สู่วิถีอมตะ - บทที่ 702 หวนกลับ
การถูกขับออกจากเมืองผีหมายความว่าคนผู้นั้นจะมิอาจข้าม
ทะเลดาราจักรไปยังสำนักศึกษาชางจือได้ เท่ากับเสียโอกาสฝึกฝนที่
นั่นไป
แม้การไปสำนักศึกษาชางจือจะมิต้องผ่านทะเลดาราจักรเสมอไป
จะถูกคัดเลือกเป็นการพิเศษก็ได้ แต่ตัวเขา ฉางหงมิใช่อัจฉริยะ
เช่นนั้นอย่างชัดเจน
ทั่วทั้งแดนจันทร์มายา ตลอดหมื่นปีผ่านมานี้ มีเพียงผู้ที่เอาชนะ
เหมียวเสียได้เท่านั้นที่ถูกสำนักศึกษาชางจือรับเข้าเป็นกรณีพิเศษ
เงื่อนไขพิเศษนั้นเข้มงวดยิ่งกว่าทะเลดาราจักรอีก
ฉางหงเร่งเทวรูปเข้าสังหารเจียงผิงอัน ระบายโทสะในใจเขา
ทว่าขณะนั้นเอง ลำแสงมากมายก็พุ่งเข้ามา
“เวรเอ๊ย!”
เมื่อฉางหงเห็นพวกเหมียวเสีย เขาก็รีบจากอย่างไร้ลังเล
อีกฝ่ายมีคนมากนัก เขาลำพังมิอาจสู้ไหว
เจียงผิงอันอยากใช้กำไลทลายมิติผนึกสุญตา แต่สุดท้ายก็รามือ
ต่อให้เขาหยุดฉางหงได้ ก็ฆ่าอีกฝ่ายมิได้อยู่ดี
ฉางหงซึ่งมีพลังต่อสู้เป็นเลิศรองจากเซียนนั้นฆ่ามิใช่ง่าย เว้นแต่
เขาก็อยู่ในระดับนั้นด้วย
นอกจากนั้น เซียนมนุษย์ทั้งสองเพิ่งจากไป หากพวกเขาสู้กัน
ยืดเยื้อ มิทันฆ่าฉางหงได้ เซียนมนุษย์ทั้งสองก็อาจกลับมา ถึงยาม
นั้นก็อันตรายแน่แล้ว
แม้เจียงผิงอันจะมีโทสะ เขาก็ยังมีสติ
เหตุที่เขาลงมือเมื่อครู่ก็แค่เพื่อจะชิงซากของพี่ใหญ่อวี๋กลับมา
เท่านั้น
“เจ้าบื้อ ไม่เป็นไรนะ?” เหมียวเสียถามอย่างเป็นห่วง
ทุกสิ่งเกิดขึ้นกะทันหันเสียจนกว่าพวกนางจะไหวตัว คนทั้งสองก็
ถูกเซียนมนุษย์ขับจากเมืองผีแล้ว
“ไม่เป็นอะไร ฝากดูแลซากพี่ใหญ่อวี๋ด้วยนะ”
เจียงผิงอันเก็บอาวุธวิเศษ ส่งมือของอวี๋เปยให้เหมียวเสีย ก่อนจะ
หันกายเหินสู่นาวาเซียนที่กำลังมุ่งหน้ากลับ
ฉางหง ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ก็จริง แต่จะฆ่าศิษย์สำนักเซียนเทียน
หลานคนอื่นมิได้เชียวหรือ?
มีแต่ต้องฆ่าฟัน โทสะในใจ คำก่นด่าตนเองและความรู้สึกผิด
ของเจียงผิงอันจึงบรรเทาลงได้
“เจ้าบื้อ! รอจนแข็งแกร่งก่อนค่อยล้างแค้นนะ!” เหมียวเสีย
ตะโกนตามหลัง
“ไปรอข้าที่ขอบเขตเซียนมนุษย์”
เจียงผิงอันหวนกลับโดยไม่เหลียวหลัง
เขาอยากไปสำนักศึกษาชางจือ พานพบอัจฉริยะล ้าเลิศ
เผชิญหน้าเหล่าผู้มากพรสวรรค์จริงแท้ แต่น่าเสียดายที่ไม่เหลือ
โอกาสแล้ว
ชั่วชีวิตนี้ของเขามิอาจเสถียรราบรื่น ต้องจมปลักโชกเลือดใน
การฆ่าฟัน
เหมียวเสียมองเจียงผิงอันลับตา พยายามควบคุมจนมิให้หลั่ง
น ้าตา แล้วหันกายกลับเข้าเมืองผี
นางอยากออกสู่ทะเลดาราจักร เหยียบเยือนประตูลืมเซียน เข้าสู่
สำนักศึกษาชางจือ นางอยากจะแข็งแกร่งขึ้น บรรลุสู่ขอบเขตเซียน
มนุษย์!
สองร่างเดินทางต่างทิศ แต่สักวันก็จะได้หวนพบพาน
เจียงผิงอันขึ้นสู่นาวาเซียนเที่ยวกลับ มิคาดว่าจะต้องไปจากทะเล
ดาราจักรไวเพียงนี้
ในโลกใบน้อยของเขา อวตารกลืนสวรรค์นอนอ่อนแรงในวัง
กาลเวลา
เพื่อตบตาเซียนมนุษย์ทั้งสอง เขาจึงแยกรากเซียนอัสนีหยินใน
อวตารกลืนสวรรค์ออกมา ส่งผลกระทบสาหัสต่อตนเอง
ต่อให้กินโอสถเก้าวงจรจักรวาลเข้าไป ก็ยังต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ
ปีกว่าจะคืนสู่ปกติ
หกรากเซียนของเขาเหลือเพียงห้า
เจียงผิงอันไม่เสียใจที่เสียรากเซียนไปหนึ่ง หากย้อนเวลากลับไป
เขาก็ยังเลือกทำ
เจียงผิงอันหลับตาลงเริ่มเยียวยาตนเอง หลังเขาหวนกลับไป จะ
เปิดฉากละเลงเลือดฆ่าคน หากสภาพของเขาย ่าแย่ ต้องเกิดอะไรขึ้น
แน่แท้ ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานก็มิควรประมาท
ไม่นานจากนั้น สำนักเซียนอวี่หวงก็ได้ข่าวการตายของอวี๋เปย
และเมื่อทราบเรื่องชัดเจน ผู้นำระดับสูงของสำนักเซียนอวี่หวงก็เดือด
แค้น
หากเป็นเพราะอวี๋เปยแข็งแกร่งมิเท่าคู่ประลองร่วมขอบเขตก็ว่า
ไปอย่าง แต่นี่มิใช่เช่นนั้น ผู้ลงมือคือเซียนมนุษย์
สำนักเซียนอวี่หวงส่งเซียนมนุษย์มากมายออกตามล่าชิวซื่อผิง
ขณะเดียวกันก็ประกาศเพิ่มรางวัลค่าหัวผู้ฝึกตนจากสำนักเซียน
เทียนหลาน
ความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายทวีความเข้มข้น จำนวนหน
กระทบกระทั่งตามสถานที่อย่างจุลภพเทพโบราณและดินแดนลับ
จันทร์มายาเพิ่มขึ้นอีก
ครึ่งปีให้หลัง ทะเลทรายสีดำในดินแดนลับจันทร์มายา
ผู้ฝึกตนสามคนถูกสิบบุคคลรุมล้อม เจตจำนงดาบโปรยปลิวบน
ฟ้า อำนาจเขตแดนมากมายปะทะปราชัน ตลบทรายคละคลุ้งผืนฟ้า
“ศิษย์น้องหยาง เจ้าฝีมือแข็งแกร่ง ไม่ต้องสนใจเรา ฝ่าออกไป
เองเลย!”
“จะตายก็ตายด้วยกันสิ ข้าไม่หักหลังศิษย์ร่วมสำนักหรอก!”
หยางหลวนกวัดแกว่งมีดเล่มใหญ่ เส้นผมยุ่งเหยิงปลิวไสว เขา
บาดเจ็บกว่าใคร ร่างเต็มไปด้วยบาดแผล บางแผลบางแห่งกระทั่ง
ทะลวงลึกออกด้านหลัง
หยางหลวนถลึงตามองผู้ฝึกตนประสงค์ร้ายตรงหน้า “พวกสาร
เลวจากสำนักเซียนเทียนหลานไร้มารยาทสัประยุทธ์ ลอบกัดเป็น
สุนัข!”
เดิมที นี่ควรเป็นการต่อสู้ห้าต่อห้าอย่างยุติธรรม แต่อีกฝ่ายโผล่
มากันสิบคน!
หากมิใช่เพราะมีดในมือเขาเป็นยอดสมบัติ เขาคงไม่อาจทนมา
จนบัดนี้ได้เลย
แม้จะมียอดสมบัติในมือ สหายของเขาสองคนก็ยังตกตาย พวก
เขาสามคนมิอาจยื้อได้นาน ยามนี้หวังเพียงกำลังเสริมจะมาโดยเร็ว
“มารยาทสัประยุทธ์? ฮ่า ๆ ขำตายล่ะ โลกนี้มีเพียงผู้ชนะที่อยู่ได้
ความยุติธรรมมีที่ไหนเล่า”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานเย้ยเยาะขบขัน ใบหน้าเปี่ยม
ความดูแคลน
พวกคนจากสำนักเซียนอวี่หวงมีแต่พวกสมองนิ่ม ประเคนชีวิต
ตัวเองเพื่อคนอื่น ของพรรค์นี้มีแต่พวกไร้สมองเท่านั้นที่ทำ
พรวด!
กระบี่แทงทะลวงร่างหยางหลวนอีกหน ก่อนจะบิดปั่น เฉือนเลือด
เนื้อไปอีกก้อนใหญ่
หยางหลวนโลหิตคลุ้งเต็มปาก กวัดแกว่งมีดแรงเกินไปจนถาก
มือตัวเองเละเทะ “ทนไว้! ต้องมีสหายมาช่วยเราแน่!”
“มาช่วย? ฝันอยู่หรือ? คนแถวนี้มีแต่คนของเรา ไม่มีใครมาช่วย
พวกเจ้าหรอก ถอดใจเถอะ!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานก็หวังสั่นคลอนความเชื่อ
ของพวกหยางหลวนอยู่เช่นกัน
ขอเพียงสิ้นศรัทธา พวกเขาก็จะมิอาจทานทน
หยางหลวนเสียความเอื่อยเฉื่อยเช่นกาลก่อน ใบหน้าของเขา
เคร่งขรึม มีดในมือถูกกำแน่นขึ้น “ถึงต้องตาย ข้าก็จะลากพวกเจ้า
ไปด้วยสักสองสามคนแหละ! ลูกพี่ข้าไปทะเลดาราจักรแล้ว ไม่ช้าก็
เร็วก็จะได้เข้าร่วมสำนักศึกษาชางจือแล้วกลับมาล้างแค้นให้ข้า! ฆ่า
พวกเจ้าสารเลวนี่เสีย!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานยิ่งเผยสีหน้าดูแคลน
“ลูกพี่บ้าบออะไรของเจ้า คู่ควรเข้าร่วมสำนักศึกษาชางจือด้วย
หรือ?”
สำนักศึกษาชางจือคือสถานที่เช่นไร? มันเป็นสถานที่รวมสุด
ยอดฝีมือจากร้อยพันแดนดินทั่วทั้งกิ่ง ‘ชางจือ’ ทั่วทั้งแดนจันทร์
มายายังมีผู้บรรลุได้เพียงสองสามคนในรอบพันปี มิใช่สวนหลังบ้านที่
จะเดินเข้าออกได้ตามใจเสียหน่อย
ไม่ว่าลูกพี่เจ้านี่จะเป็นใคร ต้องเข้าสำนักศึกษาชางจือมิได้แน่ ๆ
“ข้ามิคู่ควรเข้าสู่สำนักศึกษาชางจือก็จริง แค่เกินพอจะฆ่าพวก
เจ้าแล้ว”
หนึ่งเสียงไร้อารมณ์พลันดังขึ้นเบื้องหลังปวงชน
ทุกผู้สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันชวนสะท้าน
ผู้ฝึกตนซึ่งไหวตัวเร็วดีดตัวถอยออกมา ผู้ฝึกตนสามคนซึ่งไหว
ตัวช้ากว่าไม่มีโอกาสแม้แต่จะหนี หนึ่งกิ่งไม้สีทองก็หวดเข้ามา ร่าง
ช่วงเอวของพวกเขาแหลกเละไปทันที
ท่ามกลางทรายสีดำตลบคลุ้ง ชายชุดดำผู้หนึ่งพลันปรากฏ ใน
มือถือกิ่งไม้ยอดสมบัติ คู่เนตรลึกล ้าเย็นชาราวไร้ชีวิต
“ลูกพี่!”
เมื่อหยางหลวนเห็นคนผู้นี้ เขาก็อุทานออกมา ใบหน้าสิ้นหวัง
ปรากฏความปรีดา
ข้านึกว่าจะตายเสียแล้ว มิคาดว่าลูกพี่จะมา!
คนผู้นี้มิใช่ใครอื่นนอกจากเจียงผิงอัน
“ลูกพี่มิได้ไปสำนักศึกษาชางจือแล้วหรือ? ไฉนจึงกลับมาได้?
คงมิใช่กลับมาเพื่อช่วยข้าหรอกกระมัง!” หยางหลวนซึ้งจนหลั่งน ้าตา
“เจ้าคิดมากไปแล้ว การเร่งรุดกลับมาใช้เวลาครึ่งปี ข้าหาใช่
เซียนมนุษย์ จะกลับมาในพริบตาได้อย่างไร”
เจียงผิงอันเหยียบศีรษะของผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่ตายจนแหลกเละ
โลหิตสาดกระจาย
ดวงตาของหยางหลวนสุดแสนสะเทือนใจ “ลูกพี่ต้องสัมผัสได้แน่
แท้ว่าข้าอยู่ในอันตราย เลยมาหาข้า”
“ข้าแค่บังเอิญผ่านมาน่ะ” เจียงผิงอันตอบหน้าตาย
หยางหลวน “…”
อยู่ ๆ ก็ปวดหนึบที่หัวใจ
ขณะนั้น ผู้ฝึกตนที่เหลืออีกเจ็ดคนรีบเข้ามารายล้อมพวกเขาทั้ง
สี่
“มารดามัน ตกใจหมด ที่แท้ก็แค่ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดน
ระดับเท่ากับเรา”
“เจ้านี่เอายอดสมบัติมาให้เราหรือ? ข้าชอบยอดสมบัติกิ่งไม้นี่
อย่าแย่งข้าเชียว!”
“เรื่องสิ ผู้ใดฆ่าเขาได้ก่อน ยอดสมบัตินี้ก็เป็นของผู้นั้นสิ!”
คนทั้งหลายจับจ้องเจียงผิงอันตาเป็นมัน ไร้ความกลัวโดยสิ้นเชิง
แม้จะไม่รู้ว่าเจ้านี่เป็นใคร แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องสำคัญคือยอด
สมบัติในมืออีกฝ่ายแพงระยับเลยต่างหาก
พวกเขาเจ็ดคน จะเอาชนะสี่คนนี้มิได้เชียวหรือ?