สู่วิถีอมตะ - บทที่ 695 เหมียวเสียบาดเจ็บ
เช้าตรู่รุ่งขึ้น เหมียวเสียผลักประตูเข้ามาในห้องของเจียงผิงอัน
“ศิษย์พี่หญิงเห็นเจ้าอยู่คนเดียวเบื่อ ๆ เลยจะพาเจ้าไปเดินเล่นใน
เมือง”
“ศิษย์พี่หญิง ข้าไม่เบื่อหรอก”
เจียงผิงอันหลับตานิ่งสนิท ตั้งอกตั้งใจฝึกฝน
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าเบื่ออยู่แน่ ๆ!”
เหมียวเสียไม่ฟังอะไรทั้งนั้น กอดแขนเจียงผิงอันไว้ “เจ้าจะแยก
อวตารมากับข้าก็ได้นะ”
เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ “ศิษย์พี่หญิง มิต้องรีบปราชันแย่ง
ตำแหน่งหรือ ไฉนยังเล่นสนุกอยู่เช่นนี้”
“มิได้เอาแต่เล่นเสียหน่อย ห้าตำแหน่งสุดท้ายมันชิงมาไม่ได้
ต่างหาก เราทำได้เพียงต้องรออีกเป็นสิบ ๆ ปีจนกว่าสำนักศึกษาชา
งจือจะแจกจ่ายป้ายใหม่เท่านั้นแหละ” เหมียวเสียรำพึง
“อ้อ”
เจียงผิงอันแบ่งอวตารไปกับเหมียวเสีย
ในเมืองผีมีสถานที่ฝึกฝนอยู่บ้าง แต่เจียงผิงอันมิได้สนใจมันใน
ยามนี้ สิ่งที่เขาต้องทำคือบรรลุทุกกฎเกณฑ์ให้ลุล่วง บรรลุสู่ขอบเขต
ถัดไปต่างหาก
หลายวันจากนั้น เจียงผิงอันก็เอาแต่ฝึกฝน
ร่างมารศักดิ์สิทธิ์ทำความเข้าใจกฎทำลายล้าง อวตารกลืน
สวรรค์ทำความเข้าใจกฎอัสนีหยิน ร่างจริงย่อยรากฐานเทพโบราณ
ทำความเข้าใจกฎแรงโน้มถ่วง
ความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งร้ายกาจสัญจรอยู่ภายนอกปรากฏทุก
คืน ชวนขนลุกขนพองนัก
เมื่อประสบนานหน เจียงผิงอันก็ค่อย ๆ คุ้นเคยกับมันจนไม่สนใจ
มันอีก
คืนนั้น เจียงผิงอันกำลังฝึกฝนเช่นเคย ทว่าจู่ ๆ คลื่นพลังรุนแรง
และปราณเซียนพลันระเบิดขึ้นจากชั้นล่าง
เจียงผิงอันลืมตาเฉียบพลัน พุ่งลงบันไดไปทันที
คลื่นพลังทั้งหมดนี้มาจากเหมียวเสีย
ใบหน้าของเหมียวเสียซีดขาว โลหิตหลั่งจากมุมปาก ในมือถือ
พัดศาสตราเซียนเล่มหนึ่งกดไว้ที่หน้าต่าง
เห็นได้ชัดเจนว่าแผ่นยันต์ที่หน้าต่างขาดจากกัน
“เกิดอะไรขึ้น!”
เจียงผิงอันรีบเอ่ยถาม
“มีคน… มีคนทำลายผนึกห้องข้า สิ่งที่อยู่ข้างนอกเข้ามา อั้ก!”
เหมียวเสียกระอักเลือด หมดสติแน่นิ่งไปในอ้อมแขนเจียงผิงอัน
“ต้องเป็นพวกสำนักเซียนเทียนหลานสมควรตายนั่นแน่ ๆ!”
อวี๋เปยได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งเข้ามา รีบแปะแผ่นยันต์ผนึกหน้าต่าง
กลับไปใหม่
คนอื่น ๆ เองก็มาสมทบ
“เกิดอะไรขึ้น เกิดเรื่องอะไร? ไฉนศิษย์พี่หญิงใหญ่จึงบาดเจ็บได้
ล่ะ!”
“มีคนทำลายแผ่นยันต์ในห้องศิษย์พี่หญิงใหญ่ แล้วไอ้ตัวข้าง
นอกมันเข้ามาทำร้ายศิษย์พี่หญิงใหญ่น่ะสิ!”
“มารดามัน! ต้องเป็นสำนักเซียนเทียนหลานแน่ ๆ ข้าก็ว่าอยู่ว่า
ทำไมพวกสำนักเซียนเทียนหลานถึงมาหาเรา บอกมีของขวัญจะให้
กันวันนี้ ที่แท้ก็มีเจตนาเช่นนี้เอง!”
คนจากสำนักเซียนอวี่หวงสุดแสนเดือดแค้น ยามทิวาวันนี้ จู่ ๆ ผู้
ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานก็มายั่วยุกันถึงที่ และพูดอะไร
เกี่ยวกับ ‘ให้ของขวัญ’
แน่นอน พวกเขาคิดอยู่ว่าจะเป็นอะไร ปรากฏว่าเป็นเช่นนี้เอง
“แต่สำนักเซียนเทียนหลานทำได้อย่างไร? ก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็น
พวกเขาเข้ามาเลยนะ!”
ปวงชนสุดแสนงุนงง ชั้นล่างก็มีคนยืนเวรยาม ไม่ยักเห็นผู้ฝึกตน
จากสำนักเซียนเทียนหลานคนใดเข้ามาเลย
“อาจจะเป็นวิชาอำพรางระดับสูงบางอย่างก็ได้”
เจียงผิงอันพูดเสียงขรึม
วิชาอำพรางระดับสูงบางอย่างสามารถพรางปราณซ่อนกายได้
เหมือนเช่น ‘วิชาอำพรางสรวง’ ของเขา
ในโลกนี้มิได้มีเพียง ‘วิชาอำพรางสรวง’ วิชาอำพรางบางอย่างก็
แข็งแกร่งกว่า ‘วิชาอำพรางสรวง’ เสียอีก
“ระวังตัว! ค้นทั้งโรงเตี๊ยม!” อวี๋เปยแผดเสียง
“ไม่ต้องหรอก ข้าตรวจมาแล้ว ไม่มีใครซ่อนตัวอยู่ คนผู้นั้นน่าจะ
ทำลายยันต์แผ่นนี้ยามกลางวัน”
เจียงผิงอันกอดร่างเหมียวเสีย น ้าเสียงของเขาเฉยชา ใบหน้าไร้
อารมณ์ แต่มีเพียงผู้คุ้นเคยกับเขาที่ทราบว่าขณะนี้เขาเดือดดาล
เพียงไร
อวี๋เปยนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังออกคำสั่ง “ตรวจผนึกในทุกห้องทั้ง
โรงเตี๊ยม!”
เขาไม่เชื่อวาทะเจียงผิงอัน หากมีผู้ใดซ่อนตัวอยู่จริง ๆ แล้วเขา
หาไม่เจอ เจียงผิงอันจะเห็นได้อย่างไร
ปวงชนผู้เดือดดาลแยกย้ายค้นหาทันที
อวี๋เปยหันมองเหมียวเสียผู้หมดสติไปแล้วถามเสียงขรึม “เกิด
ปัญหาอะไรกับเสี่ยวเสียหรือไม่?”
“ร่างกายปกติดี โชคดีที่มีศาสตราเซียนคุ้มกัน แต่วิญญาณของ
นางถูกทำร้ายเล็กน้อย ควรกินโอสถ” เจียงผิงอันมองใบหน้าซีดขาว
อิดโรยของเหมียวเสียด้วยแววตาว่างเปล่า ทั่วทั้งวิญญาณเดือด
พล่านด้วยจิตสังหาร
อวี๋เปยผ่อนหายใจโล่งอก “เช่นนั้น เจ้าก็ดูแลเสี่ยวเสียก่อนเถอะ
ข้าจะไปตรวจสอบโรงเตี๊ยม พรุ่งนี้ข้าจะให้สำนักเซียนเทียนหลาน
ต้องชดใช้!”
เขาเดินออกไปแล้วปิดประตูตามหลัง
เจียงผิงอันมองใบหน้าซีดเซียวของเหมียวเสียแล้วกำหมัดแน่น
“วันพรุ่ง? ข้ารอเช่นนั้นไม่ไหวหรอก”
แม้ปกติแล้วศิษย์พี่หญิงเหมียวเสียจะทำตัวเอาแต่ใจ แต่นางก็ดี
ต่อเขาอย่างแท้จริง ดูแลเขาเสมอมา
เรื่องที่เจียงผิงอันรับไม่ได้ที่สุดคือยามคนใกล้ตัวถูกทำร้าย
อวตารวิญญาณร้ายแยกออกจากกาย ออกจากโรงเตี๊ยมไป
พร้อมศาสตราเซียนกำไลทลายมิติและขวดกลืนสวรรค์
หลายวันนี้ยามออกซื้อของ เขาผ่านโรงเตี๊ยมที่พำนักของผู้ฝึก
ตนจากสำนักเซียนเทียนหลานอยู่หลายหน และรู้ว่าอยู่ที่ใด
รัตติกาลมืดมิดวังเวง ทั่วโลกหล้าดำสนิท ไม่มีทางมองทะลุถึง
ปริศนาใด
อวตารวิญญาณของเจียงผิงอันหยุดลงหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
หากเขาปล่อยจิตสัมผัส ยอดฝีมือข้างในจะหาเขาพบแน่
แต่ไม่มีใครกล้าออกมาในยามวิกาล
ในโรงเตี๊ยมมีเสียงเสสรวลดังกระหึ่ม
“ฮ่า ๆ เหมือนจะมีคลื่นพลังกระเพื่อมอยู่ทางสำนักเซียนอวี่หวง
เมื่อครู่นะ ต้องเกิดเรื่องแล้วแน่เลย”
“สำนักเซียนอวี่หวงคงคาดไม่ถึงแหละว่าเราทำลายผนึกของ
พวกเขาได้”
“การทำลายยันต์ครั้งนี้เป็นผลงานของเสี่ยวโจวจี้ หากเหมียวเสีย
ตาย เขาได้รางวัลมากมายแน่”
เสียงหัวเราะเสสรวลดังขึ้นจากในโรงเตี๊ยมของสำนักเซียนเทียน
หลาน มองจากเงาก็เห็นได้ว่าพวกเขาจุดตะเกียงดื่มฉลองเสสรวลกัน
ที่ชั้นล่าง
สีหน้าของเจียงผิงอันยิ่งทวีความราบเรียบ
เขายกกำไลทลายมิติขึ้น กำไลขยายตัวออกเป็นห่วง
นี่คือศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งที่เขาได้จากถานกว่างโซ่ว ผู้อาวุโส
ใหญ่ของสำนักเซียนเทียนหลาน สามารถกระตุ้นอำนาจมิติได้
เจียงผิงอันเดินผ่านกำไล ตรงไปยังชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยม
ผู้อยู่ด้านนอกทำลายการป้องกันของโรงเตี๊ยมได้ยากมาก ต่อให้
ทำได้ก็ยังต้องเปลืองปราณเซียนมากมาย
เขาเข้ามาในห้องชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยม แล้วใช้ขวดกลืนสวรรค์
สูบกระดาษยันต์ที่หน้าต่าง เปิดหน้าต่างออกกว้าง
เหล่าผู้คนซึ่งดื่มฉลองกันที่ชั้นล่างคงคาดไม่ถึงแน่แท้ ว่าจะมีผู้
ย่องเข้าโรงเตี๊ยมมากลางวิกาลได้
เมื่อหน้าต่างเปิดออก คลื่นพลังประหลาดสายหนึ่งก็แผ่เข้ามา
ที่ชั้นล่าง ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานยังคงเสสรวล
เสวนา
“ศิษย์พี่ใหญ่ สำนักเซียนอวี่หวงต้องเดาได้แน่ ว่าเป็นฝีมือเรา
และจะมาหาเราพรุ่งนี้แน่แท้” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกล่าวกับฉางหง
ฉางหงดูเฉยชา “มาแล้วทำไม? นอกจากกลางวันจะสู้กันไม่ได้
ต่อให้สู้ได้จริง ๆ เรายังต้องกลัวอะไรอีก?”
“หากเหมียวเสียตาย ต่อให้สู้กัน สำนักเซียนอวี่หวงก็สู้เราไม่ได้
หรอก” ฉางหงจิบสุราอย่างสบายใจ
เขาอยากให้พรุ่งนี้มาถึงใจจะขาด คาดหวังให้ผู้ฝึกตนจากสำนัก
เซียนอวี่หวงปรี่มาหาพวกเขา
แต่จู่ ๆ ฉางหงก็สัมผัสบางสิ่งได้ และใช้แผ่นหยกโบราณแผ่น
หนึ่งพิทักษ์กายทันที
พริบตานั้น จู่ ๆ ผู้ฝึกตนซึ่งเสสรวลเสวนากันอยู่ที่โต๊ะก็ชะงักนิ่ง
ก่อนจะทรุดร่วงลงแน่นิ่งไร้ลมหายใจบนพื้นตาม ๆ กัน
มีเพียงผู้ฝึกตนไม่กี่คนที่ไหวตัวเร็ว ใช้อาวุธวิเศษคุ้มกายได้ทัน
“มีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามา! มีสัตว์ประหลาดบุก!”
“เจ้านี่มาจากไหนเนี่ย?”
คนที่เหลือตระหนักถึงบางสิ่ง ต่างคนขนลุกขนพองแผดเสียงดัง
สนั่น ไม่เหลือมาดยอดอัจฉริยะกันสักนิด
สัมผัสของพรรค์นี้ เซียนมนุษย์ยังไม่เหลือ!
ขณะนั้น ผู้ที่ใช้อาวุธวิเศษพลันสัมผัสได้ถึงพลังดูดรุนแรง สมบัติ
ที่พวกเขาใช้พลันเหินหลุด พุ่งไปยังทิศทางเดียวกัน
คนทั้งหลายหันมองตามกันทันที
และแล้วก็เห็นร่างโปร่งใสร่างหนึ่งถือขวดสีดำซึ่งแผ่ปราณเซียน
ขวดใบนี้เองที่ดูดอาวุธวิเศษของพวกเขาไป
ดวงตาของฉางหงเบิกกว้างเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของคนผู้นี้ สุด
แสนตกตะลึงยิ่ง
“เจียงผิงอัน!!”