สู่วิถีอมตะ - บทที่ 734 ขายของ
“ปกติร้านพวกเจ้าเรียกลูกค้ากันอย่างไร?”
เจียงผิงอันเดินลงมาพลางถามหวังอิง
เขาพร้อมขายอาวุธวิเศษแล้ว แต่ต้องดึงลูกค้ามาให้ได้ก่อน
“ก็ผ่านการลดราคาหรืออะไรแบบนั้นแหละ… อย่าลำบากเลย ไร้
ประโยชน์น่า”
หวังอิงลุกจากที่นั่งมายืดเส้นยืดสาย กระดูกในกายลั่นเป๊าะ “เจ้า
อยู่ดูร้านที่นี่แหละ ข้าจะออกไปหาราชันเซียน… แค่ก ๆ ไปหาโอกาส
ก่อนนะ”
พูดจบ นางก็เผ่นแผล็วออกไป ไม่รอเจียงผิงอันตกลงสักคำ
เจียงผิงอันไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะไปหรือไม่ ครุ่นคิดสักครู่แล้วตัด
ไม้ทำป้าย เขียนข้อความบนนั้น
[หากซื้ออาวุธวิเศษขั้นสูงระดับเขตแดนหนึ่งชิ้น อาวุธวิเศษระดับ
เขตแดนชิ้นต่อไปครึ่งราคา จำกัดสิบชิ้น]
หากเป็นปกติแล้ว ราคาของอาวุธวิเศษขั้นสูงระดับเขตแดนอยู่ที่
ราว ๆ แสนผลึกเซียน ขณะที่อาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดนอยู่ที่
ราว ๆ ห้าหมื่น
เจียงผิงอันตั้งใจขายอาวุธวิเศษที่เขายกระดับเองในราคาอาวุธ
วิเศษระดับกลาง
สรุปก็คือ ต่อให้ลูกค้าได้ส่วนลดห้าหมื่นผลึกเซียน ร้านค้าก็มิได้
เสียหาย ได้กำไรด้วยซ ้า
ผู้เดียวที่ขาดทุนก็คือเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันไม่คิดขายอาวุธวิเศษในร้านโก่งราคา เว้นแต่เขาจะ
ขายศาสตราเซียนได้ เขาจึงมีค่าผลงานเป็นหมื่นผลึกเซียน แต่จะมี
เซียนสักกี่นามมาซื้ออาวุธวิเศษที่นี่กัน?
เจียงผิงอันพร้อมหารายได้ทางอื่น ขณะเตรียมตัวรอรับลูกค้าไว้
ล่วงหน้า
เขานำอาวุธวิเศษสิบชิ้นที่เสริมพลังเองมาวางในจุดลดราคา
เขียนป้ายกำกับไว้ว่า ‘อาวุธวิเศษชิ้นที่สองครึ่งราคา’
สุดท้ายก็นำป้ายไปวางไว้หน้าประตูร้าน
ทันทีที่ป้ายถูกวาง ผู้ฝึกตนที่ผ่านไปมาก็ชะงัก
“อาวุธวิเศษระดับเขตแดนชิ้นที่สองครึ่งราคาเองเหรอ?”
“เวรเอ๊ย ข้าเพิ่งเสียเงินซื้ออาวุธวิเศษไป ยามนี้ไม่มีเงิน รู้เช่นนี้คง
ซื้อช้าลงหน่อยก็ดี”
“ต้องเป็นอาวุธวิเศษชั้นขยะแน่ ๆ ถึงถูกขนาดนี้”
ผู้ฝึกตนมากมายหัวใจหวั่นไหวยามเห็นป้ายที่เจียงผิงอันนำมา
วาง อาวุธวิเศษชิ้นที่สองครึ่งราคา หมายความว่าเขาเอาเงินที่ใช้ซื้อ
อาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดนมาซื้ออาวุธวิเศษขั้นสูงระดับเขต
แดนได้
เพราะเช่นนี้เอง ผู้คนมากมายจึงไม่ยอมเชื่อว่าราคาจะถูกได้
ขนาดนี้ คิดกระทั่งว่าอาจเป็นอาวุธวิเศษชั้นขยะ
แม้จะมีบางคนเคลือบแคลง แต่ก็ยังถูกป้ายหั่นราคากระจุย
กระจายนี้ดึงดูดมาที่ร้าน
“ขอข้าดูหน่อยว่าอาวุธวิเศษที่ลดราคาหน้าตาเป็นเช่นไร”
ผู้ฝึกตนชายคนหนึ่งเดินโอบเอวคู่บำเพ็ญมาหาเจียงผิงอัน
ช่วงนี้จ้าวหยางเสียทรัพยากรมากมายไปกับการฝึกฝนของคู่
บำเพ็ญ ยามนี้ขัดสนอยู่นิดหน่อย เนื่องด้วยจะไปล่าสัตว์ภูตที่ภพ
ปีศาจ จึงต้องการอาวุธวิเศษอย่างเร่งด่วน
เมื่อเห็นว่ามีอาวุธวิเศษครึ่งราคา จ้าวหยางจึงมาดูด้วยตั้งใจเลือก
หาของดีที่หลุดมา ขณะเดียวกับที่รู้สึกคาดหวัง ก็รู้สึกว่าของดี ๆ ไม่
น่านำมาลดราคา จึงมิได้หมายใจมากนัก
เจียงผิงอันชี้ชั้นวางสินค้าลดราคาที่ข้างตัว พลางเอ่ยปาก “อยู่
ตรงนี้”
จ้าวหยางเดินไปที่ชั้นวางสินค้าลดราคา ยามเห็นอาวุธวิเศษ
เหล่านั้นก็ประหลาดใจเล็กน้อย “หือ? ดูเข้าท่าอยู่นะ”
อาวุธวิเศษมิได้เสียหาย อักขระทุกตัวล้วนสมบูรณ์ มิใช่ของมี
ตำหนิ
คู่บำเพ็ญของจ้าวหยางเอ่ยปาก “ภายนอกไร้ตำหนิ ภายในก็ยัง
อาจมีข้อบกพร่อง ขายถูกขนาดนี้ต้องมีปัญหาแน่”
“หยิบมาดูได้หรือไม่?” จ้าวหยางถามเจียงผิงอัน
“ได้”
เจียงผิงอันมั่นใจในอาวุธวิเศษที่ตนเสริมพลังมากับมือยิ่ง
จ้าวหยางหยิบกระบี่ธาตุไฟขึ้นมา หลังจ่ายปราณเซียนเข้าไป
รัศมีโชติช่วงก็เรืองจากตัวกระบี่ กฎธาตุไฟปรากฏรายล้อม ปรากฏ
อสรพิษเพลิงมายาขนดล้อม
“กระบี่ดี!”
จากคลื่นพลังรายล้อมดาบ ประจักษ์ได้ว่ากระบี่เล่มนี้คุณภาพสูง
สุดขั้ว
ผู้คนผ่านไปมานอกร้านถูกรัศมีนี้ดึงดูด ต่างผู้ล้วนหยุดชะงัก
ตามกัน
“กระบี่เล่มนี้ขายครึ่งราคาจริงหรือ?”
จ้าวหยางเชื่อไม่ลง หากขายของแบบนี้ ไม่ขาดทุนย่อยยับเลย
หรือ
เจียงผิงอันกล่าวยิ้ม ๆ “ร้านเรากำลังจัดกิจกรรม กระบี่เล่มนี้ขาย
ครึ่งราคาที่ห้าหมื่นผลึกเซียนจริง ๆ แต่ต้องซื้อคู่อาวุธวิเศษขั้นสูง
ระดับเขตแดนชิ้นอื่นนะ”
“นอกจากนั้น ขณะนี้ อาวุธวิเศษที่เข้าร่วมกิจกรรมมีเพียงสิบชิ้น
นี้เท่านั้น”
ประโยคสุดท้ายของเจียงผิงอันกล่าวกับบุคคลทั้งในและนอกร้าน
“ข้าซื้อเหมาเลย!!” ผู้ฝึกตนชุดน ้าเงินคนหนึ่งที่ผ่านมาพลัน
โพล่งขึ้น
ในสำนักศึกษาชางจือหาได้ขาดผู้มั่งมี ผู้ฝึกตนคนนี้มิได้ขาด
อาวุธวิเศษ แต่เพราะเห็นว่ามีกำไร ซื้ออาวุธวิเศษครึ่งราคาแล้วขาย
ต่อราคาเต็มให้ร้านอื่นได้ ตัวเขาก็จะกำไรห้าหมื่นผลึกเซียนเน้น ๆ
“ขออภัย หนึ่งบุคคลซื้อสินค้าครึ่งราคาได้คนละชิ้นเท่านั้นนะ”
เจียงผิงอันไม่อยากขายเหมาในคราวเดียว หลัก ๆ แล้วเขาจะ
เรียกลูกค้าต่างหาก
“ข้าเอากระบี่นี่กับดาบเล่มนั้น!” จ้าวหยางผู้ขาดอาวุธวิเศษกลัว
ถูกแย่งซื้อ เมื่อเห็นอาวุธวิเศษไร้ปัญหาใด ๆ ก็รีบเลือกอาวุธวิเศษสอง
ชิ้นทันที
“ข้าก็เอาด้วยสองชิ้น”
“ข้าก็จะเอาสองชิ้น”
ปวงชนรีบแย่งกันซื้ออาวุธวิเศษครึ่งราคาทั้งหลาย
หลายคนมิได้ขาดอาวุธวิเศษกันจริง ๆ พวกเขาก็เหมือนผู้ฝึกตน
ที่คิดซื้อเหมาคนเมื่อครู่ เห็นว่าขายทำกำไรส่วนต่างได้ก็จะรีบซื้อแล้ว
นำไปขายร้านข้าง ๆ ทำกำไรผลึกเซียนเป็นหลักหมื่น
หลายคนก็อยากได้อาวุธวิเศษโดยแท้ และเจียงผิงอันก็แยก
อวตารสิบกว่าร่างเพื่อขายอาวุธวิเศษ เพียงชั่วอึดใจ อาวุธวิเศษครึ่ง
ราคาก็ถูกแย่งซื้อหมดเกลี้ยง
ผู้ฝึกตนซึ่งแย่งซื้ออาวุธวิเศษครึ่งราคาไม่ทันสุดแสนเสียดาย ถึง
มิเสียเงินก็ขาดทุนย่อยยับ เหมือนเห็นตัวเองเสียผลึกเซียนไปนับ
หมื่น
เจียงผิงอันกล่าว “หากแย่งซื้อไม่ทันก็มิต้องกังวล ทุกวันนี้ของ
แต่ละเดือนจะมีอาวุธวิเศษครึ่งราคาวางขายสิบชิ้นนะ”
ดวงตาของผู้ฝึกตนทั้งหลายเรืองประกาย หมายความว่าเดือน
หน้ายังมีโอกาสทำเงิน!
ผู้ฝึกตนซึ่งไร้เงินซื้ออาวุธวิเศษจะกลับไปเรี่ยไรยืมเงินมวลสหาย
เดือนหน้าจะมาแย่งซื้ออาวุธวิเศษ
เจียงผิงอันเห็นว่ามีลูกค้าเข้าร้านมาไม่เยอะแล้ว จึงพูดต่อ “จาก
วันนี้ไป ร้านเราจะมีบริการเพิ่มระดับอาวุธวิเศษ ยกระดับขั้นย่อย
อาวุธวิเศษระดับเขตแดนได้ คิดราคาเพียงสามหมื่นผลึกเซียน
เท่านั้น”
นี่คือวิธีหาเงินของเจียงผิงอัน ทำกำไรโดยเสริมพลังศาสตรา
ขณะที่เพิ่มความเชี่ยวชาญให้กับ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ ไปใน
ตัว
“เสริมพลังอาวุธวิเศษ? อาวุธวิเศษยังเสริมพลังเพิ่มระดับได้
หรือ?”
ปวงชนต่างสับสน
เจียงผิงอันผงะไปเล็กน้อย คนเหล่านี้ไม่รู้หรือว่าอาวุธนั้นเสริม
แกร่งพัฒนาระดับได้?
ผู้ฝึกตนมั่งคั่งในชุดน ้าเงินเอ่ยปาก “อาวุธวิเศษพัฒนาระดับได้
จริง แต่ก็ยากมาก มีแต่ปรมาจารย์เซียนหลอมศาสตราเท่านั้นที่ทำได้
บางครั้งการเสริมพลังอาวุธพิเศษก็แพงกว่าหลอมใหม่ ทั้งยังเสียหาย
ง่าย จึงมีน้อยคนที่จะพัฒนาระดับอาวุธวิเศษ นิยมซื้อใหม่มากกว่า”
ดวงตาของเจียงผิงอันวูบไหวสองหน นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้เรื่อง
การพัฒนาระดับอาวุธวิเศษจากผู้อื่นนอกจากอวิ๋นเหยา ปรากฏว่า
การพัฒนาระดับอาวุธวิเศษมิได้ง่ายเลย มีเพียงปรมาจารย์นักหลอม
ศาสตราเท่านั้นที่ทำได้ แต่เขายังไม่เป็นเซียนก็ทำได้แล้ว
ดูเหมือนว่า ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ ที่อวิ๋นหวงสอนเขานี้ไม่
ธรรมดาแล้วจริงๆ
เจียงผิงอันอธิบาย “ข้ามีผู้อาวุโสระดับเซียนซึ่งเชี่ยวชาญการ
พัฒนาศาสตราอยู่ จ่ายสามหมื่นผลึกเซียนพัฒนาได้หนึ่งขั้นย่อย
หากอาวุธวิเศษเสียหาย ข้าจะชดใช้ให้ตามราคาเดิม แล้วขายอาวุธ
วิเศษระดับเดียวกันชิ้นที่สองให้ครึ่งราคา”
เพื่อเรียกลูกค้า จึงต้องลดแลกแจกแถมให้น่าสนใจมากพอ
“เจ้าคงมิได้จะเชิดอาวุธวิเศษหนีหรอกกระมัง?” ผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
ถามขึ้น
“ไม่มีทาง ทุกผู้ล้วนเป็นศิษย์สำนักศึกษาเหมือนกัน ข้าจะไปไหน
ได้?”
ถึงจะพูดเช่นนั้น ก็มีคนไม่มากนักที่เต็มใจจะให้อาวุธวิเศษกับ
เจียงผิงอันไปเพิ่มระดับจริง ๆ หากอีกฝ่ายเชิดของหนี อาวุธวิเศษที่
พวกเขาเก็บหอมรอมริบเนิ่นนานกว่าจะซื้อได้ก็สูญไปพอดี
จ้าวหยางซึ่งกำลังจะออกจากร้านหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับ
เข้ามาอีกครั้ง กล่าวกับเจียงผิงอันว่า
“สหายเต๋า ข้ามีอาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดนอยู่ แต่ข้าไม่มี
เงินแล้ว ยามนี้ข้าจะไปล่าสัตว์ภูตที่ภพปีศาจเพื่อหาเงิน ยามกลับมา
หากสหายเต๋าพัฒนาระดับมันได้สำเร็จ ข้าก็จะจ่ายเงิน สหายเต๋าดู
เถิดว่าทำได้หรือไม่”
ก่อนหน้านี้ยามจ้าวหยางซื้ออาวุธวิเศษครึ่งราคา เขาพอเชื่อใจ
เจียงผิงอันอยู่นิดหน่อย แต่ก็แค่นิดหน่อยนะ
“ไม่มีปัญหา วางอาวุธวิเศษไว้ที่นี่ก่อนได้ หากเสริมพลังสำเร็จก็
ค่อยจ่ายเงิน”
เจียงผิงอันรู้ว่าเรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้คือสร้างชื่อเสียง สั่งสม
ความนิยมให้กับตนเอง
การทำธุรกิจนั้นยากมาก ต่อให้ฝีมือพอก็ใช่จะทำกำไรได้เร็ว ๆ
เสมอไป ต้องใช้เวลาเป็นตัวตัดสิน
“มิต้องจ่ายล่วงหน้าหรือ? เช่นนั้นข้าก็ลองด้วยคน” ผู้ฝึกตนชุด
น ้าเงินส่งอาวุธวิเศษชั้นล่างระดับเขตแดนซึ่งใช้ไม่ได้แล้วให้เจียงผิง
อันชิ้นหนึ่ง “ข้าจะมารับมันได้ยามใด?”
อาวุธวิเศษชั้นล่างระดับเขตแดนชิ้นเดียว ต่อให้เสียไปก็มิได้
เจ็บปวดอะไรนัก
หากเสริมพลังได้สำเร็จ อาวุธวิเศษชั้นต ่าระดับเขตแดนราคา
หมื่นผลึกเซียนก็จะกลายเป็นอาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดนมูลค่า
สี่ห้าหมื่น ยังมีกำไรให้จับต้อง
“วันนี้ของเดือนหน้า” เจียงผิงอันจงใจยื้อเวลาเล็กน้อย ช่วงนี้เขา
จะเคลื่อนขอบเขตเต็มที ยังอยากได้เวลาฝึกฝนให้ตนเองสักค่อน
เดือน ยามสั่งสมผลึกเซียนได้มากพอ เขาก็จะเคลื่อนขอบเขต
วันนี้ในอีกหนึ่งเดือน กิจกรรมลดราคาก็ดำเนินต่อ ซึ่งจะเรียกคน
เข้ามา เมื่อถึงยามนั้น เขาก็จะนำอาวุธวิเศษที่เสริมพลังแล้วออกมา
ส่ง ผู้คนก็จะได้เห็นว่าเขามิได้โกหก
“เดือนเดียว? ไวเพียงนั้นเลยหรือ?”
ผู้ฝึกตนชุดน ้าเงินตะลึง เขาพอเข้าใจเรื่องการหลอมอาวุธอยู่
บ้าง แม้การยกระดับศาสตรามิได้ใช้เวลาเป็นปี ๆ เหมือนการสร้าง
อาวุธวิเศษชิ้นใหม่ อย่างน้อย ๆ ก็ควรใช้เวลาสักสองสามเดือน เดือน
เดียวนี่ไวมากจริง ๆ
ผู้ฝึกตนชุดน ้าเงินชำเลืองร้านแห่งนี้ เบื้องหลังร้านต้องมี
ปรมาจารย์เซียนนักหลอมศาสตราระดับสูงสุดอยู่เป็นแน่
“ไวหรือ?”
เจียงผิงอันเคลือบแคลงใจเล็กน้อย อวิ๋นเหยามิได้พูดหรือว่า
ความเร็วการเสริมแกร่งอาวุธของเขาก็งั้น ๆ?
นอกจากผู้ฝึกตนสองคนนี้ คนอื่น ๆ หาได้เชื่อถือเรื่องการ
ยกระดับศาสตราไม่ และมิได้ขอให้เขาช่วย
เจียงผิงอันก็มิได้รีบร้อน เขามิอาจรีบกลืนเต้าหู้ร้อนได้
เมื่อสินค้าลดราคาถูกขายหมด เหล่าลูกค้าก็แทบไม่เหลือ แต่ยัง
มีผู้ฝึกตนสองสามคนที่ถูกดึงดูดเข้ามาดูของในร้าน ซื้อโอสถไปนิด
หน่อย
การขายของจิปาถะเช่นนี้มีค่าผลงานให้เจียงผิงอันแค่สองสาม
ร้อยผลึกเซียน ไร้ความหมายมากมายนักต่อเจียงผิงอัน
หากคิดทำกำไร ก็ต้องไปเสริมแกร่งศาสตรา
อันที่จริง เขาก็ซื้ออาวุธวิเศษไปขายเองได้ ลดเวลารอได้ส่วน
หนึ่ง
แต่หากเขานำอาวุธวิเศษมากมายออกไปขายเอง เขาก็คงไม่พ้น
ถูกหมายหัว ถูกสงสัยว่าเหตุใดผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนจึง
พัฒนาระดับอาวุธวิเศษได้
ในฐานะผู้ดูแลร้านค้า ผู้อื่นจะไม่คิดแน่ ๆ ว่าอาวุธวิเศษเหล่านี้
เขาเพิ่มระดับเอง สามารถใช้อำพรางตัวได้ดีกว่า
เขาเก็บป้ายลดราคาที่นอกประตู รอนำไปวางใหม่เดือนหน้า แล้ว
นำอาวุธวิเศษเข้าสู่โลกใบน้อยในตัว เพื่อที่อวตารข้างในจะได้เสริม
พลังมัน
หนึ่งวันหวังอิงก็กลับมาพลางสบถด่า “ไหนล่ะราชันเซียนที่ว่าไว้
ดิบดี ไฉนข้ามิเห็นเจอ…”
นางอ่านนิยายมา สตรีสามัญผู้หนึ่งได้พบราชันเซียน กลายเป็น
ภริยาราชันเซียน นางเลยอยากออกไปลองหา แต่กลับไม่พบสักนิด
ทันใดนั้น นางก็สังเกตเห็นบางสิ่ง สีหน้าของนางเปลี่ยนแปลงไป
แม้นางจะไม่สนใจของบนชั้นวางมากนัก แต่มีอาวุธวิเศษระดับ
เขตแดนหายไปยี่สิบกว่าชิ้น กระทั่งคนตาบอดยังเห็นเลย
หวังอิงหรี่ตาลงทันที จ้องมองเจียงผิงอันที่นั่งฝึกฝนอยู่ “ข้า
แนะนำให้เจ้าเก็บมือเก็บเท้าทำตัวดี ๆ อย่าหาเรื่องลำบากใส่ตัวดีกว่า
นะ”
“หมายความเช่นไร?”
เจียงผิงอันลืมตาขึ้นถามเบา ๆ
“หมายความเช่นไร? ต้องให้ข้าพูดฉีกหน้าเจ้าก่อนหรือ?”
น ้าเสียงของหวังอิงเย็นเฉียบ “ส่งอาวุธวิเศษที่เจ้าขโมยไปคืนมา! แล้ว
ไสหัวจากที่นี่เสีย!”