สู่วิถีอมตะ - บทที่ 693 เมืองผี
ประกายดาบเบิกนภา หอกทะลวงแหวกเวหา
การเผชิญหน้าระหว่างเหมียวเสียและพวกฉางหงแผ่คลื่นอำนาจ
มหาศาล ผู้ฝึกตนใกล้เคียงต่างแตกตื่นรีบเหินเข้าเมืองไป
ฉางหงสั่งการศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานผู้หนึ่งข้างตัว “ไปล่า
เจียงผิงอันซะ!”
แค่พวกเขาไม่กี่คนไร้โอกาสฆ่าเหมียวเสียแน่แล้ว ทำร้ายนาง
มากนักก็มิได้ สู้จัดการเจียงผิงอันมิให้เติบโตเสียดีกว่า
เจียงผิงอันก็เป็นอัจฉริยะชั้นยอด หากปล่อยเขาเติบโต เขาจะ
เป็นภัยกับสำนักเซียนเทียนหลานของพวกตนแน่นอน
จัดการได้คนเดียวก็คนเดียวสิ
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนผู้หนึ่งถอนตัว แปรเปลี่ยนเป็น
แสงทองพุ่งเข้าโจมตีเจียงผิงอันทันที
ยามผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ เห็นเช่นนี้ ผลลัพธ์ของเจียงผิงอันก็ปรากฏ
ในใจแล้ว
ต่อหน้าการโจมตีของยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดน หากเขา
คิดรอดชีวิตก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย
“ตายซะ!”
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนผู้นี้ปราชิดตรงหน้าเจียงผิงอัน
ได้ในพริบตา ขอบเขตต่างกันสองขั้น ความเร็วสองฝ่ายมิอาจเทียบ
กันได้
เขาเงื้อกระบี่ฟันลง เจียงผิงอันบรรลัยในทันที
“อัจฉริยะขี้หมาอะไร สุดท้ายก็แค่นี้”
มุมปากคนผู้นี้ยกยิ้ม เขาฆ่าอัจฉริยะจากสำนักเซียนอวี่หวงไปผู้
หนึ่ง สำนักต้องให้รางวัลเขาแน่
“เจ้าหัวเราะอะไร?”
ที่ประตูเมืองผี เจียงผิงอันมองมาพลางเอ่ยถาม
สีหน้าของยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนผู้นี้ชะงักค้าง ดวงตา
เบิกกว้าง
เจียงผิงอันไม่ตาย?
อวตารปราณ?
เวรแท้! โดนต้มเปื่อยเลย!
เจียงผิงอันผู้นี้ไม่รู้มีวิชาอะไร พรางปราณได้แนบเนียนจนแยกไม่
ออกเลยว่าคืออวตารปราณ
หากเป็นอวตารปราณทั่วไปคงแยกแยะได้ไม่ยาก แต่เจียงผิงอันมี
‘วิชาอำพรางสรวง’ ซึ่งสามารถทำให้อวตารปราณแนบเนียนจนแยก
ลำบาก
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานผู้นี้ยังคิดลงมือกับเจียงผิง
อันต่อ แต่เจียงผิงอันพุ่งเข้าประตูเมืองผีไปอย่างรวดเร็ว
ในเมืองผี การต่อสู้กันกลางวันแสก ๆ นั้นถูกสั่งห้าม
เจียงผิงอันจ้องมองอีกฝ่ายแล้วเย้ยเยาะ “ใช้ผู้ฝึกตนระดับสูงมา
ลงมือกับผู้ฝึกตนระดับต ่า พวกเจ้าสำนักเซียนเทียนหลานไร้ยางอาย
เสียจริง ที่น่าอายยิ่งกว่าคือไม่สำเร็จด้วย หากเป็นข้า คงระเบิดตัวเอง
หนีอายไปแล้ว”
สายตาของผู้ฝึกตนมากมายใกล้เคียงมองมายังเหล่าผู้ฝึกตน
จากสำนักเซียนเทียนหลานอย่างดูแคลน
“สำนักเซียนเทียนหลานต ่าทรามจริง ๆ ภายหน้าข้าไม่มีทางเข้า
ร่วมสำนักนี้แน่”
“ใช่เลย มีแต่ขยะ ผู้อาวุโสที่นั่นยังเปลี่ยนศิษย์ตัวเองเป็นหุ่นเชิด
ไร้ยางอายสิ้นดี”
“ความไร้ยางอายในสำนักเซียนเทียนหลานมันสืบทอดจากรุ่นสู่
รุ่น ไร้ผู้ใดดีตั้งแต่ระดับบนจนระดับล่าง”
รอบข้างมีเสียงก่นด่ามากมาย ผู้ฝึกตนไร้สังกัดหลายคนถูกผู้ฝึก
ตนระดับสูงรังแกมาตลอด จึงรังเกียจการกระทำเช่นนี้เป็นพิเศษ
หากผู้ก่นด่ามีแค่สองสามคน ปวงชนคงมิกล้าปริปาก แต่ยามนี้
เมื่อมีผู้ออกมาพูดมากมาย ปวงชนก็เลิกสงวนท่าทีแล้วล้อเลียนกัน
สนุกปาก
เหล่าผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานถูกจิกกัดจนหน้าแดง
ก ่า เปี่ยมล้นด้วยความเกลียดแค้นเจียงผิงอัน
แต่อีกฝ่ายอยู่ในเมือง ไม่มีทางลงมือกันได้
เหมียวเสียเห็นพวกสำนักเซียนเทียนหลานลงมือกับเจียงผิงอัน
ในใจก็เปี่ยมจิตสังหาร “ศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงรวมตัว! ฆ่าผู้ฝึกตน
จากสำนักเซียนเทียนหลานเสีย!”
ในเมืองผีมีศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงอยู่บ้าง
ฉางหงตะโกนตาม “ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลาน
รวมตัว!”
เช่นกัน ในเมืองผีก็มีผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานอยู่
เมื่อได้ยินเสียงเรียกรวมพล ลำแสงมากมายก็พุ่งออกมาจาก
เมืองผี ศึกใหญ่เปิดฉากขึ้นหน้าประตูเมือง ขอบเขตมากมายปะทะ
กันกลางเวหา สาดประกายแสงเรืองรองทั่วฟ้า
ผู้ฝึกตนจากสำนักอื่นมีทีท่าดุจชมมหรสพ
“มิคาดว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่จากสำนักเซียนอวี่หวงและศิษย์พี่
ใหญ่จากสำนักเซียนเทียนหลานก็มาด้วย หนนี้น่าสนใจแล้ว”
“สองคนนี้แข็งแกร่งจนน่ากลัวจริงแท้ ไม่รู้พวกเขาจะได้ไปทะเล
ดาราจักรกันหรือไม่”
“เป็นไปได้ แต่ในมือเจ้าพวกนั้นมีเพียงห้าตำแหน่ง เซียนมนุษย์
มาก็ยังคว้ามิได้”
ขณะที่สำนักเซียนอวี่หวงและสำนักเซียนเทียนหลานประมือ
อุตลุด เจียงผิงอันก็อยากไปช่วย แต่ไม่มีศัตรูคนใดอยู่ในขั้นต้นระดับ
เขตแดนเลย
การพบผู้ฝึกตนใต้ระดับเขตแดนในเมืองผีนั้นยากนัก กระทั่งผู้
ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนยังน้อยแสนจะน้อย
แต่เจียงผิงอันมิจำเป็นต้องเข้าช่วย ศึกนี้ สำนักเซียนอวี่หวงซึ่ง
มากจำนวนกว่าก็ได้เปรียบแล้ว
สองฝ่ายต่อสู้กันอยู่นาน ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดดำ และเมืองผีซึ่งเดิม
ทีดูเคร่งขรึมเล็กน้อยก็พลันเย็นเยียบขึ้นมานิดหน่อย
เมื่อผู้ฝึกตนทั้งหลายเห็นท้องฟ้าจะมืดแล้ว สีหน้าของพวกเขา
พลันเครียดขรึม รีบเร่งกลับเมืองราวมีบางสิ่งที่ร้ายกาจไล่กวดตามมา
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งจากสำนักเซียนเทียนหลานตะโกนบอก “ศิษย์พี่
ใหญ่ ฟ้าจะมืดแล้ว ต้องรีบกลับเมืองนะ!”
ฉางหงชำเลืองเหมียวเสียอย่างขัดใจ รู้แล้วว่าตนสู้ต่อไปมิได้ จึง
ออกคำสั่ง “ถอย!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานหนีเข้าเมืองกันก่อน
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งจากสำนักเซียนอวี่หวงกล่าวกับเหมียวเสียอย่าง
เคร่งขรึม “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เราก็รีบกลับเมืองกันเถอะ ฟ้าจะมืดแล้ว”
เหมียวเสียพยักหน้า ใบหน้าปรากฏความครั่นคร้ามเล็กน้อย รีบ
เหินกลับเข้าเมือง
ในเมืองผีมีข้อห้าม มิอาจออกมาเดินยามวิกาลได้
อย่าว่าแต่ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดน ต่อให้เป็นเซียน
มนุษย์ทั่วไปก็ตามที หากกล้าออกมาปรากฏตัวยามวิกาล ก็จะไปแล้ว
ไปลับมิอาจกลับมา
เมืองผีถูกเคลื่อนย้ายมาจากภพโบราณ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ที่ภพโบราณนั้น จู่ ๆ สรรพสิ่งทุกชีวิตที่นั่นก็ตกตายกันหมด
จากการตรวจสอบ สาเหตุที่ภพแห่งนั้นพินาศลงก็เพราะเมืองผี
แห่งนี้
ในเมืองแห่งนี้คลับคล้ายจะมีบางสิ่งอันน่าสะพรึงกลัว เซียนมนุษย์
มากมายต้องทิ้งชีวิตอย่างเงียบเชียบในเมืองผีแห่งนี้ ไม่หลงเหลือ
แม้แต่ร่องรอยการต่อสู้
จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองผี
ส่วนทำไมสำนักศึกษาชางจือนำเมืองผีมาไว้ในเส้นทางธารดารา
แต่แรกนั้น หาทราบได้ไม่
สุดยอดฝีมือจากสำนักศึกษาชางจือวางผนึกแห่งหนึ่งไว้ในเมือง
ผีด้วยอำนาจมหาศาล ยามทิวาจะไม่มีอุบัติเหตุใด แต่ยามวิกาลจะมี
บางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏตัว
ก่อนตะวันลับหาย ทุกผู้ต้องรีบกลับห้องที่มีค่ายกลกางอยู่ หาไม่
ความตายเท่านั้นคือผลลัพธ์
มีพวกโง่เง่าหัวแข็งที่คิดว่าตนมีอะไรให้พึ่งพานิดหน่อยก็ทำได้
ทุกสิ่ง ทะเล่อทะล่าออกจากห้องยามวิกาลแล้วตกตายไปอยู่ไม่น้อย
เหมียวเสียพาเจียงผิงอันตามศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงคนอื่น ๆ
เข้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองไป ทุกผู้ในนั้นล้วนเป็นผู้ฝึกตนจาก
สำนักเซียนอวี่หวง
“นี่คงเป็นศิษย์น้องเจียงผิงอันผู้เยี่ยมยอดล่ะสิ พรสวรรค์จริง ๆ”
ผู้ฝึกตนเครายาวถือดาบใหญ่ผู้หนึ่งกล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ
“ศิษย์พี่ชมเกินไปแล้ว ศิษย์พี่ต่างหากที่พรสวรรค์ล ้าเลิศ” เจียง
ผิงอันกุมกำปั้นตอบอย่างนอบน้อม
“มิต้องมากพิธีหรอก คนกันเองทั้งนั้น ข้าชื่ออวี๋เปย*[1] เรียกพี่
ใหญ่อวี๋ก็พอ” อวี๋เปยกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง
เหมียวเสียพูดกับเจียงผิงอัน “คนผู้นี้ไม่ธรรมดานะ ก่อนเจ้าหวังห
ยางจะเติบโต เฒ่าอวี๋เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเรามาโดนตลอด เขา
เจียนบรรลุขอบเขตเซียนมนุษย์เต็มทีแล้ว”
“เต็มทีที่ไหน ก้าวนี้ห่างกันอย่างกับคนละโลก ตราบใดที่ข้าม
มิได้ ก็ติดอยู่ในระดับเขตแดนนี่ไปทั้งชาตินั่นแหละ” อวี๋เปยไม่คิดว่า
ตนเองเลิศเลออะไร
ทันใดนั้น ปราณอันเย็นเยียบ วังเวงชวนขนลุกก็ปรากฏขึ้นนอก
โรงเตี๊ยม ทำให้บทสนทนานี้หยุดลงกลางคัน
ทั้งเมืองพลันตกสู่ความมืดมิด สายลมหวีดหวิว เสียงกรีดร้อง
แหลมอันชวนขนลุกของบางสิ่งมิทราบตัวตนดังขึ้นจากทุกหลืบมุม
เมือง
สีหน้าของเจียงผิงอันพลันแปรเปลี่ยน ร่างของเขาสะท้านอย่าง
เกินควบคุม อีกร่างของเขาซึ่งอยู่ในโลกใบน้อยตะครุบคว้าศาสตรา
เซียนขวดกลืนสวรรค์และศาสตราเซียนกำไลทลายมิติไว้ทันที
ความกลัวจากวิญญาณทำให้เจียงผิงอันมิอาจควบคุมตัวเองได้
ข้างนอกนั่นเหมือนมีอะไรอยู่!
สัมผัสมรณะอันรุนแรงปกคลุมไปทั่วกาย สิ่งนี้อันตรายกว่าแรง
กดดันของเซียนมนุษย์ที่เขาเคยสัมผัสได้อีก
ตัวอะไรอยู่ข้างนอกนั่นกันแน่?
[1] แซ่อวี๋ (于) ของอวี๋เปยเป็นคนละตัวกับตระกูลอวี๋ (余) ของ
สำนักเซียนเทียนหลาน