สู่วิถีอมตะ - บทที่ 752 วิหารเทพชางจือ
“ทุกคนเกิดมา ล้วนต้องผ่านตัวเลือกประมาณเดียวกันนี้ ไม่ช้าก็
เร็ว เจ้าก็จะได้ประสบเอง”
อวิ๋นเหยาไม่ถามคำถามนี้ต่อ “เจ้าไปถามมาให้แน่ใจว่านี่คือ
สุสานราชินีปีศาจแน่หรือ หากใช่ ก็เป็นไปได้เอาการว่าจะมี ‘วิชาลวง
สวรรค์’ อยู่”
“แต่อย่าคาดหวังมากแล้วกัน ‘วิชาลวงสวรรค์’ สาบสูญไปนับแต่
ชายผู้นั้นระเบิดตัวเองแล้ว แต่ก็ยังควรค่าไปให้พินิจ หากเจอขึ้นมา
เจ้าก็พ้นภัย แถมข้ายังออกจากโลงได้ด้วย”
เจียงผิงอันใช้ป้ายเทวะติดต่อเติ้งเส้าสี่
“สหายเต๋าแน่ใจหรือว่านั่นคือสุสานยอดฝีมือท่านนั้นจริง ๆ?
หากเป็นเช่นนั้น ยอดฝีมือระดับเซียนก็หวั่นไหวได้ ขอบเขตอย่างเรา
ไป ก็ไร้โอกาสหาประโยชน์อะไรได้เลยนะ”
เติ้งเส้าสี่ตอบกลับฉับไว “สหายเต๋าเจียงวางใจได้เลย จากการ
ตรวจสอบ ยืนยันได้แล้วว่านั่นเป็นสุสานยอดฝีมือเป่าปีศาจท่านนั้น
จริง หากพูดให้ถูกคือ มันคือโลกใบน้อยที่หลงเหลือหลังความตาย
ของผู้อาวุโสท่านนั้น”
“โลกใบน้อยของสุดยอดฝีมือเช่นนี้มีกฎเกณฑ์บังคับ เซียนมิ
อาจเข้าไปได้ ยอดฝีมือเข้าไปก็มีแต่ทำให้โลกใบน้อยแห่งนี้พินาศลง
จึงมิต้องห่วงเรื่องมีเซียนเลย”
“หากสหายเต๋าเจียงไม่เชื่อ ก็ใช้ป้ายเทวะไปดูที่ [พื้นที่สื่อสาร
สาธารณะ] ได้เลย มีคนหารือเรื่องสุสานนี้อยู่เยอะแยะ”
[พื้นที่สื่อสารสาธารณะ] ในป้ายเทวะเป็นช่องทางสนทนาให้ปวง
ชนได้หารือเรื่องต่างๆ ร่วมกัน แตกต่างจากห้องสนทนาส่วนตัวตรงที่
ยามทิ้งข้อความไว้ ผู้ใดล้วนอ่านได้
เหตุการณ์จะถูกจัดอันดับเป็นพิเศษขึ้นกับจำนวนผู้พูดถึงมัน ยิ่ง
มีผู้พูดถึงมาก อันดับในทำเนียบยิ่งสูง
เจียงผิงอันเข้าไปหา [พื้นที่สื่อสารสาธารณะ] และพบทำเนียบ
ประเด็นทันที
อันดับหนึ่งบนทำเนียบคือ [บุคคลอันดับหนึ่งในขั้นต้นระดับเขต
แดน เจียงผิงอัน]
อันดับสองบนทำเนียบคือ [สุสานราชินีปีศาจตงฟางฉิงเสวี่ยถูก
ค้นพบแล้ว]
อันดับสามบนทำเนียบคือ [ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา]
เจียงผิงอันจิ้มเข้าประเด็นแรก อยากรู้ว่าทุกคนคุยอะไรกัน
“เจียงผิงอันหล่อเหลือเกิน ไว้ข้าเป็นเซียนยามใด ข้าจะไป
อุปถัมภ์เขา!”
“เจ้าเป็นบุรุษมิใช่เรอะ!”
“เจียงผิงอันแข็งแกร่งไปแล้วทำไม? ก็มิใช่ไร้หนทางเป็นเซียน
หรือ”
“เจียงผิงอันเอาชนะผู้อาวุโสเวิ่นชางเทียนในตอนท้ายได้อย่างไร
กัน? ไฉนข้าไม่เข้าใจล่ะนี่?”
บ้างนับถือ บ้างก่นด่า บ้างหารือเรื่องการต่อสู้ของเขา ครึกครื้น
ไปหมด
เจียงผิงอันอ่านเพียงผ่าน ๆ แล้วเลิกสนใจ เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ
วิชาลวงสวรรค์
เขาเข้าอ่านประเด็นที่สอง [สุสานราชินีปีศาจตงฟางฉิงเสวี่ยถูก
ค้นพบแล้ว]
“โลกใบน้อยของราชินีปีศาจในตำนานถูกพบแล้วที่ภพปีศาจ!
ขุมกำลังใหญ่ ๆ ส่งผู้ฝึกตนไปสำรวจกัน มีผู้ใดรวมกลุ่มไปล่าสมบัติ
กันหรือไม่?”
“ผู้ชายตัวเหม็นสมควรตาย! หักหลังสตรีที่รอเขามาเป็นล้านปี
ถุย ชั่วช้า!”
“หากผู้อาวุโสท่านนั้นไม่ทรยศรัก เผ่ามนุษย์อย่างเจ้าคงโดนเผ่า
ปีศาจกลืนลงท้องไปนานแล้ว จะมีโอกาสที่ไหนมาพูดได้แบบนี้?”
“ข้าสงสัยว่าฝ่ายชายน่าจะจงใจหลอกให้ราชินีปีศาจรักมาแต่
แรก น่ารังเกียจนัก”
เจียงผิงอันอ่านบทหารือชั่วขณะ และพอตัดสินได้ว่าโลกใบน้อย
ที่ราชินีปีศาจตงฟางฉิงเสวี่ยเหลือไว้ถูกค้นพบแล้วจริง ๆ และขุม
กำลังหลักในภพเซียนล้วนส่งคนมาสำรวจ
แต่จุดสนใจของปวงชนดูจะไม่ได้อยู่ที่สุสานและโอกาส แต่เน้น
ไปทางโต้เถียงเรื่องของราชินีปีศาจและชายผู้นั้นมากกว่า
เติ้งเส้าสี่ส่งข้อความหาเจียงผิงอันอีกครั้ง “สหายเต๋าเจียง คณะ
[เลือดเหล็ก] ของเราพบกุญแจเข้าสู่แก่นกลางโลกใบน้อยของราชินี
ปีศาจแล้ว ซึ่งก็คือจี้หยกที่สหายเต๋าเซียนเปิดได้จากกล่องปิดผนึก
นั่นแหละ หากสหายเต๋าเจียงจะไปสำรวจ เราไปด้วยกันได้นะ”
เจียงผิงอันตอบกลับไปว่า “สหายเต๋าเติ้ง การฝึกฝนของข้ามิได้
สูง พลังต่อสู้ก็แค่งั้น ๆ หากไปกับพวกเจ้า ข้าอาจเป็นตัวถ่วงเปล่า ๆ”
“เจ้าพลังต่อสู้แค่งั้น ๆ??”
เครื่องหมายคำถามเด้งระรัวในหัวเติ้งเส้าสี่โดยพลัน
คนมุสา ระวังเถอะออกไปฟ้าจะผ่า! หากพลังต่อสู้เจ้าไม่สูง เราจะ
มาขอร่วมกลุ่มกับเจ้าหรือ?
เติ้งเส้าสี่มิได้พูดสิ่งที่คิดในใจออกไป “เราจะออกเดินทางในอีก
สองเดือน ขณะนี้เตรียมตัวกันอยู่ สหายเต๋าเจียงน่าจะใกล้ทะลวง
ขอบเขต ไว้สหายเต๋าบรรลุขั้นกลางระดับเขตแดน แถมมีอาวุธวิเศษ
สองสามชิ้น ตัวตนใต้ระดับเซียนก็ไร้ผู้ใดต่อกรสหายเต๋าได้แล้ว ไม่
เป็นตัวถ่วงพวกเราแน่นอน”
เจียงผิงอันลังเลครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “เช่นนั้นก็ไปด้วยกัน”
การเข้าสู่บริเวณแก่นโลกใบน้อยของราชินีปีศาจต้องใช้จี้หยก
นั่น เขาไม่มีมัน ก็ได้แต่ตามอีกฝ่ายเข้าไป จึงมีโอกาสหา ‘วิชาลวง
สวรรค์’ เจอ
“อีกเรื่องหนึ่ง โปรดพยายามอย่าเผยที่อยู่ของข้า มีคนคิดลอบ
สังหารข้าอยู่ หากเปิดเผยเรื่องของข้าไป เจ้าอาจอยู่ในอันตรายได้
นะ”
เขาไม่อยากสร้างเรื่องให้ผู้อื่น จึงประกาศชัดแต่เนิ่นๆ
“สหายเต๋าเจียงมีคณะหรือยัง? หากยังก็เข้าร่วมกับเราเลือด
เหล็กได้เลย เราเลือดเหล็กปกป้องสหายเต๋าเจียงได้นะ”
เติ้งเส้าสี่พูดอย่างภาคภูมิ “เราอยู่ในห้าอันดับแรกของสำนักเลย
ล่ะ”
เจียงผิงอันปฏิเสธ “ขอบคุณสำหรับน ้าใจ ยามนี้ข้ายังไม่อยาก
เข้าร่วมคณะใด ก่อนหน้านี้ข้าเพิ่งเข้าร่วมคณะหนึ่งมาแล้วถูกขับ
ออก คนเหล่านั้นก่อนหน้านี้ก็บอกจะปกป้องเราแบบนี้แหละ”
“เออะ… ก็ได้” เติ้งเส้าสี่รู้สึกเหมือนเจียงผิงอันมีแผลใจ จึงไม่
ไว้ใจพวกเขา
“นัดสถานที่เวลามาเถอะ”
“เจอกันในอีกสองเดือน ที่ทางเข้าภพปีศาจ”
“ได้”
ทั้งคู่ตกลงเวลากัน เมื่อถึงยามนั้น ทั้งสองล้วนต้องเตรียมตัว เจียง
ผิงอันก็ต้องทะลวงขอบเขตก่อน
สามวันให้หลัง เจียงผิงอันเดินขาเปลี้ยออกจากห้อง มุ่งหน้าสู่
‘วิหารเทพชางจือ’ บนยอดเขาเทียนชู
เดิมที เจียงผิงอันจะไปทะลวงขอบเขตที่ ‘โถงบรรลุเต๋า’ ณ ตีน
เขา แต่ยามนี้เขาจะไปสถานที่ฝึกฝนใดก็ได้โดยมิต้องเสียเงินสาม
หมื่นปี ไฉนไม่มุ่งตรงไปที่ ‘วิหารเทพชางจือ’ บนยอดเขาเลยเล่า?
วิหารเทพชางจือมีกฎรากฐานอันบริสุทธิ์และกระจ่างแจ้งมากกว่า
นอกจากนั้น วิหารเทพชางจือยังเป็นหนึ่งในแดนศักดิ์สิทธิ์
สำหรับฝึกฝนอันลือนามที่สุดในสำนักศึกษาชางจือ เหล่าเซียนที่
ฝึกฝนในนี้ล้วนทิ้งร่องรอยกฎเกณฑ์เต๋าเซียนไว้ เมื่อจำนวนมีมาก
กระทั่งบุคคลชั้นนำของภพเซียนยังเคยฝึกฝนที่นี่มาก่อน ทิ้งภาพ
ฉายระหว่างการฝึกฝนไว้
ภาพฉายและกฎเกณฑ์เหล่านี้ ผู้ฝึกตนรุ่นหลังล้วนพินิจศึกษา
ได้ หลังจากสั่งสมมาเกินนับปี ก็ไม่รู้มีเซียนมากมายเพียงไรทิ้ง
ร่องรอยไว้ มูลค่าของมันเกินประมาณ
ประเมินทั่วทั้งภพเซียน วิหารเทพชางจือก็เป็นหนึ่งในแดน
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดสำหรับการฝึกฝน
การมาสัมผัสที่นี่หนึ่งวัน ให้ผลดีกว่าตระหนักแจ้งในโลก
ภายนอกร้อยปี
เจียงผิงอันยกเวลาฝึกฝนครึ่งหนึ่งของตนให้เหมียวเสีย ซึ่งก็คือ
หมื่นห้าพันปี
“เจ้าให้เวลาฝึกฝนข้าเยอะขนาดนี้ ข้ามิอาจตอบแทน มีแต่ต้อง
คลอดลูกร้อยคนให้เจ้าแล้ว” เหมียวเสียว่า
เจียงผิงอันเกือบทรุดคาประตูวิหาร “ศิษย์พี่หญิง อย่าก่อเรื่องสิ”
แค่สามวันเขายังขาเปลี้ย ให้เขาปราชันยอดฝีมือไร้เทียมทานยัง
ไม่เหนื่อยเพียงนี้เลย
หากจะให้มีลูกร้อยคน เขาต้องขยันขนาดไหนกัน!
เหมียวเสียหยุดล้อเล่น มาที่ประตูวิหาร ปราณศักดิ์สิทธิ์จากมัน
ทำให้นางมิกล้าเลินเล่อ
วิหารเทพรายล้อมด้วยดวงดาว กฎเต๋าเซียนลึกล ้าทรงพลัง
อักขระเซียนเรียงร้อยวนเวียนบนวิหาร เรืองรองเจิดจรัสจนต้องชื่นชม
ยอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์สองท่านพิทักษ์ประตู ทำหน้าที่เช่น
ทวารบาล เปี่ยมอำนาจกดดัน
ด้วยความประหม่า เหมียวเสียจึงคว้าแขนเจียงผิงอันอย่างเผลอ
ตัว
ความแข็งแกร่งของเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงอยู่ในระดับเซียน
สวรรค์ หากเป็นที่นี่ ก็เทียบเท่าทวารบาลทั้งสอง
สำนักศึกษาชางจือร้ายกาจยิ่ง
เจียงผิงอันเดินไปหายอดฝีมือทั้งสอง กุมกำปั้นคารวะ “ผู้อาวุโส
ผู้น้อยมาฝึกฝนที่นี่ขอรับ”
เซียนสวรรค์ซ้ายมือลืมตาขึ้นลูบเครา มองเจียงผิงอันอย่างพึง
พอใจ “ผู้น้อยผู้นี้ไม่เลวยิ่ง ข้าจะให้บุตรหลานสตรีระดับเซียนตระกูล
ข้าไปเป็นผู้หญิงของเจ้าร้อยคน ปกป้องเจ้าได้ตลอดวันคืน เจ้าก็แค่
พยายามมีบุตรให้ได้เต็มที่ก็พอ ข้อเสนอเช่นนี้เป็นไร?”