สู่วิถีอมตะ - บทที่ 725 ข้ามทัณฑ์
เปรี้ยง!
เมฆาทัณฑ์คลุมนภา ฟ้าดินคล้ายถูกสาดน ้าหมึกย้อมจนมืด
ทมิฬ แรงกดดันมหาศาลชวนลืมหายใจ ดูประหนึ่งเวหาจะถล่มทับ
กระทั่งผู้ฝึกตนซึ่งอยู่อีกฟากของประตูลืมเซียนยังสัมผัสได้ถึงแรง
กดดันชวนสะท้าน
“เจ้าไสหัวไปห่าง ๆ เลย!” โอวหยางจวนตวาดใส่เจียงผิงอันอย่าง
เดือดดาล
หากพวกเขาทั้งสองข้ามทัณฑ์ด้วยกัน ทัณฑ์เซียนก็จะยิ่งทรง
พลัง เขาจึงกลัวเจียงผิงอันพาเขาแย่ไปด้วย
หากเขามิได้กลัวว่าการพร่องปราณเซียนจะกระทบต่อยาม
เผชิญทัณฑ์ เขาคงฆ่าเจียงผิงอันเสียเดี๋ยวนี้
แม้เขาจะสุดเคืองแค้นเจียงผิงอัน แต่ยามนี้เขาต้องรอดทัณฑ์ไป
ให้ได้ จะเสียปราณเซียนแม้สักนิดมิได้เด็ดขาด
ยามได้ยินเสียงตวาดของโอวหยางจวน มิเพียงเจียงผิงอันไม่ไป
ยังเหินเข้าหาอีกฝ่ายด้วย
เมื่อสองบุคคลเข้าใกล้ เมฆาทัณฑ์สองกลุ่มก็พุ่งกระแทก เกิด
เสียงอัสนีเลื่อนลั่นสะเทือนฟ้าดิน พายุโหมกระหน ่า กฎเต๋าเซียนกู่
ก้อง
สายลมคมกริบเช่นคมมีด เชือดเฉือนแฉลบกายคนทั้งสอง ตัด
ผิวเนื้อไปได้หลายริ้วส่วน
วรุณโปรยดุจคมดาบ ทิ่มทะลวงกายทั้งคู่ได้อย่างง่ายดาย
“สารเลวนี่ทำอะไรอยู่ฟะ!”
เมื่อสัมผัสได้ว่าปราณทัณฑ์เซียนขยายตัว ใบหน้าของโอวหยาง
จวนก็สุดพรั่นพรึง เขาอุทานลั่น กางเกราะป้องกันสุดชีวิต แล้วถอย
กรูดออกห่างจากเจียงผิงอัน
“พวกเจ้า คนจากสำนักเซียนเทียนหลานก็เหมือนเหลือบไรใน
มุมมืด ใช้เป็นเพียงลูกไม้สกปรก แค่ข้ายังกลัวเลย ยังคิดข้ามทัณฑ์
อีกหรือ?”
เจียงผิงอันแค่นยิ้มหยัน
สายตาปวงชนหันมองโอวหยางจวนอย่างดูแคลน ผู้ที่มายังประตู
ลืมเซียนได้ล้วนเป็นบุคคลเลิศพรสวรรค์ในแดนจันทร์มายาทั้งสิ้น
การลอบโจมตีผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนสักคนนั้นช่างน่าอายจริง
ๆ
เรื่องอัปยศที่สุดคือ ยังลอบโจมตีไม่สำเร็จด้วย
ยามถูกยอดฝีมือระดับล่างเหยียดหยัน โอวหยางจวนก็อก
กระเพื่อมรุนแรงด้วยโทสะ “ไอ้เด็กเวร! อย่าทำปากดี ทัณฑ์เซียนจะ
มาแล้ว เจ้าน่ะตายแน่!”
เขาไม่มีเวลามามัวสนใจเจียงผิงอัน รีบเตรียมรับมือทัณฑ์สุด
ชีวิต ไม่ว่าอย่างไร เจียงผิงอันก็ต้องตายในทัณฑ์เซียนนี้อยู่ดี
“เจ้าบื้อ ระวังนะ ทัณฑ์เซียนจะมาแล้ว!” เหมียวเสียกำหมัดอย่าง
ร้อนใจ ซีฟันขบริมฝีปากแดงจนโลหิตทะลักริน เป็นห่วงเจียงผิงอัน
อย่างยิ่ง
นี่คือทัณฑ์เซียน การต่อสู้กับมันด้วยการฝึกฝนขั้นต้นระดับเขต
แดนนั้นยากเย็นแสนเข็ญ
ตู้ม!
อัสนีสายหนึ่งพลันฟาดลงใส่เจียงผิงอันอย่างไร้สัญญาณเตือน
เจียงผิงอันปลิวลงจากเวหา กระแทกพื้นอย่างรุนแรง ร่างไหม้
เกรียมทั้งตัว
ทัณฑ์วายุ ทัณฑ์วรุณและทัณฑ์อัสนีประโคมลงพร้อมหน้า เจียง
ผิงอันเป็นเช่นนาวาน้อยกลางทะเลคลั่ง พร้อมถูกตลบกลืนได้ทุก
เวลา
ขณะเดียวกัน สติรู้คิดของเจียงผิงอันก็เริ่มพร่ามัว เขาคลับคล้าย
ได้เห็นบุพการี พี่ใหญ่อวี๋เปยผู้วายชนม์ ความตายอันน่าเวทนาของ
ตนภายใต้ทัณฑ์เซียน น้องหู่นิวและเหล่าบุตรีที่รอคอยเขากลับบ้าน
อยู่ในภพแร้นแค้น…
ภาพเก่า ๆ ในอดีตหวนปรากฏ ทั้งความเสียใจ ไม่ยินยอม
โศกเศร้าและหวาดหวั่น
ทัณฑ์บรรลุเซียน ทัณฑ์การฝึกฝน ทัณฑ์ดวงจิตแห่งเต๋า
ต่อหน้าทัณฑ์เซียน นอกจากความแข็งแกร่งต้องมากพอ หัวใจก็
ยังต้องยึดมั่นเข้มแข็งด้วย
สารพัดอารมณ์จะถูกขยายเกินนับเท่า ทั้งความแค้นต่อศัตรู
ความรู้สึกผิดต่อผู้อื่น ความไม่พอใจต่อชีวิต…
หากไม่ระวัง ก็จะถูกอารมณ์เหล่านี้ครอบงำ จนถูกทัณฑ์เซียน
สังหารไปในที่สุด
“เจ้าบื้อ! รักษาสติให้ตื่นเข้าไว้!”
เหมียวเสียเห็นเจียงผิงอันถูกฟาดกระแทกพื้นแล้วนิ่งไม่ไหวติงก็
ตะโกนเรียกอย่างร้อนใจ ดวงตาของนางแดงก ่าอย่างไม่รู้ตัว กลัวว่า
นางจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการเห็น
เปรี้ยง!
ทัณฑ์อัสนีอีกสายกระแทกลงใส่เจียงผิงอัน แต่เจียงผิงอันก็แน่นิ่ง
ราวซากสุนัข ร่างของเขาดำสนิทดุจก้อนถ่าน รูทะลวงขนาดเล็ก
ปรากฏบนตัว ทัณฑ์วายุเชือดเฉือนเลือดเนื้อไปอีกก้อนใหญ่ ลึกเสีย
จนเห็นกระดูกขาวอันแหลกลาญ
ยามโอวหยางจวนเห็นเช่นนี้ เขาก็แสยะยิ้มดูแคลน “อัจฉริยะขี้
หมาอะไร ควรค่าให้ถูกรับเข้ากรณีพิเศษด้วยหรือ?”
ทัณฑ์วายุพิรุณนี้จะปรากฏทั้งสิ้นเก้าหน ทุกหนหลังล้วน
แข็งแกร่งกว่าหนก่อน เจียงผิงอันผู้นี้รับสองทัณฑ์แรกที่อ่อนแอสุด
มิได้ด้วยซ ้า หัวใจต้องไม่แข็งแกร่งพอ ดวงจิตแห่งเต๋ามีปัญหาแน่ ๆ
บุคคลรายล้อมลอบถอนใจ พวกเขาเห็นชะตาผู้ฝึกตนขั้นต้น
ระดับเขตแดนผู้นี้แล้ว
เซียนซึ่งรับหน้าที่ดูแลประตูลืมเซียนเห็นเช่นนี้ก็ขมวดคิ้ว เขา
เป็นผู้จัดการเส้นทางธารดารา รับหน้าที่ชี้แนะนำทาง เขาย่อมรู้ว่า
เจียงผิงอันเป็นใคร
“หัวใจอ่อนแอเพียงนี้เลยหรือ? ระดับแค่นี้ ไร้จำเป็นต้องรับเป็น
กรณีพิเศษเลย”
เส้นทางการฝึกฝน หัวใจสำคัญกว่าพรสวรรค์ ยามถูกกระทบแม้
เพียงเล็กน้อย ผู้เสียจำนงศึกไปจะไร้ความสำเร็จ แม้จะมีพรสวรรค์ล ้า
เลิศก็ตามที
เจียงผิงอันผู้นี้ใช่ว่าพรสวรรค์มิเพียงพอ แต่หัวใจของเขาถูก
กระทบจากทัณฑ์เซียน จึงไร้ปฏิกิริยาจนบัดนี้
ทัณฑ์อัสนีอันทรงพลังลูกที่สามเริ่มก่อตัว วายุโถมตัวทวีแรง
พิรุณโปรยหนาเม็ดขึ้น เลือดเนื้อบนตัวเจียงผิงอันลดน้อยลงทุกที
เปรี้ยง!
ทัณฑ์อัสนีลูกที่สามพลันกระแทกลงบนตัวเจียงผิงอัน รวดเร็วสุด
ขั้ว
“ตายซะ!” โอวหยางจวนฉีกยิ้มร้าย
“เจ้าบื้อ!” น ้าตาไหลอาบแก้มเหมียวเสีย หยดลงระหว่างคู่ทิวเขา
ทันใดนั้น หลุมดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น ทัณฑ์อัสนีหลากเข้า
ไปภายใน ทัณฑ์วายุและทัณฑ์พิรุณใกล้เคียงล้วนถูกกลืนสิ้น
“ขออภัย ข้าใจลอยไปนิด”
เจียงผิงอันค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง กล่าวกับเหมียวเสียผู้เป็นห่วงตน
อย่างขอโทษขอโพย
สีหน้าปวงชนพลันแปรเปลี่ยนพิสดาร ใจลอยกลางทัณฑ์เซียน
เนี่ยนะ? เจ้าเด็กนี่แค่พูดแก้เขินหรือใจลอยจริง ๆ กันนี่?
รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าโอวหยางจวนหดหาย ต้องมองเจียงผิงอัน
อย่างเสียดาย เด็กนี่ฟื้นกลับมาได้ แต่ผลสุดท้ายก็ยังเป็นความตาย มิ
อาจเปลี่ยนแปลงได้อยู่ดี
เหมียวเสียพูดอย่างร้อนใจ “เจ้ารีบ ๆ ตั้งใจเผชิญทัณฑ์เถอะ ยังมี
ทัณฑ์พายุอัสนีอีกหกระลอกนะ!”
“มีอีกหกระลอกหรือ?”
เจียงผิงอันเงยหน้ามองเมฆาสีดำบนฟ้า
“มีทัณฑ์ทั้งสิ้นเก้าระลอก ยังเหลืออีกหกหน ทัณฑ์เซียนจะ
รุนแรงขึ้นทุกครั้ง รีบฟื้นตัวให้พร้อมเสีย!” เหมียวเสียอธิบายรัวเร็วให้
เจียงผิงอันตั้งตัวได้
“ช้าเกินไป”
เจียงผิงอันพลันเอ่ยปาก
ก่อนจะมีผู้ใดเข้าใจสิ่งที่เจียงผิงอันจะสื่อ พวกเขาก็เห็นเจียงผิง
อันยกมือขึ้นสะบัดอย่างรุนแรง หลุมดำกลืนกินปรี่ทะยานเข้าใส่มวล
เมฆา ก่อนจะขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะที่หลุมดำกลืนกินทะยานเข้าใส่เมฆาดำ รูทะลุขนาดมหึมาก็
ปรากฏแก่ม่านเมฆ มองเห็นท้องนภาครามในนั้นได้ชัดเจน
หลุมดำเป็นเช่นปากขนาดใหญ่ เขมือบผ่านมวลเมฆ ทัณฑ์อัสนี
ลูกที่สี่เพิ่งก่อตัวก็ถูกกลืนหาย ไร้การเคลื่อนไหวอื่นใดอีก
หลุมดำอันทรงพลังคลับคล้ายกลืนกินได้ทุกสิ่ง กระทั่งทัณฑ์วายุ
พิรุณยังไม่เหลือซาก
เมื่อเห็นมวลเมฆปลาสนาการ ปวงชนก็ตะลึงนิ่งกับที่ ปากอ้าค้าง
จนแทบยัดกำปั้นเข้าไปได้ ใบหน้าสุดแสนตกตะลึงพรึงเพริด
“เขา… เขาถึงกับเขมือบทัณฑ์เซียนเข้าไป!”
“ไม่จริงน่า ข้าต้องหลอนมายาอยู่แน่ ๆ! จะมีใครที่ไหนเขมือบ
ทัณฑ์เซียนได้บ้างเล่า!”
ต่อหน้าทัณฑ์เซียนอันน่าสะพรึงกลัว ไม่ว่าผู้ฝึกตนใดที่ยังไม่
บรรลุเซียนล้วนแสนครั่นคร้าม แม้เลิศล ้าประหนึ่งเซียน บางคนก็ยัง
ติดค้างที่นี่ มิกล้าก้าวต่อเป็นพัน ๆ ปี
แต่คนตรงหน้าผู้นี้กลืนทัณฑ์เซียนไปอย่างง่ายดาย!
“พรสวรรค์กลืนกินน่ากลัวยิ่งนัก! เขาเป็นใครกัน?”
“พรสวรรค์กลืนกินนี่เจียนตีเสมอเจียงผิงอันในข่าวลือได้เลย
นะ!”
เห็นเช่นนี้ เซียนที่นอกประตูลืมเซียนก็คลายปมคิ้ว ต้องแบบนี้สิ
จึงสมกับที่ถูกรับเข้าเป็นกรณีพิเศษ
ในเวลาเพียงครู่สั้น ๆ ทัณฑ์สวรรค์ส่วนใหญ่เหนือศีรษะเจียงผิง
อันก็ถูกกลืนสิ้น บาดแผลบนตัวเขาก็เยียวยารวดเร็วขณะที่พลัง
มหาศาลหลากเข้ามาสู่กาย
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังกลืนกินเมฆสายฟ้า เขาพลันคิดอะไร
ออก แล้วหันมองเมฆสายฟ้าอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็คือเมฆาทัณฑ์ของ
โอวหยางจวน
โอวหยางจวนซึ่งตะลึงทื่ออยู่เห็นสายตาไม่เป็นมิตรของเจียงผิง
อันเข้าก็พลันสะท้าน “สารเลวนี่จะทำอะไรฟะ!”
เมื่อประจักษ์ฤทธิ์กลืนกินของเจียงผิงอัน โอวหยางจวนเองก็พรั่น
พรึง พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
เจียงผิงอันไม่พูดพร ่าทำเพลง ใช้พลังกลืนกินเขมือบเมฆาทัณฑ์
ของโอวหยางจวน
เมฆสายฟ้าเหนือศีรษะโอวหยางจวนพล่านพุ่งดุจวารีเดือด
ขยายขนาดเป็นสองเท่าในบัดดล
นี่คือลักษณะของทัณฑ์เซียน หากมีคนนอกเข้าช่วยเหลือ ความ
ยากของมันจะทวีคูณ เป็นเรื่องอันตรายยิ่งสำหรับผู้เผชิญทัณฑ์
เพราะเจียงผิงอันกลืนเมฆสายฟ้าของโอวหยางจวน ทัณฑ์เซียน
เลยคิดว่าเจียงผิงอันช่วยโอวหยางจวนอยู่ และทวีฤทธิ์ขึ้นทันใด
ดวงตาของโอวหยางจวนเกือบถลนจากเบ้า แดงก ่าราวเนตรมาร
“สารเลว เจ้าทำร้ายข้า!”
เปรี้ยง!
อัสนีอันเรืองรองทั่วฟ้าดินพลันกระแทกลงใส่ร่างโอวหยางจวน
เกราะป้องกันคุ้มกายแหลกสลายในพริบตา ร่างของเขาถูกทัณฑ์ขยี้
อัดพื้น
อำนาจทัณฑ์เซียนทวีคูณมหาศาล ทำให้โอวหยางจวนซึ่งสภาพ
ร่อแร่อยู่นิดหน่อยนี้ได้ ‘สำราญ’ กับการกระหน ่าซัดล่วงหน้า
โอวหยางจวนกลายเป็นก้อนถ่านไหม้ แม้ยังไม่ตายแต่ก็เกือบ
แล้ว
ความตกตะลึงในใจปวงชนนั้นเกินบรรยาย
คนผู้นี้มิเพียงรอดทัณฑ์อัสนีมาง่าย ๆ ยังสามารถพอสร้าง
อิทธิพลแก่ผู้อื่นด้วย น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ
เขาเป็นใครกันแน่?
วิ้ง!
เต๋าสวรรค์พลันกู่ก้อง เมฆาแดงเพลิงปรากฏเหนือฟ้ากะทันหัน
ย้อมทั่วทิศแดงฉาน ปราณมรณะอันชั่วร้ายทำให้ผู้ฝึกตนมากมาย
ถอยกรูดอย่างเสียขวัญ
“ทัณฑ์เพลิงกรรม! นั่นมันทัณฑ์เพลิงกรรม!”
ผู้ฝึกตนมากมายเห็นเมฆาสีแดงเหนือหัวเจียงผิงอันก็หน้าถอดสี
กระทั่งเซียนยังก้าวถอยไปหลายก้าว
“ทัณฑ์เพลิงกรรมนี้ ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนเรียกมา!”
“ทัณฑ์เพลิงกรรมน่ากลัวเช่นนี้ เขาต้องบาปหนาสุดแสนแน่!”
ทัณฑ์เพลิงกรรม หรืออีกชื่อคือทัณฑ์พิพากษ์บาป ยิ่งตัดชีวิตไว้
มาก ทัณฑ์เพลิงกรรมยิ่งรุนแรง
หากให้ผู้ฝึกตนทั่วไปข้ามทัณฑ์ ทัณฑ์เพลิงกรรมจะไม่ปรากฏ
หรือต่อให้มีจริงก็แค่เพลิงกรรมดวงเล็กดวงน้อยหรือมาเพียงเมฆา
ทัณฑ์ พยายามสักนิดหน่อยก็ผ่านได้แล้ว
การได้เห็นเมฆาทัณฑ์ปรากฏเป็นวงกว้างนั้นยากยิ่ง นับประสา
อะไรกับภาพตรงหน้า มีเพียงมารร้ายผู้เช่นฆ่าคนเป็นผักปลาเท่านั้น
ที่จะชักจูงเมฆาทัณฑ์เพลิงกรรมเช่นนี้มาได้
ทั่วโลกหล้าคลับคล้ายถูกย้อมด้วยสีแดงเลือด ทำให้ปวงชนขน
ลุกขนพอง
ทัณฑ์เพลิงกรรมร้ายกาจยิ่งกว่า ‘ทัณฑ์พายุอัสนี’ นี่คือเปลว
เพลิงอันผลาญถึงรากเหง้าแห่งบาปกรรม สู้ได้ด้วยเพียงฤทธิ์บุญ
หรือก็คือการทำความดี
ผู้ฝึกตนมากมายซึ่งชอบฆ่าฟันจะทำความดีก่อนเผชิญทัณฑ์
สั่งสมบุญไว้สู้กับเพลิงกรรม
แต่คนตรงหน้าหลุดเข้าประตูลืมเซียนโดยมิได้ตั้งใจ หาได้เตรียม
ตัวสักนิดไม่ มิได้สั่งสมบุญบารมีไว้ จึงไร้หนทางป้องกันเพลิงกรรมใด
ๆ
“ฮ่า ๆ~ ฮ่า ๆ~”
โอวหยางจวนผู้ไหม้เกรียมอยู่บนพื้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เผยซี่
ฟันขาว “จะตายก็ตายด้วยกัน! เจ้าเป็นอัจฉริยะล ้าเลิศที่สำนักศึกษา
ชางจือรับเข้าเป็นกรณีพิเศษ ข้าหาตายขาดทุนไม่ ฮ่า ๆ!”
แม้ปากเขาจะบอกว่าตายไม่ขาดทุน แต่ในใจมิได้คิดอยากตาย
เขาแค่อยากกวนประสาทเจียงผิงอันส่งท้าย
เมื่อได้ยินวาทะของโอวหยางจวน ปวงชนนอกประตูลืมเซียนก็
จังงังไปชั่วขณะ
“เมื่อกี้เจ้านี่ว่าไงนะ? อัจฉริยะที่สำนักศึกษาชางจือรับเป็นกรณี
พิเศษ? ใครกัน?”
“เจียงผิงอัน! เขาคือเจียงผิงอันจริง ๆ ด้วย! เมื่อไม่กี่วันก่อนมี
ข่าวประกาศว่าเจียงผิงอันถูกรับเข้าสำนักศึกษาชางจือเป็นกรณี
พิเศษ!”
“ที่แท้ก็เป็นเขา! มิน่าเล่าพรสวรรค์กลืนกินจึงร้ายกาจนัก แต่
อนิจจา เขาจะตายเสียแล้ว”
เมื่อทราบตัวตนของเจียงผิงอัน ปวงชนก็ยิ่งตกใจ ที่แท้นี่ก็คือ
เจียงผิงอันผู้ลือนามยิ่งในช่วงกาลนี้
หลายบุคคลกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ พวกเขาสุดริษยาอัจฉริยะซึ่ง
เลิศล ้ากว่าพวกเขาเช่นนี้ ย่อมแสนยินดียามเห็นเจียงผิงอันใกล้ดับ
ดิ้น
อัจฉริยะแล้วเช่นไร? สุดท้ายก็ตายอยู่ดี ไม่มีแม้แต่โอกาสเฉียด
ธรณีประตูสำนักศึกษาชางจือด้วยซ ้า
มารร้ายผู้เข่นฆ่าคนไม่เลือกหน้าเช่นนี้สมควรตายแล้ว