สู่วิถีอมตะ - บทที่ 749 ชัยชนะเก้าสิบเก้าหน
เจียงผิงอันเผชิญหน้าวีรชนไร้เทียมทานตราบประวัติการณ์อย่าง
ไม่ยอมสยบ ไร้ซึ่งความกลัวเกรง
เขาไม่รู้ว่าตนจะไปไกลได้เพียงไร จะคืนชีพบุพการีได้หรือไม่
และคืนชีพแล้ว จะทำให้พวกเขามีชีวิตอมตะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่
แต่เขาจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อเป้าหมายนี้ ไร้ความเสียดาย
ภายหลัง ต่อให้ล้มเหลวก็ยังทำใจได้
ในวันที่หนึ่งร้อย เจียงผิงอันประมือวีรชนอันดับสามสิบห้า เกือบ
ถูกหนึ่งวิชาลับพิเศษฆ่าตาย ร่างมารศักดิ์สิทธิ์เสียหายสาหัส ต้องกิน
โอสถเก้าวงจรจักรวาลและพักสองสามวันจึงสู้ต่อได้
ในวันที่ร้อยยี่สิบ เจียงผิงอันประมือวีรชนอันดับสามสิบ อีกฝ่าย
บรรลุกฎหยินหยาง สลายการโจมตีทั้งปวงได้ สองฝ่ายปราชันฤทธิ์
ดุเดือดสามสิบวัน จนท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็ถูกเจียงผิงอันกลืนกินโดยใช้
คัมภีร์มารกลืนสวรรค์
คณะเสินกวงเริ่มนึกเสียดาย พวกเขาไม่คาดคิดว่าเจียงผิงอันจะ
แข็งแกร่งเพียงนี้ แม้จะเป็นเซียนมิได้ แต่หากเขาอยู่ในคณะเสินกวง
ของพวกเขา ก็ยังเสริมฤทธิ์ให้เสินกวงได้
เรื่องสำคัญที่สุดคือ ทุกบุคคลที่เจียงผิงอันเอาชนะหมายความว่า
เขาจะสามารถเข้าฝึกฝนตามสถานที่ฝึกฝนต่าง ๆ ได้สามร้อยปีโดย
ไม่คิดมูลค่า และเวลาการฝึกฝนนี้ยังโอนให้ผู้อื่นใช้แทนได้
หากเจียงผิงอันและเหมียวเสียมิได้ถูกขับออกไป พวกเขายังจ่าย
ทรัพยากรน้อยนิดซื้อโอกาสเข้าสถานที่ฝึกฝนใหญ่ ๆ จากเจียงผิง
อันได้
ผู้นำระดับสูงจากคณะเสินกวงเข้าหาเหมียวเสีย คิดจะดึงทั้งคู่
กลับไป
“สหายเซียนเหมียว เราให้รากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลกับเจียงผิง
อันเพิ่มได้นะ…”
“ใครอยากได้รากฐานแตก ๆ ของพวกเจ้ากันยะ! พวกเจ้านี่
เหมือนสุนัขดีนะ ยามไม่เห็นประโยชน์ก็เห่าไล่พวกเรา พอมี
ประโยชน์ล่ะกระดิกหางหน้าระรื่น ไสหัวไป!”
เหมียวเสียก่นด่าอย่างไม่ไว้หน้าคนเหล่านี้สักนิด คนเหล่านี้คิด
อะไรอยู่ คนโง่ยังมองออกเลย
เมื่อนึกถึงกาลก่อนที่พวกตนถูกผู้บัญชาการของเสินกวงไล่อ
ย่างไม่แยแสแล้ว เหมียวเสียก็ยังเดือดดาลไม่หาย ยามนี้นางมีโอกาส
ตอบโต้เสียที
สีหน้าของบุคคลระดับสูงจากเสินกวงดำคล ้า “เหมียวเสีย หาก
พวกเจ้าสองคนกลับมายามนี้ เราทุกฝ่ายต่างยินดี แต่หากไม่กลับมา
สองฝ่ายก็มิอาจลงรอย เราเสินกวงเป็นหนึ่งในสิบคณะสูงสุดของ
สำนักศึกษา เจ้าต้องคิดให้ดี ๆ นะ”
“เฮอะ ยังมาทำข่มขู่ ผู้ชายของข้าดีขนาดนี้ เจ้าคิดหรือว่าจะไม่มี
คณะใดหมายตา? ไสหัวไปเสีย พวกสุนัขงี่เง่า!” เหมียวเสียระเบิด
โทสะ ก่นด่าไม่คิดประนีประนอม
“ภายหน้าเดี๋ยวก็รู้” บุคคลระดับสูงของเสินกวงหน้าง ้ากลับไป
สาบานในใจว่าหากภายหน้าพบโอกาส พวกเขาจะให้สตรีผู้นี้ต้อง
ชดใช้
เหมียวเสียอารมณ์ดี มิคาดว่าจะได้แก้แค้นไวเพียงนี้
ในวันที่สามร้อยนับแต่เจียงผิงอันมาถึงสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ เขาก้าว
เข้าสู่สิบอันดับแรกของระดับ เซียนในสำนักเริ่มหารือกันว่าจะรับมือ
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา หาทางช่วยให้เจียงผิงอันเป็นเซียนได้
อย่างไร
พวกเขาไม่อยากเห็นผู้น้อยที่โดดเด่นเพียงนี้มิอาจเป็นเซียนได้
แต่พวกเขาก็ต่างผิดหวัง ทั้งสืบประวัติศาสตร์ ติดต่อสหายเซียน
มากมาย พวกเขาก็ยังมิอาจหาทางแก้ปัญหาของทัณฑ์สวรรค์
พิพากษ์เทวาได้เลย
อย่างมากก็แค่รักษาชีวิตเจียงผิงอันไว้ในภพเซียน เป็นเดนเซียน
ได้ก็นับว่าดีแล้ว
ยิ่งเจียงผิงอันเลิศล ้า พวกเขายิ่งนึกเสียดาย ชีวิตเขาเป็นเหมือน
ลำนำโศก ช่างน่าหดหู่เวทนา
ร่างของเจียงผิงอันโชกเลือด ต่อสู้ไม่หยุดพักเยี่ยงกระบี่เซียน
เรืองกล้า ร่างมหึมาสะท้านดวงใจศิษย์หญิงเกินคณานับ
ในวันที่สี่ร้อยนับแต่มาถึงสมรภูมิ เจียงผิงอันประมือบุคคลอันดับ
สองตราบยุคสมัยมาสองเดือนกว่า วิญญาณศึกแผลงฤทธิ์ แขนขวา
สลายหาย หัวใจถูกแทง โลหิตนองเป็นลำธาร
แต่เขาก็ยังแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย และเอาชนะคู่ต่อสู้ลงได้
เจียงผิงอันซึ่งต่อสู้มาเกินปีเหนื่อยอ่อนไปทั้งกาย แต่ความเชื่อ
อันไร้สั่นคลอนทะยานถึงยอดสุด ร่างของเขาใต้เมฆาสีเลือด
ตระหง่านตรง หัวใจไร้ความย่อท้อ
ทั่วฟ้าดินเงียบกริบ ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนจ้องตรงมาที่เจียงผิงอัน มิ
กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ชนะเก้าสิบเก้าหน ไร้เทียมทานในโลกา
แม้เจียงผิงอันจะมิอาจเป็นเซียน เขาซึ่งมาถึงจุดนี้ได้ก็สร้างหนึ่ง
ตำนานของตนให้ผู้คนเกินคณานับกล่าวขานได้แล้ว
“เจ้าบื้อ พอเถอะ ไม่ต้องท้าทายแล้ว ในขอบเขตนี้ ยุคสมัยนี้ เจ้า
ไร้เทียมทานแล้ว” เหมียวเสียตะโกนเรียกเสียงอ่อนโยน
นี่คือทำเนียบจัดอันดับตัวตนขั้นต้นระดับเขตแดนตราบ
ประวัติการณ์ของทั้งสำนักศึกษา และในยุคสมัยนี้ ทั่วทั้งสำนักศึกษา
เจียงผิงอันไร้เทียมทานในขอบเขตนี้
ปวงชนล้วนเห็นได้ว่าที่เจียงผิงอันเอาชนะอันดับสองได้นับเป็น
ขีดจำกัดแล้ว เว้นแต่เขายังมีอะไรที่ซ่อนไว้ ก็อาจมีโอกาสเอาชนะ
อันดับแรกนิดหน่อย
แต่ก็ไม่น่าเป็นเช่นนั้น หลังจากต่อสู้มาตั้งนาน เจียงผิงอันเผยทุก
ฝีมือที่ใช้ได้ หลายวิกฤติเสี่ยงตายก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นเขาใช้ลูกไม้
ใหม่ใด ๆ แล้ว
อันดับสองนี่แหละขีดจำกัด
เจียงผิงอันเบนดวงตาเหนื่อยอ่อนไปมองหนึ่งนามอันเฉิดฉาย ณ
อันดับหนึ่งบนป้ายศิลาสีทอง ปากตะโกนขาน “ผู้อาวุโสเวิ่นชางเทียน
โปรดชี้แนะด้วย!”
เหมียวเสียหน้าถอดสี “เจ้าบื้อ! ต่อให้เจ้าอยากท้าทาย ก็ฟื้นตัว
เจ้าเองก่อนสิ สภาพแบบนี้มาท้าทายได้อย่างไรกัน!”
ก่อนหน้านี้ยามเจียงผิงอันประมือยอดฝีมือคนอื่น ๆ เขาจะพัก
ฟื้นตัวก่อนล่วงหน้า แต่หนนี้เขาชิงท้าทายอันดับหนึ่งโดยไม่พักด้วย
ซ ้า
ปวงชนล้วนคิดว่าเจียงผิงอันบ้าไปแล้ว ถึงกับหาญกล้าท้าทาย
อันดับหนึ่งในสภาพบาดเจ็บเช่นนี้
บุคคลอันดับหนึ่งเวิ่นชางเทียน สุดยอดบุคคลผู้เรืองฤทธิ์สะท้าน
ฟ้าสะเทือนแดนดิน เป็นอันดับหนึ่งในทุกขอบเขต
วีรชนคนอื่นอาจมีนามบนป้ายศิลาขั้นต้นระดับเขตแดน แต่มิ
อาจปรากฏนามบนป้ายศิลาขั้นกลางระดับเขตแดน หรืออันดับ
คลาดเคลื่อนไปจนถึงเลือนหายไปจากป้ายศิลาเลยก็มี
มีเพียงผู้อาวุโสเวิ่นชางเทียนผู้นี้ที่มั่นคงอันดับหนึ่งเสมอไป พลัง
ต่อสู้ยอดเยี่ยมเป็นหนึ่งในยุคสมัย ก่อนจะหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา
บางผู้บอกว่าเขาตกตาย บ้างบอกว่าเขามุ่งหน้าสู่ภพอันสูงกว่า
เขาหายตัวไปเพราะเหตุใด มีเพียงตัวตนสูงสุดในภพเซียน
เท่านั้นที่ทราบ
สรุปคือ ไร้ผู้ใดสั่นคลอนสถานะของเวิ่นชางเทียนได้
อัจฉริยะไร้เทียมทานมากมายอยากลองท้าทาย แต่สุดท้ายก็
ล้มเหลว เขาเป็นดั่งบรรพตสูงเกินหยั่งยอด มิอาจก้าวข้ามได้
ยามนี้ มีผู้น้อยอีกคนคิดท้าทายแล้ว
ป้ายศิลาสีทองพลันสั่นสะท้านรุนแรง อักขระเซียนเกินคณานับ
หลากหลั่งไร้สิ้นสุด กระจายมวลเมฆาสีเลือดบนฟ้า แล้วหนึ่งร่างสูง
ใหญ่ก็เหยียบยืนบนป้ายศิลา ราวเป็นแสงส่องหล้าหนึ่งเดียว
ใบหน้านั้นเหมือนเป็นกฎเซียนอันยากเย็นที่สุดในโลกา มิอาจ
ประจักษ์เห็นได้
เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่เพียงขั้นต้นระดับเขตแดน แต่รูปลักษณ์กลับ
เหมือนเซียนปรากฏในสามัญโลก ปวงชนมิอาจเกินความคิดล่วงเกิน
ช่างทรงพลัง ศักดิ์สิทธิ์เกินใดเปรียบ
“หนนี้เจียงผิงอันพ่ายแน่! เส้นทางไร้พ่ายของเขาจะจบที่นี่!”
ดวงตาของเฉียนเทียนอวี่แดงก ่า กำมือจนกระดูกนิ้วแหลกไปเองด้วย
ริษยา ทว่าหารู้ตัวไม่
เฉียนเทียนอวี่อยากเห็นเจียงผิงอันล้มเหลวมาตลอด แต่รอมา
หลายร้อยวัน ก็เห็นแต่ชัยชนะของเจียงผิงอัน
ครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็พบความหวัง
สีหน้าของปวงชนใกล้เคียงเขาพลันดูพิกล เฉียนเทียนอวี่ผู้นี้พูด
แต่อะไรแบบนี้มาเก้าสิบเก้าหนแล้ว แต่ละครั้งก็ไม่เคยเป็นจริงดังว่า
ทำให้ปวงชนนึกสงสัยว่าเจ้าหมอนี่มีพรสวรรค์พิเศษ ‘พูดอะไรไม่เคย
สมพรปาก’ หรือเปล่าหนอ
เจียงผิงอันสัมผัสปราณอันทรงพลังนี้ ดวงตาก็พลันเบิกกว้าง
ปราณนี้ เขาเคยพบมาก่อน!!
หรือคนผู้นี้จะเป็น…