สู่วิถีอมตะ - บทที่ 687 ส ำนักศึกษำชำงจือ
เจียงผิงอันจ่ำยเงินมัดจ ำแล้วลงนำมในสัญญำ
“ต้องรอนำนเพียงไรกว่ำผลเต๋ำวิญญำณเซียนจะมำถึง?”
“รำวปีหนึ่งแหละ”
พั่งซูผู้มิได้ก ำไรดูเกียจคร้ำน ตอบอย่ำงสุดเหนื่อยหน่ำย
“นำนเพียงนั้นเลยหรือ?” เจียงผิงอันขมวดคิ้ว
“นี่นำนหรือ? มันถูกส่งจำกอีกแดนดินถึงร้ำน นี่นับว่ำเร็วมำก
แล้วนะ เจ้ำคิดว่ำระยะทำงมันแค่จำกกระท่อมบ้ำนเจ้ำถึงครัว แค่หมุน
ตัวก็ถึงแล้วหรือไร?”
พั่งซูช ำเลืองเจียงผิงอัน แต่ดวงตำของเขำหยีเล็กจนบอกมิได้ว่ำ
เขำกลอกตำค้อนอีกฝ่ำยอยู่
เจียงผิงอันไม่พูดอะไรอีก เขำจำกไปพร้อมสัญญำ รอจนปีหน้ำ
ค่อยมำรับ
พั่งซูขุ่นเคืองใจยิ่ง หนก่อนที่เขำขำยโอสถวิญญำณสุญญะและ
โอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์ให้อีกฝ่ำย เขำกอบโกยก ำไรได้มำกมำย มิ
คำดว่ำหนนี้อีกฝ่ำยจะเจ้ำเล่ห์นัก…
ทันใดนั้น พั่งซูก็นึกอะไรได้ ดวงตำขนำดเท่ำเมล็ดถั่วของเขำ
พลันเบิกโพลง
“แม่เจ้ำโว้ย! เขำใช้โอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์แต่ยังรอด! เขำ
รอดทัณฑ์อัสนีมำแล้วหรือ?”
ผู้ฝึกตนมำกพรสวรรค์ตกตำยด้วยทัณฑ์อัสนีนี้มำมำกมำย แต่
เจ้ำเด็กนี่กลับรอดมำได้ส ำเร็จ!
แล้วยำมนี้ เจ้ำเด็กนี่มีรำกเซียนแปดหรือเก้ำดำรำแล้วล่ะนี่?
พั่งซูตกใจ กลับไปสืบหำว่ำคนผู้นี้เป็นใคร ไฉนจึงโหดนัก
เจียงผิงอันกับเหมียวเสียเดินกลับส ำนัก
“ศิษย์น้อง ข้ำจะไปส ำนักศึกษำชำงจือแล้วนะ”
เหมียวเสียเสียรอยยิ้มกว้ำงเมื่อครู่ไป รูปลักษณ์ค่อยดูเป็นสตรี
ขึ้นมำหน่อย เจือด้วยเสน่ห์อันยำกบรรยำย
เจียงผิงอันทรำบจำกเหมียวเสียแล้วว่ำ ‘ส ำนักศึกษำชำงจือ’ เป็น
สถำนที่เช่นไร
ต้นโลกำของภพเซียนมีสี่กิ่ง แต่ละกิ่งมีใบนับพัน หรือก็คือแดน
ดินนับพัน
กิ่งที่พวกเขำอยู่ในขณะนี้มีชื่อว่ำชำงจือ เป็นหนึ่งในสี่กิ่ง
และส ำนักศึกษำชำงจือก็คือส ำนักศึกษำชั้นยอดซึ่งรวบรวมผู้ฝึก
ตนจำกแดนดินนับพัน มียอดฝีมืออยู่ในนั้นเกินคณำนับ เป็นแดน
ศักดิ์สิทธิ์ส ำหรับกำรฝึกฝน
แต่กำรเข้ำส ำนักศึกษำชำงจือนั้นไม่ง่ำย ทั่วทั้งแดนจันทร์มำยำ
ในรอบพันปี มีผู้ฝึกตนเข้ำร่วมกับพวกเขำได้เพียงไม่กี่คน
“ไปเถิด ข้ำแน่ใจว่ำศิษย์พี่หญิงจะเข้ำส ำนักศึกษำชำงจือได้แน่”
เจียงผิงอันให้ก ำลังใจ
เมื่อได้ยินค ำตอบ เหมียวเสียก็อยำกนั่งทับเจ้ำผู้ชำยคนนี้ให้ขำด
อำกำศตำยนัก ค ำตอบที่นำงอยำกได้ไม่ออกมำเสียที
ช่ำงมันเถอะ ชำยผู้นี้ไม่เข้ำใจอะไรทั้งนั้นแหละ
“เจ้ำไปส ำนักศึกษำชำงจือกับข้ำสิ ด้วยพรสวรรค์ของเจ้ำ ยำม
ไปสู่ระดับสูงกว่ำต้องประสบควำมส ำเร็จงดงำมขึ้นแน่ อยู่ในที่เล็ก ๆ
แบบนี้ เจ้ำแสดงฝีมือได้ไม่เต็มที่หรอก”
ยำมเหมียวเสียพูดเช่นนี้ ดวงตำของนำงมิได้มองเจียงผิงอัน แต่
มองทิวทัศน์รอบข้ำงอย่ำงใจลอย
“หำกข้ำไปส ำนักศึกษำชำงจือ ต้องใช้เวลำเพียงไรจึงกลับมำ ข้ำ
ไม่อยำกพลำดเวลำกลับบ้ำนน่ะ”
จุดประสงค์กำรมำยังภพเซียนของเจียงผิงอันคือเพื่อสร้ำงรำก
เซียน
รำกเซียนของเขำก่อส ำเร็จแล้ว แต่เพรำะประตูข้ำมภพปิดลง
เขำจึงต้องรอจนกว่ำจะเปิดใหม่หนหน้ำ
หำกเขำพลำดมันไป เขำก็ต้องรอไปอีกพันปี ซึ่งเขำรอนำนเพียง
นั้นมิได้
เหมียวเสียตอบ “หำกเจ้ำจะเข้ำส ำนักศึกษำชำงจือ ต้องผ่ำนกำร
ประเมินเป็นรอบ ๆ ใช้เวลำอย่ำงน้อยก็พันปี อย่ำงมำกก็หมื่นปี ยำม
ประตูข้ำมภพเปิด เจ้ำก็แค่กลับมำ ไม่ว่ำอย่ำงไรด้วยก ำลังอย่ำงเจ้ำก็
เข้ำยำกมำกอยู่แล้ว”
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง จึงพยักหน้ำ “ได้”
อันที่จริง เขำอยำกอยู่ฝึกฝนเงียบ ๆ แต่ศิษย์พี่หญิงผู้นี้อำจมิเคย
ออกเดินทำงไกล กลัวกำรเดินทำงล ำพัง นำงจึงอยำกลำกเขำไปไหน
มำไหนด้วยเสมอ
อำจำรย์บอกให้เขำช่วยดูแลศิษย์พี่หญิง เขำจะมองข้ำมไปไม่ได้
หำกเขำติดตำมศิษย์พี่หญิงไป ก็อำจได้ควำมรู้มำกมำย และพบพำน
ผู้ฝึกตนมำกกว่ำนี้
เมื่อเห็นว่ำเจียงผิงอันตอบรับ เหมียวเสียก็คลี่ยิ้ม ขุนเขำใน
อำภรณ์เจียนทะลักหลุด
นำงตบบ่ำเจียงผิงอันอย่ำงเริงร่ำ “ศิษย์พี่หญิงจะปกป้องเจ้ำเอง
เมื่อถึงเวลำ เจ้ำจะได้เห็นศิษย์พี่หญิงพิชิตปวงชน เรืองฤทธิ์ในโลก
หล้ำ!”
เหมียวเสียกล่ำวอย่ำงสุดฮึกเหิมอหังกำร
เจียงผิงอันถำม “จะไปสถำนศึกษำอย่ำงไรหรือ?”
ส ำนักศึกษำชำงจืออยู่ไกลจำกที่นี่ กำรเดินทำงไปให้ถึงคงไม่ง่ำย
เหมียวเสียกล่ำวอย่ำงไม่แน่ใจเล็กน้อย “ข้ำเคยได้ยินพ่อข้ำบอก
ว่ำ ดูเหมือนต้องไปธำรดำรำอะไรสักอย่ำง แล้วก็จะผ่ำนธำรดำรำไป
ได้ สรุปคือมันสะดวกมำกเลย”
“เรื่องนี้ไม่รีบ ทันทีที่ผลเต๋ำวิญญำณเซียนของเจ้ำมำถึงค่อยไป
กัน ฉวยโอกำสปีนี้เตรียมตัวให้ดีเถอะ”
“ข้ำไปบอกเรื่องนี้กับพ่อข้ำก่อนนะ!”
เหมียวเสียหันกำยจำกไปอย่ำงยินดี
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ที่ผ่ำนมำเห็นสภำพของเหมียวเสียก็ตะลึงจังงัง
ก่อนหน้ำนี้ศิษย์พี่หญิงใหญ่หำกไม่เมำเละก็อำละวำดระห ่ำ ไม่ก็ตี
หน้ำเย็นชำจนผู้คนมิกล้ำมอง เหตุใดวันนี้สภำพนำงจึงเหมือนสตรี
คลั่งรักเพียงนี้? ประหลำดจริง
“ลูกพี่ เจ้ำโคตรเท่เลย!”
หนึ่งบุคคลหัวรังนกโผล่มำจำกเบื้องหลังเจียงผิงอัน
เจ้ำหัวรังนกผู้นี้หำใช่ใครอื่นนอกจำกหยำงหลวน ผู้ซึ่งเจียงผิง
อันพบยำมแรกเข้ำส ำนัก
นับแต่หยำงหลวนบำดเจ็บในกำรประลองศิษย์ใหม่ เจียงผิงอันก็
มิได้พบอีกฝ่ำยอีกเลย
แน่นอน เรื่องส ำคัญอยู่ตรงที่เจียงผิงอันอยู่ในส ำนักเซียนเทียน
หลำนมำเป็นสิบ ๆ ปี มิได้อยู่ในส ำนัก
หยำงหลวนมองเจียงผิงอันอย่ำงนับถือ “สมเป็นลูกพี่ที่ข้ำยอมรับ
ดุชะมัดเลย กวำดล้ำงยอดฝีมือร่วมระดับของห้ำส ำนักเซียนใหญ่เสีย
รำบคำบ! น่ำเสียดำยที่ข้ำมิได้ไปเห็นเอง มิอำจชื่นชมฝีมือลูกพี่ใน
ยำมนั้นได้”
“เจ้ำรู้ข่ำวเร็วไม่หยอกนะ”
เจียงผิงอันรู้สึกเหมือนหยำงหลวนปกติกว่ำยำมแรกพบมำกนัก
หยำงหลวนกล่ำวว่ำ “พี่หญิงของข้ำก็อยู่ในเหตุกำรณ์น่ะ นำง
ถำมเรื่องของเจ้ำกับข้ำ พอข้ำบอกว่ำเจ้ำเป็นลูกพี่ของข้ำ นำงก็ผงะ
ไปเลย”
หยำงหลวนยืดอกพูดอย่ำงมั่นใจ “พี่หญิงของข้ำชอบด่ำว่ำข้ำโง่
ข้ำไม่เห็นด้วยกับนำงหรอก คนโง่จะหำลูกพี่ชั้นเยี่ยมแบบนี้ได้ที่
ไหน?”
“ลูกพี่ รู้แล้วเหยียบไว้นะ ข้ำสงสัยว่ำพี่หญิงของข้ำอำจจะตก
หลุมรักเจ้ำเข้ำแล้ว สองสำมวันนี้ชอบขอให้ข้ำติดต่อเจ้ำ อยำกพบ
เจ้ำอยู่เรื่อยเลย แถมบอกให้ข้ำดึงตัวเจ้ำมำเข้ำร่วมกับส ำนักเซียนเป่
ยฮวงด้วย ต้องพยำยำมจีบลูกพี่อยู่แน่ ๆ!”
“ถึงนำงจะปฏิเสธตลอดก็เถอะ แต่ด้วยปัญญำข้ำ ข้ำรู้ข้ำเห็น
หมดแหละ”
หยำงหลวนยิ้มด้วยสีหน้ำเปี่ยมปัญญำ
เจียงผิงอัน “…”
เขำหลงนึกว่ำเวลำผ่ำนหลำยปี หยำงหลวนจะปกติขึ้นบ้ำง แต่ดู
เหมือนเขำจะคิดมำกไปเอง
พี่หญิงของหยำงหลวนคิดใช้ไส้ศึกดึงก ำลัง จะซื้อใจลำกตัวเขำ
ไปเข้ำร่วมกับส ำนักเซียนเป่ยฮวงชัด ๆ ชอบเขำตรงไหนก่อน
เจียงผิงอันตบบ่ำหยำงหลวนแล้วจึงพูด “วัน ๆ อย่ำเอำแต่
หมกมุ่นฝึกฝนนะเจ้ำน่ะ หำสหำยดี ๆ สักสองสำมคน ออกไปเดินเล่น
บ้ำง เพิ่มพูนควำมรู้ สร้ำงประสบกำรณ์เข้ำสังคมบ้ำงนะ”
“เอ๋ พูดประมำณเดียวกับพี่หญิงข้ำเลย ท ำไมทุกคนพูดแต่แบบนี้
หมดเลยล่ะ?” หยำงหลวนประหลำดใจยิ่ง
เจียงผิงอันมิได้อธิบำย “บอกพี่หญิงเจ้ำว่ำ ควำมเมตตำของ
ส ำนักเซียนอวี่หวงต่อข้ำสูงล ้ำเยี่ยงขุนเขำ หำกอยำกพบข้ำ มำที่
ส ำนักเซียนอวี่หวงได้เสมอ”
“ข้ำไปฝึกฝนล่ะ”
เจียงผิงอันทิ้งวำจำไว้แล้วผละจำก
ใบหน้ำหยำงหลวนเปี่ยมควำมครุ่นคิด “ท ำไมลูกพี่ถึงบอกให้พี่
หญิงมำส ำนักเซียนอวี่หวง… รู้แล้ว! ลูกพี่จะแต่งพี่หญิงข้ำเข้ำสกุล
นี่เอง!”
หยำงหลวนรู้สึกเหมือนตนเองฉลำดขึ้นอีกหน่อย เดำควำมนัย
วำจำลูกพี่ได้ด้วย
เขำน ำยันต์สื่อสำรออกมำทันที “พี่หญิง ลูกพี่ข้ำบอกว่ำจะแต่ง
เจ้ำเข้ำสกุลแน่ะ!”
อีกฝั่งหนึ่ง ในโถงต ำหนักแห่งหนึ่ง ณ ส ำนักเซียนเป่ยฮวง
สตรีในอำภรณ์เขียวนำงหนึ่งก ำลังเล่นหมำกรุกกับอวตำรของ
ตน รูปลักษณ์มิได้เลิศล ้ำโดดเด่น ทว่ำคู่เนตรของนำงพร่ำงพรำวเจิด
จรัสยิ่ง ประหนึ่งมองทะลุประจักษ์แจ้งต่อสรรพสิ่ง
คนผู้นี้คือพี่สำวของหยำงหลวน ลือนำมในฐำนะสตรีผู้เลิศ
พรสวรรค์ที่สุดในส ำนักเซียนเป่ยฮวง หยำงจิ่นอวี๋
เมื่อได้ยินวำทะน้องชำยตน แพขนตำยำวของหยำงจิ่นอวี๋ก็ขยับ
น้อย ๆ เอ่ยขึ้นช้ำ ๆ ว่ำ “อย่ำเอำกำรคำดเดำของตัวเองมำพูด บอก
มำว่ำเจียงผิงอันพูดอะไรบ้ำง”
จำกกำรต่อสู้ของเจียงผิงอัน นำงประจักษ์ได้ว่ำเจียงผิงอันเป็นผู้
ฝึกตนซึ่งสุขุม ฉลำดและมั่นคง ไม่มีทำงเด็ดขำดที่คนอย่ำงเขำจะท ำ
กำรวู่วำม พูดอะไรอย่ำง ‘แต่งเจ้ำเข้ำสกุล’ แต่แรกแน่นอน
เรื่องพรรค์นี้เป็นได้เพียงควำมคิดเองเออเองของน้องชำยคนรอง
ของนำงเท่ำนั้นแหละ
หลังจำกหยำงหลวนพูดซ ้ำวำจำของเจียงผิงอัน เขำก็เสริมว่ำ “พี่
หญิง ข้ำมิได้โกหกจริง ๆ นะ ลูกพี่ข้ำให้เจ้ำมำส ำนักเซียนอวี่หวง
ต้องหมำยควำมว่ำเขำจะแต่งเจ้ำเข้ำสกุลแน่ ๆ”