สู่วิถีอมตะ - บทที่ 747 ท้าทายต่อเนื่อง
ป้ายเทวะของศิษย์ทั่วไปมิได้มีสิทธิ์การเข้าถึงสูง มิอาจหาข้อมูล
ของเจียงผิงอันได้ แต่เซียนเหล่านี้หาได้
พวกเขาอยากรู้ว่าเจียงผิงอันเป็นใครมาจากไหน แต่แล้วก็พบ
ข้อมูลที่ทำให้พวกเขาสุดผิดหวัง
[เมื่อครั้งเจียงผิงอันข้ามพิบัติในประตูลืมเซียน พบว่าเขาจะต้อง
เผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาในภายหน้า]
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา ทัณฑ์เซียนที่ร้ายกาจสูงสุดในภพ
เซียน ผู้ใดเผชิญมันล้วนต้องตาย
กล่าวคือ เจียงผิงอันผู้นี้มิอาจเป็นเซียน
หากเป็นเซียนมิได้ ก็ไร้ประโยชน์ในสายตายอดฝีมือเหล่านี้
ขณะที่ผู้ฝึกตนทั้งหลายกำลังงุนงงว่าเหตุใดเซียนเหล่านี้จึงจาก
จร หนึ่งเสียงก็ดังขึ้นอย่างพิกล
“เขาเป็นเซียนไม่ได้ ต่อให้ติดร้อยอันดับแรกในระดับเดียวกันก็
เถอะ”
ปวงชนมองตามเสียง พบชายหนุ่มรูปงามหน้าตาเย่อหยิ่งผู้หนึ่ง
แต่ปราณของเขาสับสนราวบาดเจ็บอยู่
หลายคนรู้จักบุคคลนี้ เขาเป็นบุตรของเซียนเฉียนอู่แห่ง
คณะเสินกวง เฉียนเทียนอวี่ อัจฉริยะผู้บรรลุระดับเขตแดนตั้งแต่อายุ
ยี่สิบ มีพรสวรรค์อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘สงัดล ้า’ สามารถปิดกั้นสัมผัส
ทั้งหลาย พลังต่อสู้แข็งแกร่งยิ่ง
ที่มั่นของคณะเสินกวงอยู่ห่างจากที่นี่ไม่มากนัก และเฉียน
เทียนอวี่ก็ปรี่มาทันทีที่สัมผัสคลื่นพลังได้
แน่นอน เขาไม่ได้มาแสดงความยินดีกับเจียงผิงอันหรอก แต่
เพราะไม่อยากเห็นเจียงผิงอันมีชื่อเสียงดี ๆ เลยมาสกัดขัดขา
“นายน้อยเฉียน เจ้าหมายความเช่นไร? เขาเป็นเซียนไม่ได้นี่
เพราะเหตุใด?”
ใครบางคนถามอย่างสงสัย
เฉียนเทียนอวี่ผู้อิดโรยเล็กน้อยอธิบาย “เจียงผิงอันผู้นี้ต้องทำ
อะไรไร้เหตุผล ยั่วโทสะสวรรค์ไว้มากแน่ สวรรค์เลยจะไม่ให้เขาเป็น
เซียน ขณะที่เขาใช้ประตูลืมเซียนจำลองทัณฑ์เซียน ก็พบว่าเขาต้อง
เจอทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาในภายหน้า”
“ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ทุกดวงใจก็ตกตะลึง
ทุกผู้ล้วนรู้เรื่องทัณฑ์เซียนมากมาย นอกจากทัณฑ์เซียนทั่วไป
แล้ว ยังมีทัณฑ์เซียนร้ายกาจอีกสองแขนง คือทัณฑ์เพลิงกรรมกับ
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
ในหมู่พวกมัน ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาน่ากลัวที่สุด
ในประวัติศาสตร์ของสำนักศึกษาชางจือ มีอัจฉริยะหลายคนที่
ต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา แต่มีผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่ง และ
มิใช่เพราะเผชิญทัณฑ์สำเร็จ แต่เขาแค่เอาชีวิตรอดแล้วกลายเป็น
เดนเซียน ขณะที่ผู้ฝึกตนคนอื่นล้วนตกตาย
เจียงผิงอันผู้นี้ ภายหน้าก็จะต้องเผชิญทัณฑ์เช่นนั้น
“มิน่า มิน่าเล่าเซียนเหล่านั้นมาถึงก็จรจาก ที่แท้เพราะเขาเป็น
เซียนมิได้นี่เอง”
ผู้ฝึกตนมากมายที่นึกริษยาเจียงผิงอันปรีดากันอีกครั้ง
ปรีดายามเห็นผู้อื่นอับโชค สันดานมนุษย์ เห็นผู้อื่นได้ดีมิได้
เช่นนี้แล
เฉียนเทียนอวี่ซึ่งพ่ายเจียงผิงอันและผูกใจเจ็บเห็นว่าตนบรรลุ
เป้าหมาย ก็ยุแยงตะแคงรั่วต่อไป
“เจียงผิงอัน ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ต่อให้ติดอันดับหนึ่งใน
ทำเนียบร้อยนามนี้ได้แล้วยังไง? ทุกผู้ในสำนักเราล้วนมีหวังได้เป็น
เซียน แต่เจ้าไม่มี เป็นเซียนไม่ได้ มิอาจโลดแล่นอะไรได้เลย”
เจียงผิงอันเมินอีกฝ่ายไปสนิท มองนามอันดับเก้าสิบเก้าบนป้าย
ศิลาแล้วเอ่ยปาก “ผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียน โปรดชี้แนะด้วย”
แม้เขาในยามนี้จะมีสิทธิ์เข้าสถานที่ฝึกฝนหลายแห่งสามร้อยปี
โดยไม่คิดเงินแล้ว เขาก็ยังอยากท้าทายคนเหล่านี้ต่อ
นอกจากนั้น ทุกครั้งที่เอาชนะใครได้สักคน ก็เท่ากับได้เวลา
ฝึกฝนมาเพิ่มอีกสามร้อยปีเปล่า ๆ สามารถทับซ้อนกันได้ตลอด
อักขระเซียนบนป้ายศิลาเฉิดฉาย หญิงงามสวมผ้าคลุมหน้านาง
หนึ่งปรากฏขึ้นบนแท่นศิลา รูปลักษณ์คล้ายคลึงนางเซียนอับดับหนึ่ง
ของสำนักที่ปรากฏตัวเมื่อครู่อย่างยิ่ง แม้จะสวมผ้าคลุมหน้า แต่
ดวงตาเหมือนกันทุกประการ
ยามปวงชนเห็นการกระทำของเจียงผิงอัน พวกเขาก็ผงะไป
เล็กน้อย
“เจียงผิงอันยังจะท้าทายต่อหรือ?”
“ทำไปทำไม? ต่อให้เขาได้อันดับหนึ่งในร้อยอันดับแรกได้ ภาย
หน้าก็มิอาจเป็นเซียน แต่จะอย่างไร เขาก็มิอาจคว้าอันดับหนึ่งได้อยู่
ดี”
“คงขัดใจแหละ ถึงจะรู้ว่าไม่มีทางเป็นเซียนก็ยังต้องสู้”
เฉียนเทียนอวี่เห็นตนถูกเจียงผิงอันเมิน สีหน้าก็บิดเบี้ยว ร่าง
สะท้านเทิ้มด้วยโทสะ
เหตุที่เขาล้อเลียนเจียงผิงอันไม่หยุดปากก็เพราะอยากเห็นเจียง
ผิงอันเดือดโทสะ แต่อีกฝ่ายไม่สนใจเขาสักนิด ทำเหมือนเขาเป็น
อากาศธาตุ ทำให้เขาขัดเคืองใจยิ่ง
“มัวเสแสร้งไปเถอะ อีกไม่นานเจ้าก็ถูกผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียนฆ่า
แล้ว!” เฉียนเทียนอวี่แช่ง
ภาพฉายของสุ่ยเยว่เซียนมองตรงมาที่เจียงผิงอัน ยกหัตถ์หยก
อ่อนขาวราวไร้กระดูกขึ้นโบกน้อย ๆ แล้วทั่วฟ้าดินพลันชะงักค้าง
คลื่นความเย็นยะเยือกทำให้ร่างของเจียงผิงอันเจียนถูกแช่แข็ง
เจียงผิงอันกำหมัด กางเขตแดนเข้าต้านฤทธิ์
ขณะนี้เองที่โลหิตในกายเขาหลุดจากการควบคุม เริ่มระเบิดออก
จากทั่วทั้งกาย
เปรี้ยง! ตู้ม!
เพียงพริบตา ร่างทั้งสองของเจียงผิงอันก็กลายเป็นมนุษย์โลหิต
ผิวกายเปื่อยยุ่ย โลหิตหลากหลั่ง
เจียงผิงอันหน้าเสีย เขาเคยเห็นฤทธาเช่นนี้มาก่อน มันคือร่าง
วิญญาณวารีสวรรค์เหมือนกับของน้องหู่นิวหลี่เยว่เยว่ ควบคุมสสาร
น ้าใดก็ได้!
เลือดก็เป็นน ้า!
ขอเพียงเป็นน ้า อีกฝ่ายล้วนควบคุมได้!
เรื่องจากโลหิตในตัวผู้ฝึกตนบรรจุพลังอันน่าสะพรึงกลัว หลัง
ถูกสุ่ยเยว่เซียนควบคุม มันจึงแผลงฤทธิ์ทำลายล้างชวนสะพรึง
เหล่าผู้ชมสุดสะพรึงไม่ต่างกัน
ผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียนจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
เพิ่งเปิดฉากสู้ เจียงผิงอันผู้แข็งแกร่งก็ย ่าแย่เสียแล้ว
“ฮ่า ๆ ข้าบอกแล้วไง เจ้าเอาชนะผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียนไม่ได้
หรอก! ผู้อาวุโส ฆ่าเขาเลย!” เฉียนเทียนอวี่โวยวายอย่างตื่นเต้น
ขณะที่ปวงชนคิดว่าเจียงผิงอันจะพ่ายถอยออกมานั้นเอง สอง
ร่างของเจียงผิงอันก็พุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย
ปวงชนต่างตกใจ ไม่ยอมจบศึกแล้วยังโจมตีต่อ หาเรื่องตายชัด
ๆ!
สุ่ยเยว่เซียนมิให้โอกาสเจียงผิงอันเข้าใกล้ ควบคุมเขตแดนวารี
สร้างกำแพงน ้าแข็งคุ้มกันตนเองไว้ตรงกลางทันที
ทว่า ทันทีที่กำแพงถูกก่อ หนึ่งร่างพลันปรากฏขึ้น สยายปีกสี
ทองปราชิดตรงหน้าสุ่ยเยว่เซียน กอดรัดอีกฝ่ายไว้แล้วพุ่งเข้าหลุมดำ
ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นไปทันที แล้วหลุมดำก็ปิดตัวลง ร่างทั้งสอง
ปลาสนาการไป
ความเร็วนั้นสูงล ้าจนผู้ฝึกตนบางคนไม่ทันเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
ด้วยซ ้า
“เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ไฉนภาพฉายผู้อาวุโสหายไป
แล้ว?”
“เจียงผิงอันถึงกับมีสามร่าง! อวตารนี้สร้างหลุมดำได้ แล้วเข้า
หลุมดำนี้ไปกับภาพฉายของผู้อาวุโสสุ่ย!”
“อะไรนะ! สารเลวสมควรตายนี่ได้กอดภาพฉายของผู้อาวุโส
สุ่ย!”
หลายบุคคลมิได้มุ่งความสนใจที่ร่างที่สามของเจียงผิงอัน ยาม
พวกเขาได้ยินว่าเขาได้กอดภาพฉายของผู้อาวุโสสุ่ย ดวงตาหลาย
บุคคลก็แดงฉานด้วยโทสะทันที
ผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียนเป็นเทพธิดาอันมิอาจแปดเปื้อนได้ในใจ
บุรุษหลายนาม ผู้ฝึกตนมากมายมิกล้ามองนางตรง ๆ ด้วยซ ้า แต่นาง
กลับถูกเจียงผิงอันกอด
ถึงจะเป็นแค่ภาพฉาย แต่ก็ยังกระตุ้นโทสะเหล่าผู้ริษยาได้
วิ้ง!
บนป้ายศิลาสีทอง แสงทองเรืองสว่างสาดส่องสู่เก้าชั้นสรวง
เรืองรองไปทั่วสำนักศึกษาชางจืออีกครั้ง
หัวใจปวงชนที่มองอยู่ล้วนสั่นสะท้าน แสงสว่างนี้ปรากฏ
หมายความว่าภาพฉายที่สองตกตายแล้ว
เจียงผิงอันเอาชนะผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียนได้!
ศิษย์ทั่วสำนักแหงนมองฟ้า เห็นชื่อของเจียงผิงอัน หัวใจสะท้าน
เทิ้ม
“เกิดอะไรขึ้น? นามนั้นมิใช่เพิ่งปรากฏหรือ? ไฉนโผล่มาอีกแล้ว
ล่ะ?”
“หรือเขาจะเอาชนะยอดฝีมือร้อยนามแรกได้อีกแล้ว?”
“เอาชนะยอดฝีมือร้อยนามแรกได้ไวเพียงนี้ ต้องเป็นสัตว์
ประหลาดอะไรกัน?”
ผู้คนเริ่มสืบหานามคนผู้นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยอยากเห็นว่าเป็นผู้
ฝึกตนแข็งแกร่งผู้ใด
บนถนนอันพลุกพล่าน หวังอิงซื้อของพลางพูดคุยกับเหล่าสหาย
“ข้าบอกให้นะ เจ้าคนชื่อเจียงผิงอันนั่นน่ะงี่เง่าสิ้นดี คิดว่าตัวเองซ่อม
อาวุธวิเศษได้แล้วยอดเยี่ยมมากมั้ง วัน ๆ เอาแต่ตีหน้าตายเหมือนมี
คนติดเงินเขาอยู่กระนั้น”
สหายข้างกายนางเสริม “ผู้ชายเช่นนี้มีแต่เสแสร้ง นั่นมันอุบาย
เขา แค่อยากให้เจ้าสนใจเท่านั้นแหละ แล้วก็จะให้เจ้าตกหลุมรักเขา
หาไม่ ไฉนคนอย่างเขาต้องมาเป็นผู้ดูแลที่ร้านเจ้าด้วย?”
หวังอิงพลันประจักษ์แจ้ง “อย่างนี้เอง! ก็ว่าอยู่ทำไมเขามาเป็น
ผู้ดูแล แต่เขาทำผิดแล้ว ข้าไม่นึกนิยมนักหลอมอาวุธสักนิด ผู้ชาย
ของข้าต้องติดสิบอันดับแรกของระดับ….”
วิ้ง!
แสงสว่างเรืองรองทั่วฟ้า หยุดวาทะของนางไป
หวังอิงและเหล่าสหายต่างตะลึง
“นี่… เหมือนจะเป็นนิมิตที่จะเกิดเพียงยามร้อยอันดับบุคคลตราบ
กาลเปลี่ยนนามนะ”
“เสี่ยวอิง ผู้ดูแลร้านที่เจ้าพูดถึงเมื่อครู่ชื่ออะไรนะ? ใช่เจียงผิงอัน
นี่หรือเปล่า!”
“ไม่มีทางเป็นเขา!” หวังอิงตะโกนเสียงแข็ง อารมณ์สะท้านสุดขั้ว
“ต้องแค่คนชื่อเหมือนแน่ ๆ! เขาเป็นนักหลอมอาวุธ จะติดร้อยอันดับ
แรกตราบกาลนานด้านพลังต่อสู้ได้อย่างไร! ต้องเป็นอัจฉริยะคนอื่น
แน่ ๆ!”
สหายข้างกายนางกล่าว “แต่ในสำนักเราไม่มียอดฝีมือคนใดชื่อ
เจียงผิงอันเลยนะ”
หวังอิงกำหมัดอย่างไม่รู้ตัว “ไปดูเดี๋ยวก็รู้ แต่ไม่มีทางเป็นนัก
หลอมอาวุธนั่นแน่”
หลายบุคคลเหินไปยังทิศที่ตั้งสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ และทันทีที่เข้า
ใกล้ นามของเจียงผิงอันก็เด้งขึ้นบนฟ้าเป็นหนที่สอง
เมื่อหวังอิงเห็นคนคุ้นหน้า ร่างของนางก็สะท้านรุนแรง ดวงตา
เบิกกว้าง
“เป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปได้อย่างไรกัน เขาเป็นแค่นักหลอม
อาวุธแท้ ๆ ไฉนจึงแข็งแกร่งเพียงนี้…”
หวังอิงเชื่อไม่ลงว่าคนผู้นี้จะเป็นเจียงผิงอันจริง ๆ!
ร่างมหึมาของเจียงผิงอันตระหง่านค ้าดุจเทวาไร้พ่าย ตัวเขาซึ่งมี
รัศมีเซียนเป็นฉากหลังกลายเป็นจุดสนใจของปวงชน