สู่วิถีอมตะ - บทที่ 731 บรรลุเซียน
ตู้ม!
แสงทองอันเรืองจรัสพลันปรากฏ ขับเมฆอัสนีไปจนสิ้น
เหมียวเสียในเกราะวิญญาณศึกหวนปรากฏสู่ทุกสายตา เรือน
ผมยาวพลิ้วไสว กฎเต๋าเซียนรายล้อมรอบกาย บรรยากาศยิ่งยง
หาญกล้าดุจเทพีแห่งสงครามจากโบราณกาลปรากฏลักษณ์
ยามรับมืออัสนีลูกสุดท้ายนี้ เหมียวเสียใช้วิชาลับของ ‘วิชาเทียม
เทพสงคราม’ ‘ร่างวิญญาณเทวา’ รอดพ้นทัณฑ์เซียนมาได้
เมฆาดำทะมึนแปรเปลี่ยนเป็นเมฆมงคลเจ็ดสี หลากหายเข้าสู่
กายเหมียวเสีย บาดแผลของนางฟื้นสภาพในพริบตา บรรยากาศทั่ว
กายประหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็นคนละคน
เรียวขาเปี่ยมเสน่ห์ เอวคอดเพรียวบาง ผิวกายขาวดุจหิมะ เนิน
เขามหึมาตรงหน้าคลับคล้ายสมบูรณ์ขึ้นอีก บนร่างกายไร้ซึ่งที่ติใด ๆ
เมื่อบรรลุขอบเขตนี้ คนผู้นั้นมินับเป็นสามัญชนอีกต่อไป ขอ
เพียงมีพลังพอ ขอเพียงไม่บาดเจ็บก็ยืนยงได้ตราบกาล
นี่คือขอบเขตที่ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนในภพแร้นแค้นปรารถนาจะ
บรรลุ
แต่เหมียวเสียเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนมนุษย์ ยังมี
ขอบเขตเซียนปฐพี เซียนสวรรค์ เซียนแท้และอื่น ๆ อยู่เบื้องบน…
ผ่านแต่ละระดับ ชีวิตก็ล้วนยกระดับไปอีกขั้น
ผู้ฝึกตนมากมายตะลึงค้าง มองเหมียวเสียอย่างไม่อยากเชื่อ สตรี
ผู้นี้ทำสำเร็จจริง ๆ ด้วย!
เดิมที นางจะตายอยู่แล้ว แต่ถูกวาทะช่วงท้ายของเจียงผิงอันปลุก
ขึ้นมา…
“ยินดีด้วยสหายเต๋าเหมียว”
เซียนผู้ดูแลประตูลืมเซียนสิ้นความเฉยชาในกาลก่อนไปยาม
เผชิญหน้าเหมียวเสีย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม
หากบรรลุเซียนได้ภายในร้อยปีแรก ต่อให้เป็นในสำนักศึกษาชา
งจือก็ยังถือได้ว่าเป็นศิษย์ชั้นยอด มีโอกาสบรรลุขอบเขตเซียนปฐพี
ได้
เหมียวเสียมิได้เผชิญทัณฑ์สวรรค์ในประตูลืมเซียน แต่เผชิญ
ทัณฑ์เซียนอันแข็งแกร่งกว่า ย่อมได้โอกาสไปสู่สำนักศึกษาชางจือ
นับแต่บรรลุขอบเขตเซียน ก็จะได้รับยกเว้นมิต้องปราชันกับ
อัจฉริยะผู้อื่นจากต่างภพภูมิ สามารถเข้าสำนักศึกษาชางจือได้ทันที
เหมียวเสียพยักหน้าให้เซียนผู้นี้ สายตาของนางหยุดที่เจียงผิง
อัน เพียงหนึ่งย่างก้าวก็ปราชิดอีกฝ่ายได้ทันที
“เมื่อกี้เจ้าว่าไงนะ เจ้าบื้อตัวเหม็น? ข้างามมิเท่าคู่บำเพ็ญของเจ้า
ที่ภพล่างหรือ?”
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากตัวเหมียวเสีย ประหนึ่ง
มังกรคลั่งอาละวาด
“ศิษย์พี่หญิง เจ้าก็รู้ว่าข้าพูดเพื่อเรียกสติเจ้า” เจียงผิงอันกล่าว
เหมียวเสียชอบถามเรื่องภพล่างกับเขาเสมอ แต่พอพูดถึงเหล่า
สตรีข้างกายเขาทีไร นางก็จะเดือดโทสะ แต่พอสงบโทสะได้ก็ถาม
ต่อไปเรื่อย ๆ
คำถามที่เหมียวเสียถามบ่อยที่สุดคือ ‘ผู้ใดงามกว่ากัน ข้าหรือคู่
บำเพ็ญของเจ้าที่ภพล่าง?’
เจียงผิงอันพูดแทบทุกครั้งที่ตอบว่า เขาไม่สนใจรูปลักษณ์
มีเพียงครั้งนี้ที่เขาตอบแตกต่างออกไป เจียงผิงอันแค่ลองเสี่ยง
พูดเผื่อได้ผล มิคาดว่าสตรีผู้นี้จะระเบิดโทสะจนตื่นจากทัณฑ์ดวงจิต
แห่งเต๋าได้จริง ๆ
จิตหึงหวงของสตรีนี่ช่างน่ากลัว
“ข้าไม่สน ศิษย์พี่หญิงผู้นี้โมโหแล้ว!” เหมียวเสียกดศีรษะเจียง
ผิงอันจมอ้อมแขน “ไหนว่ามา จะชดใช้ให้ศิษย์พี่หญิงผู้นี้เช่นไร!”
“ศิษย์พี่หญิงอย่าก่อเรื่องเลย เจ้าในยามนี้เป็นเซียนแล้ว ทำตัวให้
เหมือนเซียนหน่อยเถอะ” เจียงผิงอันดิ้นพล่าน แต่จะหลุดจากอ้อม
แขนเซียนได้อย่างไร
“ทำตัวให้เหมือนเซียนอะไร? ทำตัวเชิด ๆ ไม่ข้องแวะโลกีย์
สามัญน่ะหรือ? อย่าเหลวไหลไปหน่อยเลย เซียนน่ะทั้งแข็งแกร่งกว่า
และโลภมากกว่าสามัญชนเยอะ ยิ่งสถานะสูง ยิ่งมากปรารถนา”
ปุถุชนทั่วไปปรารถนาอย่างมากก็เพียงแป้งนึ่งสองสามลูก แต่
เซียนผู้สูงส่งทำลายหนึ่งจุลภพแค่เพื่อจะเอาตัวรอด
เหตุผลที่ผู้คนรู้สึกว่าเซียนนั้นสูงส่ง มิข้องแวะมลทินสามัญนั้นก็
เป็นเพียงความรู้สึกคิดไปเองของปุถุชน เหล่าสามัญชนไร้สิ่งใดทับ
ซ้อนกับผลประโยชน์เซียน ความสนใจของสองฝ่ายมิได้อยู่ในระดับ
เดียวกัน
เหมียวเสียหิ้วเจียงผิงอันเดินไปทางโรงเตี๊ยม “เจ้าผู้ชายตัวเหม็น
กลับไปพูดหมื่นหนนะว่าศิษย์พี่หญิงงามที่สุด หาไม่ ปีนี้อย่าคิดลุก
จากเตียงได้เลย!”
ได้ยินเช่นนี้ ต้นขาเจียงผิงอันก็สั่นสะท้าน “ศิษย์พี่หญิง เราได้
เวลาไปสำนักศึกษาชางจือกันแล้วนะ”
“รอศิษย์พี่หญิงผู้นี้เสถียรขอบเขตก่อน”
จนทั้งสองลับหายไปเนิ่นนาน ผู้ฝึกตนมากมายจึงได้สติ ควัก
ยันต์สื่อสารของตนออกมาส่งข่าว
“เหลือเชื่อ! เหมียวเสียจากสำนักเซียนอวี่หวงบรรลุเซียนแล้ว!”
ไม่นานนัก เรื่องที่เหมียวเสียบรรลุเซียนก็แพร่ไปในแดนจันทร์
มายา เกิดเสียงฮือฮาสนั่นลั่น นางบรรลุเซียนทั้งที่อายุไม่ถึงร้อย เป็น
เรื่องหายากยิ่งตราบกาลในแดนดิน
นี่คือการพิสูจน์พรสวรรค์และความแข็งแกร่ง สื่อว่านางมีโอกาส
บรรลุเป็นเซียนปฐพีได้
เหตุการณ์ของเจียงผิงอันก่อนหน้านี้กระทบกระเทือนสำนัก
เซียนอวี่หวงอย่างใหญ่หลวง ยามนี้เมื่อเหมียวเสียบรรลุเซียนก่อนทัน
อายุครบร้อย สำนักเซียนอวี่หวงจึงตื่นเต้นยิ่งนัก
แม้เจียงผิงอันจะมิอาจเติบโต แต่เหมียวเสียบรรลุสู่ขอบเขตเซียน
สำเร็จแล้ว
เพียงไม่กี่เดือนหลังเหมียวเสียบรรลุเป็นเซียน หยางจิ่นอวี๋จาก
สำนักเซียนเป่ยฮวงก็มาถึงประตูลืมเซียน ทันทีที่มาถึง นางก็บังคับ
กระตุ้นทัณฑ์เซียนตามรอยเหมียวเสียไป
เหมียวเสียและหยางจิ่นอวี๋เป็นที่รู้จักในฐานะสองความภาคภูมิ
แห่งแดนจันทร์มายา อายุแทบจะเทียบเท่ากัน คนในแดนจันทร์มายา
มักเปรียบเทียบทั้งสองอยู่บ่อย ๆ ว่านางใดคืออัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่ง
ใต้ขอบเขตเซียนของแดนจันทร์มายา
เพราะหยางจิ่นอวี๋ได้ยินว่าเหมียวเสียบรรลุเซียน นางจึงมิขอ
น้อยหน้า มาข้ามทัณฑ์ที่นี่ด้วย
แตกต่างจากเหมียวเสีย หยางจิ่นอวี๋เชี่ยวชาญการฝึกจิต พลัง
วิญญาณแข็งแกร่ง บททดสอบหัวใจในทัณฑ์เซียนจึงมิเป็นปัญหา
กับนางเลย
แม้การข้ามทัณฑ์จะอันตรายไปนิด แต่ก็ยังสำเร็จได้
แดนจันทร์มายาลุกฮือกันอีกครั้ง
“หยางจิ่นอวี๋แห่งสำนักเซียนเป่ยฮวงก็ข้ามทัณฑ์บรรลุเซียน
แล้ว!”
“หยางจิ่นอวี๋อายุยังไม่ครบร้อยเลยมิใช่หรือ? น่ากลัวจริงแท้”
“แดนจันทร์มายาของเรากำลังจะเรืองอำนาจแล้วหรือไร? มียอด
คนปรากฏเยอะแยะเช่นนี้”
สองอัจฉริยะหญิงผู้มีอายุยังไม่ถึงร้อย แต่พากันข้ามพิบัติบรรลุ
เซียนตามกัน เรื่องนี้กระทั่งแพร่กระจายสู่แดนดินข้างเคียง
กระทั่งในภพเซียน การบรรลุเซียนยังมิใช่เรื่องง่าย เหตุที่ภพ
เซียนมีเซียนมากมายนั้นก็เพราะสั่งสมมาตามกาลโดยแท้ เพราะถึง
อย่างไร ขอเพียงไร้อุบัติเหตุ เซียนก็ไม่ตายกันอยู่แล้ว
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ล้มเหลวก่อนบรรลุเซียน ไม่ก็ตกตายระหว่าง
เผชิญทัณฑ์
เหมียวเสียมาแสดงความยินดีกับหยางจิ่นอวี๋ “สหายเต๋าหยางไม่
เลวเลย ถึงกับบรรลุเซียนหลังข้าไม่กี่เดือนเอง”
แม้จะมาแสดงความยินดี แต่เห็นได้ชัดว่ามาอวดฤทธิ์ว่าตน
ทะลวงขอบเขตได้ก่อน
คนทั้งสองมักเปรียบเทียบกันบ่อยครั้ง คิดเห็นมิลงรอย และเพราะ
เช่นนี้ทั้งสองจึงเฉิดฉายเกินใคร
หยางจิ่นอวี๋แย้มยิ้มมิถือสา “สหายเต๋าเหมียวก็ใจร้อนไปเสียทุก
อย่าง กระทั่งหาสามียังรีบร้อนเหลือ ข้าได้ยินว่าสหายน้อยเจียงยัง
ต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาในภายหน้า อาจมิได้เป็นเซียน
ก็ได้ น่าเสียดายนะ สามีของข้าในอนาคตต้องเป็นเซียนแน่นอน”
หยางจิ่นอวี๋มิพูดต่อเรื่องใครบรรลุก่อนกัน แต่เปลี่ยนไป
เปรียบเทียบเรื่องอื่น
นางบรรลุเซียนได้ไม่เร็วเท่าเหมียวเสียก็จริง แต่ในเรื่องคู่บำเพ็ญ
นางจะก้าวข้ามสตรีผู้นี้แน่นอน
เหมียวเสียมิได้รู้สึกว่าถูกเปรียบเทียบอะไร ในสายตานาง เจียง
ผิงอันเป็นบุรุษชั้นดีที่สุดแล้ว
ขณะที่นางกำลังจะตอบกลับ ลำแสงสองสายพลันปรากฏ
ตรงหน้าทั้งสอง
ผู้มาเป็นหนึ่งชายหนึ่งหญิง ทันทีที่ปรากฏ พฤกษามวลผกา
ใกล้เคียงล้วนเบ่งบานงอกเงยอย่างบ้าคลั่ง ทุกย่างก้าวผลิบงกชเบ่ง
บาน รัศมีเต๋าเซียนรายล้อมรอบกาย
ทั้งสองเป็นเซียน
ฝ่ายสตรีสวมชุดกระโปรงแพรไหมตัวยาวหลากสี ไม่ว่าไปที่ใด
ล้วนเป็นเป้าสายตา
ฝ่ายบุรุษสีหน้าคมเข้ม มัดกล้ามปรากฏชัดจากในอาภรณ์ ชวน
ให้ผู้คนอยากเหลียวมองซ ้า ๆ
ฝ่ายสตรีแย้มยิ้มเป็นมิตร “ขอข้าแนะนำตัวนะ ข้าชื่อเฉียนอู่ ข้าง
ๆ นี่คือเส้าเฟิง มาจาก ‘เสินกวง’ คณะศึกษาหนึ่งในสิบอันดับแรกของ
สำนักศึกษาชางจือ เราได้ยินถึงเรื่องของทั้งสอง เลยจะมาเชิญทั้งคู่
เข้าร่วมกับเราด้วย”
เหมียวเสียและหยางจิ่นอวี๋ล้วนเผยปรีดา
ทั้งสองล้วนรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสำนักศึกษาชางจือมาก่อน
ทราบว่าในสำนักศึกษาชางจือมีหลายกลุ่มศิษย์ และคณะศึกษา
เหล่านี้ต่างร่วมศึกษาด้วยกัน ได้ผูกมิตรกับอัจฉริยะจากทั่วสารทิศ
เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และพัฒนาการฝึกฝนยิ่ง
นอกจากนั้นยังได้เพิ่มเส้นสายปวงมิตร ภายหน้ายามออกท่อง
ต่างแดนดิน ก็สามารถขอความช่วยเหลือยามเผชิญปัญหาได้
สำนักศึกษาชางจือนำอัจฉริยะมากมายจากต่างแดนดินมาพบ
หน้า การแข่งขันดุเดือดอย่างยิ่ง หากไม่เข้าร่วมคณะศึกษา ก็ยาก
คว้าทรัพยากรดี ๆ ได้
สิ่งแรกที่หน้าใหม่ในสำนักศึกษาชางจือมักทำคือเข้าร่วมคณะ
เป็นประโยชน์ในการผนวกตัวเองเข้ากับสำนักศึกษาชางจืออย่างยิ่ง
เพราะสามารถสร้างคณะได้อย่างอิสระนี้เอง จำนวนคณะศึกษา
ในสำนักศึกษาชางจือจึงมากมายมหาศาล มัจฉาปะปนมังกร บ้าง
แข็งแกร่งสุดขั้ว ได้ทรัพยากรมากมาย บ้างสุดแสนอ่อนแอ ไร้
ประโยชน์ใดๆ
‘เสินกวง’ นี้อ้างตนว่าเป็นหนึ่งในคณะสิบอันดับแรกของสำนัก
ศึกษาชางจือ เผยความแข็งแกร่งชัดเจน
พวกนางเดาไว้อยู่แล้วว่าจะมีคณะศึกษามาทาบทาม แต่ไม่นึกว่า
จะมาทาบทามกันถึงที่
เฉียนอู่เอ่ยยิ้ม ๆ “มิต้องห่วง คณะ ‘เสินกวง’ ของเรายุติธรรมยิ่ง
ไม่มีการกดข่มกัน แบ่งทรัพยากรตามผลงาน เราจะช่วยเหลือผู้มา
ใหม่ หากภายหน้ามีอะไรไม่พอใจ ก็ออกจากคณะได้ทุกเมื่อเลย”
“ตกลงอยู่แล้ว!”
คนเช่นนี้มาเชื้อเชิญพวกนางด้วยตนเอง ย่อมประเมินพวกนาง
ไว้สูง และต้องให้ทรัพยากรมากกว่าแน่แท้
“เดี๋ยวข้าเรียกเจียงผิงอันมาก่อนนะ เราจะเข้าร่วมเสินกวง
ด้วยกัน”
ขณะที่เหมียวเสียกำลังจะเรียกเจียงผิงอันมา เส้าเฟิง ชายซึ่งอยู่
ข้างกันก็เอ่ยขึ้น “ขออภัยด้วย เราเชิญพวกเจ้าทั้งสองเท่านั้น เจียง
ผิงอันเป็นศิษย์พิเศษที่จะต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา ไม่อยู่
ในขอบเขตการเชิญชวนของเรา”
เรื่องจากฝั่งแดนจันทร์มายาแผ่ไปถึงสำนักศึกษาชางจือ ผู้คน
มากมายทราบว่าภายหน้า คนชื่อเจียงผิงอันจะเผชิญทัณฑ์สวรรค์
พิพากษ์เทวา มิอาจบรรลุเป็นเซียนได้
สำหรับ ‘เสินกวง’ คนเช่นนี้จะมีแต่เปลืองทรัพยากร มีประโยชน์
เพียงจ้อยร่อย
กระทั่งคณะขนาดเล็กยังไม่ยอมให้คนเช่นนี้เข้าร่วมด้วยเลย