สู่วิถีอมตะ - บทที่ 724 ประตูลืมเซียน
เมื่อเห็นเจียงผิงอันปรากฏข้างตัว เหมียวเสียก็รู้สึกเหมือนฝันไป
แต่นางไม่ได้นอนหลับมาหลายปีแล้ว!
“เจ้า… ไฉนมาอยู่ที่นี่ได้! แอบเข้ามาหรือ?”
เหมียวเสียกระโดดโถมตัวใส่เจียงผิงอัน รัดเรียวขารอบเอวเจียง
ผิงอันราวห่วงโซ่ ตื่นเต้นจนอยากจะจูบเจียงผิงอัน ทว่าเจียงผิงอันยัน
นางขวางไว้
เหมียวเสียต่อสู้มาตลอดช่วงกาลนี้ มิได้สนใจเรื่องภายนอกเลย
สักนิด จึงหารู้สถานการณ์ปัจจุบันของเจียงผิงอันไม่ และคิดว่าเขา
แอบเข้ามา
“ข้าถูกสำนักศึกษาชางจือรับเป็นกรณีพิเศษน่ะ” เจียงผิงอันว่า
เหมียวเสียนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา “อย่าโกหก
กันเสียดีกว่า รู้หรือไม่ว่ากว่าสำนักศึกษาชางจือจะรับใครเป็นกรณี
พิเศษนั้นยากเย็นเพียงไร แม้พลังต่อสู้ของเจ้าจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยัง
ห่างไกลเกินจะถึงมาตรฐานการรับศิษย์กรณีพิเศษนัก”
“หากสำนักศึกษาชางจือรับเจ้าเป็นกรณีพิเศษจริง ๆ ศิษย์พี่หญิง
ผู้นี้ยอมเป็นอนุเจ้าให้เลย”
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง “ก็ได้ ข้ายอมรับ ข้าแอบเข้ามา”
ให้เหมียวเสียเป็นอนุ? สู้ ‘ยอมรับ’ ว่าแอบเข้ามายังดีกว่า
เหมียวเสียเผยสีหน้าราวจะพูดว่า ‘กะไว้แล้วเชียว’ “ข้าว่าแล้ว
เจ้าทิ้งศิษย์พี่หญิงผู้นี้ไม่ได้ เลยมาพบข้าที่นี่ เจ้าระวังตัวไว้ อย่าให้ถูก
จับได้นะ หากถูกรายงานขึ้นมา เจ้าถูกขับออกแน่ๆ”
นางสังเกตว่ามีบุคคลใกล้เคียงคลับคล้ายได้ยินวาทะนาง แต่คน
เหล่านี้คงไม่จุ้นจ้านจนไปรายงานหรอก
ขณะนั้นเอง เสียงอุทานก็ดังขึ้นจากไกล ๆ
“จบสิ้นแล้ว จางเทาพ่ายทัณฑ์แล้ว!”
ใต้มวลเมฆาดำทะมึนที่อีกฝั่งของประตูลืมเซียน ‘พายุทัณฑ์อัสนี’
ทวีความรุนแรง ผู้ฝึกตนคนหนึ่งร่างสลายกลางสุญตา สีหน้าสุดแสน
สิ้นหวัง
ตู้ม!
หนึ่งอัสนีลูกมหึมาเป็นพันจั้งทะลวงลง กลืนร่างผู้ฝึกตนคนนั้น
ดุจเม็ดทรายหายลงมหาสมุทรในพริบตา
พริบตาต่อมา เมฆาทะมึนบนฟ้าพลันจางตัวลง
ปวงชนต่างทราบ ว่าการสลายไปอย่างกะทันหันของเมฆาทัณฑ์
หมายถึงความตายของผู้เผชิญมัน
“ตายไปอีกคนแล้ว”
“นี่แค่ทัณฑ์เซียนจำลองนะ ของจริงจะน่ากลัวขนาดไหนนี่”
“ทัณฑ์เซียน ภูเขาที่ผู้ฝึกตนต้องข้ามผ่าน ตราบกาลยืนยาว
ตราบใดที่ผ่านมิได้ ก็จะเป็นเพียงสามัญชน”
ผู้ฝึกตนนอกประตูลืมเซียนอดรำพึงมิได้ยามประจักษ์วาระ
สุดท้ายของจางเทา ประหนึ่งผู้ที่เผชิญทัณฑ์คือตนเอง
ประตูลืมเซียนคือด่านที่สาม ตราบกาลผ่านมารวบรวมผู้คนไว้
มากมาย ผู้ฝึกตนหลายนามต้องหยุดลงที่นี่ และหลายคนกระทั่งติด
ค้างอยู่ที่นี่เป็นพัน ๆ ปี
แม้แต่ในภพเซียน การบรรลุเซียนก็มิใช่เรื่องง่าย หลายบุคคล
ต้องพึ่งพาโอกาสกว่าจะได้เป็นเซียน
หากคิดไปยังสำนักศึกษาชางจือ ก็ต้องผ่านประตูลืมเซียน ซึ่งจะ
จำลองทัณฑ์เซียนที่ผู้ฝึกตนต้องเผชิญในภายหน้านี้ให้ได้เสียก่อน
แม้ทัณฑ์เซียนที่นี่จะเป็นเพียงจำลอง แต่ก็ยังใกล้เคียงทัณฑ์
เซียนของจริงอยู่ถึงแปดส่วน
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีผู้ฝึกตนมากมายติดค้างที่นี่
เมื่อเหมียวเสียเห็นจางเทาล้มเหลว รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็
จางลง ปลดตัวเองลงจากเจียงผิงอันพลางพึมพำ “จางเทาผู้นี้ลือนาม
ยิ่ง เป็นอัจฉริยะสูงสุดของเมืองหลิงเยว่ ในหมู่ผู้ฝึกตนขั้นปลายระดับ
เขตแดนที่นี่ พลังต่อสู้ของเขาอยู่ในระดับต้น ๆ เสมอมา มิคาดว่าเขา
จะมาตายที่นี่”
“หากคิดข้ามผ่านประตูลืมเซียน ก็ยากเหลือแสน…”
มีแต่ต้องผ่านประตูลืมเซียนไปให้ได้ จึงสามารถปราชันอัจฉริยะ
จากแดนดินอื่น ๆ เพื่อเข้าร่วมสำนักศึกษาชางจือ หากติดอยู่ที่นี่
โอกาสปราชันอัจฉริยะจากแดนดินอื่น ๆ ก็ไม่เหลือด้วยซ ้า
เจียงผิงอันพลันถามขึ้น “จริงหรือที่ว่า หากฝึกฝนร่างกายจน
แข็งแกร่งพอ จะผ่านทัณฑ์เซียนไปได้?”
“ไม่จริง”
เหมียวเสียอธิบาย “ผู้ฝึกตนทั่วไปต้องผ่าน ‘พายุทัณฑ์อัสนี’ ซึ่ง
ทัณฑ์เหล่านี้มิได้มีเพียงสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า วิญญาณยังต้องเผชิญ
ทัณฑ์เซียนด้วยเช่นกัน”
“ทัณฑ์สวรรค์มิได้ทดสอบเพียงพละกำลัง แต่ยังทดสอบ
วิญญาณ จึงมักเกิดเรื่องที่มีผู้พลังต่อสู้โดดเด่น เป็นเลิศในหมู่ยอด
ฝีมือร่วมสมัย แต่ตกตายยามเผชิญทัณฑ์สวรรค์อยู่บ่อยครั้ง”
“ยามข้ามพิบัติ ความเชื่อต้องมั่นคง หัวใจห้ามด่างพร้อย เกิด
จุดบกพร่องยามใด การเผชิญทัณฑ์ก็ปรากฏมายาได้ง่าย ความ
ผิดพลาดจะปรากฏ และจบด้วยมรณาในทัณฑ์อัสนี”
“นี่แหละเหตุผลที่มีผู้คนมากมายสะบั้นผลกรรมสารพัด ตัดขาด
เจ็ดอารมณ์หกปรารถนาของตน ทั้งหมดก็เพื่อป้องกันมิให้ดวงจิต
แห่งเต๋าเกิดอุบัติเหตุ เพราะถึงอย่างไร เราก็หารู้ไม่ว่าในใจตนมี
ข้อบกพร่องใดแฝงอยู่”
การบรรลุเซียนมิได้ทดสอบเพียงการฝึกฝน แต่ยังเป็นการ
ทดสอบดวงจิตแห่งเต๋าด้วย
เหมียวเสียถอนใจพลางพูดต่อ “นอกจาก ‘พายุทัณฑ์อัสนี’
ทั่วไป ยังมีทัณฑ์อัสนีพิเศษบางอย่างด้วย เช่นทัณฑ์เพลิงกรรม
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา”
“ขอเพียงมิเคยฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไม่แยกแยะ ทัณฑ์เพลิงกรรมก็
จะไม่ปรากฏ ส่วนทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวานั้นเป็นทัณฑ์เซียนใน
ตำนาน ข้าได้ยินว่ามีเพียงผู้ที่มิอาจกลมกลืนกับเต๋าสวรรค์ได้เท่านั้น
ที่จะเกิดทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา ขอเพียงทัณฑ์สวรรค์ประเภทนี้
ปรากฏ ผู้ฝึกตนคนนั้นตายแน่ ๆ”
“อย่าฆ่าคนโดยไม่แยกแยะ ทัณฑ์เพลิงกรรมจะรุนแรงร้ายกาจ
นัก กาลก่อน พ่อข้าก็เกือบตาย”
เหมียวเสียย ้าเตือนเจียงผิงอัน
“ข้ามิเคยฆ่าคนโดยไม่แยกแยะ…”
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะตอบ เขาพลันสังเกตเห็นบางสิ่งแล้ว
เปลี่ยนสีหน้าไป “รับมือ!
เหมียวเสียเองก็สัมผัสได้ถึงวิกฤติ เงื้อดาบของนางขึ้นทันที
เปรี้ยง!
หนึ่งกระบี่แทงออกจากสุญตา ปะทะดาบของเหมียวเสียด้วย
ฤทธารุนแรง
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนผู้หนึ่งโจมตีพวกเขา!
จากวิชากระบี่ของอีกฝ่าย เหมียวเสียก็ทราบทันทีว่าเป็นฝีมือผู้
ฝึกตนคนหนึ่งจากสำนักเซียนเทียนหลาน
เพื่อจะฆ่านางเสีย สารเลวสมควรตายพวกนี้หาได้ลังเลลงมือที่นี่
ไม่
หากลงมือสู้กันที่นี่ ก็จะถูกขับออกจากเส้นทางธารดารา เสีย
โอกาสไปยังสำนักศึกษาชางจือ
คลื่นลมจากการปะทะระหว่างทั้งสองฟาดเจียงผิงอันกระเด็นไป
ทันที
ขณะเดียวกัน ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนอีกคนก็ปรากฏ
ตรงหน้าเจียงผิงอันในทันที
เหมียวเสียสังเกตเห็นบุคคลที่สอง สีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยน
มหันต์
นางตระหนักทันทีว่าคนทั้งสองหาได้มุ่งเป้าสังหารนางไม่ แต่จะ
ฆ่าเจียงผิงอันต่างหาก!
เหมียวเสียหยุดขัดขืนการโจมตีของผู้ฝึกตนตรงหน้าอย่างเด็ด
เดี่ยว ถอนดาบในมือออกฟาดฟันใส่บุคคลที่สอง คิดจะปกป้องเจียง
ผิงอัน และเมื่อนางชักดาบกลับ กระบี่ของศัตรูก็ฟันใส่บ่าของเหมียว
เสียเป็นแผลลึก
ทว่า เหมียวเสียก็ยังลงมือสายไปก้าวหนึ่ง บุคคลที่สองเข้าปราชิด
เจียงผิงอัน ออกหมัดอันชวนขวัญผวาเข้าใส่แล้ว
เจียงผิงอันเปิดหลุมดำกลืนกินตรงหน้าตนทันที
ตู้ม!
คนผู้นี้ระดับสูงกว่าเจียงผิงอันสองขั้น เมื่อหมัดกระแทกเข้าใส่
อำนาจชวนสะพรึงก็หลากเข้าสู่หลุมดำจนฉีกกระจาย ปลายฤทธิ์ทรง
พลังก็ยังกระหน ่าถูกเจียงผิงอัน
เปรี้ยง!
ร่างของเจียงผิงอันปลิวละลิ่ว โชคยังดีที่หลุมดำกลืนกินพลังส่วน
ใหญ่ไปแล้ว หาไม่ เขาคงตายในหมัดนี้
แต่ถึงอย่างนั้น เจียงผิงอันก็ยังได้แผล กระดูกในกายเกือบแหลก
เละ อวัยวะภายในฉีกขาด โลหิตไหลออกจากมุมปาก
เขากัดฟันทน ความเจ็บปวดบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว
แต่โอวหยางจวนหรือจะให้โอกาสเจียงผิงอันหนี เขาไล่ล่าตามไป
ทันที
ทันใดนั้น โอวหยางจวนก็สังเกตเห็นบางสิ่งแล้วพลันหยุดมือ
เมื่อมองธรณีประตูใต้เท้าตน เหงื่อก็หลั่งย้อมหน้าผากโอวหยาง
จวนอย่างพรั่นพรึง ขาข้างหนึ่งของเขาเกือบก้าวข้ามประตูลืมเซียน
เต็มที
หากเข้าประตูลืมเซียนยามใด ก็ต้องผ่านทัณฑ์เซียน ผลที่เกิด
คือรอดหรือตายเท่านั้น
โอวหยางจวนหาแน่ใจว่าจะผ่านประตูมลืมเซียนได้ไม่ เขาจึงยอม
เสียคุณสมบัติไปยังสำนักศึกษาชางจือแล้วฆ่าเจียงผิงอันเสียดีกว่า
ในเมื่อเข้าสำนักศึกษาชางจือมิได้ ก็ขอฆ่าเจียงผิงอันแทน
สำนักเซียนเทียนหลานของพวกเขาตั้งค่าหัวเจียงผิงอันไว้
มหาศาล หากฆ่าเขาได้ พวกเขาก็จะได้ศาสตราเซียนสองชิ้น
ส่วนพวกเขารู้จักเจียงผิงอันได้อย่างไรนั้น เหตุผลง่ายดายยิ่ง
กว่า ข้อมูลของสำนักมากมายถูกเขียนไว้ในป้ายแสดงตน สามารถ
อ่านผ่านป้ายได้ทุกเวลา
ในทำเนียบค่าหัวมีรูปลักษณ์ของเจียงผิงอันบรรยายไว้ด้วย
ทันทีที่โอวหยางจวนชะงักเท้า แรงกดดันมหาศาลพลันกดลงบน
ตัวเขา ทำให้ขาซึ่งเกือบเหยียบลงเต็มทีถลาเข้าธรณีประตูไป
ดวงตาของโอวหยางจวนเบิกกว้างเฉียบพลัน ก่อนจะถลึงตา
ตวาดใส่เจียงผิงอันอย่างคลุ้มคลั่ง “ไอ้เด็กเวร วอนตายเสียแล้ว!”
เขาถูกเจียงผิงอันฉุดร่างโดยใช้พลังกลืนกินและกฎแห่งแรงโน้ม
ถ่วง หาใช่เข้ามาเพราะอยาก!
โอวหยางจวนขวัญผวา คิดตะเกียกตะกายออกไป แต่หนึ่งอาคม
ก็กางขึ้นที่ประตู มิอาจออกไปได้เลย!
“หากจะตายก็ตายด้วยกันเสีย”
อันที่จริง เจียงผิงอันจะใช้ศาสตราเซียนหนีก็ได้ แต่การหนีไป
เฉย ๆ มิใช่วิสัยเขา สู้ยอมลงทุนมหาศาลเพื่อฆ่าเจ้าคนที่โจมตีมายัง
ดีกว่า หากปล่อยอีกฝ่ายหนีไปได้ ก็คงง่ายเกินไปสำหรับเขา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกะทันหัน ผู้คนมากมายจับต้นชนปลายไม่
ทันเลย
“ไฉนมีผู้เข้าประตูลืมเซียนไปสองคนล่ะนั่น? ทำไปทำไมกัน?”
“ไม่รู้สิ แต่ดูเหมือนใครกำลังสู้กันชอบกล”
“วิ่งเข้าประตูลืมเซียนแบบนี้ หาที่ตายกันอยู่หรือ?”
ขณะนั้นเอง แรงกดดันระดับเซียนสายหนึ่งก็เข้าปกคลุมเหมียว
เสียและผู้ฝึกตนตรงหน้านาง
“สู้กันอย่างเปิดเผย ผิดระเบียบ ขับออกจากเส้นทางธารดารา”
“ผู้อาวุโสเจ้าคะ! พวกเขาโจมตีเราก่อน ข้าแค่ปกป้องตนเอง
ตามปกติเท่านั้นเจ้าค่ะ!” เหมียวเสียตะโกน
“หากเช่นนั้น ข้าจะอนุโลมให้เจ้าสักครั้ง”
เซียนผู้นั้นฉีกมิติ โยนผู้โจมตีเหมียวเสียเข้าไป
โอวหยางจวนเห็นทัณฑ์เซียนก่อตัวเหนือศีรษะ ก็รีบร้อนตะโกน
บอกเซียนผู้นั้น “ผู้อาวุโส ข้าก็ลอบโจมตีเขาเหมือนกันขอรับ! โปรด
ไล่ข้าออกไปที!”
“ยามทัณฑ์เซียนเริ่มปรากฏ คนนอกมิอาจลงมือได้ หาไม่ จะเกิด
เป็นผลข้างเคียง ทัณฑ์เซียนที่พวกเจ้าต้องเผชิญจะรุนแรงขึ้นอีก”
เซียนผู้นั้นกล่าวเสียงเรียบ
ทัณฑ์เซียนของใคร ผู้นั้นต้องผ่านเอง มิอาจใช้ศาสตราเซียน
หากมีผู้ช่วยเหลือหรือใช้อาวุธวิเศษระดับเซียน ทัณฑ์เซียนที่ปรากฏ
จะยิ่งร้ายกาจ ถึงยามนั้น แทบประกันได้ว่าตายแน่แล้ว
ใบหน้าของโอวหยางจวนซีดขาว มิคาดว่าเหตุการณ์จะบาน
ปลายถึงเพียงนี้ เขาแค่ลอบโจมตีเท่านั้น แต่กลับต้องเผชิญอันตราย
ถึงชีวิต
เหมียวเสียเมินแผลที่บ่าตน แผดเสียงใส่โอวหยางจวนอย่างเดือด
ดาล “พวกเจ้าสำนักเซียนเทียนหลานสารเลว! ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะฆ่า
ล้างพวกเจ้า!”
แล้วนางก็หันไปตะโกนบอกเจียงผิงอันอย่างกังวล “เจ้าบื้อ
ป้องกันตัวสุดกำลัง ยึดมั่นในหัวใจ เจ้าต้องทนไว้ให้ได้นะ!”
การข้ามทัณฑ์เซียน คนนอกมิอาจเข้าแทรกแซงไม่ว่ากรณีใด มี
แต่ต้องอาศัยตัวรอดเองเท่านั้น
ผู้อื่นดูจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คนจากสำนักเซียนเทียน
หลานลอบโจมตีคนจากสำนักเซียนอวี่หวง ทำให้สองคนนั้นหลุดเข้า
ไปในประตูลืมเซียน
ปวงชนส่ายหัวอย่างจนใจ สองคนนั้นจบเห่แน่แล้ว
ทัณฑ์เซียนน่ากลัวเหลือแสน โอกาสรอดของสองคนนั้นน้อยสุด
จะน้อย โดยเฉพาะผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนนั่นตายแน่ ๆ
แม้หากขอบเขตต ่า ทัณฑ์เซียนที่ประตูลืมเซียนจำลองขึ้นจะ
อ่อนแอตามไปก็ตามที แต่สุดท้ายทัณฑ์เซียนก็คือทัณฑ์เซียน และ
นับแต่ประตูลืมเซียนปรากฏที่นี่ ก็แทบไร้ผู้ฝึกตนขั้นต้นหรือกลาง
ระดับเขตแดนผู้ใดข้ามทัณฑ์สำเร็จเลย