สู่วิถีอมตะ - บทที่ 698 ฉางหงประกาศสัจธรรม
วาทะของฉางหงเป็นดั่งการโยนศิลาลงน ้านิ่ง กวนให้เกิดคลื่น
กระเพื่อมมิหยุดนิ่ง
“เจียงผิงอันเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดน จะฆ่าสุดยอด
ฝีมือมากมายเช่นนั้นได้อย่างไร?”
“หรือเขาจะซ่อนการฝึกฝนไว้?”
“ไม่มีทาง หนก่อนที่เขาปราชันในดินแดนลับจันทร์มายา เขาเป็น
ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนไม่ผิดแน่ หากเขาซ่อนการฝึกฝนจริง ๆ
ยอดฝีมือทั้งหลายจะมองไม่ออกได้อย่างไร?”
ปวงชนสุดแสนงุนงง พวกเขาไม่เชื่อวาทะของฉางหง ผู้ฝึกตน
ขั้นต้นระดับเขตแดนจะลอบสังหารศิษย์ชั้นยอดสิบกว่าคนของสำนัก
เซียนเทียนหลานโดยลำพังได้อย่างไร
ฉางหงเห็นปวงชนไม่เชื่อ ก็เล่าลงรายละเอียด “เขามิได้มีพลัง
ต่อสู้แข็งแกร่งอะไร แต่โจรชั่วนี่ไม่รู้ใช้วิธีการใด สามารถออกสัญจร
ยามวิกาล ฉีกยันต์บนหน้าต่าง นำ ‘ตัวประหลาด’ พวกนั้นเข้ามาเล่น
งานเราทีเผลอได้!”
ปวงชนมองมายังเจียงผิงอันผู้กำลังตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่าง
ประหลาดใจ
ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับเซียนมนุษย์ ออกสัญจรยามวิกาลก็มี
แต่ตาย แต่เจ้านี่ออกสัญจรยามราตรีได้!
เจียงผิงอันทำได้อย่างไร? เขาปลอดภัยจากการโจมตีของ ‘ตัว
ประหลาด’ หรือ?
เหมียวเสียมองเจียงผิงอันที่ข้างตัว คู่เนตรงดงามวูบไหว ที่แท้
ชายผู้นี้เองที่ล้างแค้นให้นาง
คืนนั้น นางบาดเจ็บเพราะแผนร้าย ชายผู้นี้จึงบุกไปถล่มพวกคน
จากสำนักเซียนเทียนหลาน
หัวใจของเหมียวเสียอัดแน่นด้วยอารมณ์มากกว่าครั้งใด
นางมองฉางหงด้วยสายตาเย็นเยียบ ไม่ว่าอย่างไร นางก็จะ
ปกป้องเจียงผิงอันให้ได้
ฉางหงจ้องเจียงผิงอันพลางกล่าว “ข้าจะบอกความลับอะไรให้
โจรชั่วนี่ยังมีศาสตราเซียนกับตัวอีกชิ้น การลอบโจมตีจึงสำเร็จได้!”
สิ้นคำ สายตาผู้ฝึกตนมากมายในโถงก็มองเจียงผิงอันอย่างร้อน
ผ่าว
ศาสตราเซียน!
คนผู้นี้มีสมบัติเช่นนี้กับตัว
ศาสตราเซียนบรรจุอำนาจเต๋าเซียน ทรงพลังยิ่งนัก เซียนมนุษย์
ทั่วไปไร้ผู้หนุนหลังก็อาจซื้อศาสตราเซียนดี ๆ มิได้
ผู้ฝึกตนระดับเขตแดนธรรมดา ๆ ได้ใช้สมบัติลับก็นับว่าเลิศแล้ว
แต่เจียงผิงอันซึ่งอยู่ในขั้นต้นระดับเขตแดนถึงกับมีศาสตรา
เซียน!
ความโลภเอ่อขึ้นในใจใครหลายคน
เจียงผิงอันมองฉางหงอย่างเย็นเยียบ คนผู้นี้ไม่อยากให้เขาอยู่ดี
ๆ อย่างเห็นได้ชัด
เรื่องนี้ถูกเปิดโปง ภายหน้าจะเกิดปัญหาอันตรายมากมาย
เหมียวเสียพลันแผดเสียง “ศาสตราเซียนของเจียงผิงอันเป็นของ
ข้า ใครอยากได้ก็มาแย่งสิ!”
ฉางหงคิดสร้างเรื่องให้เจียงผิงอัน แต่เหมียวเสียก็ดึงอันตรายเข้า
หาตัวทันที
เจียงผิงอันปริปาก “เหตุที่ฉางหงหนีไปได้ในคืนนั้น ก็เพราะเขามี
ศาสตราเซียนอยู่กับตัวเช่นกัน ซ ้ายังเป็นศาสตราเซียนระดับเซียน
ปฐพีด้วย!”
ในเมื่อเจ้าไม่ปล่อยข้าอยู่ดี ก็อย่าคิดลอยชาย
“เหลวไหล! ข้าใช้ยันต์เคลื่อนย้ายหนีไปต่างหาก! ศาสตราเซียน
อะไรข้าไม่มีสักชิ้น!”
ฉางหงแผดเสียงอย่างเดือดดาล สารเลวนี่ถึงกับแว้งกัดเขา
ฉางหงมิได้โกหก เขาหนีไปด้วยยันต์เคลื่อนย้ายจริง ๆ
“ไฉนรีบร้อนอธิบายนักเล่า? กลัวถูกยอดฝีมือหมายหัว
เหมือนกันหรือ?” เจียงผิงอันเย้ย
สัจธรรมของเรื่องนี้ มีเพียงพวกเขาสองคนที่รู้ มองจากสายตา
ปวงชนก็ทราบได้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่ยอมเชื่อว่าฉางหงมีศาสตรา
เซียนกับตัวมากกว่า
ฉางหงเคืองแค้นอยู่ในใจ เขาอยากสร้างปัญหาให้เจียงผิงอัน แต่
มิคาดว่าปัญหาจะเกิดแก่ตัวเอง
หยางจิ่นอวี๋ซึ่งนั่งบนตำแหน่งประธานเอ่ยเบา ๆ “หากพวกเจ้ามี
ข้อข้องใจกัน ก็ออกไปสะสางกันข้างนอก ห้ามลงมือกันในตำหนักนี้”
“ถือโอกาสยามนี้ ข้าจะบอกเลยแล้วกันว่าได้ป้ายผ่านทางมา
อย่างไร ข้ามีสมบัติลับชิ้นหนึ่งซึ่งเร้นตัวข้าจากสวรรค์ สามารถออก
สัญจรยามวิกาลได้ และป้ายผ่านทางนี้ ข้าก็ได้มาจากตัวประหลาด”
วิธีการมิได้ยาก ขอเพียงมีสมบัติแบบเดียวกันก็พอ
ปัญหาอยู่ตรงที่ จะหาสมบัติเช่นนี้ได้อย่างไร หากหาได้ ปวงชน
คงได้มันไปนานแล้ว
ยามนี้ปวงชนล้วนสงสัยว่าเจียงผิงอันจะมีสมบัติเช่นเดียวกันอยู่
กับตัว เขาจึงออกตระเวนราตรีได้โดยมิถูก ‘ตัวประหลาด’ โจมตี
ฉางหงเขม่นมองเจียงผิงอัน “คอยก่อนเถอะ!”
มีเหมียวเสียกับหยางจิ่นอวี๋อยู่ที่นี่ เขามิอาจฆ่าเจียงผิงอันได้เลย
จึงหันหลังเดินจากไป
งานเลี้ยงดำเนินต่อ เดิมทีตัวเอกของงานเลี้ยงนี้คือหยางจิ่นอวี๋
นางคือบุคคลแรกที่ได้ป้ายผ่านทางนับจากกาลหลายสิบปี แต่
หลังจากฉางหงปรากฏตัว บรรยากาศก็ซับซ้อนละเอียดอ่อนสัก
หน่อย ปวงชนล้วนลอบชำเลืองเจียงผิงอันกันเสมอ
หนึ่งบุคคลกวาดล้างยอดฝีมือสิบกว่าคนจากสำนักเซียนเทียน
หลาน เพียงพอให้สนใจได้แล้ว
เจียงผิงอันไม่ชอบความรู้สึกยามถูกจ้องมอง นี่จะเพิ่มโอกาสเกิด
อุบัติเหตุแก่เขา
คืนนี้ เจียงผิงอันจะบุกโรงเตี๊ยมฉางหงอีกครั้ง ฆ่าเจ้าคน
ปากสว่างนี่เสีย
ยามตะวันใกล้ตกดิน งานเลี้ยงก็จบลง ปวงชนต่างพากันรีบเร่ง
แยกย้ายไปซ่อน ณ ที่พักตน
ขณะที่หยางจิ่นอวี๋ส่งเหมียวเสียกลับ นางพลันเอ่ยขึ้นว่า “มิน่า
ข้าหาป้ายผ่านทางไม่เจอเลย ที่แท้พวกเจ้าก็ได้ไปแล้ว”
“เจ้าคิดมากไปแล้ว เรามิได้ป้ายผ่านทางมาหรอก” เหมียวเสีย
ตอบ
นางเดาความคิดของหยางจิ่นอวี๋ไว้ว่า เหตุที่เจียงผิงอันออกมา
ยามราตรีได้ต้องเกี่ยวกับนาง และนางก็ได้ป้ายผ่านทางมาแล้ว
เช่นกัน
ทว่าแท้จริง นางหารู้เรื่องใดไม่
หยางจิ่นอวี๋ทำสีหน้าราวจะพูดว่า ‘ไม่ต้องเสแสร้งก็ได้’ “ไว้เจอกัน
ที่ทะเลดาราจักร”
เหมียวเสียไหวไหล่ตอบ ทิวเขาคู่ตรงหน้ากระเพื่อมสองหน ก่อน
จะหันกายจากไป
เจียงผิงอันตามนางไปเงียบ ๆ
บนถนนยามเกือบวิกาลแทบไม่มีผู้ใดปรากฏตัว เมื่อเดินได้สักครู่
เหมียวเสียก็โพล่งถามขึ้น “เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้าว่าเจ้าช่วยข้าล้าง
แค้นไปแล้ว?”
“เจ้ามิได้ถาม” เจียงผิงอันตอบเรียบ ๆ
เหมียวเสียยกมือลูบหัวเจียงผิงอัน “เจ้าไม่พูด ข้าจะคิดหรือว่า
เป็นเจ้า! ก้อนหินซื่อบื้อเอ๊ย!”
ใครจะคิดว่าชายผู้นี้เองที่แอบช่วยนางอยู่เบื้องหลัง
แสงตะวันรอนยืดเงาของทั้งสองไปแสนไกล เหมียวเสียเห็นเงา
ของเจียงผิงอันซึ่งยืนข้างนางใหญ่โตเช่นขุนเขา…
ทั้งสองกลับสู่โรงเตี๊ยมที่พักของปวงชนจากสำนักเซียนอวี่หวง
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงล้วนอยู่ในห้องโถงพร้อมหน้า
ยามทั้งสองกลับมา ทุกสายตาก็จ้องมาที่เจียงผิงอันอย่างชื่นชม
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะรู้กันหมดแล้ว ถูกต้อง ผู้ปลิดชีพผู้ฝึกตน
จากสำนักเซียนเทียนหลานคือเจียงผิงอัน ศิษย์น้องของข้าเอง”
เหมียวเสียกล่าวอย่างภาคภูมิ
นางไม่รู้ว่าตนจะภาคภูมิทำไม แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นผลงานของ
เจียงผิงอัน และนางรู้สึกภูมิใจ
“เจ้าเด็กนี่ซ่อนเนียนนักนะ!”
อวี๋เปยเดินยิ้มร่ามาหาเจียงผิงอัน เงื้อหมัดชกอกเขาเบา ๆ
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าผู้ทำการใหญ่จะเป็นเจียงผิงอัน เด็กนี่เก็บตัว
เงียบเกินไปแล้ว หากมิใช่เพราะฉางหงยังมีชีวิต คงไม่มีใครทราบเลย
เป็นแน่
เจียงผิงอันยิ้มบาง “แค่เรื่องเล็กน้อย มิควรค่าให้พูดถึงหรอก”
เรื่องเล็กน้อย?
ปวงชนหมดวาจา
ฆ่าได้แค่หนึ่งก็เป็นผลงานยิ่งใหญ่แล้ว ฆ่าได้มากมายเช่นนี้ยัง
เรียกเรื่องเล็กได้หรือ?
“ศิษย์พี่หญิง พี่ใหญ่อวี๋ ข้ามีเรื่องจะพูดกับพวกเจ้า”
เจียงผิงอันไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อไป ยามนี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้อง
พูดกัน