สู่วิถีอมตะ - บทที่ 742 รากฐานสัตว์ร้ายจักรวาล
เจียงผิงอันสัมผัสความนุ่มนิ่มจากเบื้องหลังแล้วส่ายหน้าอย่างจน
ใจ
“ศิษย์พี่หญิงอย่าก่อเรื่องเลย เจ้าบรรลุเซียนไปแล้ว อย่าทำตัว
เป็นเด็ก ๆ ให้คนเขาหัวเราะขำเลย”
“เจ้าบื้อตัวเหม็น เจ้าทำตัวเช่นนี้ได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่าศิษย์พี่
หญิงผู้นี้เนื้อหอมเพียงไหน มีเซียนตั้งมากมายมาชอบศิษย์พี่หญิงผู้นี้
แต่ศิษย์พี่หญิงผู้นี้หาเหลือบแลไม่”
เหมียวเสียปล่อยคอเจียงผิงอันแล้วลากเข้าตำหนักไป
“ครั้งนี้ เซียนมนุษย์คณะเราหลายสิบคนรุมสู้กับสัตว์ร้ายจักรวาล
นั่นกว่าจะฆ่าได้ รากฐานของมันมีประโยชน์กับเจ้า แถมเนื้อยังอร่อย
ด้วย”
“สัตว์ร้ายจักรวาลคืออะไรหรือ?” เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย
เขาเพิ่งเคยได้ยินถึงสัตว์ภูตเช่นนี้เป็นครั้งแรก
เหมียวเสียอธิบาย “สัตว์ร้ายจักรวาลเป็นสัตว์ภูตพิเศษซึ่งเกิดใน
ดวงดาว เกิดมาก็อยู่ในระดับเซียนแล้ว กินดวงดาวเป็นอาหาร มี
อำนาจหลากหลายแต่กำเนิด รากฐานของมันบรรจุกฎแห่งแรงโน้ม
ถ่วง”
“เจ้านี่กลืนดวงดาวไปหลายดวง ฆ่ามนุษย์ไปเกินนับถ้วน เซียน
ในคณะเราหลายสิบคนต้องรุมโจมตีกว่าจะฆ่าได้”
“รากฐานของมัน เราก็แบ่งกันแล้ว เพราะข้ามีส่วนช่วย เจ้าเลย
จะได้มาชิ้นหนึ่ง ดูดซับรากฐานเสี้ยวนี้ รากเซียนของเจ้าจะเติบโต
งอกผลรากฐาน บรรลุสู่ขอบเขตถัดไปได้ง่ายขึ้น”
เจียงผิงอันลอบตกใจ เกิดมาก็อยู่ในระดับเซียนแล้ว สิ่งนี้น่า
สะพรึงกลัวจริงแท้ รากฐานของสัตว์ภูตระดับเซียนมีประโยชน์กับเขา
จริง ๆ “ขอบคุณศิษย์พี่หญิง”
ป้าบ!
เหมียวเสียตบหัวชายหนุ่ม “ขอบคุณบ้าบออะไรล่ะยะ! หากยังทำ
เหมือนเป็นคนอื่นคนไกล ลีลาบ้ามารยาทอีก แม่มะเหงกให้หัวแหลก
เสียหรอก!”
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง ไร้จำเป็นให้ต้องมากพิธี
เมื่อเข้าตำหนักมา เจียงผิงอันก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อ
ในตำหนักกำลังมีงานเลี้ยง ผู้ฝึกตนแออัด บนโต๊ะแต่ละตัวมีเนื้อ
ย่างเหลืองทอง ส่งกลิ่นหอมฉุยชวนน ้าลายสอ
“เนื้อนี่คือเนื้อของสัตว์ร้ายจักรวาล ข้าไม่เคยกินเนื้อสัตว์เซียน
มาก่อนเลย”
เหมียวเสียดึงเจียงผิงอันมานั่งที่โต๊ะ ใช้ตะเกียบคีบเนื้อมาชิ้นหนึ่ง
แล้วยัดเข้าปากเจียงผิงอันไปทันที
ดวงตาของเจียงผิงอันเรืองประกาย เนื้อนี่ไม่เลวจริงแท้ เหนียว
นุ่มเด้งหนึบ ฉ ่าน ้าทุกการเคี้ยว ปราณเซียนทรงพลังไหลลงท้อง แผ่สู่
แขนขา อบอุ่นไปทั่วกาย
“ศิษย์น้องหญิง เนื้อสัตว์ร้ายจักรวาลไม่เลวเลยใช่ไหม”
เฉียนอู่ในอาภรณ์หลากสีเดินเข้ามาพร้อมผู้ฝึกตนหนุ่มผู้หนึ่ง
“ผู้อาวุโส” เจียงผิงอันลุกขึ้นกุมกำปั้นคารวะ
สตรีผู้นี้เป็นเซียนมนุษย์ และเป็นผู้นำทางพวกเขาเข้าสู่สำนัก
ศึกษา
เฉียนอู่ทอดถอนใจ “ฝีมือเลิศล ้าทำสวรรค์ริษยาจริงหนอ เป็น
อัจฉริยะเลิศล ้า บรรลุห้าเขตแดน แถมยังเป็นร่างศึก ควรมี
ความสำเร็จยิ่งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่มิอาจเป็นเซียน”
“ในเมื่อเขาไร้โอกาสเป็นเซียน รากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลก็ไร้
ประโยชน์ ขายให้ข้าเถอะ ข้าขอซื้อต่อราคาสูง”
ประโยคสุดท้ายนี้เองที่เป็นจุดประสงค์แท้จริงของเฉียนอู่
นางอยากซื้อรากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลส่วนแบ่งของเจียงผิงอันให้
บุตรชายตน
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นเซียนมิได้แล้ว ของล ้าค่าอย่างรากฐานสัตว์
ร้ายจักรวาล มีไปก็เสียของเปล่า
หากมิใช่เพราะเหมียวเสียเข้าร่วมการล้อมสังหารสัตว์ร้าย
จักรวาล นางคงริบทรัพยากรของเจียงผิงอันไปแต่แรกแล้ว
“ศิษย์พี่หญิง ขออภัยด้วย ข้าพูดสองรอบแล้วว่าไม่ขาย” เหมียว
เสียปฏิเสธอย่างไร้ลังเล นี่มิใช่การปฏิเสธครั้งแรกของนาง
รากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลทำให้เจียงผิงอันแข็งแกร่งขึ้นได้ นางไม่
เชื่อว่าเจียงผิงอันจะมิได้เป็นเซียน แม้มิอาจเป็นเซียนได้จริง ๆ นางก็
ต้องทำให้เจียงผิงอันแข็งแกร่งขึ้น
เฉียนอู่รู้ว่าหากต้องการรากฐานสัตว์ร้ายจักรวาล นางก็ต้องเริ่ม
จากเจียงผิงอัน “เจ้าไม่ต้องใช้รากฐานนั่นหรอก ขายให้ข้าสิ ข้าจะให้
ผลึกเซียนเจ้าเยอะเลย และภายหน้าพบปัญหาอะไร ข้าก็จะช่วยเจ้า
สุดสามารถ”
ชายผู้นี้เจียมตนดีมาตลอด และนางก็เชื่อว่าครั้งนี้ เขาก็จะไม่
ปฏิเสธ
“ขออภัยด้วยผู้อาวุโส ข้าอยากใช้มันเอง” เจียงผิงอันปฏิเสธ
เขาจะทะลวงสู่ขั้นต่อไปได้อยู่แล้ว และต้องการรากฐานสัตว์ร้าย
จักรวาล
เฉียนอู่ขมวดคิ้ว มิคาดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ
“มิใช่เพราะเสนอผลึกเซียนน้อยไปหรือ ว่าราคามาเท่าที่ต้องการ
ได้เลย”
ชายหนุ่มซึ่งตามหลังเฉียนอู่มาพลันเอ่ยปาก ใบหน้าของเขา
เปี่ยมความไม่พอใจ สองมือกอดอก สีหน้าเปี่ยมความถือดี
“เทียนอวี่ เงียบ” ปากเฉียนอู่เหมือนตำหนิ แต่น ้าเสียงไร้นัย
เช่นนั้น
“ท่านแม่ ข้าพูดไม่ผิดสักหน่อย เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายก็แค่อยาก
ฉวยโอกาสเรียกผลึกเซียนเพิ่ม หาไม่ คนที่ไม่มีแม้แต่โอกาสบรรลุ
เซียนอย่างเขาจะเก็บรากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลไว้ทำไม?”
เฉียนเทียนอวี่มีสีหน้าราวรู้ทุกอย่างปรุโปร่ง
เขาเป็นบุตรชายของเฉียนอู่ สืบทอดพรสวรรค์ของเฉียนอู่ บรรลุ
กฎเคล็ดพลังตั้งแต่สิบขวบปี เพิ่งอายุยี่สิบก็เหยียบบรรลุระดับเขต
แดน ปีนี้อายุยี่สิบสอง กำลังจะเคลื่อนขอบเขตรอมร่อ และต้องการใช้
รากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลเพื่อปูทางงอกผลรากฐานเช่นกัน
สำนักศึกษาชางจือมีกฎข้อหนึ่งว่า บุตรที่เกิดจากศิษย์สามารถ
อยู่ฝึกฝนในสำนักศึกษาได้ และการใช้ชีวิตในสถานที่อันเต็มไปด้วย
รากฐานเต๋าเซียนเช่นนี้ กระทั่งสุกรชาวบ้านยังบรรลุอะไรได้
นับประสาอะไรกับบุตรเซียนอย่างเฉียนเทียนอวี่
“ศิษย์พี่หญิง โปรดชี้แนะบุตรให้ดีด้วย” เหมียวเสียไม่พอใจ
เล็กน้อย
แม้เจียงผิงอันจะเป็นเซียนได้ยากเย็นจริง แต่การถูกดูหมิ่นเช่นนี้
ย่อมทำให้รู้สึกไม่ยินดียิ่ง ยังพูดอีกว่าเจียงผิงอันคิดเรียกผลึกเซียน
เพิ่ม
“ศิษย์น้องหญิง เทียนอวี่เพิ่งอายุยี่สิบสอง ก็แค่เด็กคนหนึ่ง ไฉน
ต้องเอาเรื่องเอาราวกับเด็กด้วย”
เฉียนอู่ไม่คิดสักนิดว่าบุตรตนพูดอะไรผิด เด็กจะทำอะไรวู่วามก็
ธรรมดานัก นางกระทั่งคิดว่าเหมียวเสียอ่อนไหวเกินไป
เฉียนอู่กล่าวกับเจียงผิงอันอีกครั้ง “ขายโอกาสนี้ให้ข้า แล้วภาย
หน้ายามสมาชิก ‘เสินกวง’ ของเราจะซื้ออาวุธวิเศษ ข้าจะให้พวกเขา
ไปซื้อที่ร้านเจ้า เจ้าจะได้ค่าผลงานด้วย”
“ขออภัยด้วยผู้อาวุโส ข้าถูกไล่ออกมาเมื่อสองวันก่อนแล้ว”
เจียงผิงอันพูดเสียงเรียบ
ได้ยินเช่นนี้ เฉียนอู่ก็ขมวดคิ้ว ขึ้นเสียงดังขึ้นกะทันหัน “ไฉนจึง
ถูกไล่ออก! เจ้าเป็นผู้ดูแลที่นั่นก็ดีแล้ว ภายหน้าเราเสินกวงจะได้
ประหยัดทรัพยากรยามซื้ออาวุธวิเศษและโอสถกัน! เหตุใดเจ้าทำตัว
ไม่เข้าเรื่อง ทำงานที่นั่นไม่กี่วันก็ถูกไล่ออกแล้วหา!”
ช่วงนี้ นางคิดอยู่ว่าจะซื้อทรัพยากรจำนวนหนึ่ง อีกฝ่ายก็ทำงาน
เป็นผู้ดูแลร้าน สามารถซื้อพวกมันได้ในราคาต้นทุน แต่มิคาดว่าอีก
ฝ่ายจะถูกไล่ออกมาแล้ว
เจียงผิงอันไม่พูดถึงเหตุผลใด ๆ อีกฝ่ายจึงคิดว่าเขาถูกไล่ออก
เพราะทำความผิดอะไรไว้
ใบหน้าของเหมียวเสียดำคล ้า น ้าเสียงของนางเริ่มไม่เป็นมิตร
“สหายเซียนเฉียนพูดจบแล้วหรือยัง? จบแล้วก็รีบไปเถิด เราไม่ขาย
รากฐานสัตว์ร้ายจักรวาล”
เฉียนอู่ไม่ทันได้พูด เฉียนเทียนอวี่ที่ข้างนางก็กล่าวกับเจียงผิง
อัน “อย่าเอาแต่หลบหลังสตรีตลอดสิ เราขอบเขตเดียวกัน กล้า
ประลองกันหรือไม่ หากข้าชนะ รากฐานส่วนของเจ้าเอามาให้ข้า
หากข้าแพ้ ส่วนของข้าให้เจ้า”
“ไม่สนใจ” เจียงผิงอันตอบเบา ๆ
เขาไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้ความหมายเช่นนี้ นอกจากนั้น
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นส่วนตัวได้
โดยง่าย และเขาก็ไม่อยากสร้างศัตรู
“เจ้ามิใช่อัจฉริยะจากแดนจันทร์มายาหรือ? แค่ประลองยังมิ
กล้า? ตาขาวเพียงนั้น?” เฉียนเทียนอวี่พูดอย่างดูแคลน
ลูกไม้ยั่วโมโหเด็กน้อยเช่นนี้ เจียงผิงอันหาสะท้านสะเทือนสักนิด
ไม่ เขาเมินอีกฝ่ายไปแล้วพูดกับเหมียวเสีย “ศิษย์พี่หญิง รับรากฐาน
ส่วนของข้าแล้วไปกัน”
เขายังอยากกินเลี้ยงที่นี่ต่อสักหน่อย แต่ปัญหาก็เยอะแยะจนน่า
รำคาญเสียแล้ว
เฉียนเทียนอวี่เห็นว่าตนถูกเจียงผิงอันเมินก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
ก่อนจะก้าวออกมา เขตแดน ‘สงัดล ้า’ ปกคลุมกายเจียงผิงอัน
ขณะนี้ ทั้งสัมผัส การมองเห็น การได้ยินของเจียงผิงอันล้วน
มลาย ตกสู่ความมืดมิดไม่รับรู้
“เจ้าทำอะไร!”
เหมียวเสียแผดเสียง เฉียนเทียนอวี่ผู้นี้ถึงกับลอบโจมตีเจียงผิง
อันทีเผลอ ไร้มารยาทอย่างยิ่ง
ขณะที่นางกำลังจะปลดเขตแดนของอีกฝ่าย เฉียนอู่ก็มาขวาง
ตรงหน้า โบกมือกางอาคมมิติขนาดเล็ก คลุมเจียงผิงอันและบุตรของ
นางเฉียนเทียนอวี่ไว้
“ศิษย์น้องหญิง แค่ประลองกันทั่วไปเอง ไม่มีคนตายสักหน่อย
ร้อนใจไปไยเล่า?”
เฉียนอู่กล่าวกับคนในตำหนัก “วันนี้ เจียงผิงอันกับบุตรชายข้า
เฉียนเทียนอวี่จะปราชันชิงรากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลกัน ทุกท่าน
มาร่วมเป็นพยานเถิด!”
นางอยาก ‘มัดมือชก’ หากมีคนมองอยู่มากมาย ต่อให้เจียงผิง
อันไม่เห็นชอบประลอง เขาก็ยังต้องจำใจทำ