สู่วิถีอมตะ - บทที่ 762 คลังสมบัติชั้นห้า
เจียงผิงอันที่ฐานรูปสลักคิดรอเติ้งเส้าสี่และคณะเพื่อขึ้นชั้นห้า
ด้วยกัน
ทว่า ยามเขายืนหน้ารูปสลัก แทบไร้ผู้ใดขยับตัว พวกเขาทำ
เพียงจ้องตรงมา สายตาพิกลอย่างยิ่ง
เนิ่นนานจากนั้น เจียงผิงอันจึงตระหนักว่าเหตุใดคนเหล่านี้จึงไม่
ขยับ
เขายืนอยู่หน้ารูปสลัก หากคนเหล่านี้ยังคุกเข่าโขกหัว ก็จะ
เหมือนพวกเขาโขกหัวให้เจียงผิงอัน
คนเหล่านี้ยังรับได้หากต้องโขกหัวให้เซียนชั้นผู้นำ แต่มิอาจทน
โขกหัวให้ผู้มีขอบเขตต ่ากว่าตนได้
“เช่นนั้น ข้าจะไปรอที่ชั้นห้านะ”
เจียงผิงอันทิ้งวาจาให้คนจากคณะเลือดเหล็ก แล้วเหินสู่ทางเข้า
ชั้นห้า
เมื่อเห็นเขาลับตา คนอื่น ๆ ก็คุกเข่าโขกหัว เร่งรุดเข้ามาอีกครั้ง
เจียงผิงอันเข้าสู่ชั้นห้า พบกับอาคารตระหง่านเรียงรายเป็นทิว
แถว
อาคารเหล่านี้ดูคลับคล้ายคลังสมบัติ มีอักขระค่ายกลเรืองรอง
คุ้มกัน
ผู้ฝึกตนยี่สิบสามสิบคนกำลังถอดรหัส โจมตีค่ายกลรอบอาคาร
เหล่านี้ เกิดเป็นเสียงอึกทึกดังสนั่น
คลังสองแห่งถูกเปิดแล้ว เห็นได้ชัดว่าทรัพยากรข้างในถูกกวาด
เกลี้ยง
หัวใจของเจียงผิงอันเต้นระทึก คนเหล่านี้ระห ่านัก ข้างในคลัง
น่าจะมีอาวุธวิเศษและทรัพยากรมากมาย
จิตสัมผัสสายแล้วสายเล่ากระทบตัวเจียงผิงอัน ยอดฝีมือบนชั้น
ห้าสังเกตเห็นเขาแล้ว
“มีคนมา!”
“แค่ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน ไม่ต้องสนใจ รีบทะลวงค่าย
กลเสีย น่าจะมีผู้ฝึกตนตามมาอีก!””
คนเหล่านี้ไม่สนใจเจียงผิงอันสักนิด ในสายตาพวกเขา ผู้ฝึกตน
ระดับนี้มิอาจเป็นภัยต่อพวกเขาเลย
เรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้คือบุกทะลวงค่ายกลเข้าไปชิงสมบัติใน
คลังต่างหาก
ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนคนเดียว พวกเขาไม่ต้องเสียเวลา
เลย
คลังเหล่านี้น่าจะเป็นกรุสมบัติสำหรับบริวารรับใช้ราชินีปีศาจ มี
อาวุธวิเศษชั้นเลิศมากมาย พวกเขากระทั่งได้ศาสตราเซียนมาหลาย
ชิ้น!
เจียงผิงอันสังเกตเห็นว่าจิตสัมผัสผละจากตัวเขา จึงออกเหินไป
ยังคลังขนาดเล็กที่มุมหนึ่ง
ผู้ฝึกตนทั้งหลายตั้งอกตั้งใจทะลวงค่ายกลตามคลังขนาดใหญ่
ไม่เห็นคลังเล็ก ๆ ในสายตาแม้แต่น้อย
เจียงผิงอันยามนี้อยู่ลำพัง แม้จะสามารถพอเปิดคลังขนาดใหญ่
แต่เขาก็ทำไม่ได้ หาไม่แล้ว คนทั้งหลายได้มารุมแย่งไปหมดแน่
เปิดคลังขนาดเล็กก่อน แล้วรอคนจากคณะเลือดเหล็กตามมา
ค่อยเปิดคลังใหญ่ด้วยกัน
ดวงตาของเจียงผิงอันพิเศษ เขาสามารถมองทะลุมายา ค่ายกล
พลังในตัวศัตรู อาภรณ์และอื่น ๆ ได้ แม้จะไม่เชี่ยวชาญค่ายกล เขาก็
ยังเห็นการโคจรของมันได้ ขอเพียงขัดการโคจรในเนตรค่ายเสีย ก็
จะกระทบต่อค่ายกลจนทำลายได้
เมื่อมาถึงคลังขนาดเล็ก หนึ่งค่ายกลก็ทำงาน แยกตัวเขาจาก
โลกภายนอก
เจียงผิงอันเร่งวิชาเนตร อักขระค่ายกลตรงหน้าชัดเจนขึ้น วง
โคจรพลังที่ซ่อนในค่ายกลปรากฏตรงหน้าเขาชัดเจน
เขาควบคุมพลังวิญญาณ ทำลายวงโคจรพลังของค่ายกล
จุดแข็งที่สุดของพลังวิญญาณอยู่ตรงที่ มันสามารถเมินระยะห่าง
เล่นงานเป้าหมายที่สามารถมองเห็นได้ทันที
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วละเลียดชา หนึ่งเสียงเปรี้ยงก็ดังขึ้น แล้ว
อักขระค่ายกลก็สลายไป
เจียงผิงอันสุดปรีดา หัวใจเต้นระรัว ผลักประตูคลังปราดเข้าไป
ทันที
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เจียงผิงอันสะท้านทั้งกาย
อาวุธวิเศษชั้นเลิศนับร้อยเรียงรายในคลัง ทั้งดาบ กระบี่ ชุด
เกราะ โล่… รวมแล้วเกือบร้อยชิ้น!
เจียงผิงอันเห็นกระทั่งกระบี่เซียนเล่มหนึ่งแผ่รัศมีเซียนอยู่ในสุด!
ทันทีที่เห็นศาสตราเซียน เจียงผิงอันมิเพียงไม่ปรีดา สีหน้ายังบูด
เบี้ยว
เขาประเมินมูลค่าของคลังเหล่านี้ต ่าไป
กระทั่งคลังขนาดเล็กที่สุดยังมีศาสตราเซียน
แต่นี่มิใช่เรื่องดีเลย
สัมผัสอันตรายปราชิดจนขนลุก เจียงผิงอันพุ่งเข้าสู่ภายในคลัง
คว้าด้ามกระบี่เซียน มองกลับไปยังจุดที่เคยยืนอยู่ทันที
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเหวี่ยงกระบี่ฟันอากาศ ดวงตาปรากฏความ
ประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่ามิคาดฝันว่าจะลอบโจมตีพลาดเป้า
ผู้ฝึกตนพากันปรากฏตัวตามกันที่ประตู รวมสิ้นแปดคน ต่างผู้
ล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดน
“หากไม่อยากตาย ส่งศาสตราเซียนมา”
ยอดฝีมือทั้งแปดจ้องมองเจียงผิงอัน กล่าวกับเขาอย่างเฉยชา
“ข้าส่งศาสตราเซียนให้ได้ แต่ถอยทางให้ข้าออกไปก่อน” เจียง
ผิงอันกล่าวเสียงขรึม
ไม่ว่าพลังต่อสู้ของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่เขาจะ
รับมือยอดฝีมือกลุ่มนี้ได้
“เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาต่อรองกับเรา? ยามนี้หากไม่วาง
ศาสตราเซียนแล้วไสหัวไปก็ตาย” สายตาของคนเหล่านี้สุดเหยียด
หยาม ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนเช่นนี้ พวกเขาหาสนใจสักนิด
ไม่
เจียงผิงอันพลันเหวี่ยงกระบี่ ตะโกนใส่พื้นที่ว่างทางขวา “ไสหัว
ไป! หากกล้าเข้ามา เราจะตายด้วยกัน!”
“มีฝีมือนี่ หาข้าเจอด้วย”
ในที่ว่างทางขวามือ ผู้ฝึกตนปิดหน้าในชุดดำผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
เขาเชี่ยวชาญการลอบสังหาร ระดับการพรางตัวสูงส่งยิ่ง ผู้ฝึก
ตนมากมายในขอบเขตเดียวกันยังอาจตรวจหาเขาไม่เจอ แต่เจ้าเด็ก
นี่ทำได้
คนทั้งแปดไม่กล้าขยับ เหตุที่มิเข้าไปฆ่าเจียงผิงอันตรง ๆ ก็
เพราะกระบี่เซียนในมือเขา
นอกจากเสริมพลังต่อสู้ของอีกฝ่ายแล้ว กระบี่เซียนนี้จึงจะดึงหุ่น
เชิดระดับเซียนมาด้วย
ในโลกใบน้อยแห่งนี้ ขอเพียงใช้อาวุธวิเศษเกินระดับสมบัติลับ
หุ่นเชิดระดับเซียนจะมาหา
หากถูกหุ่นเชิดระดับเซียนเล่นงาน ไม่มีไพ่ตายก็ตายเอง
“ข้าเกลียดการถูกขู่ที่สุด อย่างเจ้าควรค่าขู่เราด้วยหรือ คิดว่า
เราไม่มีทางจัดการเจ้าเลยหรือไร?”
ในหมู่คนทั้งแปด ผู้ฝึกตนหญิงในชุดกระโปรงสีเหลืองนางหนึ่ง
แค่นยิ้ม ตะโกนออกไปข้างนอก “ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนมี
ศาสตราเซียนกับตัว เขาเปิดค่ายกลเองได้ เขาเป็นผู้ใช้ค่ายกล! หาก
จับเขาได้ คลังอื่น ๆ ก็เปิดได้แล้ว!”
สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนรุนแรง
ผู้บริสุทธิ์ไร้ความผิด แต่ผิดที่ครองสมบัติ เขามีศาสตราเซียนใน
ขอบเขตเช่นนี้ ในสายตาคนเหล่านี้ เขาก็ไม่ต่างจากแการอถูกเชือด
เรื่องสำคัญที่สุดคือ สตรีผู้นี้บอกว่าเขาเปิดค่ายกลบนคลังได้ คำ
ลวงใจเช่นนี้เย้ายวนยิ่งกว่าศาสตราเซียนอีก
กระทั่งคลังขนาดเล็กที่สุดยังมีศาสตราเซียน คลังขนาดใหญ่อื่น
ๆ ต้องมีสมบัติมากกว่านี้แน่
ยามนี้ผู้ฝึกตนเหล่านี้ไม่มีผู้ใช้ค่ายกลช่วยเหลือ เมื่อข่าวนี้แพร่ง
พราย ต้องเป็นที่สนใจแน่นอน!
จริงเช่นนั้น ทันทีที่สิ้นคำสตรีผู้นั้น เส้นแสงก็พุ่งกรูกันเข้ามา
เพียงพริบตา ยอดฝีมือยี่สิบสามสิบคนก็ปรากฏในคลัง ปราณ
อันน่าสะพรึงกลัวกดดันสุญตาบิดเบี้ยว
สตรีชุดเหลืองยิ้มให้เจียงผิงอันอย่างเหี้ยมเกรียม “หนนี้ ต่อให้
เจ้าใช้ศาสตราเซียนเรียกหุ่นเชิดมา เราก็ร่วมมือกันจัดการเจ้าได้”
นางเรียกคนมามากมายก็แค่เพื่อกระจายความเสี่ยง
ยอดฝีมือหลายสิบคนจ้องมองเจียงผิงอันอย่างกระหาย พวกเขา
อยากได้ผู้ใช้ค่ายกลมาช่วยเปิดค่ายกลที่สุดในขณะนี้
เจียงผิงอันถูกกดดันอย่างรุนแรง มือที่ถือกระบี่เซียนชุ่มเหงื่อ แต่
สีหน้ายังคงไร้อารมณ์ เขาเป็นพวกที่ยิ่งอันตรายยิ่งเยือกเย็น หากเขา
ลนลานในเวลาเช่นนี้ เขาได้ตายแน่ ๆ
“ข้าเป็นผู้ใช้ค่ายกลจริง ผู้ใดปกป้องข้าได้ ข้าจะช่วยฝ่ายนั้นเปิด
ค่ายกล”
เพื่อเอาตัวรอด เจียงผิงอันในยามนี้จึงต้องแสดงมูลค่าของตนเอง
ให้มากที่สุด คนเหล่านี้จะได้ไม่ลงมือกับเขาง่าย ๆ
“อย่าถูกหลอก เขาจะยุให้เราแตกกัน!”
สตรีชุดเหลืองอ่านจุดประสงค์ของเจียงผิงอันได้ทันที และพูดขัด
ขึ้นมิให้เกิดการขัดแย้ง “อย่ามัวเสียเวลาเลย ชั้นห้ายังมีคลังตั้ง
เยอะแยะ เราสามขุมกำลังแบ่งกันได้ฝ่ายละหลายคลังเลยนะ!”
เจียงผิงอันจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเคืองแค้น สตรีผู้นี้หาอันตรายมา
ใส่เขา น่ารังเกียจนัก