สู่วิถีอมตะ - บทที่ 696 เจียงผิงอันลงมือ ก้อนศิลาประหลาด
เป็นไปได้เช่นไร เจียงผิงอันมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร!
ในเมืองผีแห่งนี้ ต่อให้เป็นเดนเซียน หรือกระทั่งเซียนมนุษย์ยัง
ออกสัญจรยามวิกาลมิได้ นับประสาอะไรกับผู้ฝึกตนระดับเขตแดน?
จู่ ๆ เจียงผิงอันจะปรากฏตัวในโรงเตี๊ยมของพวกเขาได้อย่างไร!
มิต้องสงสัยเลยว่าตัวประหลาดนั่นต้องโผล่มาเพราะเจียงผิงอัน
แน่ ๆ!
ต่อหน้าตัวประหลาดนั่น ปวงชนล้วนเปราะบางราวแผ่นกระดาษ
นอกจากฉางหงแล้ว ปวงชนที่เหลือล้วนถูก ‘ตัวประหลาด’ ฆ่าไป
ทั้งสิ้น
ฉางหงเคืองแค้นเจียงผิงอันสุดแสน แน่นอน ยามนี้เขากลัวตัว
ประหลาดมากกว่า
สมบัติของเขาถูกศาสตราเซียนในมืออีกฝ่ายชิงไป ร่างของเขาก็
มิอาจทานทนพลังสูบได้
“เจียงผิงอัน! เจ้าคอยก่อนเถอะ! ข้าจะให้เจ้าชดใช้ด้วยเลือด!”
ฉางหงทิ้งคำอาฆาตไว้ แล้วขยำ ‘ยันต์เคลื่อนย้ายระดับเซียน’
ของเขา หายตัวหนีไปจากเมืองผีทันที
เพียงไม่กี่อึดใจ โรงเตี๊ยมซึ่งเดิมครึกครื้นก็เต็มไปด้วยซากศพ
สายลมหวีดหวิวชวนขนลุก
จนวาระสุดท้าย ‘ตัวประหลาด’ ไม่ทราบชนิดนี้ก็เกี่ยวเก็บชีวิต
ปวงชนเหล่านี้โดยพวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ ้า
เจียงผิงอันใช้ขวดกลืนสวรรค์กลืนศพเหล่านี้แล้วหันกายจากไป
ว่าตามตรง ยามเขาเห็น ‘ตัวประหลาด’ ลงมือครั้งแรก เขาก็ขน
ลุกสะพรึงยิ่ง
เขาไม่อาจเห็นวิธีการลงมือสังหารของ ‘ตัวประหลาด’ เหล่านี้เลย
สิ่งที่ไม่รู้น่าสะพรึงกลัวจับจิตที่สุด
หากให้เขาไปเผชิญหน้าเดนเซียน เจียงผิงอันก็มิกลัวเช่นนี้ เดน
เซียนก็เป็นสิ่งมีชีวิต ตกตายได้เหมือนกัน แต่สิ่งเหล่านี้ดูไม่เหมือน
สิ่งมีชีวิต สัมผัสมิได้ ไม่ยอมตาย มิอาจเห็นลักษณ์…
เจียงผิงอันวางแผนสังหารผู้ฝึกตนชั้นยอดของสำนักเซียนเทียน
หลานไปสิบกว่าคน มีเพียงฉางหงคนเดียวที่หนีไปได้ ถือได้ว่าเป็น
การล้างแค้นให้เหมียวเสีย
ระหว่างทางกลับ จู่ ๆ แสงสีแดงสายหนึ่งก็พุ่งเฉี่ยวเขาไป
เจียงผิงอันสะดุ้งโหยง
อะไรลอยผ่านไปแวบ ๆ นะ?
เจียงผิงอันรีบหันตามไปมองแสงสีแดงนั้น
มันเป็นก้อนศิลาสีแดงซึ่งสลักอักขระประหลาดไว้ และเจียงผิงอัน
ก็สัมผัสได้ถึงปราณของ ‘ตัวประหลาด’ จากจุดที่มันลอยอยู่ได้
ราวกับมี ‘ตัวประหลาด’ ตนหนึ่งถือก้อนศิลาน้อยสีแดงนี้อยู่
เจียงผิงอันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาเพิ่งเคยเห็น ‘ตัว
ประหลาด’ ถือของเป็นครั้งแรก
คลื่นพลังจากก้อนศิลาสีแดงนี้พิเศษยิ่ง เหมือนเป็นสมบัติ
บางอย่าง
หลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง เจียงผิงอันก็สวมกำไลทลายมิติฉวยมันมา
มันเสี่ยงไปสักนิด แต่เขาเป็นเพียงอวตาร หากเกิดอะไรก็มิได้
ร้ายแรงถึงชีวิต
ต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับอวตารวิญญาณร้าย ก็ยังสร้างใหม่ได้
ฝ่ามือของเขาผ่านมิติ คว้าก้อนศิลาสีแดงซึ่งล่องลอยอยู่ได้
เขาชักมือกลับ ไร้อันตรายใด
เจียงผิงอันก้มลงมองมือตน ศิลาก้อนนี้กลมเกลี้ยง ขนาดใหญ่
กว่าลูกตาเล็กน้อย ให้บรรยากาศเย็นเยือกกำซาบกาย แล้วเจียงผิง
อันก็ต้องประหลาดใจเมื่อสิ่งนี้ถึงกับเสริมความแข็งแกร่งให้ห้วง
จิตสำนึกในวิญญาณเขา!
“ของดี!”
แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ในเมื่อมันดีต่อวิญญาณ เขาย่อม
ไม่ปล่อยมันไป
พลังวิญญาณในขณะนี้ของเขาก็มาถึงระดับหนึ่ง มิอาจพัฒนา
ได้เร็ว อยากได้อะไรมาพัฒนาอยู่พอดี
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะกลับไป จู่ ๆ เขาก็เหลือบไปเห็นแสงสี
แดงอีกสายวูบไหวบนฟ้า
“เจ้านี่มีมากกว่าหนึ่งชิ้นหรือ?”
เจียงผิงอันคิดว่าเขาช่างโชคดีที่ได้พบของชั้นเลิศ แต่มิคาดว่าจะ
มีก้อนศิลาเช่นนี้มากกว่าหนึ่ง
เขาทะลวงสุญตาไล่ตาม ฉวยก้อนศิลาแดงชิ้นที่สองมาทันที
เจียงผิงอันสงสัยว่าก้อนศิลานี้มิน่าปรากฏโดยบังเอิญ และไม่
น่าจะมีเพียงสอง
ราตรียังอีกยาวไกล เจียงผิงอันว่างอยู่พอดี เขาจึงออกสัญจร
รอบ ๆ เมืองผีทันที
หากเจอเพิ่มอีก ก็ย่อมดีต่อพลังวิญญาณ
หลังสืบหาอยู่สองชั่วยาม ท้องฟ้าเกือบรุ่งสาง เขาก็พบก้อนศิลา
ทั้งสิ้นสี่ก้อน
เจียงผิงอันพอใจยิ่ง สมบัติเช่นนี้พบได้แต่มิอาจแสวง หาเจอสี่
ก้อนก็ดีมากแล้ว
เที่ยงวันถัดมา
อวี๋เปยรีบร้อนมายังห้องของเหมียวเสีย
ในห้อง เจียงผิงอันนั่งอยู่บนเตียง เหมียวเสียผู้หมดสติคลับคล้าย
กอดก่ายเจียงผิงอันอยู่
อวี๋เปยเห็นเหมียวเสียยังไม่ตื่น สีหน้าก็เปลี่ยนสู่เคร่งขรึม “เสี่ยว
เสียยังไม่ฟื้นอีกหรือ? ข้ายังมีโอสถอยู่ รีบให้เสี่ยวเสียกินเถอะ อย่าให้
นางเป็นอะไรไป”
เจียงผิงอันแบมืออย่างจนใจ “นางตื่นแล้ว แต่แกล้งหลับไม่ยอม
ลุกอยู่”
“แกล้งหลับ?” อวี๋เปยผงะ
“เหลวไหล! ข้าแกล้งหลับยามใดกันยะ เพราะวิญญาณเหนื่อย
อ่อนเลยเพลียต่างหาก!”
เหมียวเสียดีดตัวผึงขึ้นนั่ง ถลึงตาเคี้ยวฟันใส่เจียงผิงอัน
ผู้ชายตัวเหม็นนี่ ทำไมไม่รู้จักรักษาหน้าคนเขาบ้างเลยนะ
เมื่อได้ยินวาทะของเหมียวเสีย อวี๋เปยก็รู้ว่านางสบายดีแล้ว
รอยยิ้มจึงปรากฏบนใบหน้า
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ข้ามีข่าวดีมาบอก เกิดเรื่องขึ้นกับพวกผู้ฝึก
ตนจากสำนักเซียนเทียนหลานล่ะ!”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เหมียวเสียก็กำลังจะไปคิดบัญชีกับพวกกเฬวรากสำนักเซียน
เทียนหลานอยู่พอดี
สารเลวพวกนี้ถึงกับกล้าวางแผนเล่นงานนาง ต้องชดใช้ให้สาสม
อวี๋เปยพูดอย่างอารมณ์ดี “เช้าวันนี้ เราพาคนไปเตรียมล้างแค้น
ให้เจ้า เคาะประตูอยู่นานพวกมันก็ไม่มาเปิด เราคิดว่าพวกมันไม่กล้า
ออกมา เลยถีบประตูเข้าไป”
“แล้วเราก็พบว่าทั้งโรงเตี๊ยมว่างเปล่า ผนึกที่หน้าต่างชั้นบนถูก
เปิด! พวกนั้นอาจตายกันหมดแล้วก็ได้!”
เหมียวเสียลุกจากเตียงด้วยสีหน้าสงสัย “พวกเขาตายหมดแล้ว?
มีศพหรือไม่?”
“ไม่มีร่างผู้ใด แต่ต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ ๆ เหตุผลที่ข้าแน่ใจเช่นนี้ก็
เพราะผนึกที่หน้าต่างหายไป ขณะเดียวกัน สุราและกับแกล้มที่ชั้น
ล่างก็ยังดื่มกินไม่หมด กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น น่าจะเกิดอุบัติเหตุ
ขึ้นโดยมิคาดฝัน”
อวี๋เปยลูบตอเคราที่คางครุ่นคิด “ว่าตามจริง หากตัวประหลาด
พวกนั้นบุกฆ่า มันก็มิได้นำศพไปด้วย เหตุใดศพจึงหายก็น่าแปลก
มาก เหมือนมีใครบางคนโจมตีสำนักเซียนเทียนหลานกระนั้น”
“นี่เรื่องใหญ่นะ ข้าจะไปตรวจสอบเอง”
เหมียวเสียรีบร้อนจากไป หากเจ้าพวกนั้นไม่ตาย นางก็จะคิด
บัญชีเอง
เจียงผิงอันหลับตาลงทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ต่อไป
เขาไม่บอกเหมียวเสียว่าเป็นฝีมือเขา นั่นเท่ากับอวดผลงานเอา
ความดีความชอบ และการอธิบายว่าเขาออกสัญจรยามวิกาลได้
อย่างไรก็ยุ่งยากนัก
เจียงผิงอันไม่ชอบอวดศักดา และไม่ชอบพูดมากมาย
นอกจากนั้น หากเขาพูดออกไป สตรีผู้นี้คงมิใช่แค่ถอดเสื้อคลุม
ยามสู้กับเขาหนถัดไปแน่ ๆ…
ไม่นานจากนั้น การหายตัวไปของผู้ฝึกตนชั้นยอดสิบกว่าคน
ของสำนักเซียนเทียนหลานก็เป็นที่ฮือฮาในเมืองผี
สำนักเซียนเทียนหลานมีสถานะสูงยิ่งในแดนจันทร์มายา การ
หายตัวไปของยอดอัจฉริยะมากมายเพียงนี้ในคราวเดียวย่อมเป็นที่
วิพากษ์วิจารณ์
“มันเกิดบ้าอะไรขึ้นนี่ ผู้ฝึกตนของสำนักเซียนเทียนหลานซ่อน
ตัวในโรงเตี๊ยมแท้ ๆ ไฉนจึงเกิดเรื่องขึ้นได้?”
“หรือจะเกิดอะไรผิดปกติขึ้นกับยันต์?”
“ยันต์จะเกิดปัญหาได้อย่างไร? หากมี ก็คงไม่มีทางที่ผู้ประสบภัย
จะมีแค่คนจากสำนักเซียนเทียนหลานอยู่แล้ว สำนักเซียนอวี่หวง
น่าจะใช้วิธีการบางอย่างทำลายพวกสำนักเซียนเทียนหลาน
มากกว่า”
ปวงชนถือว่าการหายตัวไปของผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียน
หลานเป็นฝีมือสำนักเซียนอวี่หวง เพราะถึงอย่างไร สองฝ่ายก็เป็นอริ
ย่อมตกเป็นที่สงสัยแรก
ขณะที่เหล่าคนจากสำนักเซียนอวี่หวงก็สงสัยว่าฝีมือใครกัน
เช่นกัน
ต้องมีใครสักคนลงมือแน่ ๆ
ไม่รู้ว่าใคร แต่พวกเขายินดียิ่ง
การหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาของเหล่าศิษย์สำนักเซียนเทียน
หลานซึ่งถือได้ว่ามีหน้ามีตา มีชื่อเสียงมากมายเหล่านี้ในคราวเดียว
จะทำให้สำนักเซียนเทียนหลานมิอาจสงบใจไปได้สักพัก
หลังจากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้หลายเดือน อีกเหตุการณ์ก็ลือ
ลั่นในเมืองผี
“หยางจิ่นอวี๋แห่งสำนักเซียนเป่ยฮวงได้ป้ายผ่านทางสู่ทะเลดารา
จักรแล้ว!”
“เป็นไปไม่ได้! ลือกันว่าป้ายอยู่ในมือ ‘ตัวประหลาด’ พวกนั้นนี่
นางได้มาอย่างไรกัน?”
“นี่ข่าวจริง ยืนยันมาแล้วนะ”
“สมแล้วที่นางเป็นสตรีผู้มากพรสวรรค์ระดับสูงสุดของสำนัก
เซียนเป่ยฮวง ล ้าเลิศจริงแท้ สิ่งที่อัจฉริยะจากสี่สำนักเซียนใหญ่อื่นๆ
ทำมิได้ นางกลับทำได้”
ค้นหาหลายสิบปี ไร้ผู้ใดพบป้ายผ่าน กล่าวกันว่าป้ายเหล่านั้น
อยู่ในมือ ‘ตัวประหลาด’ และมิอาจฉวยมาได้
แต่เกินคาด หยางจิ่นอวี๋แห่งสำนักเซียนเป่ยฮวงได้มาหนึ่งป้าย
จะไม่เกิดเสียงลือลั่นได้อย่างไร