สู่วิถีอมตะ - บทที่ 750 อีกหนึ่งตัวตนของเวิ่นชางเทียน
เวิ่นชางเทียนยืนบนป้ายศิลาดุจเป็นใหญ่หนึ่งเดียวในโลกหล้า
ฤทธิ์จักรพรรดิกล้าแกร่ง แม้จะยังไม่บรรลุเซียน เขาก็ยังเรืองฤทธิ์
สะท้านกฎเต๋าเซียนได้
ปราณจากกายเขาทำให้เจียงผิงอันรู้สึกสุดคุ้นเคย แม้จะ
แตกต่างจากที่เคยสัมผัสนิดหน่อย แต่เจียงผิงอันก็แน่ใจว่าต้องเป็น
คนผู้นั้นแน่
เซียนแท้จำนวนมาก จินเซียนและกระทั่งผู้แข็งแกร่งกว่านั้นพา
กันปรากฏตัว มองเวิ่นชางเทียนด้วยสายตาสุดยำเกรง
เวิ่นชางเทียนคือเจ้าสำนักศึกษารุ่นที่สาม และยังเป็นผู้ผลักดัน
สำนักศึกษาชางจือสู่จุดสูงสุด ไร้ผู้ใดสั่นคลอนตำแหน่งของเขาได้
เพียงบรรยากาศลำพังก็ตัดสินสูงต ่าระหว่างเจียงผิงอันและเวิ่น
ชางเทียนได้ชัดเจน
เว้นแต่เจียงผิงอันจะยังซ่อนไพ่ตาย ก็ไม่มีทางเอาชนะได้เลย
เจียงผิงอันซึ่งเต็มไปด้วยบาดแผลมองร่างตระหง่านค ้าตรงหน้า
กล่าวด้วยสีหน้าไร้ความกลัว “ต้องขอบคุณการชี้นำของผู้อาวุโส
ผู้น้อยจึงมีวันนี้ได้ ผู้น้อยเดินแยกสู่เส้นทางของตนเองแล้ว และจะขอ
ใช้เส้นทางที่ผู้อาวุโสชี้นำมาเอาชนะผู้อาวุโสขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้ อัจฉริยะและเหล่าเซียนที่นี่ต่างตะลึง
“เจียงผิงอันเคยพบเจ้าสำนักรุ่นที่สามมาก่อนหรือ? เจ้าสำนักรุ่น
ที่สามเคยชี้แนะเขา?”
“เป็นไปไม่ได้! ผู้อาวุโสเวิ่นชางเทียนหายตัวไปนานแล้ว จะไป
พบได้ที่ใดกัน?”
ปวงชนล้วนตกใจอย่างยิ่ง กระทั่งเหล่าเซียนมากมายยังไม่เคยได้
พบบุคคลในตำนานผู้นี้ แต่เจียงผิงอันกลับพูดว่าเคยพบอีกฝ่ายมา
ก่อน!
นอกจากนั้น ฟังจากวาทะเจียงผิงอัน ที่เขามีวันนี้ได้ ก็เพราะ
ความช่วยเหลือของเจ้าสำนักท่านนี้
เจียงผิงอันยืนนิ่งกับที่ ปราณโลหิต ปราณเซียนและความเชื่อมั่น
ไร้สั่นคลอนของเขาพุ่งทะลักดุจภูเขาไฟปะทุ แขนขวาที่ขาดไปของ
เขางอกคืน ทั่วกายเรืองรองด้วยรัศมีทองอร่าม
ตลอดสี่ร้อยวันที่ประมือกับยอดฝีมือไร้เทียมทานเก้าสิบเก้านาม
เขาผสานความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนกับกฎเกณฑ์มากมาย สร้างหมัด
ทำลายล้างกระบวนท่าที่สาม ‘ไร้จำนน’ ขึ้นมา
“ผู้อาวุโส โปรดชี้แนะด้วย!”
ขณะนี้ รัศมีจากเจียงผิงอันเทียบชั้นเวิ่นชางเทียน จำนงศึกไร้
พ่ายจากเขาลำพังก็ฆ่าบุคคลร่วมขอบเขตได้ นี่คือความเชื่อมั่นไร้
สั่นคลอนที่ขัดเกลาโดยยอดฝีมือไร้เทียมทานทั้งเก้าสิบเก้าตลอดสี่
ร้อยวัน
ไฉนผู้ฝึกตนมากมายจึงเดินบนเส้นทางไร้พ่าย? แค่เพื่อชื่อเสียง
หรือ? แน่นอนว่าไม่ แต่เพราะความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนบนเส้นทางไร้
พ่ายส่งผลโดยตรงกับพลังต่อสู้ต่างหาก
หากให้อุปมาง่าย ๆ คือ เจียงผิงอันในยามนี้เหมือนได้ใช้วิชา
เทียมเทพสงครามสองหนซ้อนทับกัน
เจียงผิงอันกระพือคู่ปีกทองเบื้องหลัง กางห้าเขตแดนพุ่งเข้าหา
เวิ่นชางเทียน เหวี่ยงหมัดพร้อมความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอน ฤทธาทรง
พลังนี้เคลื่อนได้กระทั่งกฎเต๋าเซียนเสี้ยวหนึ่ง
เวิ่นชางเทียนก็ออกหมัด แผลงฤทธาจักรพรรดิไร้สิ้นสุด เรือง
รัศมีสะท้านเก้าชั้นสรวง
หมัดทั้งสองปะทะกัน ดุจสองดาราพุ่งชน
ตู้ม!
แรงระเบิดแยกนภาถล่มแดนดิน มิติอันถูกเสริมพลังถูกฉีก
กราชาก สาดรัศมีเจิดจ้าทั่วทิศแรงกล้าเสียจนผู้ฝึกตนระดับต ่า
มากมายมิอาจลืมตาขึ้นได้ การปะทะของกฎเกณฑ์อันทรงพลังเกิด
เป็นคลื่นพลังแปรปรวน แม้ลูกหลงเพียงน้อยก็อาจทำให้ตัวตนร่วม
ขอบเขตตกตายได้
หัวใจของอัจฉริยะมากมายสั่นสะท้านรุนแรง
พวกเขาเป็นตัวตนไร้เทียมทานจากแดนดินที่มาของตน เป็น
ผู้นำหัวแถว
แต่ทันทีที่พวกเขาได้เห็นการต่อสู้ของเจียงผิงอัน พวกเขาก็รู้สึก
เหมือนเป็นเพียงสามัญชน มิใช่อัจฉริยะอะไรเลย
เนิ่นนานจากนั้น ยามรัศมีจางตัว ทัศนวิสัยก็กลับคืน
จุดที่ทั้งสองสู้กัน นอกจากป้ายศิลาสีทองที่ยังคงอยู่ แดนดินล้วน
ยุบหาย กลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง
เจียงผิงอันร่วงลงที่ขอบหลุม ร่างกายซีกขวาเกือบหายสิ้น โลหิต
แดงฉานทะลักริน
ขณะเดียวกันทางฝั่งเวิ่นชางเทียนแค่มือหัก โลหิตหลั่งไหล
อาภรณ์ท่อนบนแหลกกระจาย มิได้บาดเจ็บสาหัส
“เจียงผิงอันพ่ายแล้ว”
ผลลัพธ์ชัดเจนแต่บัดนี้
เมื่อประจักษ์ผลลัพธ์ ปวงชนก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ในใจ
ไม่รู้คิดอะไร อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของเวิ่นชางเทียนในใจพวก
เขาสมบูรณ์แบบเกินไป และไม่อยากเห็นเจียงผิงอันเอาชนะ ทลาย
ตำนานในหัวใจพวกเขาลงได้
“ฮ่า ๆ ข้าบอกเช่นไร! ข้าบอกแล้วไง! หนนี้เจียงผิงอันแพ้แน่!
เขาแพ้แล้ว! แพ้เสียที!” เฉียนเทียนอวี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดูราวเสีย
สติไปแล้ว
แต่ไม่มีใครสนใจเจ้างั่งนี่เลย
ต่อให้เจียงผิงอันพ่ายในศึกที่สอง เขาก็ยังลือนามทั่วโลกหล้าได้
นับประสาอะไรกับยามนี้ที่เขาเป็นอันดับสอง
ที่ขอบหลุม เจียงผิงอันกระเสือกกระสนลุกขึ้น มุมปากโชกเลือด
ยกยิ้ม เงยหน้ากล่าวกับเวิ่นชางเทียน “ผู้อาวุโส ท่านแพ้แล้ว”
ยามปวงชนได้ยินเช่นนี้ก็เผยสีหน้าพิกล เจียงผิงอันสมองมี
ปัญหาหรือไร? เห็นชัด ๆ ว่าเขาต่างหากที่สาหัส ไฉนจึงบอกว่าผู้
อาวุโสเวิ่นชางเทียนแพ้?
เซียนทั้งหลายรวมถึงเวิ่นชางเทียนล้วนสังเกตเห็นบางสิ่ง ก้มลง
มองสุญตาเบื้องล่าง
ชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องล่างใช้วิชาต้องห้ามผนึกโลหิตหยด
หนึ่งอย่างรวดเร็ว อักขระลึกลับรายล้อมโลหิตหยดนั้น สร้างเป็น
อำนาจผลกรรมแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
เมื่อผนึกสำเร็จ เจียงผิงอันถูกสูบพลังชีวิตไปสามพันปี ขณะที่
ปราณอันแข็งแกร่งส่วนใหญ่บนร่างเวิ่นชางเทียนเสื่อมสลายไป
ชายชราผู้นี้ถูกเจียงผิงอันสร้างขึ้นโดยใช้วิชาลับจิตวิญญาณ
‘เวียนกำเนิด’ สร้างขึ้น เขาคือหนึ่งในสามมือสังหารที่ก่อนหน้านี้ลอบ
เล่นงานเขา มือสังหารผู้นี้มีวิชาลับต้องห้ามที่สามารถฉกชิง
พรสวรรค์ผู้อื่นได้
ราคาที่ต้องจ่ายคืออายุขัยสามพันปี
อีกหนึ่งเงื่อนไขการใช้วิชานี้คือต้องมีโลหิตของศัตรูหนึ่งหยด ใช้
โลหิตเป็นสื่อ สร้างอำนาจผลกรรมส่งอิทธิพล
แม้เวิ่นชางเทียนจะเป็นภาพฉาย ภาพฉายนี้ก็ยังสมจริงจน
จำลองโลหิตได้ จึงใช้วิชาลับนี้ได้
ที่เจียงผิงอันใช้ ‘ไร้จำนน’ ก็เพื่อทำร้ายอีกฝ่ายให้เกิดแผล
เท่านั้น
‘เวียนกำเนิด’ ต่างหากที่เป็นไพ่ตายของเจียงผิงอัน
“ดีมาก” เวิ่นชางเทียนเอ่ยชม
เมื่อได้ยินวาทะของเวิ่นชางเทียน ทุกคู่เนตรก็เบิกกว้างอย่าง
เหลือเชื่อ เป็นแค่ภาพฉายแท้ ๆ แต่มันถึงกับพูดได้ด้วย!
“ต้องขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ” เจียงผิงอันค้อมตัวอย่างนอบ
น้อม
เหตุที่เจียงผิงอันพูดเช่นนี้ ก็เพราะเวิ่นชางเทียนผู้นี้มีอีกหนึ่ง
ตัวตน
กู่ตี้แห่งภพแร้นแค้น
แม้จะไม่รู้ว่าสถานการณ์แท้จริงเป็นเช่นไร แต่แม้ว่าปราณจาก
ร่างของเวิ่นชางเทียนและกู่ตี้เหมือนกันอย่างยิ่ง กฎเกณฑ์ที่พวกเขา
ใช้กลับแตกต่างกัน
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังพักฟื้น เขาก็ใช้ป้ายเทวะสืบข้อมูลยอด
ฝีมือมากมาย และอันดับหนึ่งอย่างเวิ่นชางเทียนย่อมเป็นที่สนใจของ
เจียงผิงอัน
เวิ่นชางเทียนคือเจ้าสำนักศึกษาชางจือรุ่นที่สาม ตัวตนชั้นนำ
เหนือภพเซียน และภายหลังก็หายตัวไปอย่างลึกลับ
ลือกันว่าเขาเก็บตัวฝึกฝนเพื่อทะลวงสู่ขอบเขตอันสูงกว่า บ้างก็
ลือกันว่าเขาตายไปแล้ว
เจียงผิงอันตัดสินจากเวลา เวิ่นชางเทียนตรงหน้าน่าจะเกิดก่อน
ส่วนกู่ตี้แห่งภพแร้นแค้นนั้นเป็นภายหลัง
กาลก่อน เจียงผิงอันคิดว่าเวิ่นชางเทียนอยู่ในภพแร้นแค้นก่อน
แต่ก็ปฏิเสธความคิดนี้ทันที
ยามเวิ่นชางเทียนเป็นใหญ่ในภพเซียน เผ่ามนุษย์ในภพ
แร้นแค้นยังไม่เรืองอำนาจ กระทั่งเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ยังไม่เรืองฤทธิ์
เลย
เจียงผิงอันเดาว่า เวิ่นชางเทียนน่าจะกลับชาติฝึกฝนใหม่ด้วย
เหตุผลบางประการ แล้วไปเกิดใหม่ในภพแร้นแค้น
สำหรับบุคคลระดับสูงเพียงนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลย
เพื่อบรรลุให้ถึงขอบเขตที่สูงกว่า เซียนมากมายจึงผนึกความ
ทรงจำและการฝึกฝนเพื่อเริ่มชีวิตใหม่
แต่นี่เป็นเพียงการคาดเดาของเจียงผิงอันเท่านั้น
สรุปคือ เวิ่นชางเทียนผู้นี้คือกู่ตี้อย่างแน่นอน ทั้งการวางตัว ฤทธิ์
จักรพรรดิ รูปหน้าล้วนเหมือนกันทุกกระเบียด
กู่ตี้ในภาพวาดช่วยเจียงผิงอันปรับสภาพห้วงจิตสำนึก กล่าวคือ
กู่ตี้คือผู้ช่วยเจียงผิงอันสร้างพรสวรรค์พลังวิญญาณ
ซึ่งนำไปสู่ ‘สังสารวัฏ’ และ ‘เวียนกำเนิด’ ในภายหลัง
เพราะเหตุนี้ เจียงผิงอันจึงบอกว่าตน ‘จะขอใช้เส้นทางที่ผู้อาวุโส
ชี้นำมาเอาชนะผู้อาวุโส’
ภาพฉายของเวิ่นชางเทียนรู้ว่าสู้กันต่อไปก็ไร้ประโยชน์
พรสวรรค์ของเขาถูกชิงไป พลังต่อสู้เสียหายแล้ว หลังจากมองเจียง
ผิงอันอยู่สักครู่ เขาก็ ‘สลายตัวเอง’ เป็นอักขระเซียนทันที
วิ้ง!
ป้ายศิลาสาดส่องแสงทองเจิดจ้า สามอักษร ‘เจียงผิงอัน’ ประทับ
บนยอดป้าย ผงาดเด่นตัวใหญ่
ขณะนี้ ทั่วทั้งสำนักล้วนเดือดพล่าน โลหิตในกายปวงชนผลาญ
ร้อน
“เจียงผิงอันสู้สี่ร้อยวัน ชนะติดต่อร้อยหน กลายเป็นบุคคลอันดับ
หนึ่งของขอบเขตนี้ตราบกาลนาน!”
“เขาถึงกับเอาชนะเจ้าสำนักรุ่นที่สามได้!”
“คนผู้นี้ ไร้เทียมทานในยุคสมัย”