สู่วิถีอมตะ - บทที่ 727 เงาร่างอันน่าสะพรึงกลัว
ไม้ตายสุดท้ายของเจียงผิงอันคือวิชาลับ ‘เวียนกำเนิด’
วิชานี้สามารถสร้างภาพฉายของตัวตนที่ฆ่าไปมาช่วยสู้ได้ และ
ภาพฉาย ‘เวียนกำเนิด’ นี้จะสามารถใช้พลังที่ตนมีก่อนตายได้
เจียงผิงอันใช้พลังวิญญาณสร้างภาพฉายผู้ฝึกตนคนหนึ่งจาก
สำนักเซียนเทียนหลานขึ้นมา ซึ่งก็คือผู้ฝึกกระบี่ที่เขาใช้ยอดสมบัติ
ฆ่าตายไปก่อนหน้า มีการฝึกฝนในขั้นปลายระดับเขตแดน
ทันทีที่ผู้ฝึกกระบี่ผู้นี้ปรากฏ เขาก็แผลงฤทธิ์ร้ายกาจ กวัดไกว
กระบี่ทะยานมาปรากฏตรงหน้าร่างจำแลงทัณฑ์เซียน หนึ่งกระบี่ฟาด
ฟัน แล้วร่างจำแลงทัณฑ์เซียนซึ่งลอกเลียนพรสวรรค์ของเขาก็สลาย
แหลกไปทันที
ศัตรูมีการฝึกฝนแทบจะเหมือนกับเจียงผิงอันทุกประการ อยู่ใน
ขั้นต้นระดับเขตแดนเช่นกัน จึงมิอาจหยุดการโจมตีสุดกำลังของ
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนได้
ภาพฉายของผู้ใช้กระบี่ก็สลายไป
พลังวิญญาณของเจียงผิงอันเพียงพอแค่ให้มือกระบี่ผู้นี้ออก
กระบี่เพียงหน แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว หากคู่ต่อสู้ถูกกำจัดไปหนึ่ง อีก
สองร่างก็รับมือง่าย
ทว่า ก่อนที่เจียงผิงอันจะทันได้ผ่อนคลาย สีหน้าของเขาพลัน
ชะงัก
อำนาจกาลเวลาพลุ่งพล่าน ร่างจำแลงทัณฑ์สวรรค์ซึ่งสลายไป
เมื่อครู่หวนปรากฏ
ม่านตาของเจียงผิงอันสะท้าน สมองหยุดทำงานชั่วขณะ
ร่างจำแลงทัณฑ์สวรรค์นี่ลอกได้กระทั่งอำนาจกาลเวลาของเขา!
ความน่ากลัวยังไม่จบเพียงเท่านี้ นักดาบขั้นปลายระดับเขตแดน
ผู้หนึ่งพลันปรากฏจากฤทธิ์ของร่างจำแลงทัณฑ์สวรรค์!
วิชาลับพลังวิญญาณ ‘เวียนกำเนิด’ ก็ถูกลอกเลียน กระทั่งผู้ที่
ถูกเรียกมายังเป็นคนเดียวกัน!
อวตารกลืนสวรรค์ของเจียงผิงอันใช้ดวงแสงสีขาวและหลุมดำมา
ขวางหน้าเขาไว้ พร้อมกันนั้นก็ใช้วิชาลับพลังวิญญาณ ‘ผนึกสรวง’
ทันที
ผู้ใช้กระบี่ผู้นี้ทะลวงหลุมดำกลืนกินและดวงแสงสีขาวได้ใน
พริบตา เพียงอึดใจเดียว กระบี่ก็ฟาดเข้าหาคอของเจียงผิงอัน ปราณ
กระบี่เฉือนเส้นผมไปหลายเส้น
เนื่องจากมันเสียพลังไปมากจากการทะลวงหลุมดำกลืนกินและ
ดวงแสงสีขาว การโจมตีของมือกระบี่ผู้นี้จึงอ่อนแอลง สุดท้ายก็ถูก
ตรึงร่างโดยตรวน ‘ผนึกสรวง’ ได้
หากมิใช่เพราะเจียงผิงอันรับมือได้รวดเร็ว เขาคงบรรลัยไปแล้ว
โชคยังดีที่เขารับการโจมตีหมายชีวิตไว้ได้
ทว่า ทันใดนั้น ตรวนบนตัวผู้ฝึกกระบี่ก็แหลกสลาย กระบี่ในมือ
กวัดไกวรวดเร็ว
เจียงผิงอันซึ่งถูกสับร่างแหลกทั้งตกใจและพรั่นพรึง
ยามนี้เอง เจียงผิงอันจึงตระหนักว่าวิชาลับพลังวิญญาณ ‘เวียน
กำเนิด’ ที่ร่างจำแลงทัณฑ์เซียนสำแดงมิใช่ออกกระบี่ได้แค่หน!
อำนาจกาลเวลาพล่านพุ่ง ร่างของเจียงผิงอันหวนคืนสภาพเดิม
ทว่าผู้ฝึกกระบี่ที่ศัตรูสร้างขึ้นยังไม่สลายไป ยังคงออกกระบี่หนที่
สาม!
“จะมากไปแล้วนะเฮ้ย!”
ลอกพรสวรรค์เขาอยู่แท้ ๆ แต่ดันแข็งแกร่งกว่าเขาอีก นี่คือ
ทัณฑ์ให้คนเผชิญ? ฆ่ากันชัด ๆ นี่หว่า!
เจียงผิงอันเดือดดาลจนสบถ ดวงตาแดงก ่า ใช้ ‘คัมภีร์มารกลืน
สวรรค์’ สุดกำลัง
นี่คือวรยุทธ์ที่อวิ๋นเหยาให้เขามา และเขาก็เพิ่งเคยได้ใช้วรยุทธ์นี้
ครั้งแรก
ตรวนกฎเกณฑ์ทะลวงออกมาจากหลุมดำ รัดพันภาพฉายผู้ใช้
กระบี่ไว้ในพริบตา และลากมันเข้าไปในหลุมดำอย่างมิให้โอกาสดั้ง
ตัว
คัมภีร์มารกลืนสวรรค์ หลอมนภา ผลาญแดนดิน กลั่นมวลเทห
กายาเหลวแหลก กลืนบรรพต กลืนทะเล เขมือบหมื่นวิญญาในฟ้า
ดิน ชิงวาสนาทั่วโลกา ปล้นชิงรากฐานเส้นทางเซียน ไม่มีสิ่งใดที่
กลืนมิได้ ไร้วัตถุใดเกินหลอมกลั่น…
ก่อนหน้านี้ ยามเผชิญทัณฑ์เพลิงกรรม ต่อให้เพลิงกรรมไม่จร
จาก เจียงผิงอันก็ใช้วรยุทธ์นี้ปิดฉากเพลิงกรรมได้
เมฆาสีทองซึ่งเดิมไร้สะท้านสะเทือนจากหลุมดำกลืนกินพลันถูก
สูบเข้าไปในหลุมดำ
ขณะที่เมฆาสีทองเข้าไปในหลุมดำ เจียงผิงอันก็สัมผัสได้ว่ามี
หนึ่งอำนาจประหลาดหลากเข้าสู่กาย ยิ่งใหญ่อหังการอย่างยิ่ง
“นี่คือ… อำนาจเต๋าเซียน!”
เจียงผิงอันสุดแสนประหลาดใจ นี่คืออำนาจเต๋าเซียนที่มีเพียง
เซียนที่บรรลุได้ ดูดซับเมฆสีทองนี้ก็ได้อำนาจเต๋าเซียนมาด้วยหรือ?
ภายใต้ฤทธิ์อำนาจเต๋าเซียน บาดแผลบนตัวเขาฟื้นตัวอย่าง
รวดเร็ว
ขณะนี้ เจียงผิงอันพบวิธีรับมือศัตรูแล้ว
เพื่อให้อีกสองร่างฟื้นตัวจากบาดแผลได้ไว ๆ เจียงผิงอันจึงรีบ
ผสานร่างทั้งสาม จ่ายพลังให้แก่กันทันที
ยามอวตารผสานร่าง พวกมันล้วนบกพร่อง อยู่ใต้ข้อจำกัดเต๋า
สวรรค์ มิอาจแผลงฤทธิ์เขตแดนประสานกันในร่างเดียวได้ หาไม่แล้ว
หากผู้ฝึกตนอยากได้สองเขตแดน แค่สร้างอวตารได้ก็จบ
ยามนี้ เจียงผิงอันทำได้เพียงผสานร่างชั่วคราวเพื่อรักษา
บาดแผล…
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็จังงังไปเล็กน้อย เขาพบว่ายามผสานร่าง
รากเซียนทั้งห้าในกายถึงกับผสานเข้าหากันภายใต้ฤทธิ์เต๋าเซียน
อำนาจเต๋าเซียนมีผลเช่นนี้ด้วยหรือ?
ผู้ฝึกตนระดับเขตแดนทั่วไป ต่อให้มีอวตารก็ยังมิอาจแผลง
อำนาจเขตแดนทั้งหมดขณะผสานอวตารได้
การผสานห้ารากเซียนเข้าด้วยกันเช่นนี้ หมายความว่าเขาใช้
เขตแดนทั้งหมดร่วมกันได้หรือ?
เจียงผิงอันลองเร่งอำนาจเขตแดนทั้งห้า
เขตแดนทำลายล้าง เขตแดนจำนงสัประยุทธ์ เขตแดนกำลัง เขต
แดนโน้มถ่วงและเขตแดนกลืนกิน ห้าเขตแดนปรากฏขึ้นพร้อมกัน!
บริเวณในระยะพันลี้ซึ่งมีเจียงผิงอันเป็นศูนย์กลางดำมืดจนน่า
กลัว ราวมีชั้นอาคมปกคลุมไว้ทั่วทิศ
ร่างทั้งสามของศัตรูต่างชะงักนิ่งภายใต้เขตแดนอันชวนขนลุกนี้
เขตแดนทำลายล้างกัดกร่อนร่างของพวกมัน ขณะที่เขตแดนกลืน
กินดูดซับพลังของพวกมันไป
เขตแดนทั้งห้าถูกใช้ออกมาพร้อมกันได้จริง ๆ และปราณของ
เจียงผิงอันก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสะท้านสะเทือนโลกา
จิตสังหารอันรุนแรงพลุ่งพล่านจากใจเจียงผิงอัน เขาไหวกายเข้า
ปราชิด ออกหมัดทำลายล้างเข้าใส่ เส้นผมปลิวไสวกลางสุญตา
ภายใต้ห้าเขตแดนประสาน พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันทะยานสูง
หลายเท่าตัว อีกฝ่ายสู้มิได้อย่างเห็นได้ชัด ร่างของพวกมันค่อย ๆ
แหลกสลาย
“ลอกอีกสิ!”
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดอัดหน้าอีกฝ่าย น้อยครั้งนักที่เขาจะสู้ด้วย
โทสะเพียงนี้ หนนี้เขาโกรธจริง ๆ แล้ว
ทัณฑ์เซียนหนนี้ไร้ยางอายสิ้นดี ลอกพรสวรรค์และวรยุทธ์เขาไป
ไม่พอ ยังจะแข็งแกร่งกว่าเขา
ราวจะตอบสนองวาทะเจียงผิงอัน ร่างทั้งสามพลันประสานตัว ห้า
เขตแดนประสานปรากฏขึ้น!
สีหน้าของเจียงผิงอันชะงักกึก
เขาแค่ล้อเล่น อย่าผสานกันจริง ๆ สิ!
สถานการณ์ตาลปัตรไปอีกครั้ง สองฝ่ายคู่คี่สูสีอีกหน
สองเขตแดนดุจชั้นอาคมทมิฬเสียดสีกระแทกกัน ฤทธาชวนสะ
พรึงทำให้มวลเมฆาเซียนทองอร่ามดิ้นพล่านบิดมวน และในขณะนี้
ต่อให้ผู้ฝึกตนขั้นปลายระดับเขตแดนมาคั่นกลางระหว่างทั้งคู่ ก็เกรง
ว่าคงพินาศไม่เหลือดี
ขณะที่เจียงผิงอันต่อสู้ เขาก็กลืนกินเมฆาเซียนสีทอง ดูดซับ
อำนาจเต๋าเซียนไปพลาง ๆ มีแต่ต้องทำเช่นนี้ เขาจึงปราชันคู่ต่อสู้ได้
เขาไม่อยากตาย และไม่อยากแพ้ ต่อให้เขาสู้จนสิ้นโลกา สู้จน
เหลือเพียงโลหิตหยดสุดท้าย เขาก็ไร้กริ่งเกรงย่อท้อ
จำนงศึกอันลุกโหมเรืองรองเยี่ยงดาวฤกษ์ระเบิดฤทธิ์ ปลุก
กระตุ้นโลหิตในใจเจียงผิงอัน นี่เป็นครั้งแรกนับแต่มาเยือนภพเซียนที่
เขาได้ปราชันศึกร่วมขอบเขตอย่างสุดกำลังเพียงนี้
หนึ่งศึกขั้นต้นระดับเขตแดนปะทุขึ้น ทั้งอำนาจกาลเวลา เคล็ด
วิชาพลังวิญญาณ วรยุทธ์เซียน… ทุกแขนงฤทธิ์ล้วนปรากฏ
ประสานกันเป็นภาพน่าตื่นตะลึง
น่าเสียดายที่ไร้ผู้ใดภายนอกได้เห็น
นอกเมฆาทัณฑ์ หน้าประตูลืมเซียน
ปวงชนเห็นได้เพียงเมฆาสีทองสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง รัศมีเต๋า
เซียนซึ่งปะทุออกจากประตูลืมเซียนนับหนยิ่งเจิดจ้า
“ในทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาต้องเผชิญอะไรกันนะ? ข้าไม่ได้
ยินเสียงทัณฑ์อัสนีสักแอะ มิใช่ต้องเผชิญทัณฑ์อัสนีหรือ?” ผู้ฝึกตน
คนหนึ่งโพล่งถาม สงสัยว่าในเมฆาทัณฑ์นี้เกิดหายนะอะไรขึ้น
“ไม่รู้สิ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็น่ากลัว หาไม่ คงไม่ถูกเรียกว่าทัณฑ์
สวรรค์ในตำนานหรอก”
“เจียงผิงอันจบสิ้นแล้ว เขาต้องตกตายที่นี่ไม่ช้าก็เร็ว แต่มาเจอ
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาที่นี่ ก็แค่ตายก่อนเวลาสักหน่อยเท่านั้น”
เปรี๊ยะ!
ขณะที่ปวงชนกำลังเสวนาเรื่องทัณฑ์เซียนอยู่นั้น หนึ่งเสียง
แตกร้าวอันแจ่มชัดก็ดังขึ้น
ปวงชนมองตามเสียง แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าบนกรอบ
ประตูลืมเซียนเกิดรอยร้าวขึ้น
“ประตูลืมเซียนร้าวได้อย่างไรกัน!”
นี่เป็นศาสตราเซียนชั้นเลิศ สามารถจำลองทัณฑ์เซียนได้ ฤทธา
ยิ่งใหญ่เกินเข้าใจ แต่ไฉนยามนี้จึงเกิดรอยร้าว? ผู้สร้างศาสตรา
เซียนชิ้นนี้แอบเฉือนมุมยักยอกวัตถุดิบหรือไร?
กร๊อบ! เปรี๊ยะ!
ยิ่งเมฆาสีทองเลื่อนลั่นรุนแรง รอยร้าวยิ่งทวีจำนวนบนประตูลืม
เซียน
“เกิดอะไรขึ้นล่ะนี่?”
ปวงชนมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง.
“ถอยออกมา!”
เซียนผู้รับหน้าที่ดูแลประตูลืมเซียนตะโกน การระเบิดของ
ศาสตราเซียนเป็นเรื่องน่ากลัวอย่างยิ่ง อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนทั่วไป ต่อให้
เป็นเซียนก็อาจรับไม่ไหว
ยามปวงชนได้ยินเสียงตะโกนอย่างเคร่งขรึมของเซียนผู้นี้ ทุกผู้
ต่างขวัญผวาดีดตัวหนีตาม ๆ กัน
เหมียวเสียมิได้ไปไกล นางเป็นห่วงเจียงผิงอัน หากเจียงผิงอันตก
ตาย นางก็อยากตามเขาไปด้วย
เซียนที่หน้าประตูรีบนำธงค่ายกลผืนหนึ่งออกมา กางอาคมระดับ
เซียนขวางไว้ตรงหน้า จ้องมองประตูลืมเซียนตรงหน้าตาไม่กะพริบ
ประตูลืมเซียนเป็นเพียงศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งที่ไว้จำลองทัณฑ์
เซียน ทัณฑ์เซียนที่เกิดหาใช่ของจริงไม่ ในเมฆาทัณฑ์สีทองนี้ต้อง
เกิดเรื่องร้ายกาจอะไรขึ้นแน่ ทำให้ประตูลืมเซียนทำงานหนักหน่วง
เสียจนร้าว
ในเมฆสีทองนั่นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ผู้ฝึกตนซึ่งมองการต่อสู้อยู่งุนงงยิ่งนัก เนิ่นนานป่านนี้ ไฉนเจียง
ผิงอันยังไม่ตายอีก? พวกเขาล้วนเตรียมยันต์สื่อสารไว้พร้อมแล้ว แค่
รอเจียงผิงอันตายเสีย พวกเขาก็จะอวดโอ่แก่มวลสหายได้ การที่เขา
ไม่ตายทำให้พวกเขาลนลานนัก
ตู้ม!
ประตูลืมเซียนพลันระเบิดพร้อมเสียงสะท้านปฐพี เศษศาสตรา
เซียนนับไม่ถ้วนกระเด็นสาดทั่ว
แรงระเบิดอันชวนขนหัวลุกนี้ ขยี้ผู้ฝึกตนใต้ระดับเซียนผู้ใดก็ได้
โชคยังดี เซียนที่หน้าประตูลืมเซียนวางค่ายกลไว้ล่วงหน้า ขวาง
คลื่นเศษศาสตราเซียนไว้ได้
เมฆาทัณฑ์สีทองเรืองรองคลับคล้ายถูกถังน ้าเย็นสาดใส่ มัน
หยุดการเคลื่อนไหวเฉียบพลันแล้วค่อย ๆ สลายไป
ปวงชนกลั้นใจจ้องมอง
ยามเมฆาสลายตัว หนึ่งร่างโชกเลือดปรากฏขึ้น ร่างกายซีกซ้าย
แทบไม่เหลือ เห็นได้กระทั่งหัวใจที่ยังเต้น เศษริ้วเลือดเนื้อเกาะห้อย
บนโครงกระดูกขาวดูชวนขนลุกสุดขั้ว
“เขายังไม่ตาย!”
“โชคดีชะมัด เกิดเรื่องกับศาสตราเซียนจนระเบิดก่อน หาไม่คง
ตายแน่แล้ว”
“ใช่เลย รอดเพราะโชคดี นี่เป็นแค่ทัณฑ์เซียนจำลองเท่านั้น หา
ใช่ของจริงไม่ พลังจึงมีแค่นี้ หาไม่คงตายไปแล้วแน่ ๆ”
“ถึงยามนี้เขาจะรอดก็ไร้ประโยชน์ แม้นี่จะเป็นเพียงทัณฑ์จำลอง
ยามเขาบรรลุเซียนก็ยังต้องเผชิญทัณฑ์เซียนแบบนี้แหละ และถึงยาม
นั้น เขาก็ไม่มีทางโชคดีได้เช่นนี้”
เมื่อเห็นว่าเจียงผิงอันยังไม่ตาย หลายบุคคลก็แสนผิดหวัง
พวกเขายกเหตุผลมาอ้าง ว่าที่เจียงผิงอันรอดมาได้ก็เพราะ
ศาสตราเซียนพังทลาย แต่มีเพียงเจียงผิงอันที่ทราบแก่ใจ ว่าตนรอด
มาได้เพราะแข็งแกร่งพอ
แน่นอน หากประตูลืมเซียนมิได้ถูกทำลาย ก็ยังมิอาจทราบว่า
เขาจะเอาชนะศัตรูได้หรือไม่
วรยุทธ์เดียวกัน พรสวรรค์เดียวกัน ศัตรูแข็งแกร่งกว่าเขา แทบ
ไร้โอกาสเอาชนะใด ๆ
นอกจากนั้น นี่ยังเป็นเพียงทัณฑ์เซียนจำลอง อำนาจมิได้ร้าย
กาจเท่าทัณฑ์เซียนของจริง
ภายหน้ายามเขาบรรลุเซียน ก็ต้องเผชิญหายนะร้ายกาจเช่นนี้
อีก
ถึงยามนั้น เขาควรทำเช่นไร?
ทัณฑ์เซียนนี้คืออะไรกันแน่? ตัวตนนั้นคืออะไร? เหตุใดจึงลอก
พรสวรรค์และวิชาของเขาได้? ประตูบานนั้นคืออะไร? ทำไมจึงมีประตู
ในทัณฑ์เซียน? ประนั่นคือประตูจริง ข้างหลังมันมีอะไร?
คำถามแล้วคำถามเล่าปรากฏขึ้นในใจเจียงผิงอัน