สู่วิถีอมตะ - บทที่ 726 ทัณฑ์เซียนที่สาม
เหมียวเสียมองเมฆาสีแดงบนฟ้าอย่างลนลาน ใบหน้าของนาง
ซีดขาว
เจ้าบื้อถึงกับเรียกทัณฑ์เพลิงกรรมมา!
ต้องเป็นความผิดท่านพ่อแน่ ๆ ที่พาเจ้าบื้อออกนอกลู่นอกทาง!
เพื่อทัณฑ์เพลิงกรรมปรากฏ โอกาสรอดของเจ้าบื้อก็ริบหรี่ยิ่ง
แตกต่างจาก ‘ทัณฑ์พายุอัสนี’ ทัณฑ์เพลิงกรรมนั้นมีอีก
กฎเกณฑ์ ตราบใดที่มิอาจผลาญบาปหมด เพลิงกรรมจะลุกโชน
ตราบกาล จะไม่ถูกการโจมตีอื่นใดสยบได้ เพราะนี่มิใช่กฎเกณฑ์
รูปธรรม พลังกลืนกินจึงมิอาจกลืนได้
บงกชสีแดงก่อตัวจากเพลิงกรรมบนเมฆาสีชาด งดงามตรึงตรา
สุญตารอบข้างบิดเบี้ยวเสียระบบ
ภาพฉายของสารพัดชีวิตที่เจียงผิงอันสังหารไปปรากฏตะคุ่ม
รอบกาย เป็นดั่งเชื้อเพลิงที่เร่งบงกชเพลิงกรรมให้ลุกโชนเจิดจรัส ทั้ง
เรืองรองและประหลาด
เซียนที่นอกประตูลืมเซียนส่ายหัว นี่แหละจุดจบของการฆ่าคน
ไม่เลือกหน้า สุดท้ายก็ต้องถูกทัณฑ์เซียนพิพากษา
นี่ยังเป็นเพียงทัณฑ์เซียนจำลอง ทัณฑ์เซียนของแท้น่ากลัวยิ่ง
กว่านี้
โอวหยางจวนผู้ดำไหม้เป็นถ่านหัวเราะเอิ๊กอ๊าก สุดแสนยินดีที่ได้
เห็นศัตรูตายต่อหน้า
ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเจียงผิงอันตายแน่แล้ว แต่เจียงผิงอันหามี
ความกลัวบนใบหน้าไม่
เจียงผิงอันเหินสู่สุญตา เผชิญบงกชเพลิงกรรมร่อนเข้ามาหา
ปากก็ปริเอ่ยเนิบ ๆ “ไสหัวไป”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้ฝึกตนนอกประตูลืมเซียนก็คิดว่าเจียงผิงอันสมอง
ฟั่นเฟือน ถึงกับจะสั่งเพลิงกรรมให้ไสหัว? ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขต
แดนคู่ควรสั่งทัณฑ์เซียนด้วยหรือ? เซียนทั่วไปยังไร้คุณสมบัติทำ
เช่นนี้เลย
ดุจขอทานพบจักรพรรดิที่ข้างถนน แล้วบอกให้จักรพรรดิถอย
ไปให้พ้นทางกระนั้น
พฤติกรรมเช่นนี้มีเพียงหนึ่งผลลัพธ์ นั่นคือตายไม่เหลือซาก
ในสายตาปวงชน เจียงผิงอันก็แค่เสแสร้งทำเป็นแกร่งก่อนตาย
ไม่ช้าก็จะเหลือเพียงเถ้าถ่านแล้ว
ทว่า หนึ่งสิ่งอันเหลือเชื่อก็ปรากฏแก่ทุกสายตา
จู่ ๆ บงกชเพลิงกรรมซึ่งเหินเข้ามาก็ชะงักกึกกลางฟ้า ก่อนที่ทั้ง
มันและเมฆาทัณฑ์แดงฉานบนฟ้าจะหายวับไปด้วยกันทันที
โอวหยางจวนตาเหลือกถลน “เป็นไปไม่ได้!”
กระทั่งเซียนยังมองภาพตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ มิอาจจับต้นชน
ปลายในสิ่งที่เห็นได้
ทัณฑ์เพลิงกรรมถึงกับถูกเจียงผิงอันผู้นี้ไล่ให้ไสหัว!
ล้อเล่นกันหรือไร!
หากมิได้มาเห็นกับตา คงไร้ผู้ใดเชื่อลงว่าโลกนี้มีเรื่องพรรค์นี้อยู่
ด้วย
ทัณฑ์เพลิงกรรมบรรจุกฎทัณฑ์เซียน เป็นตัวแทนกฎเต๋าเซียน
กระทั่งเซียนทั่วไปยังไร้สิทธิ์สั่งการทัณฑ์เซียน
แต่เจียงผิงอันเอื้อนเอ่ยคำเดียว เพลิงกรรมก็หนีหาย!
ทำไมกัน?
คำถามนี้ลอยวนในทุกดวงใจ
เจียงผิงอันมิได้เผชิญเพลิงกรรมครั้งนี้ครั้งแรก ครั้งแรกของเขา
คือในภพแร้นแค้น ตัวตนจากแดนมารมืดทมิฬผู้หนึ่งใช้วิชาลับเรียก
มันมาเพราะหวังฆ่าเขา
เพลิงกรรมผลาญความชั่วร้าย พิพากษ์คนบาปหนาผู้เข่นฆ่าผู้
บริสุทธิ์อย่างไม่แยกแยะ แต่เจียงผิงอันหาคิดไม่ว่าตนฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็น
ผักปลา ในใจไร้ความละอาย
หากเพลิงกรรมตัดสินบาปได้จริง ๆ ไฉนจึงไม่พิพากษ์เหล่าเซียน
ผู้ทำลายภพภูมิ ไฉนมิลงทัณฑ์เหล่าเซียนผู้ขูดรีดภพล่าง ไฉนจึงมา
พิพากษ์คนเช่นเขาที่ฆ่าเพื่อปกป้องบุคคลรอบกาย?
เพลิงกรรมนี้มีคุณสมบัติอะไรมาลงทัณฑ์เขา?
เจียงผิงอันไร้ความละอายในใจ ความคิดชัดเจน เพลิงกรรมมิ
อาจสอดแทรก
กล่าวคือ ที่เขาฆ่าคน เขาก็ทำเพื่อปกป้องคน สั่งสมบุญเอาไว้
แม้จะฆ่าคนตัดชีวิตนับพันหมื่น แต่เขาไร้ซึ่งความผิด
ปวงชนล้วนตะลึง
โอวหยางจวนใจลอย มิทันปกป้องตนเอง หนึ่งอัสนีพลันทะลวงลง
สลายร่างเขาเป็นผุยผง ยามวายุพัดผ่าน ก้อนธุลีก็กระจายปลิว
หายไปในฟ้าดิน
ตายอย่างไม่เหลือแม้แต่ซาก
ตราบจนวาระสุดท้าย โอวหยางจวนก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเพลิง
กรรมของเจียงผิงอันจึงสลายตัว
เหมียวเสียหลั่งน ้าตาอย่างยินดี นางมิคาดเลยว่าสถานการณ์จะ
ตาลปัตร แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดเพลิงกรรมจึงสลายตัว แต่ก็เป็นเรื่องดี
แล้ว เจ้าบื้อไม่ต้องตายแล้ว
“เจ้าบื้อ ออกมาเร็ว!”
เหมียวเสียรอกระโดดกอดอีกฝ่ายระบายความปรีดาไม่ไหวแล้ว
ทว่า เจียงผิงอันกลับยืนนิ่ง เงยหน้ามองฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เจ้าบื้อ เจ้ามองอะไรอยู่น่ะ?”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันยืนนิ่งกับที่ เหมียวเสียก็ตะโกนเรียก
ทันใดนั้น เซียนผู้ดูแลก็สัมผัสอะไรได้ ก่อนจะทันฟื้นจากความ
ตกใจ ใบหน้าก็ปรากฏความพรั่นพรึงขึ้นอีกครั้ง
“นี่มัน..”
เปรี้ยง!
หนึ่งอัสนีสะท้านฟ้า เต๋าเซียนแห่งแดนจันทร์มายาสะเทือนเลื่อน
ลั่น
ผู้ฝึกตนมากมายสะดุ้งโหยง เซียนซึ่งเก็บตัวฝึกฝนอยู่มากมาย
ลืมตาขึ้น มองไปยังจุดเดียวโดยทั่วกัน
“อัสนีเซียนน่ากลัวเพียงนี้ ใครกันจะบรรลุเป็นเซียนแท้!”
“มิใช่ นี่มิใช่การบรรลุเป็นเซียนแท้ แต่ไฉนจึงเผยฤทธิ์ทรงพลัง
ได้เพียงนี้กันหนอ”
เหล่าเซียนสัมผัสแรงกดดันแปลกพิกลได้ หัวใจของพวกเขาลน
ลานอย่างบอกไม่ถูก
เหนือประตูลืมเซียนมีเมฆาสีทองก่อตัวสุดตา ม้วนตัวเป็นระลอก
เยี่ยงคลื่นสมุทร เพียงครู่สั้น ๆ ก็กลืนตัวเจียงผิงอันเข้าไป
เหล่าผู้ฝึกตนนอกประตูลืมเซียนถอยกรูดอย่างลนลาน ความ
กลัวเกินครั้งใดอัดแน่นในอก
“ไฉนจึงยังมีทัณฑ์เซียนอีกล่ะนี่!!”
ผู้ฝึกตนทั่วไปเผชิญ ‘ทัณฑ์พายุอัสนี’ หนเดียวก็พอแล้ว แต่เจียง
ผิงอันผู้นี้ถึงกับกระตุ้นทัณฑ์เซียนขึ้นสามหน! โดยเฉพาะหนล่าสุดนี้
ถึงกับน่ากลัวกว่าทัณฑ์เพลิงกรรมอีก!
ขณะที่เมฆาทัณฑ์สีทองปรากฏ ปวงชนล้วนสัมผัสได้ถึงวิกฤติ
หมายชีวิตอันรุนแรง ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจ หากทัณฑ์เซียนนี้
เพ่งเล็งที่พวกเขา พวกเขาย่อมมิอาจหนีมรณาพ้น!
นี่มันทัณฑ์เซียนอันมิอาจก้าวข้ามโดยแท้
“ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา…”
เซียนที่นอกประตูลืมเซียนมองทัณฑ์เซียนตรงหน้าพลางปริปาก
ก่อนจะกลืนน ้าลายอึกใหญ่อย่างเผลอตัว
เมื่อได้ยินวาทะเหล่านี้ ร่างของผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างสะท้านอย่าง
รุนแรง
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาในตำนานปรากฏแล้ว!
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาเป็นสิ่งที่พวกเขาได้ยินแต่ในตำนาน
ลือกันว่าผู้มิสอดคล้องกับเต๋าสวรรค์จะถูกทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
หมายหัว กีดกันมิให้ผู้ฝึกตนคนนั้นได้บรรลุเซียน
ขอเพียงเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาเช่นนี้ ชะตาก็มีเพียง
ตาย
ทัณฑ์เซียนในตำนานนี้ พวกเขาได้ประจักษ์แก่ตาตนเองแล้ว
ตรงหน้า
หัวใจของเหมียวเสียดิ่งลงก้นเหวไปอีกครั้ง ดวงตามองเจียงผิง
อันหายลับไปในมวลเมฆาสีทองอย่างเหม่อลอย
“ทำไมกัน? ทำไมเจ้าบื้อถึงดึงทัณฑ์เซียนมาเยอะแยะเพียงนี้?
ทำไมสวรรค์ต้องทรมานเจ้าบื้อนักหนา?”
ท่ามกลางเมฆาสีทอง
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมสุดขั้ว ในใจปรากฏความ
กระสับกระส่ายรุนแรง ปลดปล่อยอีกสองร่างออกมาเตรียมตัวทันที
สามร่างหลักปรากฏพร้อมสรรพ ร่างหลักใหญ่โตขึ้นกว่าเก่า
เท้าเหยียบบนพื้น ศีรษะลับหายเหนือฟ้า อวตารกลืนสวรรค์
ปลดปล่อยหลุมดำและดวงแสงสีขาว อวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์สร้าง
เกราะคลุมกาย ห้าเขตแดนหลักล้วนถูกปลดปล่อยร่วมกัน
ขณะนี้ เมฆาสีทองเคลื่อนบิดรุนแรง หนึ่งประตูอันปกคลุมด้วย
อักขระปรากฏตรงหน้า
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้น ไฉนจึงมีประตูในหมู่เมฆ?
ที่หน้าประตูมีหนึ่งร่างอันมีใบหน้าไม่ชัดเจนยืนอยู่ ร่างนั้นสวม
ชุดเกราะ ร่างโอบล้อมด้วยปราณเซียนทรงพลัง
เจียงผิงอันยิ่งรู้สึกประหลาดใจ แค่มีประตูในทัณฑ์เซียนก็พิกลจะ
แย่แล้ว ไฉนจึงยังมีคนอยู่ด้วย
ทันใดนั้น ร่างนั้นก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาอันพร่ามัวจ้องตรงมายัง
เจียงผิงอัน แล้วกฎเต๋ารอบข้างก็พลันแปรเปลี่ยนดุจมายา
ร่างนั้นพลันขยายใหญ่ด้วยความเร็วสูงลิบ ขณะเดียวกันก็
ปลดปล่อยเขตแดนโน้มถ่วงและเขตแดนแห่งกำลังออกมา
ขณะเดียวกัน มันก็แบ่งอวตารออกมาสองร่าง หนึ่งถือหลุมดำ
และดวงแสงสีขาวในมือ อีกหนึ่งคลุมกายด้วยเกราะรบจำนงศึก
ระเบิดเขตแดนจำนงสัประยุทธ์และเขตแดนทำลายล้างออกจากกาย…
ม่านตาของเจียงผิงอันหดวูบ ตกใจสุดขีดเพื่อเห็นอีกฝ่ายลอก
เลียนอำนาจพรสวรรค์ของเขา!
นี่มันอะไรกันแน่!
ตัวตนนั้นไม่ให้เวลาเจียงผิงอันมัวคิด ร่างทั้งสามเหยียบย่างบน
เมฆาสีทอง จู่โจมเจียงผิงอันเฉียบพลัน
ร่างศึกของเจียงผิงอันใช้วิชาเทียมเทพสงคราม ออกหมัดทำลาย
ล้างเข้าปะทะศัตรูทันที
ทว่า ร่างศึกเลียนแบบก็ใช้วิชาเทียมเทพสงคราม ออกหมัด
ทำลายล้างออกมาเช่นกัน
ตู้ม!
ทั้งคู่ปะทะกัน เกิดเป็นคลื่นพลังอันแข็งแกร่ง เจียงผิงอันและร่าง
เลียนแบบล้วนแขนหักเละ สองฝ่ายต่างถอยออกห่างกัน
หัวใจของเจียงผิงอันกระเพื่อมรุนแรง อีกฝ่ายถึงกับลอกวรยุทธ์
ของเขาได้!
นี่มันอะไรกันแน่ เขากำลังเผชิญหายนะอะไรอยู่?
อีกฝ่ายลอกวิชาและพรสวรรค์เขาได้ จะสู้ได้อย่างไรกัน? พลัง
ต่อสู้เหมือนกันทุกประการ ไม่อาจชนะได้เลย
แต่ไม่ช้า เจียงผิงอันก็ตระหนักว่าเขาคิดผิด
พลังต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายมิได้เท่ากัน
เพียงชั่วกาลสั้น ๆ แขนของเจียงผิงอันไม่ทันฟื้นตัว อีกฝ่ายก็ฟื้น
สภาพแขนโจมตีเข้ามาอีกครั้งแล้ว
เจียงผิงอันหัวใจสะท้าน ความเร็วการฟื้นตัวของอีกฝ่ายสูงกว่า
เขา!
เจียงผิงอันรีบใช้หลุมดำกลืนกินเข้าปะทะ แต่หลุมดำกลืนกินอีก
หลุมก็พุ่งเข้ามา สองหลุมดำปะทะกลืนกันเองอย่างกินกันไม่ลง
ขณะเดียวกัน สองยักษ์ใหญ่เหวี่ยงหมัดเข้าปะทะ ทุกการ
กระหน ่าโจมตีเลื่อนลั่นเยี่ยงอัสนีฟาด สารพัดวรยุทธ์ระดับสูงร่ายรำ
ในเมฆาสีทองอย่างบ้าคลั่ง
วิชาเทียมเทพสงคราม หมัดทำลายล้าง วิชาดึงดารา ผนึก
สรวง… ทุกกฎเกณฑ์ของเจียงผิงอัน ร่างนั้นล้วนใช้ได้หมด!
ยิ่งเจียงผิงอันต่อสู้ เขายิ่งพรั่นพรึงในใจ อีกฝ่ายลอกเลียนเขาได้
อย่างไร!
เจียงผิงอันมิอาจฟื้นตัวได้เร็ว อีกฝ่ายก็มิอาจรู้สึกเจ็บได้เช่น
มนุษย์ ซ ้าปราณเซียนของอีกฝ่ายยังดูไร้จำกัด มิอาจสู้ยืดเยื้อให้หมด
แรงได้!
พรสวรรค์เดียวกัน วรยุทธ์เดียวกัน แต่อีกฝ่ายพลังต่อสู้สูงกว่า
เขา…
บุคคลในโลกภายนอกมิอาจเห็นว่าภายในเกิดอะไรขึ้น เห็นเพียง
ว่าประตูลืมเซียนซึ่งใช้จำลองทัณฑ์เซียนสั่นกระตุกวูบไหวอย่าง
รุนแรง แผ่อำนาจเต๋าเซียนทรงพลัง นี่เป็นครั้งแรกตราบกาลเนิ่นนาน
ที่ประตูลืมเซียนปรากฏปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้
เหมียวเสียเหินไปอ้อนวอนเซียนผู้ดูแล “ผู้อาวุโส รีบหยุดทัณฑ์
อัสนีได้หรือไม่เจ้าคะ นี่คือทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา กระทั่งยอด
อัจฉริยะของสำนักศึกษาชางจือยังมิอาจผ่านได้ จะรังแกเขาไปเพื่อ
อะไรกัน!”
เซียนผู้นั้นส่ายหัว “มิใช่ข้าไม่อยากหยุด แต่ประตูลืมเซียนแห่งนี้
มิใช่สิ่งที่ข้าควบคุมได้ ไม่มีทางหยุดเลย”
เขาก็มิคาดเช่นกันว่าเจียงผิงอันจะดึงทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
มาหาตัว
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาปรากฏน้อยครั้งตราบประวัติการณ์
และเหตุผลการมาในแต่ละครั้งก็ไม่แน่ชัด
จากคำร ่าลือ เป็นเพราะคนเหล่านี้ไร้ความสอดคล้องกับเต๋า
เซียน การให้พวกเขาบรรลุเซียนจะบังเกิดหายนะ แน่นอน นี่เป็น
เพียงข่าวลือเท่านั้น เหตุผลที่ชัดเจนนั้นหาเป็นที่ล่วงรู้ไม่
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งพึมพำ “ต้องเป็นเพียงเจียงผิงอันนั่นฆ่าคนมา
เยอะแยะ กฎเต๋าเซียนรับไม่ได้ เลยส่งทัณฑ์สวรรค์ลงมาแน่ ๆ”
เหมียวเสียมองเมฆาสีทองอย่างเป็นกังวล กลั้นใจอย่างประหม่า
ลนลาน ยามนี้นางมิอาจทำการใดนอกจากภาวนาให้เจียงผิงอันในใจ
ท่ามกลางทัณฑ์เซียนทองอร่าม โลหิตของเจียงผิงอันย้อมเมฆา
แดงฉาน
แม้จะปล่อยพรสวรรค์อาละวาด ยามเผชิญตัวตนซึ่งมีพรสวรรค์
และวรยุทธ์เดียวกัน ซ ้ายังแข็งแกร่งกว่าเขา เขาไร้หนทางชนะใด ๆ
วิชาเทียมเทพสงครามไร้ประโยชน์ ลวดลายคนเถื่อนมิอาจใช้ วร
ยุทธ์เซียนสิบสองกระบวนพลองมังกรทะยานก็ใช้ไม่ได้
ตู้ม!
เจียงผิงอันถูกหมัดมหึมาชกกระเด็น กำปั้นของเขาแหลกระเบิด
เผยโครงกระดูกขาว โลหิตพรั่งพรูลงจากมุมปาก
เจียงผิงอันตั้งหลัก จ้องมองร่างนั้นด้วยสีหน้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสู่
บ้าคลั่ง “ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยังลอกเลียนลูกไม้นี้ได้!”
หากยังถูกรับได้อีก เขาก็ไม่เหลือโอกาสแล้ว