สู่วิถีอมตะ - บทที่ 741 แยกส่วนกล่อง
กร๊อบ!
เสียงปริดังขึ้นชัดเจน กล่องกลายสภาพเป็นเศษซาก เติ้งเส้าสี่
หัวใจสะท้าน โทสะคืบคลานทั่วใบหน้าเฉียบพลัน
สุดท้ายกล่องก็พินาศอยู่ดี
หากพวกระดับสูงรู้เรื่องนี้ ต้องโกรธจนมาลงที่เขาแน่ ๆ
“พวกสมควรตายพวกนี้…”
ขณะที่เติ้งเส้าสี่กำลังจะสบถด่า เขาก็เห็นเจียงผิงอันโบกมือเบา
ๆ แล้วซากกล่องก็กระเด็นปลิว เผยจี้หยกดำชิ้นหนึ่ง
สีหน้าของเติ้งเส้าสี่พลันชะงักค้าง ใบหน้าเปี่ยมความตกตะลึง
ของข้างในปลอดภัยดี!
เกิดอะไรขึ้น? กล่องถูกฟาดแท้ ๆ ไฉนมันจึงไม่ทำลายตัวเอง?
หรือผนึกบนกล่องจะถูกทำลายแล้ว?
ไม่สิ หากผนึกของกล่องถูกทำลาย เซียนในคณะคงไม่ให้เขามา
หาคนซ่อมมันเช่นนี้หรอก
คนนอกเห็นเพียงเปลือกนอก คนในตระหนักถึงแก่นแท้ นัก
หลอมอาวุธมากมายเผยสีหน้าตกใจ
“วิชาแยกองค์ประกอบ!”
“อีกฝ่ายแยกองค์ประกอบเหลือแต่ซากในเวลาแค่นี้ได้อย่างไร
กัน? อีกอย่าง บนกล่องนี้ยังมีผนึกด้วย เขาเปิดมันได้อย่างไร?”
เหล่านักหลอมอาวุธตระหนักทราบว่าเจียงผิงอันใช้วิชาแยก
องค์ประกอบแยกส่วนกล่อง
วิชาแยกองค์ประกอบเป็นวิชาที่นักหลอมอาวุธใช้กันทั่วไป มัก
ถูกใช้แยกส่วนประกอบอาวุธวิเศษเพื่อการหลอมหรือสร้างใหม่ใน
ภาพรวม
แต่การจะใช้ ‘วิชาแยกองค์ประกอบ’ ได้รวดเร็วเช่นนี้ก็หาได้ยาก
นัก
นอกจากนั้น นี่ยังเป็นสิ่งของมีผนึก ไฉนผนึกจึงไม่ทำงาน?
กู่เว่ยตกใจอย่างยิ่ง มองเจียงผิงอันอย่างงุนงง “สหายเต๋าเจียง
เจ้าทำได้อย่างไร?”
“ง่ายมาก กล่องนี้เสียหาย เผยเนตรค่ายกลของผนึกออกมาแล้ว
ก็แค่ใช้วิชาแยกส่วนก่อนแล้วตามด้วยวิชาแยกองค์ประกอบใส่เนตร
ค่ายกล กล่องนี้ก็เปิดได้แล้ว”
เจียงผิงอันพูดเหมือนแสนง่าย แต่หากมันง่ายเช่นนั้นจริง ก็คงไม่
มีทางที่ปวงชนที่นี่จะล้มเหลว
ประการแรก คือต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าเนตรค่ายกลของกล่องใบนี้อยู่
ที่ใด และสอง เวลาที่กล่องใบนี้ใช้กระตุ้นผนึกนั้นสั้นมาก ยากนักจะ
แยกส่วนกล่องได้ก่อนมันทำลายตัวเอง ต้องใช้ความเร็วสูงสุดขั้ว
อารมณ์อันมั่นคงและการจับเวลาที่แม่นยำสุดขีด
พลาดแม้เพียงนิด กล่องก็จะทำลายตัวเอง
อีกฝ่ายแยกส่วนกล่องได้ในเวลาเพียงอึดใจ วิธีการเช่นนี้เป็นสิ่ง
ที่กระทั่งปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธมากมายยังทำไม่ได้
ยอดฝีมือ ยอดฝีมือตัวจริงเสียงจริง
ปวงชนที่นี่ต่างจังงัง
“สหาย ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
เติ้งเส้าสี่ฟื้นจากความตกใจ รีบเก็บจี้หยกดำไปแล้วส่งผลึกเซียน
ให้อย่างยินดี พร้อมทั้งให้หมายเลขติดต่อเขาอีกฝ่ายด้วย
“เราเพิ่มหมายเลขกันไว้ ภายหน้ายามซ่อมอาวุธวิเศษ เราจะมา
หาสหายเต๋า”
คนเช่นนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ภายหน้าอาจเติบโตเป็นผู้ยิ่งใหญ่ อีก
ฝ่ายดูจะเป็นปรมาจารย์นักซ่อมอาวุธอีกด้วย หากยุทธภัณฑ์เสียหาย
ก็มาให้เขาซ่อมได้
สรุปคือ เพิ่มข้อมูลติดต่อของอีกฝ่ายไว้ยามนี้ก็ไม่สาย
เจียงผิงอันมิได้ปฏิเสธ เขายังต้องพึ่งพาคนเหล่านี้เพื่อหาเงินใน
ภายหน้า ยิ่งรู้จักคนเยอะยิ่งดีต่อธุรกิจของเขา
“เช่นนั้นก็ไม่รบกวนแล้ว ข้ายังมีเรื่องต้องทำ ขอตัวก่อนนะ” เติ้ง
เส้าสี่อยากรีบนำจี้หยกนี้กลับไปให้กับคณะ
ที่แห่งนี้เหลือผู้ใช้ค่ายกลเพียงไม่กี่คน
นักหลอมอาวุธร่างสูงซึ่งซ่อมกล่องจนร้าวกล่าวอย่างละอาย
“สหายเต๋า ข้าลำพองตัวเกินไป เจ้าเป็นปรมาจารย์จริง ๆ ด้วย”
หากมิใช่เพราะเจียงผิงอันลงมือ พวกเขาคงเสียเงินกันแล้ว แต่
เสียเงินนั้นเรื่องเล็ก เรื่องสำคัญคือชื่อเสียงของพวกเขาต่างหาก
“ข้ามิคู่ควรกับคำว่าปรมาจารย์หรอก แค่พอมีความรู้ด้านการ
หลอมอาวุธบ้างเท่านั้น”
เหตุที่เจียงผิงอันเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก็เพราะอวิ๋นเหยาชี้นำ แต่จาก
วาทะสตรีผู้นั้น เขาก็แค่ ‘งั้น ๆ’ ‘ล้าหลัง’ ไม่ก็ ‘ขยะ’
เจียงผิงอันจึงไม่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งอะไร
ปวงชนมองเจียงผิงอันด้วยสายตาสุดชื่นชม สมกับเป็น
ปรมาจารย์ ติดดิน ถ่อมตน มีเพียงคนเช่นนี้ที่จะเรืองฤทธิ์เกรียงไกร
เจียงผิงอันนำผลึกเซียนแสนชิ้นออกจากแหวนเก็บของ ใส่ใน
แหวนเก็บของอีกวงแยกต่างหาก แล้วส่งให้กับกู่เว่ย
“ขอบคุณที่เรียกข้ามา แสนผลึกเซียนนี้ให้แทนคำขอบคุณนะ”
หากไม่มีกู่เว่ย เจียงผิงอันคงไม่ได้กอบโกยกำไรมากมายเพียงนี้
ได้ง่าย ๆ
“สหายเต๋าเจียงเกรงใจไปแล้ว ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย รับผลึกเซียน
ทั้งหมดนี้ไปเถิด สหายเต๋าเจียงแค่ให้เวลาสอนข้าอีกสามวันก็พอแล้ว
หนนี้ข้าขอเรื่องวิธีแยกส่วนอาวุธวิเศษนะ”
กู่เว่ยเสนอ
ความเร็วในการแยกส่วนอาวุธวิเศษของเจียงผิงอันทำให้เขา
ตะลึงจังงัง และเขาก็อยากเรียนมัน
“ก็ได้” เจียงผิงอันไม่ปฏิเสธ
“สหายเต๋าเจียง นี่แสนผลึกเซียน ขอข้าเข้ารับบทเรียนด้วยคน
นะ” นักหลอมอาวุธร่างสูงส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้ด้วยสองมือ
“ปรมาจารย์เจียง ข้าก็อยากเรียนเหมือนกัน”
นักหลอมอาวุธเหล่านี้ต่างควักผลึกเซียนของพวกตนออกมา
ตามกัน ต่างผู้ล้วนอยากร่วมเรียน
“ไว้เก็บเงินพวกเจ้าคราวหลังนะ ครั้งนี้ข้าจะบอกให้”
เจียงผิงอันเพิ่งมาถึงสำนักศึกษาชางจือ หารู้จักใครไม่ ดังนั้น
การรู้จักคนมากขึ้นหน่อยย่อมดีสำหรับเขา
โดยไม่รอคนเหล่านี้พูดมากความ เจียงผิงอันก็เริ่มทันที “อาวุธ
วิเศษสร้างจากแร่ต่างคุณสมบัติ ต่างแร่ผสานกันเกิดเป็นอาวุธวิเศษ
อันมีพลังพิเศษ นักหลอมอาวุธอย่างเรามักต้องแยกส่วนแร่เหล่านี้ แต่
การแยกองค์ประกอบ คัดแยกแร่ที่หลอมรวมกันแล้วอย่างไรนั้น
สำคัญมาก…”
ปวงชนรีบคว้าเก้าอี้มาให้เจียงผิงอัน พวกเขาต่างนั่งลงฟังกับพื้น
อย่างตั้งใจพลางจดบันทึก
หากที่นี่มีคนนอกสักคน ต้องสุดแสนตกใจกับภาพนี้แน่ ๆ
ผู้ฝึกตนเจ็ดแปดคนเหล่านี้ ล้วนเป็นนักหลอมอาวุธอัจฉริยะ
สูงสุดใต้ขอบเขตเซียน ลือนามทั่วทั้งสำนักศึกษาชางจือ แต่ขณะนี้
พวกเขากลับมานั่งฟังคำสอนของผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนผู้หนึ่ง
นักหลอมอาวุธเหล่านี้ บางครั้งเผยสีหน้ากระจ่างแจ้งเฉียบพลัน
บ้างปรบมืออุทานประเสริฐ บางหนเผยสีหน้าสับสน
เจียงผิงอันพูดต่อเนื่องสองวันครึ่ง จู่ ๆ เหมียวเสียก็ส่งข้อความ
มาว่า
“รีบมาเร็ว เราจับสัตว์ร้ายจักรวาลระดับเซียนได้ตัวหนึ่ง แยก
รากฐานออกจากมันแล้ว ผู้ฝึกตนใดที่ยังไม่บรรลุเซียนใน [เสินกวง]
ของเราล้วนได้ส่วนแบ่ง ช่วยในการฝึกฝนได้มหาศาลเลยนะ!”
“ยังไม่มาอีก หนนี้ข้าก็มีผลงานนะ จริง ๆ มีส่วนของเจ้าด้วย แต่
หากเจ้าไม่มา แม่จะเล่นเจ้าให้แห้ง!”
เหมียวเสียระบุตำแหน่งมา แล้วจึงพูดว่า “เจ้าต้องมาในครึ่งชั่ว
ยามนะ”
เจียงผิงอันถอนหายใจเบา ๆ สตรีผู้นี้ดุแท้
หากเขาไม่ไป คงโดนนางสูบเลือดหมดตัวแน่
เขากล่าวกับเหล่านักหลอมอาวุธตรงหน้า “ขออภัยด้วย ข้ามีธุระ
กะทันหัน อีกครึ่งวันจะชดเชยให้ทีหลังนะ”
ปวงชนราวตื่นจากฝัน รีบลุกขึ้นคารวะ
“ขอบคุณปรมาจารย์ที่ชี้แนะ”
“ประโยชน์นี้มหาศาลพอให้เราขบคิดย่อยไปสักพักเลย”
“ปรมาจารย์ เราแลกหมายเลขติดต่อกันเถอะ ภายหน้าข้าจะ
ติดต่อท่านไป”
จากการอธิบายครั้งนี้ ปวงชนล้วนได้ความรู้มากมาย พวกเขา
กระทั่งรู้สึกคลับคล้ายว่าเจียงผิงอันบรรยายได้ดีกว่าอาจารย์และผู้
อาวุโสของพวกตนเสียอีก
อันที่จริง เจียงผิงอันก็แค่เอาวาทะของอวิ๋นเหยามาเล่าต่อเท่านั้น
เจียงผิงอันบอกหมายเลขของเขา ปวงชนล้วนเพิ่มหมายเลขเข้า
ไป ก่อนจะส่งเขาเดินทางด้วยตนเอง
สถานที่ที่เจียงผิงอันจะไปในครั้งนี้คือที่มั่นเสินกวง ในฐานะหนึ่ง
ในคณะสิบอันดับแรกของสำนักศึกษา [เสินกวง] มีแสนยานุภาพกล้า
แกร่ง ที่มั่นของพวกเขาสร้างอยู่ในตำหนัก ณ ตีนเขาไท่ชู
เขาไท่ชู กล่าวกันว่านี่คือภูเขาลูกแรกที่สุดที่เกิดมาตราบกาล
นาน บรรจุอำนาจแก่นแท้ของเต๋าเซียน เป็นประโยชน์ต่อการทำ
ความเข้าใจกฎเกณฑ์เต๋าเซียน
เมื่อเจียงผิงอันมาถึงประตูที่มั่น เขาก็สัมผัสได้ว่ามีปราณระดับ
เซียนมนุษย์อยู่ภายในหลายสิบ
สิ่งนี้ทำให้เจียงผิงอันตกใจมาก คณะนี้ถึงกับมีเซียนมนุษย์
มากมายเหลือ นี่ยังไม่นับผู้ที่ออกสัญจรข้างนอกอีก
เจียงผิงอันเคยได้อ่านข้อมูลของคณะ [เสินกวง] และทราบว่ามีผู้
ฝึกตนอยู่ในคณะเป็นหลักหมื่น พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะจากทั่ว
สารทิศ
ทันทีที่เจียงผิงอันมาถึงประตู แขนข้างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นรัดคอ
เขา
“ปล้นสวาท!”
ร่างของเหมียวเสียแนบชิดหลังเจียงผิงอัน สูดกลิ่นกายจากตัว
เจียงผิงอันอย่างหิวกระหาย