สู่วิถีอมตะ - บทที่ 689 เปิดห้องเดียวพอ
พั่งซูน ำทั้งสองไปยังห้องส่วนตัวชั้นดีห้องหนึ่ง
ห้องส่วนตัวนี้หรูหรำอย่ำงยิ่ง ผูกกิ่งพฤกษำกระจ่ำงเต๋ำไว้
ด้ำนข้ำงเช่นไม้กระถำง ช่วยให้สมองผู้คนคิดกำรกระจ่ำงโล่ง
ภำพวำดทิวทัศน์ซึ่งแผ่ปรำณเต๋ำเซียนแขวนอยู่บนผนัง เพียง
มองก็ชวนให้รู้สึกอิ่มเอม ดุจได้สัญจรสู่ป่ำเขำในภำพวำดจริง ๆ
โต๊ะเก้ำอี้ก็ท ำจำกไม้ชั้นเยี่ยม ช่วยเพิ่มควำมชุ่มชื้นเล็กน้อย ท ำ
ให้ร่ำงกำยรู้สึกอบอุ่น
เหนือผิวน ้ำชำแผ่รัศมีเจ็ดสี มีฤทธิ์โอสถทรงพลัง
“มิต้องดื่มชำหรอก จ่ำยเงินแลกของไปเลยก็ได้”
เพรำะหนก่อนถูกหลอกขูดรีด เจียงผิงอันจึงมีควำมประทับใจ
ต่อพั่งซูไม่ดีนัก
“มิต้องห่วงไป สหำยเต๋ำทั้งสองก็ก ำลังจะไปเส้นทำงธำรดำรำ ทุก
ผู้ล้วนบังเอิญสัญจรทำงเดียวกัน ย่อมต้องดูแลกันเป็นธรรมดำ”
พั่งซูทรำบตัวตนของทั้งสองแล้ว ตัวเขำก็จะไปยังเส้นทำงธำร
ดำรำเช่นกัน
ขณะที่ในเส้นทำงธำรดำรำมีโอกำสมำกมำย วิกฤติมหันต์ก็อยู่ที่
นั่นเช่นกัน กำรร่วมกลุ่มกับผู้ฝึกตนทรงพลังจะช่วยเพิ่มโอกำสอยู่
รอดได้
เจียงผิงอันกับเหมียวเสียพลันประจักษ์แจ้ง ในที่สุดก็รู้ว่ำท ำไม
เจ้ำนี่ใส่ใจกันนัก ที่แท้ก็อยำกขอควำมช่วยเหลือนี่เอง
“ได้ ให้ผลเต๋ำวิญญำณเซียนกับเรำสิ” เหมียวเสียว่ำ
“ล้อเล่นอะไรอยู่นี่ พวกเจ้ำไม่รู้ด้วยซ ้ำว่ำผลเต๋ำวิญญำณเซียน
ล ้ำค่ำเพียงไร เงินที่ใช้ซื้อมัน ข้ำเอำไปจ้ำงเซียนมนุษย์ยังได้เลยนะ”
พั่งซูลุกพรวด ไขมันในกำยกระเพื่อมเป็นคลื่น
เหมียวเสียไหวไหล่ “ในเมื่อเจ้ำไม่เห็นชอบ ก็ไปจ้ำงเซียนมนุษย์
สิ”
สีหน้ำของพั่งซูพลันนิ่งค้ำง
หำกมิใช่เพรำะเส้นทำงธำรดำรำห้ำมเซียนเข้ำ เขำก็ย่อมจ้ำง
เซียนแน่อยู่แล้ว
“เรำผูกมิตรกันเถิด ทุกคนถอยคนละก้ำวเถอะนะ”
พั่งซูถึงกับอยำกได้ประโยชน์เปล่ำโดยไม่ต้องเสียอะไร
เหมียวเสียช ำเลืองอีกฝ่ำย “เจ้ำผูกมิตรเพียงเพื่อเจตนำขอให้
สหำยช่วย? นี่มิใช่กำรผูกมิตรหรอก เขำเรียกใช้งำนคน รีบ ๆ เอำผล
เต๋ำวิญญำณเซียนออกมำได้แล้ว พวกเรำต้องรีบไป”
พั่งซูคิดว่ำอีกฝ่ำยจะผูกมิตรกับเขำเพรำะฐำนะ แต่หำรู้ไม่ว่ำทั้ง
สองมิได้สนใจสักนิด
เขำน ำกล่องสีทองใบหนึ่งออกมำอย่ำงไม่เต็มใจ บนกล่องนั้นมี
ผนึกอยู่ชั้นหนึ่ง เมื่อเขำเปิดผนึกออก กลิ่นหอมก็ลอยออกปะทะหน้ำ
ในกล่องนั้นมีผลไม้สีม่วงทองผลหนึ่ง ขนำดรำวฝ่ำมือ กฎเต๋ำ
เซียนโคจรรำยล้อม กลิ่นจำกมันเย้ำยวนให้กัดกลืน
เจียงผิงอันหยิบผลไม้ออกมำ ใส่เข้ำสู่โลกใบน้อยในกำย
อีกร่ำงของเจียงผิงอันซึ่งอยู่ในโลกใบน้อยกล่ำวกับโลงแก้วผลึก
“ผู้อำวุโส ผลไม้นี้มีปัญหำหรือไม่?”
“ไม่มี”
เสียงแหบพร่ำดังมำจำกในโลงแก้วผลึก
โลงศพเปิดแง้มดังแอ๊ด แล้วแขนโครงกระดูกซีดขำวก็ยื่นออกมำ
จำกภำยใน ผลเต๋ำวิญญำณเซียนในมือเจียงผิงอันลอยเข้ำไปหำมัน
“ข้ำต้องจ ำศีลไปสักระยะ อย่ำรบกวนข้ำ”
โครงกระดูกรับผลเต๋ำวิญญำณเซียนไป แล้วโลงแก้วผลึกก็ปิด
ลงอีกครั้ง
ด้ำนนอก เจียงผิงอันส่งผลึกเซียนหลำยแสนชิ้นให้กับพั่งซู
เขำขำยมีดเซียนและกระบี่เซียนซึ่งใช้ไม่ได้เป็นผลึกเซียน ยำมนี้
จึงมีผลึกเซียนติดตัวเพียงพอ
“โอสถพิษเล่ำ?” เจียงผิงอันถำม
ในกำรซื้อขำยระหว่ำงทั้งสอง มีโอสถพิษรวมอยู่ด้วยเม็ดหนึ่ง
พั่งซูน ำขวดสีด ำอีกขวดออกมำโยนให้เจียงผิงอัน
“นี่คือโอสถพิษที่วำงยำสังหำรตัวตนขั้นกลำงระดับเขตแดนได้ มี
ชื่อว่ำ ‘โอสถผีดิบ’ ที่ตั้งนำมเช่นนี้เพรำะมันท ำให้ร่ำงของผู้ที่กินมัน
แข็งทื่อ”
พั่งซูยิ้มหยันในใจ โอสถนี้ไม่มีใครซื้อเลย มันเป็นโอสถพิษรำคำ
ถูกที่สุดในระดับเดียวกัน ให้เจ้ำนี่ไปก็ดี
โอสถนี้มิใช่ไร้สรรพคุณทำงยำ แต่เพรำะปรำณพิษจำกโอสถนี้
ชัดเจนจนเห็นได้ทันที จึงแตกต่ำงจำกพิษอื่นที่ยำกตรวจจับ
โอสถพิษมีไว้ท ำไม? แน่นอนว่ำไว้ใช้สังหำร
จะฆ่ำคนได้อย่ำงไร? แน่นอนว่ำต้องลอบวำงยำ จึงบรรลุแผน
ลอบสังหำรได้
ไม่มีทำงหรอกที่จะมำเที่ยวบอกศัตรูว่ำ ‘เอ้ำ รีบกินซะ ข้ำจะ
วำงยำเจ้ำ’
ดังนั้น โอสถพิษนี้ซึ่งตรวจพบได้ง่ำยยิ่งจึงขำยมิได้เลย รำคำของ
มันก็มิได้สูง
แต่พั่งซูหำรู้ไม่ ว่ำโอสถพิษที่เจียงผิงอันซื้อ มิได้จะให้ผู้อื่นกิน
เจียงผิงอันรับสิ่งนี้ไป แล้วมุ่งหน้ำสู่ ‘ท่ำนำวำเซียน’ ในเมืองเซียน
กับเหมียวเสีย
จำกก ำหนดกำร วันนี้ในเมืองเซียนจะมีนำวำเซียนล ำหนึ่งซึ่งจะ
มุ่งหน้ำสู่เส้นทำงธำรดำรำมำเทียบท่ำ
เมืองเซียนใหญ่โตสุดแสน กระทั่งหำกเซียนมนุษย์จะเร่งเดินทำง
ยังต้องนั่งนำวำเซียน ไม่ก็ใช้ค่ำยกลเคลื่อนย้ำย
เทียบกันแล้ว นำวำเซียนรำคำถูกกว่ำกันนิดหน่อย
แน่นอน แค่ถูกกว่ำกันนิดหน่อย ยิ่งระยะทำงยำวไกล รำคำค่ำ
โดยสำรก็ยิ่งสูง
ที่นี่มีนำวำเซียนอยู่มำกมำย บ้ำงมำเทียบท่ำ บ้ำงเหินทะยำนจำก
ผู้ฝึกตนสัญจรไปมำ
เจียงผิงอันและเหมียวเสียพบกับนำวำเซียนสีทองน ้ำเงินล ำหนึ่ง
ซึ่งที่ข้ำงล ำเรือเขียนข้อควำม ‘จำกส ำนักเซียนเป่ยฮวงถึงเส้นทำงธำร
ดำรำ’ เอำไว้
“นอกจำกซื้อตั๋ว หำกต้องกำรห้องส่วนตัวก็ต้องซื้อแยกต่ำงหำก
ด้วยนะ สนนรำคำสี่หมื่นผลึกเซียน”
ผู้ฝึกตนซึ่งรับหน้ำที่ขำยตั๋วที่ประตูนำวำเซียนบอกเจียงผิงอัน
และเหมียวเสียด้วยสีหน้ำรำบเรียบ
“เช่นนั้น ตั๋วไปเส้นทำงธำรดำรำสองใบ และห้องสองห้อง”
เจียงผิงอันในยำมนี้มิขำดผลึกเซียนแล้ว กำรจะไปเส้นทำงธำร
ดำรำต้องใช้เวลำนำน เขำย่อมต้องมีห้องฝึกฝน
“มิต้องสองห้องหรอก เปิดห้องเดียวพอ”
เหมียวเสียพลันพูดขัดเจียงผิงอัน แล้วชิงเป็นฝ่ำยจ่ำยผลึกเซียน
“ศิษย์พี่หญิง เรำมีกันสองคนนะ ห้องเดียวไม่พอหรอก” เจียงผิง
อันว่ำ
“เบียด ๆ กันหน่อยก็ได้แล้วมิได้หรือ? เปิดสองห้องเปลืองผลึก
เซียนจะตำย ไม่รู้หรือว่ำหมื่นผลึกเซียนซื้อทรัพยำกรอะไรได้บ้ำง?
ไฉนจึงสุรุ่ยสุร่ำยเช่นนี้”
ยำมเหมียวเสียเห็นเจียงผิงอันจะแย้ง นำงก็รีบจับศีรษะอีกฝ่ำยมำ
อุดไว้ที่อกนำงเพื่อปิดปำก “เจ้ำเป็นผู้ชำย มำกควำมอะไรนักหนำ?
ศิษย์พี่หญิงผู้นี้มิถือสำ แล้วเจ้ำมัวถืออะไร?”
เห็นเช่นนี้ สีหน้ำของผู้ฝึกตนขำยตั๋วก็พลันเปลี่ยนเป็นเคืองแค้น
สำยตำยำมมองมำยังเจียงผิงอันริษยำยิ่ง เขำอยำกชิงร่ำงเจ้ำนี่เสีย
เหลือเกิน และกระทั่งอยำกควักกระเป๋ำตัวเองช่วยเช่ำห้องให้อีกฝ่ำย
อีกห้อง
แต่เมื่อคิดว่ำหนึ่งห้องรำคำหมื่นผลึกเซียน เขำก็ล้มเลิกควำมคิด
นี้ไป
หลังจำกผู้ฝึกตนขำยตั๋วเรือส่งป้ำยหยกขึ้นนำวำให้ทั้งสอง เขำก็
เปิดค่ำยกลให้ทั้งคู่ขึ้นไป
ทันทีที่ขึ้นมำบนนำวำ เหมียวเสียซึ่งเดิมร่ำเริงก็พลันหน้ำง ้ำ
ปล่อยตัวเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันสังเกตควำมเปลี่ยนแปลงบนสีหน้ำเหมียวเสียได้ ก็
มองตำมนำงไป
ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งก ำลังเสสรวลเสวนำกับผู้ฝึกตนหญิงผู้งดงำม
ใกล้ ๆ ดำดฟ้ำเรือ
ผู้ฝึกตนกลุ่มนั้นก็สังเกตเห็นเหมียวเสียเช่นกัน รอยยิ้มของพวก
เขำล้วนแข็งค้ำง สำยตำเปี่ยมควำมโกรธแค้นฉับพลัน
เจียงผิงอันถ่ำยทอดกระแสปรำณถำม “พวกนั้นใครกัน?”
“ผู้ฝึกตนจำกส ำนักเซียนเทียนหลำนน่ะ ครำวก่อนที่จุลภพเทพ
โบรำณ หำกมิใช่เพรำะคนพวกนี้มำขัดขวำง ข้ำคงได้รำกฐำนเทพ
โบรำณมำแล้ว”
ใบหน้ำของเหมียวเสียเปี่ยมโทสะและจิตสังหำร
หำกมิใช่เพรำะคนเหล่ำนี้ขวำงทำงนำง ขัดขวำงนำงมิให้ได้
รำกฐำนเทพโบรำณมำ พวกนำงส ำนักเซียนอวี่หวงก็อำจมีเซียน
สวรรค์เพิ่มมำอีกคน!
แต่คนเหล่ำนี้ก็ปรำกฏตัวขึ้นกะทันหัน ยำมสองฝ่ำยประมือ
รำกฐำนเทพโบรำณก็หนีไป เสียโอกำสยิ่งใหญ่ไปทันที
เหมียวเสียคิดเช่นนี้ และผู้ฝึกตนจำกส ำนักเซียนเทียนหลำนก็
คิดเหมือนนำง
พวกเขำก็คิดว่ำเพรำะผู้ฝึกตนจำกส ำนักเซียนอวี่หวงมำก่อเรื่อง
พวกเขำเลยเสียโอกำสนี้ไปเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ำยล้วนมิคำดว่ำจะได้พบกันที่นี่ เผชิญอริบนทำงแคบ
โดยแท้