สู่วิถีอมตะ - บทที่ 745 สมรภูมิศักดิ์สิทธิ์
‘สมรภูมิศักดิ์สิทธิ์’ ตั้งอยู่ด้านข้างเขาไท่ชู กล่าวกันว่ามันเคย
เป็นสมรภูมิโบราณของเหล่ายอดฝีมือระดับเซียน
เจียงผิงอันยังไม่ทันไปถึง จิตสังหารร้ายกาจก็ปรากฏให้สัมผัสได้
จิตสังหารอันหลงเหลือในสมรภูมิแห่งนี้ร้ายกาจจนชวนให้ปวงชน
สะท้านสั่น
พื้นดินทั่วทั้งสมรภูมิดำสนิท เมฆาเหนือเวหาแดงฉาน กลื่น
โลหิตคละคลุ้งพุ่งปะทะหน้า วายุเย็นเยียบหวีดหวิวข้างคู่โสต
มิอาจทราบว่ามีคนตายไปในสมรภูมินี้กี่มากน้อย ย้อมทั่วแดน
ดินดำสนิท ปรากฏมายาฉายสะท้อนภาพเก่าในอดีตวูบวาบเลือนราง
ในสมรภูมิ
แม้สมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ฝึกฝน แต่ผู้มาที่นี่มิได้
มากมาย
เหตุผลนั้นง่ายมาก เพียงจิตสังหารชวนสะพรึงนี้ก็มิใช่สิ่งที่ผู้ฝึก
ตนทั่วไปรับไหวแล้ว อัจฉริยะทั่วไปไร้คุณสมบัติกระทั่งเหยียบลงบน
สมรภูมินี้ด้วยซ ้า
ที่หน้าโต๊ะหิน ณ ทางเข้าสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์มีชายชราร่างเหี่ยว
แห้งผู้หนึ่งนั่งอยู่ ตรงหน้ามีชาถ้วยหนึ่งและคันฉ่องหนึ่งบานตั้งอยู่
ในคันฉ่องสะท้อนภาพชายหนุ่มผู้หนึ่งฝึกฝนวิชากระบี่ วิชา
กระบี่ของเขาระดับต ่าเตี้ยยิ่ง เรียกเป็นวิชายุทธ์มิได้ด้วยซ ้า เขาก็แค่
กวัดแกว่งกระบี่แสนธรรมดา ไม่รู้ชายชรามองอะไรอยู่
“ผู้อาวุโส”
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าชายชรา เจียงผิงอันและเหมียวเสียก็คารวะ
อย่างนอบน้อม
พวกเขามองการฝึกฝนของชายชราผู้นี้ไม่ออก อย่างน้อย ๆ อีก
ฝ่ายต้องเป็นตัวตนร้ายกาจระดับเซียนปฐพี
“หากจะเข้าสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ จ่ายมาหมื่นผลึกเซียน” ชายชรา
ยังคงจ้องคันฉ่องไม่วางตา พูดพลางจิบชาในถ้วย
เจียงผิงอันเอ่ย “ผู้อาวุโส ข้าอยากท้าทายผู้ฝึกตนร้อยอันดับแรก
ของขอบเขตขอรับ”
“หือ?”
ถ้วยชาที่ชายชรายกขึ้นจ่อปากพลันชะงัก คู่เนตรกร้านโลกเงย
ขึ้นมองเจียงผิงอัน “เอาป้ายเทวะมาซิ”
เจียงผิงอันส่งป้ายให้เขา
ชายชราตรวจสอบข้อมูลของเจียงผิงอัน แล้วโยนป้ายเทวะ
กลับมาทันที “เจ้าเป็นหน้าใหม่ เพิ่งมาถึงสำนักศึกษาชางจือได้สอง
เดือนก็จะท้าทายร้อยยอดฝีมือสูงสุดแล้ว? อย่าเสียเวลาเปล่าเลย ไว้
ถึงอันดับแรกของขอบเขตในสำนักศึกษาชางจือได้ก่อนค่อยคิดเถอะ
ว่าจะมาท้าทายอีกไหม”
“ผู้อาวุโสชี้แนะด้วย ข้าอยากลองขอรับ” เจียงผิงอันมิได้จากจร
ไร้กฎกำหนดว่าการจะท้าทายผู้ฝึกตนร้อยอันดับแรกต้องมีระดับ
เช่นไรก่อน ขอเพียงจะท้าทายก็สามารถทำได้ ไม่ต้องจ่ายผลึกเซียน
ด้วยซ ้า
คิ้วของชายชราย่นยับทันที ก่อนจะคลายตัวอีกครั้ง “ช่างมันเถอะ
ตามใจเจ้าเลย”
ธรรมชาติมนุษย์ก็เช่นนี้ ถือดีแต่โง่เขลา เขาเห็นชีวิตผู้คนในภพ
ล่างมามากมาย ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ น้อยนักจะมีความสำเร็จ
ยิ่งใหญ่
มีเพียงผู้ก้าวข้ามความทะนงเกียจคร้าน มีพลังใจกล้าแข็ง ไม่
หวั่นไหวต่อสิ่งเย้ายวนใด จึงประสบความสำเร็จสูงส่ง
คนผู้นี้ ลูกหลานเขาหรือก็ไม่ ไร้จำเป็นต้องมากความ
ชายชราชี้ป้ายศิลาสีทองด้านในพลางเอ่ยปาก “บนป้ายนั่นสลัก
นามร้อยยอดฝีมือในขอบเขตเจ้าไว้ เดินไปหามันแล้วบอกว่าจะท้า
ทายผู้ใด แล้วภาพฉายของคู่ต่อสู้ก็จะปรากฏตัว”
พูดจบ ชายชราก็เลิกสนใจเจียงผิงอัน มองชีวิตของปุถุชนในภพ
ล่างผ่านคันฉ่องต่อไป
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นขอบคุณแล้วเดินเข้าไป
เมื่อเหยียบลงบนสมรภูมิ จิตสังหารชวนสะท้านก็พุ่งเข้าใส่
เจียงผิงอันหาสะท้านไม่ เขาเดินไปหาป้ายศิลาสีทองที่ชายชรา
เพิ่งชี้บอกเขา
ที่ทางเข้ามีป้ายศิลาอยู่มากมาย แต่ละป้ายสลักนามไว้ร้อย
รายชื่อ แต่ละนามล้วนเป็นผู้เจิดจรัสเหนือหนึ่งยุคสมัย
เมื่อมาถึงป้ายศิลา เจียงผิงอันอ่านชื่ออัจฉริยะบนป้าย หัวใจเต้น
ระรัวดุจเป็นกลอง
ได้ยินเสียงหัวใจของเจียงผิงอัน เหมียวเสียก็เกลี้ยกล่อม “เจ้าบื้อ
เจ้าประหม่าเกินไป อย่าท้าทายเลย หากพ่ายขึ้นมา จะเป็นผลกระทบ
ใหญ่หลวงต่อเจ้านะ”
นางรู้ว่าเจียงผิงอันเดินบนเส้นทางไร้พ่ายอยู่ หากพ่ายขึ้นมา
เส้นทางไร้พ่ายก็จะพังทลาย
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอันไร้อารมณ์มาเนิ่นนานของเจียงผิง
อันเป็นครั้งแรก “ศิษย์พี่หญิง เส้นทางไร้พ่ายน่ะพังได้ตั้งแต่ยามกลัว
การท้าทายในขอบเขตเดียวกันแล้วล่ะ”
สีหน้าของเหมียวเสียชะงักค้าง ก่อนจะกดศีรษะชายหนุ่มจมอ้อม
แขน “เจ้าบื้อตัวเหม็น ยังต้องพูดอีกหรือ เส้นทางของข้าพังไปนาน
แล้ว เจ้าเองก็ประหม่าอยู่มิใช่หรือ เสียงหัวใจตัวเองยังคุมไม่ได้เลย”
“มิได้ประหม่า ตื่นเต้นอยู่ต่างหาก”
เจียงผิงอันขืนตัวออกมาจากอ้อมอกสตรีผู้นี้อย่างแข็งขัน มอง
ป้ายศิลาตรงหน้า จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันดุเดือดปะทุพรั่งพรู
เยี่ยงภูเขาไฟ เรืองรองทั่วนภาอันมืดหม่น
ข้ามมิติเวลา ปราชันวีรชนในอดีต ปะทะยอดคนตราบกาล เทียบ
ฤทธิ์อัจฉริยะแห่งยุคสมัยซึ่งล้วนได้เป็นใหญ่ในภพเซียน… ความ
ตื่นเต้นเช่นนี้ มีแต่ต้องมาเผชิญเองจึงเข้าใจ
ขณะมองความมั่นใจไร้สั่นคลอนบนใบหน้าชายผู้นี้ หัวใจเหมียว
เสียก็เต้นระรัว ดวงตารื้นน ้า “ชายผู้นี้หล่อขึ้นทุกทีแล้ว…”
ที่ประตูทางเข้า เซียนผู้กำลังจับตามองสามัญชนในภพล่างอยู่
สัมผัสจำนงศึกมหาศาลได้ ก็เหลียวมองมาอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่านี่คือปราณจากตัวเจียงผิงอัน เซียนผู้นี้ก็เผยสีหน้า
ประหลาดใจ
“ที่แท้ก็เป็นร่างศึก มิน่าเล่าจึงดึงดันนัก”
ผู้ฝึกตนซึ่งมีร่างศึกเช่นนี้ เกิดมาเพื่อต่อสู้ ชอบปราชันผู้
แข็งแกร่ง
ความแตกต่างคือ เด็กนี่ถึงกับมีความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอน
เส้นทางไร้พ่าย หนทางนี้เดินไม่ง่าย หากท้าทายยอดอัจฉริยะ
ของชางจืออย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ เส้นทางสายนี้ก็จะพินาศลงที่นี่
กระทั่งยอดอัจฉริยะยังได้พบตัวตนที่แข็งแกร่งกว่า ต่างผู้ล้วน
พ่ายเป็น หากพ่ายสักครั้งแก่ตัวตนร่วมขอบเขต เส้นทางนี้ก็จะ
พังทลาย
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้ความกลัว มองชื่อผู้ฝึกตนในอันดับร้อย
ของขั้นต้นระดับเขตแดนแล้วกล่าวขึ้นว่า “ผู้อาวุโสหลงเจวี๋ยเฟิง
โปรดชี้แนะด้วย”
ยามนั้น ป้ายศิลาเรืองประกายวูบไหว ท้องนภาเต็มไปด้วยอักขระ
เซียน แล้วร่างสูงของชายมีเขามังกรสีทองผู้หนึ่งก็ปรากฏบนป้าย
ศิลา
นอกจากใบหน้าแล้ว ร่างกายส่วนอื่นของเขาล้วนปกคลุมด้วย
เกล็ดมังกรสีทองเรืองประกาย สองมือประสานกันที่อก กล้ามเนื้อแผ่
ปราณโลหิตมังกรอันกล้าแข็ง
เขาเป็นดั่งนายเหนือแห่งฟ้าดิน โอบล้อมด้วยบรรยากาศ
ศักดิ์สิทธิ์ ก้าวร้าวและร้ายกาจ ดวงตาเฉยชาไร้อารมณ์ราวไร้สิ่งใด
ในสายตา
ปราณทรงพลังหลากใส่เจียงผิงอันราวระลอกคลื่น จำนงศึกใน
ตัวเจียงผิงอันปะทุอย่างสมบูรณ์
เกราะรบจำนงศึกสีดำครอบคลุมทั่วทั้งกาย วิชาเทียมเทพ
สงครามขั้นหกถูกเปิดใช้ พลังต่อสู้ทวีตัวเจ็ดเท่า สองขาออกแรงกด
จนพสุธายุบตัว แล้วร่างก็ปลาสนาการไปในทันที
หมัดทำลายล้างผสานห้ากฎเกณฑ์พุ่งตรงเข้าใส่อีกฝ่าย
ภาพฉายของหลงเจวี๋ยเฟิงเหวี่ยงหมัดอันปกคลุมด้วยเกล็ดมังกร
เข้ารับ
เปรี้ยง!
เสียงปะทะสะเทือนแดนดินขจรข้ามสมรภูมิโบราณ เมฆาสีเลือด
ม้วนตัวตลบรุนแรง
ศึกอันดุเดือดเปิดฉากเฉียบพลัน
สองฝ่ายหาหลบเลี่ยงไม่ หมัดพุ่งปะทะหมัด ทุกการปราชันดุจ
ดวงดาวถล่มร่วง หากมิใช่เพราะมิติที่นี่ถูกเสริมพลัง คงป่นปี้ไม่เหลือ
ดีไปแล้ว
พลังป้องกันและพละกำลังของหลงเจวี๋ยเฟิงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ต่อ
หน้าเจียงผิงอันซึ่งเพิ่มพลังต่อสู้ตนขึ้นเจ็ดเท่า เขายังหาเพลี่ยงพล ้า
ไม่
เขตแดนมังกรของเขาสามารถสร้างแรงกดดันมหาศาล กระทบ
ถึงจิตใจสรรพชีวิต เป็นการกดข่มระดับชีวิต
เจียงผิงอันใช้เขตแดนจำนงสัประยุทธ์เข้าต้าน ขณะเดียวกันก็
กางเขตแดนทำลายล้างเพื่อโจมตี
ร่างของทั้งสองปะทะกันเร็วจี๋บนสมรภูมิ คลื่นพลังรุนแรงจากพวก
เขาดึงความสนใจจากผู้ฝึกตนที่ผ่านไปมามากมาย
“ใครสู้อยู่ในสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์น่ะ?”
“มีคนท้าทายภาพฉายร้อยอันดับแรก!”
“ใครกันมั่นหน้า คิดว่าตัวเองท้าทายตัวตนระดับสุดยอดเหล่านั้น
ได้?”
“ไปดูกันเร็ว”
ผู้ฝึกตนมากมายที่กำลังว่าง ๆ เหินไปยังสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ ด้วย
อยากเห็นว่าใครกันหาญกล้าท้าทายผู้ฝึกตนร้อยอันดับแรกที่ไร้ผู้
กล้าท้าทายมาหลายปี
เหล่าผู้มีรายชื่อบนป้ายศิลาเหล่านี้แทบจะเป็นตัวตนยิ่งใหญ่ใน
ประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ยากยิ่งจะเบียดนามตัวเองเข้าไปได้