สู่วิถีอมตะ - บทที่ 688 ออกเดินทาง
หยางจิ่นอวี๋หยุดยันต์สื่อสารทันที ไม่อยากฟังน้องชายนางเพ้อเจ้
อต่อไป
ตระกูลหยางแห่งสำนักเซียนเป่ยฮวงมีผู้มีพรสวรรค์สองคน หนึ่ง
มีปัญญาสูงล ้าเกินใคร อีกหนึ่งสมองอัดแน่นด้วยมัดกล้าม โลก
ภายนอกล้วนล้อเลียนว่าหยางจิ่นอวี๋สูบปัญญาทั้งหมดไปแต่ยามเกิด
แล้ว สมองหยางหลวนจึงเหลือเพียงมัดกล้าม
แม้จะเป็นเรื่องเล่าขำขัน แต่ก็ขับเน้นถึงสติปัญญาของหยางจิ่
นอวี๋ได้ชัดเจน
หยางจิ่นอวี๋วางหมากตัวสุดท้ายในมือลงพลางพึมพำ “ในเมื่อเขา
ไม่มา ก็มิต้องบังคับกัน ข้าก็ควรไปแล้ว”
นางมิได้คาดหวังมากนักว่าจะดึงตัวเจียงผิงอันมาได้สำเร็จ มิต้อง
ทุ่มพลังซื้อใจมากนักก็ได้ ที่ที่นางจะไปมีอัจฉริยะซึ่งแข็งแกร่งกว่า
เจียงผิงอันหลายต่อหลายเท่าอยู่
หยางจิ่นอวี๋กำลังจะไปเยือนสถานที่ฝึกฝนสูงสุดที่มวลผู้ฝึกฝน
ฝันถึง สำนักศึกษาชางจืออันจะเป็นสังเวียนของนาง
เจียงผิงอันลือนามในแดนจันทร์มายา แต่บนสังเวียนอันกว้าง
กว่า เขาหามีราคาใดไม่
ในห้องฝึกฝน ณ สำนักเซียนอวี่หวง เจียงผิงอันทำความเข้าใจ
กฎเกณฑ์อย่างเคร่งขรึม รากเซียนในกายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะนี้ รากเซียนจำนงสัประยุทธ์ รากเซียนกลืนกินและราก
เซียนกำลังเติบใหญ่เป็นพฤกษา แสงดาราสุกสกาวรายล้อม สอด
ประสานกับกฎฟ้าดิน
นี่หมายความว่าเข้าเริ่มประจักษ์แจ้งในกฎทั้งสามแล้ว
กลับกัน รากเซียนทำลายล้าง รากเซียนอัสนีหยินและรากเซียน
โน้มถ่วงยังคงเล็กจ้อย โดยเฉพาะรากเซียนอัสนีหยินที่ยังอยู่ในสภา
พรากอ่อน
ภายหน้า เขาจะทำความเข้าใจสามกฎเกณฑ์นี้เป็นหลัก
เมื่อรากเซียนอีกสามรากที่เหลือเติบโต ก็ให้รากเซียนทั้งหมด
ออก ‘ผลรากฐาน’ ได้
เมื่อกินผลรากฐานอันสุกงอมเข้าไป ก็จะสามารถทะลวงขอบเขต
เซียนได้
ภายหน้าต้องสร้างรากฐานไว้ให้ดี หาไม่การเป็นเซียนจะยากนัก
กระทั่งในภพเซียน หากคิดบรรลุเซียนยังมิใช่เรื่องง่าย
จะบรรลุเซียนได้หรือไม่นั้นขึ้นกับโอกาสและพรสวรรค์ เจียงผิง
อันจะไม่คิดถึงมันในชั่วขณะนี้
ยามนี้ เรื่องที่ต้องสนใจเป็นหลักคือเรียนวรยุทธ์ พัฒนาพลังต่อสู้
ว่าถึงวรยุทธ์ เขาก็ศึกษามาเยอะ ทั้ง ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’
‘ผนึกสรวง’ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’…
แม้บางวิชาจะเป็นของภพแร้นแค้น แต่ก็ยังใช้ได้แม้จะบรรลุ
ขอบเขตเซียนมนุษย์
วรยุทธ์เหล่านี้ต้องใช้เวลามากในการทำความเข้าใจ แม้เจียงผิง
อันจะมีพรสวรรค์สิบแปดดาราก็ยังต้องใช้เวลา
ขณะที่เจียงผิงอันรอคอยผลเต๋าวิญญาณเซียนอยู่นั้น ในเศษ
อุกกาบาตอันห่างไกลแห่งหนึ่ง ผู้ฝึกตนชราซึ่งเต็มไปด้วยบาดแผล
จากเต๋าเซียนนอนอยู่ หนึ่งเสียงดังจากยันต์สื่อสารในมือเขา
“อาจารย์ เจียงผิงอันกับศิษย์พี่หญิงใหญ่เหมียวเสียกำลังจะไปที่
สำนักศึกษาชางจือ หากอาจารย์จะจัดการกับเจียงผิงอัน ก็อย่าทำ
ร้ายศิษย์พี่หญิงใหญ่นะ”
“แล้วก็… นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าติดต่อหาอาจารย์ ภายหน้า
อย่าข้องแวะกันอีกเลย”
สิ้นคำ ยันต์สื่อสารในมือผู้ฝึกตนเฒ่าก็แตกสลาย
เนื่องจากอีกฟากหนึ่งขยี้ยันต์สื่อสาร ยันต์สื่อสารอีกชิ้นที่
เชื่อมต่อกันจึงพังทลายตามไปด้วย
“แค่ก ๆ”
ท่ามกลางความมืดมิด ชายชราผู้มีหนวดเคราหยักศกกระอักไอ
ตัวโยน ใบหน้าภายใต้หนวดเคราเปี่ยมความเคืองแค้น
หากเจียงผิงอันอยู่ที่นี่ เขาจะรู้ทันทีว่าคนผู้นี้คือชิวซื่อผิง
ก่อนหน้านี้ ชิวซื่อผิงคิดฆ่าเจียงผิงอันแต่ไม่เป็นผล และหลังเจียง
ผิงอันกลับถึงสำนักก็รายงานเขา ทำให้เขาต้องหนีออกจากสำนัก
เซียนอวี่หวง
ชิวซื่อผิงใช้ไพ่ตายทั้งหมดไปสิ้นแล้ว กว่าจะหนีพ้นมาได้
หวุดหวิดโดยการทำลายศาสตราเซียน
สรรพสิ่งที่สั่งสมมาตลอดหลายหมื่นปีพินาศสิ้น ทำให้ชิวซื่อผิง
แค้นเจียงผิงอันถึงขีดสุด
“เจียงผิงอัน ครั้งนี้เจ้าตายแน่!”
ปราณเซียนในตัวชิวซื่อผิงระเบิดเศษอุกกาบาตนั้นกระจายปลิว
ขณะที่ตัวเขากลายเป็นรัศมีเซียนพุ่งสู่ ‘เส้นทางธารดารา’
เส้นทางธารดาราเป็นพื้นที่พิเศษซึ่งเบิกขึ้นโดยสำนักศึกษาชา
งจือ มันเชื่อมต่อทุกแดนดินเข้ากับสำนักศึกษาชางจือ ดังนั้นจึง
สามารถถือได้ว่าเส้นทางธารดาราเป็นค่ายกลเคลื่อนย้าย
บนเส้นทางธารดารามีโอกาสหลากหลายที่สำนักศึกษาชางจือ
ทิ้งไว้ ผู้ฝึกตนบางคนแม้มิอาจเข้าสำนักศึกษาชางจือ ก็ยังอาจได้ผล
กำไรติดไม้ติดมือจากระหว่างทาง
ผู้ฝึกตนมากมายซึ่งอยากเข้าสำนักศึกษาชางจือเหยียบย่างลง
บนเส้นทางธารดารา คิดเปลี่ยนชะตาทะยานสรวง ปราชันวีรชนทั่ว
โลกา
น่าเสียดายที่น้อยคนนักจะได้เข้าสำนักศึกษาชางจืออย่างแท้จริง
แค่เริ่มเดินทางในเส้นทางธารดารายังต้องปราชันอัจฉริยะจาก
หลากภพภูมิแล้ว
อย่างเช่นแดนจันทร์มายา หากคิดจะผ่านไปให้ถึงเส้นทางธาร
ดาราก็ต้องปราชันกับอัจฉริยะสูงสุดจากสี่ขุมกำลังเซียนใหญ่แห่งอื่น
ผู้ฝึกตนน้อยนักในแดนจันทร์มายาจะเข้าสำนักศึกษาชางจือได้
ในรอบพันปี บางครั้งพวกเขาอาจมิอาจเข้าได้เลยสักคนด้วยซ ้า
หลายบุคคลกลายเป็นฉากหลังความสำเร็จของอัจฉริยะผู้อื่น ไม่
ก็ตกตายสลายเป็นเถ้ากระดูกระหว่างทาง
เหมียวเสียไม่อยากไปสำนักศึกษาชางจือ แต่เมื่อเข้าสำนักศึกษา
ชางจือได้ สำนักศึกษาจะเติมเต็มหนึ่งความปรารถนาให้ ขอเพียง
ความปรารถนานั้นไม่ใหญ่โตหรือมากมายจนเกินไป ก็สัมฤทธิ์ได้
ทั้งสิ้น
เหมียวเสียอยากให้บิดานางหายดี นางจึงต้องไป
หนึ่งปีมิใช่เวลายาวนานอะไรสำหรับผู้ฝึกตนระดับเขตแดนเลย
แค่กะพริบตาหนึ่งหนก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว
ที่ประตูสำนักเซียนอวี่หวง
เหมียวจิ่งชรากว่ากาลก่อนมาก แต่เขาก็ยังคงท่วงท่าสง่างาม
มองบุตรีตนด้วยสายตาใจดี
“เสี่ยวเสีย อย่าฝืนนะลูก รักษาตนไว้เป็นหลัก หากไม่ไหวจริง ๆ
ก็รีบกลับมา ให้พ่อได้อุ้มหลานโดยไวที่สุดดีกว่า”
บุตรีเขาต้องจากบ้านไกลเป็นครั้งแรก ไม่รู้ยามใดจะได้กลับ
เหมียวจิ่งจึงเป็นห่วงยิ่ง
ต่อหน้าคำล้อเลียนของบิดา เหมียวเสียในครั้งนี้มิได้เสยหมัด
แทนคำตอบ แต่กลั้นน ้าตาพูดว่า “เจ้าไม่เชื่อในลูกสาวตัวเองหรือ?
ข้าแน่ใจว่าจะเข้าสำนักศึกษาชางจือได้แน่ ๆ!”
เหมียวจิ่งอ้าปากพะงาบ แต่มิได้เกลี้ยกล่อมต่อไป เขากล่อมนาง
มาหลายต่อหลายหนตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่บุตรีเขาตัดสินใจแน่ว
แน่แล้ว
กระทั่งเหมียวจิ่งในกาลก่อนยังมิอาจเข้าสำนักศึกษาชางจือได้
หนทางนั้นข้ามไม่ง่ายจริงแท้
เหมียวจิ่งหันไปกล่าวกับเจียงผิงอันซึ่งยืนอยู่ถัดไป “ผิงอัน ฝาก
ดูแลเสี่ยวเสียด้วยนะ”
โดยไม่รอให้เจียงผิงอันตอบ เหมียวเสียรีบใช้แขนเสื้อปาดน ้าตา
ตอบ “เขาขอบเขตด้อยกว่าข้า ข้าต่างหากต้องดูแลเขา”
“ไม่พูดแล้ว ข้าต้องเร่งเดินทาง”
เหมียวเสียกลัวว่าตนจะหลั่งน ้าตา เป็นที่ขายหน้าแก่ปวงชน จึง
หันกายเหินไปทันที
เจียงผิงอันคารวะเหมียวจิ่งและเหล่าผู้ที่มาส่ง “อาจารย์ ผู้อาวุโส
ทุกท่าน ศิษย์ขอตัวก่อนนะขอรับ”
แล้วเขาก็หันกายตามเหมียวเสียไป
“สองคนนี้จะทำสำเร็จหรือไม่?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดด้วยสีหน้า
ซับซ้อน
“เสี่ยวเสียมีโอกาส แต่เวลาฝึกฝนของผิงอันสั้นเกินไป ขอบเขต
อ่อนด้อยเกินไป ไม่มีทางทำได้เลย” ผู้อาวุโสอีกคนตอบ
“ขอเพียงปลอดภัยกลับมา จะเข้าสำนักศึกษาชางจือได้หรือไม่ก็
ไร้สำคัญ” เหมียวจิ่งหวังเพียงทั้งสองจะอยู่รอดปลอดภัย
เหมียวเสียและเจียงผิงอันไปยังเมืองเซียนด้านล่างสำนัก ไปรับ
ผลเต๋าวิญญาณเซียนที่หอเลิศโอสถ
ระหว่างทาง น ้าตาของเหมียวเสียหยาดหยดตลอดทาง นี่เป็นครั้ง
แรกที่นางต้องจากบ้านไกล ใจไม่ยินดีอย่างยิ่ง
หลังร ่าไห้อยู่สักพัก จู่ ๆ เหมียวเสียก็หันไปหาเจียงผิงอันซึ่งอยู่
ข้างกาย “นี่เจ้า ไม่เห็นหรือว่าศิษย์พี่หญิงร ่าไห้อยู่? ไฉนเจ้าไม่เข้ามา
ปลอบศิษย์พี่หญิง?”
“นี่เป็นอารมณ์ซึ่งปกติยิ่ง ต่อให้ปลอบไปก็ไร้ประโยชน์ อีกเดี๋ยว
ก็ปรับอารมณ์ได้แล้วล่ะ” เจียงผิงอันว่า
“…”
เหมียวเสียหยุดร ่าไห้ทันที ในใจนางเหลือเพียงจิตสังหาร อยาก
ฆ่าศิษย์น้องผู้ยียวนนี่เสียยิ่งนัก
ผู้ชายคนนี้จะซื่อบื้อไปแล้ว เขามีคู่บำเพ็ญได้อย่างไรกัน? หรือคู่
บำเพ็ญของเขาใช้กำลังรวบหัวรวบหาง?
ทั้งสองเข้าไปในหอเลิศโอสถ ทันทีที่เจียงผิงอันอธิบาย
สถานการณ์กับเจ้าหน้าที่หญิง ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งก็กลิ้งออกมา
“ทั้งสองท่านเชิญเข้ามาเลย ข้าเตรียมน ้าชาไว้รับรองแล้ว นี่เป็น
ชาชั้นเลิศที่สุด กระทั่งเซียนมนุษย์ยังอาจมิได้ดื่มเลยนะ”
ครั้งนี้ พั่งซูกระตือรือร้นกว่าหนก่อนมาก เขายิ้มจนตาหยีปิด
เจียงผิงอันกับเหมียวเสียหวาดระแวงขึ้นมาทันใด
จู่ ๆ ก็มาประจบประแจงกัน หากมิใช่แฝงเจตนาก็คิดร้ายเป็นแน่