สู่วิถีอมตะ - บทที่ 751 โอกาสรอดทัณฑ์
ภายใต้สายตาทั่วสำนักที่จับจ้องมา เจียงผิงอันกลายเป็นบุคคล
อันดับหนึ่งในขั้นต้นระดับเขตแดนตราบประวัติกาลของสำนัก
ความสำเร็จเช่นนี้เพียงพอให้ลือนามเกินนับปี
ตราบใดที่สำนักศึกษาชางจือไม่ถูกทำลาย ป้ายศิลานี้จะยืนยง
นามของเจียงผิงอันจะคงอยู่ตลอดไป
“เฮ้อ~”
หลังความตกใจผ่านพ้น เซียนมากมายก็ผ่อนลมหายใจยาว
ชำเลืองเจียงผิงอันอย่างเห็นใจ ก่อนจะหายตัวไปทันที
ดวงตาของเฉียนเทียนอวี่แดงฉานราวสัตว์ร้าย ริษยาจนหน้า
เบี้ยวเกินจำได้ “ในภพเซียน เป็นเซียนไม่ได้ สุดท้ายเจ้าก็แค่แมลงตัว
หนึ่ง ไว้ข้าบรรลุเซียน ตบทีเดียวก็ฆ่าเจ้าได้!”
เขาหันกายจาก จะกลับไปดูดซับรากฐานสัตว์ร้ายจักรวาล เร่ง
การบรรลุเป็นเซียน
หวังอิงมองเจียงผิงอันด้วยสายตาซับซ้อน นางคิดไม่ถึงเลยว่า
ผู้ดูแลร้านซึ่งไร้ความโดดเด่นจะมีพลังต่อสู้ท้าทายสวรรค์เพียงนี้
สหายของหวังอิงกล่าวกับนาง “เราไปสำรวจภพปีศาจกันเถอะ
กล่าวกันว่าพบสุสานสุดยอดราชาปีศาจในตำนานถูกพบที่นั่น บางที
เราอาจได้อะไรมาบ้าง”
หวังอิงชำเลืองเจียงผิงอันหนสุดท้าย “บอกข้าว่าหัวใจไม่ดี มิอาจ
เป็นเซียน แต่ต่อให้ความคิดเจ้าดี เจ้าจะเป็นเซียนได้หรือ?”
ไม่รู้ว่าความรู้สึกในอกนี้คืออะไร หวังอิงยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนเจียง
ผิงอัน นางกับสหายจรจาก มุ่งหน้าไปยังภพปีศาจ
เหมียวเสียเดินมาหาเจียงผิงอัน กล่าวกับอีกฝ่ายอย่างชื่นชม
“สมเป็นผู้ชายของข้า หล่อเสียไม่มี แต่อย่ามัวเก๊ก รีบๆ สลบไปได้
แล้ว”
“อือ”
เจียงผิงอันตอบคำเดียว แล้วทรุดหมดสติไปเงียบ ๆ ในอ้อมอก
อีกฝ่าย
หลังจากต่อสู้ต่อเนื่องสี่ร้อยวัน เขาเหนื่อยอ่อนทั้งกายใจ
โดยเฉพาะในศึกสุดท้ายที่เขาใช้ทั้งปราณเซียนและพลังวิญญาณ
ทั้งหมด รีดเร้นอายุขัยสามพันปีจากตัว ทั้งกายและวิญญาณถึง
ขีดจำกัดแล้ว
ในที่สุดก็ได้พักเสียที
แม้การต่อสู้จะจบลง ผลที่เกิดจากเจียงผิงอันก็ยังเร็วเกินหยุดยั้ง
มีผู้ฝึกตนกล่าวถึงเจียงผิงอันอยู่ทุกแห่งหน
มีทั้งผู้นับถือ ทั้งริษยา และเมตตาสงสาร
บางทีผ่านไปเป็นพัน ๆ ปี พวกเขาก็อาจจะยังจำภาพยามเจียงผิง
อันต่อสู้ได้
ไม่อาจทราบว่านานเพียงไร เจียงผิงอันฟื้นคืนสติ เขามิได้ผ่อน
คลายเช่นนี้มานานแล้ว กระทั่งหลงลืมไปแล้วว่าตนนอนหลับครั้ง
สุดท้ายยามใด
เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นขุนเขาสองลูก ขยับหน้าอีกเล็กน้อยก็เห็น
ใบหน้าจิ้มลิ้มไร้ที่ติของคนผู้หนึ่ง
หลายวันมานี้ เหมียวเสียมิเคยไปไหน นางเฝ้าอยู่ข้างกายเจียง
ผิงอันตลอด “เจ้านี่นอนได้นอนดีจริง ๆ นะ หลับยาวสิบวัน น ้าลาย
ไหลเปื้อนขาเปื้อนกางเกงข้าหมดแล้ว”
เจียงผิงอันลุกขึ้นยืดเส้น กระดูกในกายลั่นกรอบ
ศึกครั้งนี้ช่างสาใจเสียจริง ประมือดุเดือดกับบุคคลร่วมขอบเขต
จากทุกยุคสมัย ประจักษ์วรยุทธ์และพรสวรรค์ระดับหัวแถวมากมาย
เป็นประโยชน์ต่อการสร้างวรยุทธ์ของเขายิ่ง
“ถึงเวลาทะลวงสู่ขอบเขตถัดไปแล้ว”
ทุกครั้งที่เจียงผิงอันเอาชนะคนผู้หนึ่ง เขาก็สามารถใช้สถานที่
ฝึกฝนโดยไร้ค่าใช้จ่ายสามร้อยปี เอาชนะร้อยคนก็รวมเป็นสามหมื่น
ปี
“รีบร้อนไปไย ถึงตาข้าเปรมปรีดิ์ก่อนสิ”
เหมียวเสียลากตัวชายหนุ่มกลับเตียง เมื่อหวนนึกถึงภาพยาม
เจียงผิงอันประมือเหล่ายอดคนต่างยุคสมัยอย่างหล่อเหลาแล้ว กาย
ของนางก็สะท้านอย่างตื่นเต้น
“เฮ้อ~”
เจียงผิงอันจนปัญญาขัดขืนเซียน ทำได้เพียงแบกรับไปเงียบ ๆ
เขาใช้งานป้ายเทวะอย่างเบื่อหน่าย และพบว่ามีข้อความแสดง
ความยินดีถูกส่งมามากมาย
พวกเขาล้วนเป็นลูกค้าที่เขาเคยพบยามทำงานเป็นผู้ดูแลร้าน
คนเหล่านี้ก็มาดูการต่อสู้เหมือนกัน พวกเขาต่างตกใจเมื่อพบว่า
ผู้ดูแลร้านสุดแสนธรรมดา กลับกลายเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานเช่นนี้
เจียงผิงอันพลันนึกขึ้นได้ ว่าตนเคยสัญญาจะช่วยคนเหล่านี้
ยกระดับอาวุธวิเศษภายในหนึ่งเดือน แต่เพราะศึกกะทันหันนี้ เวลาจึง
ล่วงยืดไปหนึ่งปี
เจียงผิงอันรีบงอกอวตาร ไล่ตามคืนอาวุธวิเศษที่ถูกยกระดับ
เหล่านั้นทันที
ส่วนราคาค่ายกระดับชิ้นละสามหมื่นผลึกเซียนนั้น เจียงผิงอันไม่
ขอรับ เขาละอายเกินจะทวงถามหาเงินหลังจากยืดเวลาจนป่านนี้
ยามตรวจสอบข้อความ เจียงผิงอันสังเกตเห็นคนผู้หนึ่ง
เขาเป็นผู้ฝึกตนชื่อเติ้งเส้าสี่ นอกจากมาทักทายแล้ว เขายังส่ง
ข้อความมาอีกว่า
“สหายเต๋าเจียง คณะ [เลือดเหล็ก] ของเราเจอสุสานขนาดใหญ่
ในภพปีศาจ หากสนใจมาร่วมสำรวจ มาร่วมสำรวจกับเราได้นะ
เจ้าของสุสานนี้เป็นสุดยอดราชาปีศาจผู้สร้าง ‘วิชาลวงสวรรค์’ ใน
กาลก่อน หากมี ‘วิชาลวงสวรรค์’ ในสุสาน มันจะช่วยสหายเต๋าข้าม
พิบัติบรรลุเซียนได้”
เติ้งเส้าสี่ผู้นี้คือผู้จ่ายล้านผลึกเซียนเพื่อซ่อมกล่องปิดผนึกก่อน
หน้านี้
เจียงผิงอันเพิ่งเคยได้ยินชื่อ ‘วิชาลวงสวรรค์’ เป็นครั้งแรก มันจะ
ช่วยเขาเป็นเซียนได้หรือ?
ยามนี้ทั้งสำนักรู้กันหมดแล้วว่า ภายหน้าเขาจะต้องเผชิญทัณฑ์
สวรรค์พิพากษ์เทวา กระทั่งเซียนทั้งหลายยังไร้หนทางแก้ไข หากมี
เซียนเหล่านั้นจะมาหาเขาถึงที่เองแน่ ๆ
มิใช่ว่าเจียงผิงอันหลงตัวเอง แต่พรสวรรค์ของเขามากพอให้
เซียนมากมายประเมินสูง หากมีโอกาสรอดจากทัณฑ์เซียนได้จริงๆ
เซียนเหล่านี้ก็ยินดี ‘ลงทุน’ กับเขา
แต่ไม่มีเซียนผู้ใดปรากฏตัว
กล่าวคือ เซียนระดับสูงเหล่านี้มิอาจแก้ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เท
วาได้ หรือหากมี ราคาที่ต้องจ่ายก็มหาศาลเกินไป เป็นการลงทุนที่
ได้ไม่คุ้มเสีย
แต่ยามนี้ เติ้งเส้าสี่กลับบอกว่า ‘วิชาลวงสวรรค์’ จะช่วยเขาผ่าน
ทัณฑ์ได้ เจียงผิงอันจึงรู้สึกเคลือบแคลงยิ่ง
แต่ก็ยังเห็นความหวังริบหรี่
ที่โลกใบน้อยในกายเขา หนึ่งร่างของเจียงผิงอันเดินมาถามโลง
แก้วผลึก “ผู้อาวุโส ท่านรู้จัก ‘วิชาลวงสวรรค์’ หรือไม่?”
ผู้อาวุโสอวิ๋นเหยาผู้นี้มีตัวตนเป็นปริศนา แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ทัศน
วิสัยกว้างไกล หาก ‘วิชาลวงสวรรค์’ ช่วยเขาพ้นทัณฑ์เซียนได้จริง
อีกฝ่ายย่อมต้องรู้
“อะไรนะ! วิชาลวงสวรรค์!”
อวิ๋นเหยาถีบฝาโลงเปิด เด้งลุกขึ้นทันที “วิชาลวงสวรรค์อยู่ที่
ไหน!”
อวิ๋นเหยาแผ่ปราณชวนขนลุกโดยไม่รู้ตัว เกือบทำเจียงผิงอัน
หายใจไม่ได้
เจียงผิงอันผงะตกใจ เพิ่งเคยเห็นนางตื่นเต้นได้เพียงนี้เป็นครั้ง
แรก และรีบเล่าเรื่องข้อมูลที่ได้ในป้ายเทวะแก่อีกฝ่าย
ได้ยินเช่นนี้ อวิ๋นเหยาก็พูดอย่างตื่นเต้น “ไป! ต้องไปเลยแหละ!
หากหา ‘วิชาลวงสวรรค์’ เจอ มิต้องพูดถึงว่ามันจะช่วยเจ้าให้รอดพ้น
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา ยังจะช่วยข้าออกจากโลงเวรนี่ได้ด้วย!”
อวิ๋นเหยาไม่ชอบอุดอู้ในโลง แต่โลงนี้ช่วยนางอำพรางเนตร
สวรรค์ มิให้ศัตรูหาพบได้
เจียงผิงอันตะลึงในใจ ‘วิชาลวงสวรรค์’ ช่วยเขารอดจากทัณฑ์ได้
จริง ๆ!
เขาเริ่มตื่นเต้น ถามขึ้นอย่างสงสัย “ผู้อาวุโส ‘วิชาลวงสวรรค์’ นี่
คืออะไรหรือ?”
อวิ๋นเหยาสูดหายใจลึก ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะสงบสติตีหน้า
จริงจัง “มานวดไหล่ข้าสิ แล้วจะบอกให้”
เจียงผิงอัน “…”
แม่นี่สำราญจริงเหวย
ช่างมันเถอะ ชินกับมันเสีย เจียงผิงอันเดินไปวางมือบนไหล่เนียน
ของอีกฝ่ายอย่างปลงตก แล้วเริ่มลงมือนวด
แล้วอวิ๋นเหยาก็เริ่มพูด “วิชาลวงสวรรค์เป็นวรยุทธ์เซียนชั้นเลิศ
ผลของมันสมดังนาม หลอกเต๋าสวรรค์ได้”
“ผู้ปรารถนาเร้นกาย ใช้วิชานี้ลวงการรับรู้ของตน ซ่อนที่อยู่ของ
ตนได้ ผู้ปรารถนายืดอายุขัยก็ใช้วิชานี้หลอกกาลเวลาได้ ผู้
ปรารถนาข้ามทัณฑ์ หลอกทัณฑ์เซียนรอดทัณฑ์สวรรค์ได้…”
“ด้วยวิชานี้ เจ้าจะลวงสิ่งใดก็ได้”
“ผู้สร้างวรยุทธ์นี้เป็นราชินีปีศาจไร้เทียมทานผู้หนึ่ง ในยุคสมัย
ของนาง มนุษย์ปีศาจกระทบกระทั่ง สองฝ่ายหนี้เลือดลึกล ้า แต่นาง
กลับตกหลุมรักชายผู้หนึ่ง การตกหลุมรักศัตรูต่างเผ่าเช่นนี้เลวร้าย
มาก เท่ากับหักหลังชาติพันธุ์”
“นอกจากนั้น ฝ่ายหนึ่งยังเป็นยอดสตรีเลิศพรสวรรค์ของเผ่า
ปีศาจ ขณะที่อีกฝ่ายเป็นผู้นำเผ่ามนุษย์ หมายความว่าความสัมพันธ์
ของทั้งสองไร้หนทางคืบหน้า”
“ชะตาเล่นตลกกับคนเช่นนี้ สุดท้ายเรื่องระหว่างทั้งคู่ก็ยังถูก
ค้นพบ เกิดผลกระทบหนักหน่วงต่อทั้งสองฝ่าย เพื่อแยกทั้งคู่จากกัน
สองเผ่าพันธุ์จึงผนึกทั้งคู่ไว้แยกกัน”
“ระหว่างการถูกผนึกนับล้านๆ ปี ราชินีปีศาจผู้นั้นสร้างสุด
ยอดวรยุทธ์เซียนซึ่งตบตาได้ทุกสิ่งขึ้นมา ซึ่งก็คือ ‘วิชาลวงสวรรค์’”
“นางใช้วรยุทธ์นี้หนีออกจากผนึก จะออกไปหาชายคนรักแล้ว
หนีไปซ่อนในสถานที่ไร้คน ทว่า……”
กล่าวถึงตรงนี้ อวิ๋นเหยาพลันชะงัก
“ทว่าอะไรหรือ?”
เจียงผิงอันถาม
“ทว่า เพราะขณะนั้นเผ่ามนุษย์เพลี่ยงพล ้าเสียเปรียบ ชายผู้นั้น
จึงลอบโจมตี ฆ่าราชินีปีศาจตนนั้นเพื่อเผ่ามนุษย์ ชิงวิชาลวงสวรรค์
มา และใช้วิชาลวงสวรรค์ลอบโจมตียอดฝีมือเผ่าปีศาจจนบาดเจ็บล้ม
ตายมากมาย สุดท้ายก็ผลาญรากฐานเต๋าเซียน ตกตายไปด้วยกัน
กับสุดยอดฝีมือเผ่าปีศาจ เปลี่ยนประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์ กลายเป็น
วีรชนผู้หนึ่งของเผ่า”
“หนึ่งสตรีเดียวดายเป็นล้าน ๆ ปี มิเคยลืมชายผู้นั้น แต่ชายผู้นั้น
กลับพาคนมาซุ่มโจมตีนาง…”
เสียงของอวิ๋นเหยาสุดแสนเศร้าหมองจนใจ “หากเจ้าต้องเลือก
เจ้าจะเลือกสตรีที่รอเจ้ามาเป็นล้าน ๆ ปี หรือจะฆ่านางเพื่อญาติมิตร
ของเจ้าเอง?”
เจียงผิงอันถามขึ้นว่า “ผู้อาวุโส มีโอกาสสูงแค่ไหนที่สุสานนั้นจะ
มี ‘วิชาลวงสวรรค์’ หรือ? หากมีวรยุทธ์เซียนระดับสูงขนาดนั้นอยู่ ก็
ควรถูกเซียนชิงไปนานแล้วมิใช่หรือ?”
“อย่ามาเบี่ยงประเด็น ข้าถามเจ้าอยู่นะ หากเจ้าเป็นชายผู้นั้น เจ้า
จะเลือกอะไร ตอบข้าก่อน!” อวิ๋นเหยาไม่ไขว้เขวกับคำถามของเจียง
ผิงอัน
เจียงผิงอันเงียบไปเนิ่นนาน จึงตอบว่า “ขออภัยด้วย ผู้อาวุโส
ผู้น้อยไม่รู้จะตอบเช่นไร หากให้ผู้น้อยต้องเลือก ผู้น้อยอยากเลือก
สันติมากกว่า”
“เฮอะ โลกสวยเสียจริง โลกหล้าจับปลาสองมือได้ที่ไหน
ทรัพยากรมีจำกัด โลกหล้าย่อมไม่มีทางสงบ คนที่เจ้ารักอาจหักหลัง
เจ้าเพื่อทรัพยากรก็ย่อมได้”