจึงอยากได้ผลเต๋า
วิญญาณเซียนมากนัก เขาต้องใช้มันเตรียมการบรรลุเซียนหรือ?
แต่เตรียมตัวเร็วไปหน่อยกระมัง
พั่งซูซึ่งกำลังจะผละจากได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็ชะงักเท้า
หันมากล่าวทันที “ช่วงนี้ผลเต๋าวิญญาณเซียนเป็นที่ต้องการมากเลย
นะ ในแดนจันทร์มายาก็ไม่มี ต้องขนย้ายมาจากแดนอื่น ผลละล้าน
สองแสนผลึกเซียน”
หนก่อนเขาได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจากแกะอ้วนนี่ ครั้งนี้ต้อง
โกยเพิ่มอีกเยอะ ๆ
พั่งซูก็จำเจียงผิงอันได้เช่นกัน
เจียงผิงอันเอ่ยเนิบ ๆ “ผลละแปดแสนผลึกเซียน”
หนก่อนถูกเจ้านี่โกงราคาโอสถไม่พอ ครั้งนี้ยังจะหลอกเขาอีก
หรือ?
แม้มูลค่าของผลเต๋าวิญญาณเซียนจะเทียบศาสตราเซียนได้ แต่
มันก็หาใช่ศาสตราเซียนไม่ ศาสตราเซียนยังต้องใช้พลังมากมายใน
การสร้าง แต่มันไม่เห็นต้องการทรัพยากรมากมายอะไร ล้านกว่า
ผลึกเซียนนั่นหลอกขายกันชัด ๆ
“แปดแสน? พูดบ้าอะไรอยู่? หากไม่ซื้อก็รีบ ๆ ไปเสีย ผลเต๋า
วิญญาณเซียนเช่นนี้ซื้อที่อื่นไม่ได้หรอก มีแต่หอเลิศโอสถของเรา
เท่านั้นแหละที่มี”
พั่งซูดูเฉยชา
ครั้งนี้เจียงผิงอันไม่มากความ เขาหันกายกลับไป
หนก่อนเขาไม่ทราบสถานการณ์ในภพเซียนจึงถูกตุ๋นเสียเปื่อย
แต่ครั้งนี้มิใช่แล้ว
แม้หอเลิศโอสถจะมีโอสถมากมายขายจริง ๆ แต่ก็มิใช่ว่าที่อื่นจะ
ไม่มีขายเลยเสียหน่อย
เมื่อเห็นเจียงผิงอันกับเหมียวเสียเดินออกไป พั่งซูก็เปลี่ยนท่าที
รีบไล่ตามไป “เห็นแก่มิตรภาพ ล้านนึงคงได้กระมัง?”
เจียงผิงอันหาสนใจเขาไม่ สิ่งนี้มิได้จำเป็นอย่างโอสถ ไว้ซื้อที
หลังก็ไม่เป็นไร
ประหยัดเงินไปซื้อกฎเขตแดนได้เยอะแยะ
ร่างอ้วนกลมของพั่งซูยืนขวางทางเจียงผิงอันไว้ เอ่ยยิ้ม ๆ ว่า
“ผลเต๋าวิญญาณเซียนต้องนำเข้ามาจากแดนดินอื่น ต้องใช้กำลังคน
และทรัพยากร เราก็ต้องมีกำไรสักนิด เก้าแสนเป็นไร น้อยกว่านี้ก็ซื้อ
ที่ใดมิได้แล้วนะ”
“แถมโอสถพิษให้ข้าอีกเม็ด ขอแบบที่ฆ่าตัวตนขั้นปลายระดับ
เขตแดนได้นะ”
เจียงผิงอันเพิ่มเงื่อนไขมาหนึ่งข้อ
ดวงตาขนาดเท่าเมล็ดถั่วของพั่งซูเบิกกว้าง “เจ้าล้อเล่นอะไรอยู่?
รู้หรือไม่ว่าโอสถพิษเช่นนี้สูงค่าเพียงไร?”
โอสถพิษล ้าค่าที่สุดในหมู่โอสถทั้งปวง
เพราะความร้ายแรงถึงตายของมัน มันจึงเป็นที่นิยม โดยเฉพาะ
โอสถพิษอันมิอาจตรวจจับ ราคาก็ยิ่งสูงล ้า
“นี่คือเงื่อนไขสุดท้าย หากมิได้ก็ช่างเถิด ข้าไม่ให้เจ้าเสียหาย
หรอก” น ้าเสียงของเจียงผิงอันไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ
ดวงตาของพั่งซูหลอกม้วนอยู่สองสามรอบ ก่อนจะกัดฟันตอบ
“ได้”
แม้จะน้อยไปหน่อย แต่ก็ยังพอได้อะไรบ้าง
[1] พั่งซู (庞枢) ออกเสียงคล้ายพั่งจู (胖猪) ซึ่งแปลว่าหมูอ้วน