สู่วิถีอมตะ - บทที่ 728 จุดจบของการฝึกฝน
“เจ้าบื้อ!”
เมื่อเห็นสภาพชวนสังเวชของเจียงผิงอัน เหมียวเสียก็บ่อน ้าตา
แตก ยามเซียนผู้ดูแลปลดค่ายกล นางก็กางปีกเทวะเหินเข้ามาป้อน
โอสถให้เจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว
“ดียิ่งนัก ดียิ่งนักที่เจ้าไม่ตาย!”
เหมียวเสียกอดเจียงผิงอันร ่าไห้ กลัวว่าเจียงผิงอันจะไปจากนาง
ศีรษะของเจียงผิงอันถูกกดจมอ้อมแขนอีกฝ่าย มิอาจผลักออก
ได้ เขากังวลว่าตนซึ่งรอดทัณฑ์เซียนจะต้องขาดอากาศตายเพราะ
สตรีผู้นี้นัก
“พวกสำนักเซียนเทียนหลานสมควรตาย ข้าจะบอกเรื่องนี้กับ
สำนัก ให้พวกลอบโจมตีต้องชดใช้ให้จงได้เลย!”
เหมียวเสียกำหมัด ดวงตาเปี่ยมความชิงชังต่อสำนักเซียนเทียน
หลาน หากมิใช่ว่าสารเลวพวกนั้นมาลอบโจมตี เจียงผิงอันคงมิต้อง
เข้าไปเผชิญอันตรายในประตูลืมเซียน
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งมองประตูลืมเซียนอันร้าวราน ก่อนจะโพล่งขึ้น
ว่า “ประตูลืมเซียนพังแบบนี้ เราจะผ่านด่านได้อย่างไรกัน?”
ปวงชนเองก็พลันไหวตัว ประตูลืมเซียนเป็นทางเดียวสำหรับพวก
เขาในการมุ่งสู่สำนักศึกษาชางจือ ยามนี้เมื่อประตูลืมเซียนพังลง
พวกเขาจะผ่านได้อย่างไร?
“หยุดไปก่อนสักเดี๋ยว สำนักศึกษาชางจือจะจัดการเอง ไม่ว่า
อย่างไร พวกเจ้าก็มิอาจผ่านได้ในกาลอันสั้นกันอยู่แล้ว”
เซียนผู้รับหน้าที่ดูแลประตูลืมเซียนตอบเบา ๆ
เขาเคลื่อนกายมาหาเจียงผิงอันในพริบตา เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าอยาก
ไปสำนักศึกษาชางจือยามนี้เลยหรือไม่ ข้าจะเปิดค่ายกลเคลื่อนย้าย
ส่งเจ้าไป”
“ผู้น้อยยังมิขอรบกวนผู้อาวุโส ขอไปพร้อมศิษย์พี่หญิงของข้า
ขอรับ”
เจียงผิงอันไม่รู้ว่าหากไปสำนักศึกษาชางจือยามนี้ เขาต้องทำ
อะไรบ้าง และอาจารย์ยังขอให้เขาดูแลศิษย์พี่หญิง เขาเลยจะขอตัว
ติดกับศิษย์พี่หญิงไปก่อน
“อืม ถึงเวลาก็เรียกข้าแล้วกัน”
เซียนผู้นั้นชำเลืองเจียงผิงอันอย่างเห็นใจ ก่อนจะหันกายหายไป
เหตุที่เขาเห็นใจอีกฝ่าย ก็เพราะรู้ว่าชาตินี้เจียงผิงอันอาจเป็น
เซียนไม่ได้เลย
เหตุที่ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวามีชื่อเช่นนี้ ก็เพราะแทบไร้ผู้ใด
ผ่านทัณฑ์นี้ได้สำเร็จ จึงถือได้เป็นทัณฑ์พิพากษาของเต๋าเซียน
เหมียวเสียพยุงเจียงผิงอันไปยังโรงเตี๊ยมซึ่งอยู่มิไกลภายใต้
สายตาซับซ้อนของปวงชน
“เจ้าศิษย์น้องตัวเหม็น ซ่อนตัวเนียนเสียจริงนะ ถึงกับถูกสำนัก
ศึกษาชางจือรับเข้าเป็นกรณีพิเศษด้วย”
พอเข้าห้องพักมา เหมียวเสียก็มองเจียงผิงอันด้วยสายตาขุ่น
เคือง นางทราบแล้วว่าเจียงผิงอันทำอะไรในดินแดนลับจันทร์มายา
ปรากฏว่าเจ้านี่มีสามร่างห้าเขตแดน เอาชนะเซียนกลับชาติได้
แข็งแกร่งเสียจนน่ากลัว
“เจ้ามีห้าเขตแดนได้อย่างไร?” เหมียวเสียถามอย่างสงสัย
“ที่จริงมีหกเขตแดน ต้องขอบคุณม้วนหยกที่ศิษย์พี่หญิงให้ข้า
มา ข้าจึงคิดเรื่องสร้างหลายรากเซียนขึ้นมาได้”
เจียงผิงอันพูดถึงวิธีการใช้อำนาจกาลเวลาสร้างรากเซียนแฝด
ออกมา
เหมียวเสียยกมือปิดปากอย่างตกใจ เนินอกมหึมาสั่นสะท้าน
รุนแรงเจียนถลนจากอาภรณ์ “เจ้าถึงกับสร้างหกรากเซียน!”
หกเขตแดนมิได้เหมือนกับหกรากเซียน
ผู้ฝึกตนทั่วไปมีเพียงหนึ่งรากเซียนต่อหนึ่งรากฐาน อัจฉริยะ
พิเศษน้อยคนนักจะใช้วิธีพิเศษสร้างสองเขตแดนขึ้นมาได้
แต่เจียงผิงอันนั้นไม่เหมือนกัน แต่ละร่างของเขามีสองรากเซียน!
สิ่งที่ผู้อื่นในหล้าทำมิได้ เจียงผิงอันทำมาแล้ว!
น่าเสียดายที่รากเซียนอัสนีหยินถูกทำลายไป พลังป้องกันและ
ความเร็วของเจียงผิงอันจึงลดฮวบ
ชายผู้นี้ผิดมนุษย์เหลือเกิน
“ความลับแบบนี้ เจ้ามาบอกข้าได้อย่างไร อันตรายมากนะ
อำนาจกาลเวลาเป็นไพ่ตาย จะเอาออกมาพูดเปล่า ๆ ได้ที่ไหนกัน!”
จู่ ๆ เหมียวเสียก็ดูหงุดหงิดใจ
นางแค่ถามเฉย ๆ มิคาดว่าเจียงผิงอันจะพูดความจริงกับนาง
“เพราะศิษย์พี่หญิงถาม” เจียงผิงอันแย้มยิ้มบาง
ขณะมองรอยยิ้มจากใจบนใบหน้าเจียงผิงอัน เหมียวเสียก็เกิด
อารมณ์อันเกินบรรยายในอก การกระทำของเจียงผิงอันเชื่อใจนาง
สุดแสน มีเพียงคนรักกันเท่านั้นจึงซื่อสัตย์ได้เช่นนี้
เหมียวเสียพลันสูดหายใจลึก ๆ กล่าวด้วยสายตาลุกลี้ลุกลน
“ก่อนหน้านี้ ศิษย์พี่หญิงผู้นี้เคยพูดไว้ว่าหากเจ้าถูกสำนักศึกษาชา
งจือรับเข้าเป็นกรณีพิเศษจริง ข้าจะยอมเป็นอนุเจ้า”
“ศิษย์พี่หญิงผู้นี้พูดคำไหนคำนั้น แม้ใจไม่อยาก แต่ศิษย์พี่หญิง
ผู้นี้ซื่อตรงเสมอ มีแต่ต้องรักษาสัจจะเท่านั้น”
ขณะนางพูดเช่นนี้ หัวใจของเหมียวเสียเต้นระรัว มองจาก
หน้าอกอันเต้นกระเพื่อมรุนแรงก็ประจักษ์ชัด
“เปล่า ข้าล้อเล่น” เจียงผิงอันปฏิเสธทันควัน
เหมียวเสียผู้สงบสติแล้วได้ยินคำปฏิเสธของเจียงผิงอันพลันแผด
เสียงอย่างเดือดดาล “เจ้าบื้อนี่!”
หากนางไม่เห็นว่าเจียงผิงอันบาดเจ็บอยู่ คงได้เตะชายผู้นี้ปลิว
ขึ้นฟ้าไปแล้ว
เหมียวเสียนำสุราไหหนึ่งออกมาอย่างขุ่นเคือง “ขณะเจ้าอยู่ที่นี่
ก็ดื่ม ‘เซียนเมามาย’ ไหนี้กัน”
‘เซียนเมามาย’ ไหนี้ เจียงผิงอันช่วยเหมียวเสียให้ได้มาในวงกต
ป่าศิลาบนนาวาเซียน และแต่นั้นมา เหมียวเสียก็มิเคยชิมสักจิบเลย
สุราไหนี้หาพบยากยิ่ง กระทั่งเซียนยังอาจซื้อมิได้
ขณะที่เหมียวเสียเปิดผนึกสุรา กลิ่นเมรัยหอมสดชื่นก็โชยปะทะ
หน้า ไร้รสจัดจ้านใด ๆ มีเพียงกลิ่นหอมอันบริสุทธิ์
เจียงผิงอันอยากปฏิเสธ แต่ยามสูดกลิ่นหอมกรุ่นเพียงนี้เข้า ก็
เกิดน ้าลายสอขึ้นมา
เพียงนิ้วขยับเล็กน้อย เมรัยสีเขียวสายหนึ่งก็ลอยออกมาเข้าปาก
ทันทีที่สุราเข้าปาก ต่อมรับรสก็ระเบิดเปรี้ยง ในใจเกิดความรู้สึก
เย็น ทั่วกายผ่อนคลายสุดแสน ผิวกายทุกคืบชุ่นคลับคล้ายตื่นตัว
บาดแผลฟื้นฟูด้วยความเร็วสูงยิ่ง
ความกดดันที่เจียงผิงอันแบกรับมานานปีคลับคล้ายมลายสิ้นใน
พริบตา วิญญาณถูกกลั่นกรอง ผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็น
คลับคล้ายกึ่งเมากึ่งสร่างราวอยู่ในฝัน
เหมียวเสียคลั่งอย่างยิ่ง นางยกไหสุรากระดกอึกใหญ่ ก่อนจะ
โยนไหสุราหลบไป มองเจียงผิงอันอย่างหิวกระหาย แล้วตรึงแขนทั้ง
สองของเจียงผิงอันไว้
“ศิษย์น้อง นี่เจ้าจะทำอะไรศิษย์พี่หญิงกัน!”
เจียงผิงอัน “???”
ข้าจะทำอะไร? ข้ามิได้กระดิกตัวสักนิด!
เจียงผิงอันคิดอยากขัดขืน แต่ก็มิอาจรับมือสตรีขั้นปลายระดับ
เขตแดนผู้นี้ได้ อาภรณ์ของเขาถูกอีกฝ่ายกราชากขาด
เจียงผิงอันถอนใจอย่างอับจน หลับตาลงอย่างไร้วาจา
กลิ่นสุราขจรขจายทั่วห้อง เหมียวเสียลิ้มสุราอันหมักบ่มได้ที่นี้
อย่างตะกรุมตะกราม
หนึ่งวันต่อมา เหมียวเสียนั่งที่ขอบเตียง คลุมอาภรณ์ร ่าไห้
กระซิกกระซี้
“ศิษย์น้อง มิคาดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนเช่นนี้ เจ้าดื่มหนักไปแล้วทำ
เรื่องพรรค์นั้นกับศิษย์พี่หญิง ช่างมันเถอะ ศิษย์พี่หญิงผู้นี้ก็มียางอาย
เรื่องนี้จะไม่เอาความ แต่ศิษย์พี่หญิงก็เป็นคนสงวนตัว ชั่วชีวิตจะมี
ผู้ชายเพียงหนึ่ง ดังนั้นยามนี้ก็มีแต่ต้องจำใจอยู่กับเจ้าแล้ว”
เจียงผิงอัน “…”
มียางอาย? สงวนตัว?
สตรีผู้นี้สวมอาภรณ์พลางปรักปรำชาวบ้านเนี่ยนะ?
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเงียบไป เหมียวเสียก็เผยธาตุแท้ กระโจนขึ้น
ตรึงชายผู้นี้ไว้อีกครั้ง “ศิษย์พี่หญิงผู้นี้พูดกับเจ้าอยู่นะ เจ้าต้อง
รับผิดชอบเรื่องนี้ ถึงไม่เกี่ยวก็ต้องรับผิดชอบ!”
“ศิษย์พี่หญิง ข้าอาจพ้นทัณฑ์เซียนมิได้ด้วยซ ้า เจ้าควรคิดดี ๆ
นะ”
เจียงผิงอันพูดอย่างเคร่งขรึม
ภายหน้าเขายังต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาอันน่า
สะพรึงกลัว และทัณฑ์สวรรค์นี้จะเป็นอุปสรรคขัดขวางเขาจากการ
บรรลุเซียน ชาตินี้เขาอาจเป็นเซียนมิได้ด้วยซ ้า
เหมียวเสียเห็นเจียงผิงอันเคร่งเครียด ก็เลิกล้อเล่นแล้วนอนซบ
แขนเจียงผิงอัน “เช่นนั้นก็มิต้องเป็นเซียน ไม่ว่าอย่างไร ถึงเจ้าไม่เป็น
เซียน เจ้าก็ยังมีชีวิตยืนยาว แค่เจ้าจะอ่อนแอลงเท่านั้น ศิษย์พี่หญิงผู้
นี้จะปกป้องเจ้าเอง”
“นอกจากนั้น สำนักศึกษาชางจือแข็งแกร่งเพียงนี้ พวกเขาอาจ
มีทางให้เจ้าทะลวงขอบเขตก็ได้”
“เรื่องเครียด ๆ แบบนี้อย่าพูดเลย ให้ศิษย์พี่หญิงผู้นี้ตรวจร่างกาย
เจ้าหน่อย ดูว่าตรงไหนยังไม่ฟื้นตัวบ้าง”
เจียงผิงอันระแวงขึ้นมาทันที “แน่ใจนะว่าแค่ตรวจร่างกาย?”
ไม่กี่วันต่อมา เซียนผู้หนึ่งจากสำนักศึกษาชางจือปรากฏตัวขึ้น
ซ่อมประตูลืมเซียน
เซียนผู้มาซ่อมประตูลืมเซียนรำพึง “เจียงผิงอันผู้นี้ช่างน่า
เสียดาย เดิมทีปรมาจารย์เซียนมากมายอยากรับเด็กนี่เป็นศิษย์ มิ
คาดว่าจะต้องมาเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา ปรมาจารย์เซียน
เหล่านั้นพอได้ข่าวก็ล้มเลิกความคิดไปหมดเลย”
เซียนผู้รับหน้าที่ดูแลประตูลืมเซียนถามขึ้น “ไม่มีทางปราชัน
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาได้เลยหรือ?”
“มันจะไปง่ายได้อย่างไรกัน ในประวัติศาสตร์ของสำนักศึกษาชา
งจือ มีผู้ฝึกตนทั้งหมดแปดคนที่ได้เผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
รอดตายก็เพียงหนึ่ง แต่เขาก็ตกต ่าเป็นได้เพียงเดนเซียน มิอาจผ่าน
ประตูเซียนไปได้อย่างแท้จริง สุดท้ายก็สิ้นอายุขัยตกตาย”
เซียนผู้มาซ่อมประตูลืมเซียนทอดถอนใจ
พรสวรรค์ของเจียงผิงอันผู้นี้นับได้เป็นระดับกลาง ๆ ในสำนัก
ศึกษาชางจือ แต่ช่างอับโชคยิ่งนัก ต้องมาเผชิญทัณฑ์สวรรค์
พิพากษ์เทวายามบรรลุเซียน
นี่หมายความว่า ชะตาเขามิอาจเป็นเซียนได้
ผู้ฝึกตนที่มิอาจบรรลุเซียนได้เช่นนี้ มิอาจทุ่มเทฝึกฝนได้
ยามข่าวนี้ถูกส่งกลับแดนจันทร์มายา เสียงฮือฮาก็บังเกิดอย่างมิ
ต้องแปลกใจ
“พวกเจ้าได้ข่าวหรือไม่ ภายหน้าเจียงผิงอันจะต้องเผชิญทัณฑ์
สวรรค์พิพากษ์เทวา!”
“ข้าก็เพิ่งได้ยินเรื่องทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาอยู่เมื่อกี้ ขอเพียง
เผชิญทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้เข้า การเป็นเซียนก็เป็นไปไม่ได้เลย”
“ในเมื่อเป็นเซียนมิได้ ก็เป็นได้เพียงสามัญชน ผู้ฝึกตนธรรมดา
อย่างข้ายังบรรลุเซียนได้ แต่เขาหามีโอกาสไม่”
สำนักเซียนอวี่หวงซึ่งเดิมสุดคาดหวังต่อเจียงผิงอัน ทราบข่าวนี้
เข้าก็แสนผิดหวัง
นี่หมายความว่าเจียงผิงอันมิอาจเป็นเสาหลักค ้าจุนสำนักได้
แต่สำนักเซียนอวี่หวงก็มิได้ทอดทิ้งเจียงผิงอัน ยามทราบว่าเจียง
ผิงอันถูกลอบโจมตี เซียนของสำนักก็เข้าสกัดสังหารผู้ฝึกตน
ระดับสูงที่ลอบโจมตีพวกเจียงผิงอันเพื่อช่วยเขาล้างแค้นด้วยตนเอง
สำนักเซียนเทียนหลานมิได้ขัดเคืองอะไรเรื่องนี้มากนัก ผู้ตาย
เป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นปลายระดับเขตแดนตนเดียว ภายหน้าสักสองสาม
ร้อยปีก็มีคนใหม่ได้ แต่สำนักเซียนอวี่หวงนั้นไม่เหมือนกัน ไม่มี
อัจฉริยะล ้าเลิศอย่างเจียงผิงอันสักคน ก็ไม่มีทางหาบุคคลที่สองได้แม้
ใช้เวลาเป็นหมื่น ๆ ปี
“ฮ่า ๆ หนนี้เราไม่เห็นต้องทำอะไรเลย”
ตัวตนระดับสูงทั้งหลายในสำนักเซียนเทียนหลานสังสรรค์
เสสรวลอย่างสุดยินดี
ก่อนหน้านี้ พวกเขายังกังวลว่าเจียงผิงอันจะโตมาเป็นภัยกับ
สำนักเซียนเทียนหลาน แต่ยามนี้วิกฤติคลายตัวแล้ว
“ถึงเจียงผิงอันจะเป็นเซียนมิได้ แต่ใต้ขอบเขตเซียน เขาจะมีพลัง
ต่อสู้แข็งแกร่งสุดขั้ว ยังต้องกำจัดอยู่ดี”
โอวหยางหงอวิ้น เจ้าสำนักเซียนเทียนหลานกล่าวยิ้ม ๆ
“เจ้าสำนักวางใจเถิด เราจัดเตรียมคนของเราที่ฝั่งนั้นไว้แล้ว ไม่
ช้าก็เร็ว เจียงผิงอันจะถูกกำจัดแน่นอน” ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ในสายตาสำนักเซียนเทียนหลาน เจียงผิงอันมิใช่วิกฤติร้ายแรง
อีกต่อไป ไร้จำเป็นต้องใส่ใจมากมาย
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันมายังโลงแก้วผลึกในโลกใบน้อยของ
เขา ถามขึ้นอย่างนอบน้อม “ผู้อาวุโสทราบเรื่องทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์
เทวาหรือไม่ขอรับ?”
ในโลงแก้วผลึกไร้การตอบสนอง เจียงผิงอันคิดว่าอวิ๋นเหยา
น่าจะกำลังหลับใหล จึงคิดไปฝึกฝน แต่จู่ ๆ อวิ๋นเหยาก็พูดขึ้น
“รีบเตรียมโลงไว้นะ เรียกข้าเป็นแม่บุญธรรม แล้วข้าจะกระเถิบที่
ในโลงแก้วผลึกให้ครึ่งหนึ่ง”
“ผู้อาวุโสอย่าล้อเล่นกันสิขอรับ”
“ข้ามิได้ล้อเล่นเสียหน่อย ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาเช่นนี้ ไร้
ผู้ใดมีโอกาสรอดแต่นานมา” อวิ๋นเหยาในโลงแก้วผลึกลุกขึ้น กฎเต๋า
เซียนรายล้อมบดบังใบหน้านาง
เจียงผิงอันหน้าเสีย กระทั่งสตรีร้ายกาจผู้สร้างยอดสมบัติได้
ตามใจชอบยังพูดเช่นนี้ ดูเหมือนจะหมดโอกาสแล้วจริง ๆ
“เหตุใดทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้จึงมาหาข้ากัน แค่เพราะข้าตัดชีวิตไป
บ้าง เต๋าเซียนเลยไม่ยอมให้ข้าบรรลุเซียนหรือ?”
เจียงผิงอันสุดแสนไม่ยินยอม ผู้กระหายการฆ่ากว่าเขาก็มากนัก
ไฉนจึงมีเพียงเขาที่ต้องมาเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาเช่นนี้?
“มิใช่เพราะเจ้าฆ่าคนมากมายอะไรหรอก บางที… อาจเพราะเจ้า
โกง สร้างรากเซียนหลายราก ทำให้เต๋าสวรรค์ไม่พอใจ เลยส่งทัณฑ์
สวรรค์พิพากษ์เทวาลงมาจัดการเจ้า หรือเพราะเหตุผลอื่นก็เป็นได้
……”
ใบหน้าของอวิ๋นเหยาถูกปกคลุมด้วยกฎเกณฑ์ มิอาจเห็นสีหน้า
ขณะนี้ของนางได้ แต่หากตัดสินจากน ้าเสียง ก็เหมือนแฝงนัย
บางอย่างไว้ในวาจา