สู่วิถีอมตะ - บทที่ 746 ปราชันหลงเจวี๋ยเฟิง
ใต้เมฆาสีเลือด เหนือปฐพีมืดทมิฬ
เจียงผิงอันในเกราะรบจำนงศึกประมือกับภาพฉายของหลงเจวี๋ย
เฟิงซึ่งปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรอย่างดุเดือด ทุกการปะทะสะท้านถึง
แก้วหู สาดฤทธิ์รุนแรงทั่วฟ้า
“คนผู้นี้ใครกัน ไฉนไม่คุ้นหน้าเลย?”
ผู้ฝึกตนมากมายมามุงนอกสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ มองเจียงผิงอันสู้
กับภาพฉายพลางเอ่ยถาม
“บรรลุเขตแดนจำนงสัประยุทธ์และเขตแดนทำลายล้างใน
ขอบเขตนี้ก็ควรลือนามมากสิ แต่ข้ากลับไม่เคยได้พบคนผู้นี้มาก่อน
เลย”
“เป็นศิษย์ใหม่หรือเปล่าหนอ? พลังต่อสู้แข็งแกร่งจัง”
“แข็งแกร่งจริง ๆ แหละ แต่พลังต่อสู้แค่นี้ลำพัง เอาชนะผู้อาวุโส
หลงไม่ได้หรอกนะ”
ปวงชนที่มองอยู่ลอบพรั่นพรึงในใจ หากผู้ฝึกตนระดับเดียวกับ
ทั้งคู่กล้าเข้าใกล้ทั้งสองในยามนี้ พวกเขาได้ถูกขยี้ไม่เหลือซากแน่ ๆ
ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นกลางระดับเขตแดนทั่วไปก็ยังมิกล้าเฉียดใกล้
เลย
ยิ่งสองฝ่ายปราชันหมัดมากหน เกล็ดมังกรที่กำปั้นของหลงเจวี๋ย
เฟิงก็ค่อย ๆ ล่อนหลุดจากการโจมตีด้วยกฎทำลายล้าง โลหิตทะลัก
ไหลตามซี่เกล็ด
เมื่อสังเกตเห็น ดวงตาหลายคู่ก็เบิกกว้าง
“ผู้อาวุโสหลงถึงกับบาดเจ็บก่อน!”
“กฎทำลายล้างน่ากลัวอะไรเช่นนี้”
“หรือผู้อาวุโสหลงจะปราชัย?”
ผู้อาวุโสหลงเจวี๋ยเฟิงมีพลังต่อสู้ติดร้อยอันดับแรกในขั้นต้น
ระดับเขตแดน แต่ศิษย์ใหม่ผู้นี้สร้างแผลให้เขาได้ ทำให้ปวงชนล้วน
ตกใจ
พวกเขาล้วนเห็นชัดว่า ที่ศิษย์ใหม่ผู้นี้ทำร้ายผู้อาวุโสหลงได้
ทั้งหมดเป็นเพราะอำนาจของกฎทำลายล้าง
กฎทำลายล้างและกฎแห่งการสร้าง สองกฎเกณฑ์สุดขั้ว มีพลัง
อันยากคะเนถึง
“ผู้อาวุโสเผ่ามังกรสวรรค์ของข้าหรือจะพ่าย? อย่าล้อเล่นน่า นี่
แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น จากนี้ เดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้เห็นฤทธาบรรพชน
เผ่ามังกรสวรรค์ของข้าเอง!”
หนึ่งเสียงพลันดังขึ้น ปวงชนล้วนหันมองตาม พบว่าต้นเสียงเป็น
ผู้ฝึกตนซึ่งมีเกล็ดมังกรทั่วกายผู้หนึ่ง
ผู้ฝึกตนคนนี้อยู่ในขั้นปลายระดับเขตแดน หลายคนรู้จักเขา ใน
การประลองอัจฉริยะร้อยแดนดินชางจือรอบก่อน เขาได้อันดับเก้า
เป็นหนึ่งในอัจฉริยะสูงสุดที่จะได้เป็นเซียนอย่างแน่นอน
เขาเป็นทายาทของหลงเจวี๋ยเฟิง
ทายาทยังแข็งแกร่งเพียงนี้ ก็คาดคิดได้ว่าตัวหลงเจวี๋ยเฟิงเอง
ต้องน่ากลัวเพียงไหน
“โฮก!”
เสียงมังกรคำรนเลื่อนลั่นทั่วสมรภูมิ กระทั่งผู้คนนอกสมรภูมิ
มากมายยังร่างสะท้าน แม้การฝึกฝนจะสูงกว่าก็ตามที นี่เป็นแรง
กดดันต่อวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตระดับสูงกว่า ทำให้โลหิตของพวก
เขาจับตัวแข็ง
ร่างของหลงเจวี๋ยเฟิงขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็
กลายเป็นสัตว์ร้ายยักษ์ใหญ่ขนาดหลายพันจั้ง ตระหง่านลับเมฆา
ปราณปีศาจคละคลุ้ง กรงเล็บแหลมเรืองรอง เกล็ดมังกรดุจโล่ไร้คู่
เทียม
ปวงชนแหงนหน้ามองตัวตนน่าสะพรึงกลัวนี้ ก็เกิดคำถามในใจ
ว่า: นี่คือพลังที่ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนปลดปล่อยออกมาได้จริง
ๆ หรือ? กระทั่งยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนยังมิกล้ามองข้ามเลย
ทายาทของหลงเจวี๋ยเฟิงมองบรรพชนของตนอย่างนับถือ ปาก
กล่าวอย่างภาคภูมิ “นี่คือลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของบรรพชน แม้
ศิษย์ใหม่ผู้นี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่มีทางรับมือบรรพชนได้เลย”
ปวงชนเปี่ยมความโหยหา เมื่อไหร่กันตนจึงมีพลังร้ายกาจได้
เพียงนี้
หลงเจวี๋ยเฟิงตวัดกรงเล็บแหลมคมเข้าใส่เจียงผิงอัน ฟ้าดิน
ประหนึ่งถูกฉีกกราชากเป็นริ้วเสี่ยง
เจียงผิงอันมิได้หลบ เปิดโลกใบน้อยในกาย ร่างจริงของเขาเหิน
ออกมา ขนาดตัวสี่สิบลี้อันน่าสะพรึงกลัวทำให้หลงเจวี๋ยเฟิงดูเหมือน
แคระแกร็นไปทันตา
เนิ่นนานมานี้ เจียงผิงอันดูดซับรากฐานเทพโบราณมาตลอด
ขนาดตัวของเขาขยายขึ้นเล็กน้อยทุกครั้ง แต่พลังก็ถีบตัวสูงขึ้นด้วย
เทียบกับศึกเผชิญเซียนกลับชาติเยี่ยเฮ่าเทียนเมื่อกาลก่อน
ขนาดตัวเขาทวีคูณสองเท่า!
เขาปลดปล่อยเขตแดนกำลังและโน้มถ่วง หมัดทำลายล้างโรย
จากฟ้าเข้ารับการโจมตี
เมื่อทั้งสองปะทะกัน หลงเจวี๋ยเฟิงก็กระเด็นลอยทันใด
เจียงผิงอันไม่เปิดโอกาสให้หลงเจวี๋ยเฟิง ร่างหลักและอวตารร่าง
มารศักดิ์สิทธิ์โจมตีขนาบหลงเจวี๋ยเฟิง กฎเขตแดนกระหน ่าชนทั่ว
นภา มิติสุญตาบิดเบี้ยว
“สองอวตาร! สี่เขตแดน!”
เมื่อเห็นบรรพชนถูกชกกระเด็นไป สีหน้าตื่นตะลึงตกใจก็ปรากฏ
บนใบหน้าทายาทของหลงเจวี๋ยเฟิง
ยากนักที่จะหาผู้ฝึกตนใดมีเขตแดนแฝดในสำนักศึกษาชางจือ
และน้อยยิ่งกว่าหากจะหาผู้มีสองอวตารและเขตแดนแฝดใน
ขณะเดียวกัน มือเดียวก็นับถ้วนได้ แต่ปรากฏว่าได้พบหนึ่งคนที่นี่
วันนี้!
ยามเซียนที่ประตูเห็นภาพนี้ ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความ
เคร่งขรึม วางคันฉ่องและถ้วยชาลง นำป้ายเทวะของเขาออกมา
ค้นหาข้อมูลของคนชื่อเจียงผิงอันนี้ด้วยอำนาจตน
เมื่อเห็นข้อมูลของเจียงผิงอัน สีหน้าของเซียนผู้นั้นก็สุดซับซ้อน
เนิ่นนานจากนั้น เขาก็รำพึงอย่างเสียดาย “สวรรค์ริษยาผู้สามารถ”
ปวงชนระเบิดเสียงอุทาน
“คนผู้นั้นบรรลุสี่เขตแดน!”
“แถมยังผสานเขตแดนได้ด้วย ต่อให้อัจฉริยะสักคนมีเขตแดน
แฝดยังยากผสานพวกมัน แต่เขาผสานมันได้ น่ากลัวยิ่งนัก!”
“คนผู้นี้คงมิได้จะเอาชนะผู้อาวุโสหลง ปรากฏนามในทำเนียบ
อันดับชางจือได้จริง ๆ หรอกกระมัง? หากเช่นนั้น ข้าก็ได้เห็นตำนาน
อุบัติกับตาเลยนะ!”
“เขาเป็นใคร? ชื่ออะไร?”
ปวงชนอยากรู้ชื่อของคนผู้นี้ แต่หามีผู้ทราบไม่
ชายซึ่งจู่ ๆ ก็โผล่มานี้สะท้านทุกดวงใจทั่วทิศ
เจียงผิงอันเห็นว่าผู้อาวุโสหลงเจวี๋ยเฟิงผู้นี้ไม่มีวิชาระดับสูงอื่นใด
จึงไม่เสียเวลาต่อ ร่างจริงขนาดมโหฬารเร่งเขตแดนโน้มถ่วงใช้วิชา
ดึงดารา ฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปควบคุมอีกฝ่ายด้วยความได้เปรียบทาง
กำลังของตน
อวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์โคจรปราณทั้งกาย ใช้ ‘ลักษณ์
วิญญาณศึก’ ของวิชาเทียมเทพสงคราม
ภาพฉายมหึมาปรากฏเบื้องหลังเขา ลึกลับและเคร่งขรึม กฎฟ้า
ดินคลับคล้ายนิ่งงันไม่เคลื่อนไหว
การโจมตีสุดกำลังด้วยพละกำลังชวนขนหัวลุกโรยจากฟ้า ฟาด
ลงศีรษะหลงเจวี๋ยเฟิงเต็ม ๆ
ตู้ม!
ฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่น ผืนปฐพีอันหนาแข็งปริแยกแตกกระจาย
ไปพร้อมภาพฉายของหลงเจวี๋ยเฟิง คลื่นอัดอากาศกระจายคลั่ง ผู้
ฝึกตนมากมายที่มองอยู่ด้านนอกถูกหอบกระเด็นไป
ปวงชนยืนฝ่ากระแสลมแรง จ้องมองร่างมหึมาตรงหน้าตาค้าง
คนผู้นี้… เอาชนะผู้ฝึกตนในร้อยอันดับแรกได้จริง ๆ!
นอกจากนั้น ความเร็วการพิชิตยังไวยิ่ง มิได้ใช้เวลายืดเยื้ออะไร
เลย
กล่าวคือ พลังต่อสู้ของคนผู้นี้มีมากกว่านี้แน่นอน!
เหมียวเสียยืดอกอย่างภูมิใจ ยามนี้นางอยากป่าวประกาศให้ทั้ง
โลกทราบนักว่านี่แหละผู้ชายของนาง
วิ้ง!
แสงทองสายหนึ่งพุ่งขึ้นเหนือป้ายศิลาสีทองสู่เก้าชั้นสรวง นาม
ของเจียงผิงอันปรากฏบนฟ้า เรืองรองไปทั่วทั้งสำนัก
ทุกครั้งที่ทำเนียบร้อยอันดับแรกปรากฏนามใหม่ นิมิตเช่นนี้จะ
บังเกิด ประกาศการมาของอัจฉริยะแห่งยุคสมัยคนใหม่
“เห มีผู้น้อยชั้นเลิศแบบนี้ด้วยหรือ มาจากคณะใดกันหนอ?”
ชายผมแดงรูปงามสุดขั้วผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
เขาดูเยาว์วัยยิ่ง แต่เมื่อผู้ฝึกตนทั้งหลายพบเขา พวกเขารีบร่อน
ลงจากเวหาสู่พื้น มิกล้ายืนเทียบระดับอีกฝ่าย
ผู้อาวุโสท่านนี้สอนสั่งในสำนักศึกษามาเป็นล้าน ๆ ปี ฝึกฝนชน
ชั้นผู้นำของภพเซียนมานักต่อนัก ลือนามในสำนักศึกษาชางจือ
ผู้คนมากมายเคยเข้ารับฟังบทเรียนจากเขา
“พรสวรรค์ไม่เลวจริง ๆ สองอวตาร สองเขตแดน หากบรรลุเซียน
ได้ ต้องระบือนามมากแน่”
นางเซียนผู้คลุมใบหน้าด้วยผ้าบางปรากฏขึ้น กฎเต๋าทั่วนภา
เขยิบหลีก
ผู้ฝึกตนชายทั้งหลายใจเต้นระรัวถ้วนหน้า นางเซียนอันดับหนึ่ง
แห่งชางจือก็ปรากฏตัวกับเขาด้วย! เนตรงามของนางบิดเบือน
กฎเกณฑ์ได้ เซียนมากมายอยากประจักษ์ความงาม แต่น้อยคนนัก
จะได้เห็นอย่างแท้จริง
“เจียงผิงอัน? แซ่เจียง? ในภพเซียนไม่มีตระกูลใหญ่ใดใช้แซ่
เจียง หากเป็นแค่ขุมกำลังทั่วไป ตาเฒ่าผู้นี้คงรับเป็นศิษย์แล้ว”
เซียนจำนวนมากปรากฏตัวตามกัน เรืองรัศมีจนฟ้าดินล้วน
หม่นหมอง
เซียนทั้งหลายล้วนแล้วมาเพราะเจียงผิงอัน
สายตาศิษย์ทั่วไปมากมายมองเจียงผิงอันอย่างสุดริษยา การเป็น
ที่สนใจของยอดฝีมือมากมายเช่นนี้หมายความว่า จากวันนี้ไปเขาจะ
เลิศล ้าทะยานฟ้า นี่คือโอกาสยิ่งใหญ่
ทว่า ยามเซียนเหล่านี้สืบข้อมูลของเจียงผิงอันผ่านป้ายเทวะ สี
หน้าของพวกเขาพลันแปรเปลี่ยน ความคาดหวังบนใบหน้าเลือนหาย
“เฮ้อ”
ชายหนุ่มผมแดงรูปงามถอนหายใจแล้วจากจร
ดวงตาของนางเซียนอันดับหนึ่งฉายประกายสงสาร “สวรรค์สั่ง
ประหารแล้ว”
เซียนจากทั่วทิศซึ่งเดิมอยากมารับศิษย์เองก็พากันแยกย้าย
เซียนเหล่านี้ปรากฏตัวไว แต่ก็หายไปไวเช่นกัน
ผู้ฝึกตนมากมายจังงัง
“เกิดอะไรขึ้น? เซียนเหล่านี้ไฉนไปเสียแล้วล่ะ?”