สู่วิถีอมตะ - บทที่ 701 โศกนาฏกรรม
“บ้าเอ๊ย!!”
ชิวซื่อผิงและถานกว่างโซ่วแผ่ปราณชวนสะพรึง แรงกดดัน
ร้ายแรงแผ่เข้าสู่เมืองผี ทำให้ผู้ฝึกตนมากมายร่างสะท้าน
ทั้งคู่มิคาดเลยว่าพวกตนจะปล่อยเจียงผิงอันหนีไปได้
สองเซียนมนุษย์ร่วมมือแต่ก็ยังพลาด หากเรื่องนี้แพร่งพราย
พวกเขาก็ไม่มีหน้าไปพบผู้ใดแล้ว
“เจ้าเด็กนี่จิตใจมิต่างจากปีศาจ ต้องกำจัดให้ไวที่สุด!”
เหตุที่ถานกว่างโซ่วเคืองแค้นเจียงผิงอันนัก ก็เพราะเจียงผิงอัน
และ ‘ไป๋ฟาน’ ล้วนหลอกชิงศาสตราเซียนของเขาไป
แม้เขาจะมิได้ติดต่อกับเจียงผิงอันมากนัก แต่ถานกว่างโซ่วก็รู้ว่า
เจียงผิงอันเจ้าเล่ห์ยิ่ง
หากปล่อยคนเช่นนี้เติบโต การรับมือก็ยากสุดแสน
ชิวซื่อผิงกล่าวด้วยดวงตาแดงฉาน “เราสองคนร่วมมือกันบุก
เมืองผีได้นะ”
เขาไม่อยากเห็นรากฐานเทพโบราณของตนลอยหลุดไป
แม้เมืองผีจะมีค่ายกลขวางกั้น และยังมีเซียนมนุษย์มากมาย
พิทักษ์อยู่ แต่หากพวกเขาจะฝ่าเข้าไป อีกฝ่ายก็หยุดมิได้
ถานกว่างโซ่วชำเลืองชิวซื่อผิงอย่างเฉยชา ก่อนจะเมินเขาแล้ว
หันกายจาก
ถานกว่างโซ่วมิได้เสียสติ การบุกเมืองผีหมายความว่าตนตั้งตัว
เป็นศัตรูกับสำนักศึกษาชางจือ และยักษ์ใหญ่อย่างสำนักศึกษาชา
งจือ เลือกสุ่มใครสักคนก็ทำลายสำนักเซียนเทียนหลานได้ง่าย ๆ
นอกจากนั้น เขายังมิได้มีความแค้นลึกล ้าอะไรกับเจียงผิงอัน ผู้ที่
เขาเกลียดแค้นจริง ๆ คือ ‘ไป๋ฟาน’ ต่างหาก เจียงผิงอันแค่มีความ
เชื่อมโยงเล็กน้อยกับไป๋ฟาน เขาไม่ตายก็ไม่เป็นไร
ชิวซื่อผิงจ้องมองเมืองผีด้วยสายตาหม่นหมอง มือกำแน่น เนิ่น
นานจากนั้นจึงหันกายจากอย่างไม่เต็มใจ
เขามิกล้าบุกเดี่ยวเข้าไปในเมืองผี และไม่มีทางจัดการเจียงผิง
อันได้ จึงทำได้เพียงยอมปล่อยรากฐานเทพโบราณหลุดมือไป
ยามนี้เขาต้องไปจากแดนจันทร์มายา เขาฆ่าอัจฉริยะผู้หนึ่งของ
สำนักเซียนอวี่หวงไปแล้ว จะถูกสำนักเซียนอวี่หวงไล่ล่าสังหารอย่าง
เอาเป็นเอาตายแน่นอน หากเขายังไม่ไป เขาได้ตายแน่ ๆ
ความแค้นของเจียงผิงอันต้องไว้สะสางภายหลัง ยามนี้เขาต้อง
หาที่เยียวยาตัวเองก่อน
ในเมืองผี ที่โรงเตี๊ยมของสำนักเซียนอวี่หวง
ผู้ฝึกตนหญิงนางหนึ่งทรุดนั่งกับพื้น ประคองแหวนเก็บของแล้ว
สะอึกสะอื้นเงียบ ๆ
ผู้ฝึกตนหญิงนางนี้คือคู่บำเพ็ญของอวี๋เปย หานหมิ่นเจวียน
คนอื่น ๆ ยืนอยู่ข้างนาง สีหน้าสุดแสนเศร้าหมอง อวี๋เปยเป็นชาย
ผู้ร่าเริงแจ่มใส ผู้ฝึกตนทุกนามล้วนเคยรับความช่วยเหลือจากเขาไม่
มากก็น้อย ทุกคนจึงโศกเศร้ายิ่งกับข่าวร้ายของเขา
เจียงผิงอันกำหมัดแน่น สีหน้าเปี่ยมความรู้สึกผิด “พี่สะใภ้ใหญ่
ข้าขออภัยด้วย ข้าเองที่ทำร้ายพี่ใหญ่อวี๋”
ชิวซื่อผิงมาหาเขา หากมิใช่เพราะเขา พี่ใหญ่อวี๋คงไม่มีอัน
เป็นไป
“ข้ามิโทษเจ้าหรอก คนพวกนั้นมันสารเลว เจ้าทำดีที่สุดแล้ว…
แค่ว่า เด็กคนนี้มิอาจได้เห็นหน้าบิดาแล้วเท่านั้น” หานหมิ่นเจวียน
วางแหวนเก็บของลงบนท้อง น ้าตาไหลอาบแก้มขาว ดวงตาเปี่ยม
ความโศกเศร้า
“พี่สะใภ้ใหญ่ เจ้าท้องอยู่หรือ!” เหมียวเสียน ้าตานองหน้า รีบ
ประคองหานหมิ่นเจวียนลุกขึ้น
หานหมิ่นเจวียนแย้มยิ้มเศร้าสร้อย “ข้าไม่อยากถ่วงเวลาพี่
ใหญ่อวี๋จากทะเลดาราจักร จึงไม่คิดบอกเรื่องนี้กับเขา ใครจะรู้ว่า
โชคชะตาเล่นตลก พี่ใหญ่อวี๋มิอาจรับรู้ได้อีกแล้ว…”
นางยังพูดไม่จบก็หมดสติไปเพราะความเศร้า โลหิตกองหนึ่งไหล
พรวดลงนองพื้น
“พี่สะใภ้ใหญ่!”
“แย่แล้ว! นางจะแท้ง! เร็วเข้า! ใครมีโอสถเซียนบ้าง!”
ใครบางคนไหวตัว สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“โอสถเซียนไม่มีประโยชน์ โอสถผดุงครรภ์ต่างหากที่ต้องใช้!
ที่นี่ไม่มีเลยสักเม็ด!”
“ไม่ทันแล้ว ช่วยเด็กไม่ได้แล้ว…”
หานหมิ่นเจวียนเพิ่งตั้งครรภ์ เลือดเนื้อในครรภ์มิทันก่อตัว
รากฐานชีวิตยังไม่บังเกิด เพราะหานหมิ่นเจวียนโศกเศร้าเกินไป
กฎเกณฑ์ในกายสิ้นระเบียบ จึงส่งผลกระทบถึงตัวอ่อนในครรภ์
หานหมิ่นเจวียนถูกเหมียวเสียและเหล่าผู้ฝึกตนหญิงพยุงเข้าไป
ในห้อง ทั้งโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยบรรยากาศโศกเศร้าหดหู่
“หากพี่สะใภ้ใหญ่ฟื้นขึ้นมา รู้ว่านางรักษาลูกไว้ไม่ได้ ไม่รู้นางจะ
เศร้าเพียงไหนกัน สารเลวสวรรค์สาปพวกนี้นี่!”
“สำนักเซียนเทียนหลานกับชิวซื่อผิงนั่น เหลาจื่อจะให้พวกมัน
ต้องชดใช้ในสักวัน!”
เหล่าผู้ฝึกตนแผดเสียงอย่างเคืองแค้น เดือดดาลกันถ้วนหน้า
เจียงผิงอันยืนนิ่งกับที่ มองกองเลือดบนพื้นอย่างมิอาจขยับตัว
หัวใจดุจถูกมีดกรีดเฉือน
พี่ใหญ่อวี๋ตายแล้ว ลูกของพี่ใหญ่อวี๋ก็ตาย…
แม้เสียงก่นด่ารายล้อมจะมิได้มุ่งเป้าที่เจียงผิงอัน เจียงผิงอันก็
รู้สึกราวตนถูกด่าทอ
เขากระทั่งอยากให้ผู้คนหันมาด่าเขาซึ่งหน้า
มีเพียงการทำเช่นนี้ ความรู้สึกผิดและคำโทษตนเองในใจของ
เขาจึงผ่อนลงบ้าง
หลังส่งหานหมิ่นเจวียนกลับห้อง เหมียวเสียก็กลับออกมา มอง
ท่าทีหดหู่ของเจียงผิงอัน ปาดน ้าตาตนเองแล้วเข้าไปปลอบ “เจ้าบื้อ
อย่าโทษตัวเองเลย พี่หญิงหานมิโทษเจ้าหรอก”
“ศิษย์พี่หญิง”
เจียงผิงอันปริปาก เปล่งเสียงแหบพร่าจากลำคอ
“มีอะไรหรือ?” เหมียวเสียปาดน ้าตาถาม
“ข้ามิอาจติดตามศิษย์พี่หญิงไปทะเลดาราจักรได้แล้วล่ะ”
ปอยเส้นผมตกบังใบหน้าเจียงผิงอัน มิอาจเห็นสีหน้าขณะนี้ของ
เขาได้ชัดเจน
เหมียวเสียตระหนักแล้วว่าเจียงผิงอันจะทำอะไร ปากอ้าพะงาบจะ
เกลี้ยกล่อม แต่สุดท้ายก็มิอาจพูดออกไป
“ระวังตัวด้วยนะ”
ในเวลาเช่นนี้ เกลี้ยกล่อมเช่นไรก็ไร้ประโยชน์
“ฝากขอโทษพี่สะใภ้ใหญ่แทนข้าด้วยนะ”
ว่าแล้ว เจียงผิงอันก็หันเดินออกไป
ขณะนี้ เขามีโทสะอัดแน่นในใจและต้องระบาย
หากเป็นความแค้นของตัวเอง เขายังทนได้ รอคอยไหว แต่มิใช่
หนนี้
เขาจะไปฆ่าคนสงบโทสะและคำโทษตนเองทั้งหลาย
ทันทีที่เจียงผิงอันออกมา เขาก็เห็นฉางหงยิ้มร่ามาหา “โอ๊ยโย้ย
โหย ข้าเพิ่งมาก็ได้ยินเสียงร ่าไห้อันไพเราะยิ่งจากที่นี่ ก่อนหน้านี้ยาม
เจ้าเก็บซาก เจ้าเก็บไม่หมดนะ ข้าเลยช่วยเจ้าเก็บมาให้”
ว่าแล้ว ฉางหงก็นำเศษฝ่ามือย่างสุกข้างหนึ่งออกมาแล้วใส่ปาก
เคี้ยว
“วอนตายเสียแล้ว!”
ดวงตาของเจียงผิงอันแดงฉาน จิตสังหารรุนแรงพุ่งสู่ศีรษะ ออก
หมัดฟาดใส่อีกฝ่ายอย่างเกินควบคุมอารมณ์
สีหน้าของฉางหงเหยียดหยัน ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนยัง
คิดทำร้ายเขา? โง่เง่า
หากมิใช่เพราะสู้กันในเมืองมิได้ อีกฝ่ายคงตายไปนานแล้ว
ฉางหงขยับถอยน้อย ๆ พร้อมหลบการโจมตี
ทว่าทันใดนั้น กิ่งไม้สีทองกิ่งหนึ่งก็ปรากฏในมือเจียงผิงอัน โอบ
ล้อมไปด้วยปราณมหาเต๋า
ยอดสมบัติ!
ฉางหงสังเกตคลื่นพลังบนกิ่งไม้แล้วขมวดคิ้ว แม้จะเดาไว้แล้วว่า
เจียงผิงอันอาจโจมตี แต่มิคาดว่าอีกฝ่ายจะงัดยอดสมบัติออกมา
ฉางหงเร่งการถอยหนีทันที แต่ยังไม่ทันได้หนี เขาก็พบว่าสุญตา
ใกล้เคียงถูกผนึกนิ่ง ไร้หนทางหนีพ้นได้
ฉางหงเป็นศิษย์หัวกะทิของสำนักเซียนเทียนหลาน แม้การโจมตี
นี้จะเกินคาดไปหน่อย เขาก็ยังไหวตัวทันที เมื่อถึงยามจวนตัว เขาก็
เงื้อหอกเข้าปะทะอีกฝ่าย
เขาใช้หอกปัดกิ่งมารของเจียงผิงอันออกไป แล้วพุ่งคมหอกแทง
เจียงผิงอัน
พรวด!
โลหิตสาดกระจาย ร่างของเจียงผิงอันถูกแทงทะลวง
ต่อหน้าการโจมตีของยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดน เจียงผิง
อันหามีสิทธิ์ดิ้นรนใดไม่
แต่แล้ว ทันทีที่ร่างของเจียงผิงอันถูกแทง รัศมีเซียนสายหนึ่งก็วูบ
ไหวใส่แขนฉางหง มือข้างที่ถือฝ่ามือย่างสุกของอวี๋เปยถูกสะบั้นขาด
ดวงตาของฉางหงเบิกกว้าง มองพู่กันที่สะบั้นแขนของเขา
ปรากฏว่าเป็นศาสตราเซียนครึ่งขั้น!
หลังความตกใจผ่านพ้น ฉางหงก็สุดปรีดา
พู่กันนี่เป็นของเขาแล้ว!
ขยะพรรค์นี้หาคู่ควรถือครองอาวุธวิเศษเช่นนี้ไม่
ทว่า ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏในใจฉางหง เขาก็ต้องขวัญผวา
เมื่อพบว่าขวดสีดำใบหนึ่งปรากฏเหนือศีรษะเขา
ศาสตราเซียน!
เวรเอ๊ย! มิใช่เหมียวเสียบอกหรือว่าขวดใบนี้เป็นของนาง! หาก
เป็นของนาง ไฉนมันจึงอยู่กับเจียงผิงอันได้!
ต่อหน้ายอดสมบัติ ศาสตราเซียนครึ่งขั้นและศาสตราเซียนล้อม
รุม ฉางหงมิกล้าเลินเล่อแม้แต่น้อย เขาใช้เทวรูปสีน ้าเงินขนาด
เท่าตัวคนออกมาทันที
ทันทีที่เทวรูปปรากฏขึ้น ปราณทรงพลังก็แผ่ซ่านสะท้านจิตเยี่ยง
เซียนมนุษย์ปรากฏกาย สะท้อนกฎเกณฑ์ทั่วเวหา คลับคล้ายจะ
สะกดศาสตราเซียนของเจียงผิงอันได้
มิใช่ว่าศาสตราเซียนของเจียงผิงอันอ่อนแอ แต่การฝึกฝนของ
เขาอ่อนแอจนใช้พลังของศาสตราเซียนมิได้ต่างหาก
“พวกเจ้าสองคนคิดว่ากฎของเมืองผีมีไว้ประดับหรือ?”
หนึ่งเสียงโรยราดังขึ้น และทั้งเทวรูปของฉางหงและศาสตรา
เซียนของเจียงผิงอันล้วนถูกสะกดนิ่ง
เซียนมนุษย์ตัวจริงปรากฏแล้ว
“ฝ่าฝืนกฎของเมืองผี ไสหัวออกจากเมืองผีเสีย ห้ามกลับมา
ตลอดกาล”
หนึ่งอำนาจแข็งแกร่งโอบล้อมคนทั้งสอง เคลื่อนย้ายออกมานอก
เมืองผีอย่างมิอาจขัดขืนใด ๆ
นับแต่เปิดศึกจนทั้งสองถูกโยนออกจากเมืองผี กินเวลาเพียงชั่ว
พริบตา
ฉางหงถลึงตามองเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น “สารเลวสมควร
ตาย ถึงกับทำให้ข้าถูกขับจากเมืองผี! วันนี้เจ้าต้องตาย!”