สู่วิถีอมตะ - บทที่ 735 หวังอิงผู้เดือดดาล
หวังอิงมิคาดฝันจริง ๆ ว่าผู้ชายหน้าตาไม่เลวเช่นนี้จะเป็นพวกขี้
ขโมย ถึงกับมาขโมยของในร้านแล้วทำไขสือ
เจียงผิงอันได้ยินวาทะสตรีผู้นี้ ก็เข้าใจความนัยที่นางจะสื่อ
ไร้คำอธิบายเพิ่มเติม เขานำแหวนเก็บของวงหนึ่งออกมาโยนให้
“ถือว่าเจ้าพูดรู้เรื่อง ไสหัวออกไปซะ” เมื่อหวังอิงเห็นอีกฝ่ายส่ง
ของให้ก็คร้านจะสนใจ จึงไล่อีกฝ่ายไปให้พ้นๆ
“ดูข้างในแหวนเก็บของสิ”
น ้าเสียงของเจียงผิงอันสุขุม พูดจบก็หลับตาลงอีกครั้ง ฝึกฝน
ต่อไปบนม้านั่ง
“หมายความเช่นไร?” หวังอิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่งจิตสัมผัสเข้า
ไปในแหวนเก็บของ
ยามเห็นผลึกเซียนนับล้านกองพะเนินในแหวนเก็บของ หวังอิงก็
ตะลึงไปชั่วประเดี๋ยว อาวุธวิเศษที่เจ้านี่ขโมยไปล่ะ? ไฉนจึงมีผลึก
เซียนมากมายเช่นนี้?
ทันใดนั้น นางก็เหมือนเข้าใจบางสิ่ง ดวงตาของนางเบิกกว้าง
“หรือว่า… เจ้าขายอาวุธวิเศษพวกนั้นไปหมดแล้ว?”
เจียงผิงอันมิได้ตอบ ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ไปเงียบ ๆ
สีหน้าของหวังอิงแปรเปลี่ยนไปมาสองหน “ข้าใช้เวลาหลาย
เดือนยังขายอาวุธวิเศษมิได้มากมายเช่นนี้ เจ้าใช้เวลาวันเดียวขาย
ได้มากมายเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“เจ้าต้องจงใจเตรียมผลึกเซียนไว้ยามข้าไม่อยู่ แล้วทำทีเหมือน
ขายอาวุธวิเศษได้เยอะแยะแน่ แต่แท้จริงเจ้าก็แค่แอบขโมยอาวุธ
วิเศษพวกนั้นไปสินะ? หลอกข้ามิได้หรอก ข้ารู้ข้าเห็นหมดแหละ!”
หวังอิงอยู่ที่นี่มาหลายเดือน ทราบสถานการณ์ของร้านดี หนึ่ง
วันไม่มีทางขายอาวุธวิเศษได้มากมายเช่นนี้หรอก
“หากไม่เชื่อก็ตรวจดูเองเลย อาวุธวิเศษอะไรขายไปก็บันทึกไว้ที่
โต๊ะแล้ว อย่ากวนข้า”
เจียงผิงอันตอบโดยไม่ลืมตา ท่าทีเช่นนี้หาสุภาพไม่ แต่สตรีผู้นี้มิ
คู่ควรให้เขาสุภาพด้วย
นางปรักปรำคนโดยไร้หลักฐาน เป็นนางเองที่เสียมารยาทก่อน
เมื่อเห็นท่าทีของเจียงผิงอัน หวังอิงก็เดือดดาลจนกระทืบเท้าเต้น
เร่า ผู้ชายสมควรตายทำท่าทีเช่นนี้ ไม่รู้หรือว่านางเป็นใคร?
“ทำพูดดี หากข้าเจอปัญหาเมื่อไหร่ ข้าจะจับเจ้าแขวนประจาน
หน้าประตูเลย!”
หวังอิงใช้วิชาปิดประตูกันอีกฝ่ายหนี แล้วจึงเริ่มตรวจสอบอาวุธ
วิเศษ
หนึ่งชั่วละเลียดชาต่อมา หวังอิงก็ตะลึงค้างกับที่ นางไม่พบ
ความผิดใด ๆ อาวุธวิเศษและราคาล้วนสอดคล้องกัน
เรื่องน่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ อาวุธวิเศษทั้งหมดล้วนถูกขาย
ด้วยราคาแนะนำสูงสุด ทำกำไรได้ไม่เบา
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”
หวังอิงไม่เชื่อว่านางออกไปวันเดียว อีกฝ่ายจะขายอาวุธวิเศษได้
มากมายเช่นนี้ ซ ้ายังด้วยราคาสูงลิ่ว
ใครจะซื้ออาวุธวิเศษราคาแพงในร้านห่วย ๆ แบบนี้? สมองมี
ปัญหาแน่
นางสงสัยว่าชายผู้นี้อาจฉกชิงอย่างอื่นไป และเริ่มตรวจสินค้าใน
ร้านทีละชิ้น
ทว่า หลังจากตรวจอยู่เจ็ดแปดหน หวังอิงก็ตะลึงไป
ไม่มีอะไรขาดหายเลย
ผลลัพธ์นั้นดีต่อร้านค้า แต่สำหรับหวังอิง มันยากยอมรับยิ่ง
นี่หมายความว่านางปรักปรำชายผู้นี้
ทำให้หวังอิงละอายยิ่ง
หากเป็นปกติ ยามนางผิดต่อผู้อื่น นางก็ต้องขอโทษ แต่เมื่อเห็น
สีหน้าเฉยชาของเจียงผิงอัน นางก็มิอาจลดตัวลงขอโทษได้
หลังเงียบไปเนิ่นนาน หวังอิงก็นั่งกลับลงบนเก้าอี้ กล่าวกับตนเอง
ว่า “ในการประลองอัจฉริยะร้อยแดนดินชางจือหนก่อน ข้ามีอันดับ
เพียงสิบห้า ครั้งนี้จะติดสิบอันดับแรกได้แน่ ภายในเวลาสามร้อยปี
ข้าจะบรรลุเซียนได้แน่นอน!”
มันฟังดูกะทันหัน แต่แท้จริง หวังอิงอยากบอกเจียงผิงอันว่า
พรสวรรค์ของนางดีเพียงไร เพื่อให้อีกฝ่ายเข้ามาประจบประแจงนาง
จะได้รักษาหน้าล้างอายให้ตนเอง
แต่เจียงผิงอันกลับเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงหลับตาฝึกฝนต่อไป
นั่นทำให้หวังอิงรู้สึกราวเหวี่ยงหมัดใส่วารี มิอาจใช้แรงใด ๆ
ผู้ชายคนนี้หูหนวกหรือไร? ไม่ได้ยินที่นางพูดหรือ?
แน่นอนว่าเจียงผิงอันได้ยิน แต่เขาไม่รู้ว่าการประลองอัจฉริยะ
ร้อยแดนดินชางจือคืออะไร และต่อให้เขารู้ เขาก็ไม่สนใจ มันไม่เกี่ยว
อะไรกับเขาอยู่แล้วนี่
หวังอิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถีบม้านั่งกระเด็นไป “เจ้ามันเยี่ยม! เจ้า
ร้ายกาจมาก ข้าผิดต่อเจ้า ข้าขอโทษ! พอใจหรือยัง! ทำไมจึงทำ
หน้าเหม็นบูดเช่นนั้นไม่หยุดเลยหา!”
“เจ้าผิดต่อข้าก่อน แต่ทำเหมือนเป็นความผิดข้าเลยนะ”
เจียงผิงอันลืมตาขึ้นพูดอีกสองสามคำ “ความคิดอย่างเจ้า เป็น
เซียนในสามร้อยปีไม่ได้หรอก หากมิยอมรับความผิดอย่างสุขุม ทำ
ตัวถ่อมตนเข้าไว้ ก็ทำตัวน่ารังเกียจ ทำผิดไม่ขอโทษ เห็นตัวเองเป็น
ใหญ่ เลิศล ้าหนึ่งเดียวในหล้าต่อไป”
“ความรู้สึกขัดแย้งทั้งรู้สึกผิดและไม่เต็มใจขอโทษของเจ้า จะทำ
ให้เจ้าพ่ายต่อทัณฑ์ดวงจิตแห่งเต๋าในทัณฑ์เซียน”
สีหน้าของหวังอิงชะงัก ท่านปู่ของนางก็เหมือนเคยพูดอะไรแบบ
นี้มาก่อน
เพราะความคิดของนางไม่ดีพอ ปู่ของนางจึงให้นางหยุดฝึกฝน
ชั่วคราว และออกมาฝึกฝนท่ามกลางมลทิน
หวังอิงผู้ถูกจี้ปัญหาตรงประเด็นเป็นประหนึ่งแมวถูกเหยียบหาง
ขนลุกขนพองทันใด
“ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนอย่างเจ้าควรค่ามาสั่งสอนข้าแล้ว
หรือ? ก้าวข้ามข้าได้ยามใดค่อยพูดกันดีกว่า!”
รู้ว่าตนผิดเช่นไรก็เรื่องหนึ่ง การเปลี่ยนมันเป็นอีกเรื่อง หากปวง
ชนทราบจุดบกพร่องแล้วเปลี่ยนได้ทันทีกันหมด โลกหล้าคงสงบสุข
ไปนานแล้ว
เจียงผิงอันไหวไหล่ ไม่พูดอะไรอีก เห็นแก่ที่ทั้งอีกฝ่ายและเขา
ล้วนเป็นผู้ดูแลร้าน เขาจึงเตือนอีกฝ่ายอย่างหวังดี แต่อีกฝ่ายไม่ยอม
ถนอมไว้เอง
คนเช่นนี้มิอาจเกลี้ยกล่อม มีแต่ยามนางเผชิญอุปสรรคจริง ๆ จึง
ตาสว่างเอง
“น่าผิดหวังจริง” หวังอิงเปิดประตูร้าน นั่งอ่านหนังสือที่เดิมอีก
ครั้ง
ครู่สั้นๆ ต่อมา ผู้ฝึกตนมีเคราผู้หนึ่งก็เดินเข้าประตูมา
“ขอรบกวนถามหน่อย หากจะซ่อมอาวุธวิเศษที่นี่ คิดราคา
เท่าไหร่หรือ?”
“ที่นี่ไม่มีบริการซ่อมอาวุธนะ”
หวังอิงเท้าคางอ่านนิยาย พูดโดยไม่เงยหน้า
ผู้ฝึกตนไว้เครากำลังจะหันหลังกลับ แต่เจียงผิงอันลุกขึ้นกล่าว
กับเขา “ขอข้าดูหน่อยว่าอาวุธวิเศษเสียหายเพียงไร”
ยามเขาศึกษา ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ เขาทำลายอาวุธวิเศษ
ไปมากมาย อวิ๋นเหยาก็สอนวิธีดูแลรักษาพวกมัน หลังศึกษามาร้อย
ห้าสิบปี เขาก็ได้เรียนรู้มากมาย ขอเพียงมิใช่อาวุธวิเศษรูปแบบ
พิเศษ เขาก็ซ่อมได้ทั้งนั้น
“มิได้เสียหายมากมายหรอก แค่ร้าวรอยเดียวน่ะ”
ผู้ฝึกตนไว้เครายกขวานสีดำเล่มหนึ่งขึ้น เป็นอาวุธวิเศษขั้น
กลางระดับเขตแดน เห็นหนึ่งรอยร้าวยาวประมาณหนึ่งช่วงนิ้วปรากฏ
บนขวานชัดเจน
“ซ่อมได้หรือไม่?”
“วัตถุดิบมิได้เสียหาย ซ่อมได้ไม่ยาก ห้าพันผลึกเซียน ราคานี้
เป็นเช่นไร?” เจียงผิงอันถามขึ้น
“ถูกจัง! เจ้าซ่อมมันได้จริง ๆ หรือ?” ผู้ฝึกตนไว้เคราประหลาดใจ
ยิ่ง เขาเข้าร้านน้อยนี้มาเพราะไม่มีเงินนี่แหละ
เขาเพิ่งออกมาจากร้านข้างๆ ที่นั่นคิดราคาซ่อมอาวุธวิเศษชิ้นนี้
สองหมื่นผลึกเซียน แต่ที่นี่คิดแค่ห้าพัน เขาจึงเริ่มสงสัยแล้วว่าอีก
ฝ่ายซ่อมมันได้จริง ๆ หรือ
หวังอิงซึ่งกำลังอ่านนิยายเงยหน้าขึ้น “เจ้าหน้าที่ใหม่นี่เป็นนัก
หลอมศาสตราด้วยหรือ?”
เจียงผิงอันเห็นผู้ฝึกตนผู้นี้ประหลาดใจยิ่ง ก็รู้ว่าตนเสนอราคาต ่า
เกินไป “มีค่าใช้จ่ายอีกห้าพันผลึกเซียน รวมหมื่นผลึกเซียนนะ”
อันที่จริง ห้าสิบผลึกเซียนก็ใช้ได้แล้ว แต่หากไม่เพิ่มราคาสัก
หน่อย อีกฝ่ายก็คงไม่วางใจ
เมื่อได้ยินว่าราคารวมหมื่นผลึกเซียน ผู้ฝึกตนไว้เคราก็ยังรู้สึกไม่
วางใจเพราะยังถูกอยู่
แต่เมื่อคิดว่าร้านข้าง ๆ ต้องใช้สองหมื่นผลึกเซียน เขาก็สุดแสน
ปวดใจ
“ซ่อมภายในหนึ่งเดือนได้หรือไม่? เดือนหน้า ข้ากับสหายจะไป
ล่าสัตว์ภูตกันแล้ว”
“มิต้องเดือนหรอก ชั่วยามเดียวพอ” เจียงผิงอันตอบ
“พรืด!” หวังอิงผู้กำลังอ่านนิยายอยู่ข้างตัวหลุดหัวเราะทันที “เจ้า
นี่อย่างกับปรมาจารย์เซียนนักหลอมศาสตราเลยนะ ซ่อมอาวุธวิเศษ
ขั้นกลางระดับเขตแดนในหนึ่งชั่วยามได้ด้วย”
หวังอิงมีสหายเป็นนักหลอมศาสตราอัจฉริยะอยู่ผู้หนึ่ง มีความ
เข้าใจการหลอมอาวุธอยู่บ้าง การซ่อมอาวุธวิเศษระดับนี้ นักหลอม
อาวุธทั่วไปต้องใช้เวลาขั้นต ่าหนึ่งเดือน
แต่คนผู้นี้กลับบอกว่าซ่อมได้ในหนึ่งชั่วยาม เหลวไหลสิ้นดี