สู่วิถีอมตะ - บทที่ 763 ระเบิดศาสตราเซียน
ในคลัง ยอดฝีมือหลายสิบคนมองเจียงผิงอันเยี่ยงหมาป่าโหย
“ไร้จำเป็นต้องสู้กันจริง ๆ แหละ คลังที่นี่ตั้งมากมาย เราแบ่งกันก็
ได้” ผู้ฝึกตนอีกกลุ่มพูด
“เห็นด้วย” กลุ่มที่สามเสริม
สตรีชุดเหลืองกล่าวกับคนจากกลุ่มอื่น ๆ “เราพบตัวผู้ใช้ค่ายกล
คนนี้ก่อน เรายังไม่เปิดคลังใด ๆ ดังนั้นเราจะใช้เขาก่อน”
“แน่นอน พวกเจ้าเปิดก่อนหนึ่งคลัง แล้วค่อยให้เราใช้”
สามขุมกำลังเจรจากันอย่างสุดเป็นมิตร ดูสมเหตุสมผลมาก แต่
พวกเขาเมินความรู้สึกของทางเจียงผิงอันไปสิ้น หรือก็คือไม่เห็นหัว
เขาเลย
ในสายตาคนเหล่านี้ เจียงผิงอันเป็นเพียงเครื่องมือ หามีทางเลือก
ไม่
เมื่อเจรจาเสร็จสิ้น ความสนใจของทั้งหมดก็กลับมาที่เจียงผิงอัน
สีหน้าของพวกเขาเฉยชา มิได้เป็นมิตรเหมือนเช่นเจรจากับสหายผู้
ฝึกตน
“ข้าให้สมบัติเซียนในมือเจ้าได้ แต่เจ้าต้องช่วยเราเปิดค่ายกล”
พวกเขาพูดเช่นนี้เพื่อกล่อมผู้ใช้ค่ายกล รอจนเขาเปิดค่ายกล
แล้วฉวยศาสตราเซียน หากอีกฝ่ายทำตัวไม่รู้เรื่อง ก็ส่งไปตายเสีย
“ฮ่า ๆ พวกเจ้าจะให้ข้าลำบากเปิดค่ายกล มิเพียงไม่ให้ประโยชน์
กับข้า ยังจะฉกชิงจากข้าอีก ฮ่า ๆ”
เจียงผิงอันพลันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ราวได้ยินเรื่องตลกจี้เส้น
เสียงหัวเราะของเจียงผิงอันกึกก้องในคลัง สีหน้าของคนอื่น ๆ ยิ่ง
ทวีความบูดบึ้ง พวกเขาฟังออกว่าอีกฝ่ายกำลังเย้ยพวกตน
“เจ้าอยากตายเหรอ?”
สตรีชุดเหลืองจ้องเจียงผิงอัน
“ใช่”
เจียงผิงอันแสยะยิ้ม “มาฆ่าข้าสิ”
สตรีชุดเหลืองหรี่ตา “คิดหรือว่าหากเราต้องการให้เจ้าเปิดค่าย
กล เราจะทำอะไรเจ้าไม่ได้? เรามีวิธีทรมานเจ้าเป็นพันหมื่น ให้เจ้าอยู่
อย่างแย่กว่าตายยังได้”
บุคคลข้างนางกล่าวขึ้นทันที “ไม่ต้องมากความ ข้ามีหนอนกู่อยู่
ใช้ควบคุมเขาได้”
คนทั้งหลายจ้องมองเจียงผิงอัน
พวกเขามีกันตั้งมากมาย อีกฝ่ายอยู่เพียงลำพัง ต่อให้มีศาสตรา
เซียนก็มิช่วยอะไร
ต่อให้เรียกหุ่นเชิดระดับเซียนมาก็ไร้ประโยชน์ ขอเพียงบังคับอีก
ฝ่ายให้เปิดค่ายกลได้ ก็จะได้ทรัพยากรไปมากมายพอชดเชยสิ่งที่
เสียไปกับหุ่นเชิดได้
ทว่า ก่อนพวกเขาจะทันลงมือ เจียงผิงอันก็ชิงขว้างกระบี่เซียน
ในมือใส่สตรีชุดเหลือง
สตรีชุดเหลืองเกือบหลุดขำ ไอ้โง่นี่ การลอบโจมตีระดับนี้หามี
ประโยชน์กับนางไม่ มีแต่จะเอากระบี่เซียนมาให้นางเปล่า ๆ!
นางเบี่ยงตัวหลบการโจมตี เอื้อมมือคว้าด้ามกระบี่ ทว่ายามนั้น
กระบี่เซียนพลันร้าวราน เรืองรัศมีจ้าจรัส
“ไม่ใช่แล้ว! เผ่นเร็ว! ศาสตราเซียนจะระเบิด!”
ผู้ฝึกตนไหวตัวเร็วสัมผัสอะไรได้ ล่าถอยไปทันที
ตู้ม!
เสียงระเบิดเลื่อนลั่นสนั่นหล้า กฎเต๋าเซียนกระจายตัว ทั้งคลัง
ระเบิดไปพร้อมกับอาวุธวิเศษนับร้อยในพริบตา ต่างชิ้นล้วนกระจาย
ตัวเป็นคลื่นพลังชวนขนลุก
สตรีชุดเหลืองซึ่งอยู่ใกล้ศาสตราเซียนที่ระเบิดที่สุดตกตายไป
ทันที ผู้ฝึกตนอับโชคอีกหลายคนถูกเศษศาสตราเซียนผ่าร่าง
ขณะที่คนอื่น ๆ เผ่นหนีขวัญกระเจิง
“มารดามัน! สารเลวนี่ถึงกับระเบิดศาสตราเซียน!”
“เขาเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน ไฉนจึงระเบิดศาสตรา
เซียนได้? เว้นแต่เขาจะเป็นนักหลอมอาวุธระดับสูงที่เชี่ยวชาญ
ศาสตร์หลอมอาวุธ!”
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าเจียงผิงอันจะระเบิดศาสตราเซียนได้ หากเป็น
สถานการณ์ทั่วไป ต่อให้เจียงผิงอันเป็นเซียน ก็ยังยากระเบิด
ศาสตราเซียนได้ไวเช่นนี้ ทำให้ไร้ผู้ใดตั้งตัวติด
“บังอาจลอบโจมตีเหลาจื่อ เหลาจื่อจะสับเจ้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้น!”
แต่การระเบิดนี้ยังไม่จบ แรงระเบิดลามไปยังคลังแห่งอื่น ค่ายกล
รายล้อมระเบิดไปพร้อม ๆ กับอาวุธวิเศษข้างใน
ตู้ม! ตู้ม!
คลังแห่งแล้วแห่งเล่าระเบิดตามกัน ศาสตราเซียนระเบิดตามกัน
เป็นลูกโซ่ เศษอาวุธวิเศษกระจายเกลื่อนฟ้า ทั่วทั้งชั้นห้าเต็มไปด้วย
เสียงระเบิด ปกคลุมเหล่าผู้ฝึกตนทั่วทิศ
หากมิใช่เพราะหอคอยสีแดงนี้ระดับสูง มันคงได้ถล่มไปแล้ว
กระทั่งผู้ฝึกตนที่ชั้นสี่ยังสัมผัสแรงสั่นสะเทือนได้ ต่างผู้ล้วนแหงน
มองชั้นห้า
“ชั้นห้าเกิดอะไรขึ้น? แรงสั่นสะเทือนน่ากลัวอะไรเช่นนี้!”
“ดูเหมือนจะเป็นคลื่นพลังเต๋าเซียน หรือบนชั้นห้าจะมีหุ่นเชิด
ระดับเซียนอยู่?”
“เช่นนั้นก็ขึ้นมิได้แล้วสิ? หากขึ้นไป ชีวิตก็อาจอยู่ในอันตราย
ได้”
แรงระเบิดสะท้านสะเทือนนี้ทำให้ผู้ฝึกตนบนชั้นสี่ตกใจ มิกล้า
ขึ้นไปแล้วเตรียมหลบหนี แรงสะเทือนนี้ทำให้พวกเขาขวัญผวา
เติ้งเส้าสี่กังวลยิ่ง “ข้างบนนั่นเกิดอะไรขึ้น? ไม่รู้สหายเต๋าปัวอยู่
ในอันตรายหรือไม่”
เขาหรือจะรู้ว่าอันตรายที่ว่าเกิดขึ้นเพราะเจียงผิงอันนี่แหละ
การสั่นสะเทือนดำเนินอยู่ครู่หนึ่งจึงเงียบลง เมื่อแรงระเบิดชวน
สะท้านจางลง เศษอาวุธวิเศษก็เริ่มโปรยปรายจากฟ้า
เดิมที ชั้นห้ามีคลังตั้งเรียงราย แต่หลังจากระเบิดจบลงก็
หลงเหลือเพียงซาก อาวุธวิเศษนับไม่ถ้วนระเบิดแหลกเป็นเศษเสี่ยง
รัศมีหมองหม่น
รอยแยกมิติปรากฏขึ้น ผู้ฝึกตนสี่คนที่ซ่อนตัวในโลกใบน้อยของ
ตนเดินออกมา ใบหน้าสุดแสนพรั่นพรึง
ยามมองซากพินาศตรงหน้า หัวใจพวกเขาก็รวดร้าวเหมือนมีด
กรีดเฉือน
อาวุธวิเศษนับไม่ถ้วนพินาศสิ้น จากคนยี่สิบสามสิบคน มีเพียง
พวกเขาทั้งสี่ที่เหลือรอด
ผู้รอดชีวิตมิได้แข็งแกร่ง แต่พวกเขาโชคดี และยังใช้อาวุธวิเศษ
ช่วยชีวิตล่วงหน้า หาไม่ต่อให้ซ่อนตัวในโลกใบน้อยก็ไร้ประโยชน์
เศษซากจากการระเบิดศาสตราเซียนทะลวงมิติเข้าสู่โลกใบน้อยได้
“ไอ้เวรนั่น!!”
เหล่าผู้รอดชีวิตล้วนเดือดดาล อกสุมด้วยจิตสังหาร อาวุธวิเศษ
ถูกทำลายเรียบ ไม่เหลือเลย! ทั้งหมดก็เพราะผู้ใช้ค่ายกลสมควรตาย
นั่น หากมิใช่เพราะอีกฝ่ายระเบิดศาสตราเซียน ที่นี่หรือจะถูก
ทำลาย?
คนเหล่านี้มิได้สำเหนียกเลยว่าพวกเขานั่นแหละปัญหา มีอาวุธ
วิเศษอยู่แล้วเยอะแยะ ต่อให้แบ่งกันไปเกินครึ่งก็ยังกำไรมหาศาล ต่อ
ให้บรรลุเซียนก็ยังมิต้องกังวลเรื่องทรัพยากร
แต่พวกเขาก็ไม่อยากแบ่งอะไรให้เจียงผิงอัน ในสายตาพวกเขา
เจียงผิงอันไม่ใช่คนแต่เป็นแค่เครื่องมือ ไฉนพวกเขาต้องแบ่ง
ทรัพยากรให้เครื่องมือด้วย?
“หากเจ้านั่นไม่ตาย ข้าจะสับเขาเป็นชิ้น ๆ!” ผู้ฝึกตนซึ่งถูกเศษ
อาวุธวิเศษสะบั้นแขนแผดเสียง
“เขายังไม่ตาย!”
ใครบางคนพลันสังเกตเห็นบางสิ่งแล้วอุทาน
เมื่อทุกคนมองตามไป ก็พบผู้ฝึกตนคนหนึ่งพุ่งไปยังทางเข้าชั้นสี่
คนผู้นี้ก็คือ ‘ผู้ใช้ค่ายกล’ ผู้ทำลายที่นี่!
ผู้คนตกตายมากล้น แต่เขายังมีชีวิต!
“อย่าปล่อยให้หนีไป ข้าจะสับเขาเป็นชิ้น ๆ กับมือ!”
ผู้ฝึกตนทั้งสี่ไล่ตามอย่างเดือดดาล แม้จะไม่รู้ว่าเด็กนั่นรอดมา
ได้อย่างไร แต่ก็ดีแล้ว พวกเขาอยากฆ่าผู้ฝึกตนที่ทำลายโอกาสของ
พวกเขากับมือ
เมื่อคิดว่าศาสตราเซียนมากมายมลายสิ้น พวกเขาก็สุดแสนใจ
สลาย
หนนี้ ดูซิเขาจะยังหนีไปไหนได้!
บุคคลที่ใกล้ทางออกที่สุดขวางทางออก มิให้เจียงผิงอันหนีได้
ทันที
“จะหนี? ไม่มีทาง!”
คนผู้นี้ใช้ธงค่ายกลกางอาคม ขังเจียงผิงอันไว้ข้างในทันที
พวกเขาทั้งสี่ตามเข้าไป จ้องมองเจียงผิงอันอย่างเดือดแค้น
“สารเลว ดูซิเจ้าจะไปไหนได้!”