สู่วิถีอมตะ - บทที่ 764 ปราชันสี่ยอดฝีมือ
ผู้ฝึกตนทั้งสี่รายล้อมเจียงผิงอัน จิตสังหารจากตัวแทบควบแน่น
เป็นสสาร สังหารผู้ฝึกตนระดับต ่าได้แสนง่าย
ใบหน้าของเจียงผิงอันเปี่ยมความพรั่นพรึง “ข้าผิดไปแล้ว ปล่อย
ข้าไปเถอะ ข้ายกทรัพยากรทั้งหมดที่มีให้เลยก็ได้!”
“เพิ่งรู้ตัวว่าผิดหรือ? สายไปแล้ว ทำลายทรัพยากรเรา ฆ่าพวก
เราไปมากขนาดนี้ เพิ่งมาบอกว่าผิดไปแล้ว จะให้เราปล่อยไป? ฝัน
ไปเถอะ!”
ผู้ฝึกตนซึ่งถูกศาสตราเซียนสะบั้นแขนพุ่งเข้าหาเจียงผิงอัน ยก
แขนอีกข้างที่เหลือคว้าคอเจียงผิงอัน ตั้งใจจะหักกระดูกเขาทีละท่อน
เพื่อระบายโทสะ
ทว่า ทันทีที่ปราชิดตรงหน้าเจียงผิงอัน ความกลัวก็หายไปจาก
ใบหน้าอีกฝ่าย พร้อมหลุมดำอันลึกล ้าสุดขีดปรากฏสูบร่างเขา
หายไปในพริบตา
“เหลืออีกสาม”
เจียงผิงอันจ้องมองผู้ฝึกตนที่เหลืออีกสามอย่างสุขุมเคร่งขรึม
อุบายลอบโจมตีเช่นนี้ใช้ได้เพียงหน หลังจากนี้ใช้ได้ไม่ง่าย
แสร้งทำอ่อนแอไปก็ไร้ประโยชน์
หากเขาอยู่ที่นี่ครบสามร่าง มันคงไม่อันตรายอะไรนัก ปัญหาอยู่
ตรงที่ร่างศึกอยู่ในวิหารเทพชางจือที่ สำนักศึกษาชางจือ ขณะนี้มี
เพียงร่างจริงและอวตารกลืนสวรรค์ จึงอันตราย
ผู้ฝึกตนอีกสามคนเห็นเจียงผิงอันกลืนร่างยอดฝีมือขั้นปลาย
ระดับเขตแดนไปในพริบตา ก็ก้าวถอยอย่างเผลอตัว
“พลังกลืนกินอะไรน่ากลัวชะมัด ถึงกับกลืนคนข้ามระดับได้!”
การได้เห็นยอดฝีมือระดับเดียวกันหายไปต่อหน้าทำให้พวกเขา
ขนลุกซู่
“พลังเช่นนี้ อย่างมากก็ลอบโจมตีได้เพียงหน ขอเพียงระวังไว้
ก่อนก็ไม่น่าเป็นอะไร เราสามคนร่วมมือกัน ต้องจัดการเขาได้แน่!”
ไม่ว่าอย่างไร ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนทั้งสามก็มิได้เสีย
ขวัญเพราะผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนจนไม่กล้าขยับ
อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน พวกเขาสามคน
จะรับมือไม่ได้เชียวหรือ?
ทั้งสามชำเลืองกัน แล้วแยกกันโจมตีเจียงผิงอันจากสามทิศทาง
เจียงผิงอันไร้ลังเล กางเขตแดนแห่งกำลัง เขตแดนโน้มถ่วงและ
เขตแดนกลืนกินทันที ทันทีที่สามเขตแดนปรากฏ ความเร็วของสาม
บุคคลก็ถูกกระทบ รวมถึงหัวใจที่สะท้านรุนแรง
ผู้ฝึกตนสองคนจากสำนักศึกษาชางจือพอตระหนักถึงบางสิ่ง
แล้ว แต่พวกเขาหยุดมิได้ เร่งรากฐานในกายสุดกำลังเพื่อเร่ง
ความเร็วการพุ่งตัว
ผู้ฝึกตนถือดาบใหญ่ว่องไวกว่าใคร เขามาปราชิดเจียงผิงอัน
ฉาบกฎรากฐานเข้ากับดาบ ฟาดฟันหมายบั่นหัวเจียงผิงอัน สับสุญ
ตาร้าวเป็นรอยสีดำสนิท
เจียงผิงอันกางปีกเทวะ เลี่ยงหลบการโจมตี ใช้วิชาสลาย
ยุทธภัณฑ์ฟาดใส่ดาบของอีกฝ่าย
พริบตานั้น ใบดาบแตกสลายเป็นเสี่ยง ขณะเดียวกัน ใครอีกคน
ก็พุ่งมาข้างหลัง แทงกระบี่ยาวเข้าใส่
จากนั้น หลุมดำก็ปรากฏเบื้องหลังเขา ปล่อยกระบี่แทงเข้าไป
แล้วหลุมดำก็สลายตัว
ผู้ฝึกกายาคนที่สามก็พุ่งตรงเข้ามา เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ ขณะที่
เจียงผิงอันออกหมัดเข้ารับ
ตู้ม!
คลื่นพลังชวนสะพรึงเลื่อนลั่นจากการปะทะ สนั่นสะท้านดุจนภา
ถล่ม หมัดของทั้งสองร้าวแหลกพร้อมเพรียง
ผู้ฝึกตนที่เหวี่ยงหมัดเข้ามาขนหัวลุกเมื่อพบว่าปราณของตนถูก
อีกฝ่ายดูดซับอย่างรวดเร็ว
นักดาบเองก็ตกตะลึง ดาบล ้าค่าของเขาถูกอีกฝ่ายตบทีเดียว
แหลก นี่มันวรยุทธ์อะไรกัน?
นักดาบรีบล้วงดาบล ้าค่าเล่มสำรองออกมาโจมตี เขาเจอมันใน
คลังไม่นานมานี้ แม้จะไม่คุ้นชินกับมันเท่าไหร่ แต่ยามนี้มิอาจมัว
สนใจ
“หุ่นเชิดระดับเซียนมาแล้ว!” เจียงผิงอันจ้องไปที่ทางเข้าชั้นหก
พลางโพล่งอุทานอย่างขวัญผวา
หัวใจของทั้งสามที่กำลังจะลงมือหนที่สองสะท้าน ส่งจิตสัมผัสไป
ยังทางเข้าชั้นหกพร้อมเพรียง
แต่ก็ไม่พบอะไร
ตรงนี้ไม่มีอะไรแต่แรกแล้ว เจียงผิงอันแค่หลอกพวกเขา
เขาใช้วิชาเทียมเทพสงคราม ออกหมัดทำลายล้างกระบวนท่าที่
สาม ‘ไร้จำนน’ ซึ่งผสานความเชื่อไร้สั่นคลอนเอาไว้ กระบวนท่านี้
เขาบรรลุขณะต่อสู้กับร้อยยอดฝีมือตราบประวัติการณ์
อำนาจความเชื่ออันน่าสะพรึงกลัวก่อตัว หมัดกระแทกเข้าใส่ผู้
ฝึกกายา
ตู้ม!
หมัดนี้ดุจมังกรสวรรค์ทะลวงกำแพง แขนของผู้ฝึกกายาผู้นี้
แหลกสลาย ร่างกระเด็นกระแทกอาคมอย่างรุนแรงทันที
พรวด!
ขณะเดียวกัน ดาบก็สับลงใส่แขนเจียงผิงอัน แขนข้างนั้นขาด
กระเด็น โลหิตพรั่งพรู
เจียงผิงอันสะบัดปีกหลบการโจมตีประสานของทั้งคู่ ซ่อมแขนที่
ขาดไปอย่างรวดเร็ว
“เจียง… เจียงผิงอัน… อั้ก!”
กระดูกของผู้ฝึกกายาซึ่งถูกต่อยกระเด็นแหลกร้าว อวัยวะ
ภายในฉีกแหลก รากฐานถูกกระทบ กระอักเลือดไม่หยุด ดวงตาที่
มองมายังเจียงผิงอันสุดแสนพรั่นพรึง
ครั้งนี้เขาแน่ใจแล้ว ว่าอีกฝ่ายมิใช่ผู้ใช้ค่ายกลบ้าบออะไรเลย นี่
มันเจียงผิงอัน บุคคลขั้นต้นระดับเขตแดนอันดับหนึ่งของ
ประวัติศาสตร์ชัด ๆ!
พลังกลืนกิน ปีกเทวะ หลากกฎเกณฑ์ แถมยังมีความเชื่อมั่นไร้
สั่นคลอนจนน่ากลัว… ทุกอย่างพิสูจน์ตัวตนอีกฝ่ายชัดเจน!
“ใครคือเจียงผิงอัน?” นักดาบถามเสียงขรึม
เขาไม่ได้มาจากสำนักศึกษาชางจือ หนึ่งปีมานี้ก็อยู่แต่ใน
หอคอยสีแดง จึงไม่เคยได้ยินชื่อเจียงผิงอัน
แต่เขาสัมผัสความน่ากลัวจากการโจมตีของเจียงผิงอันได้ มัน
เทียบได้กับพลังการโจมตีรากฐานของเขา ดูประหนึ่งจะเป็นวิชา
ต้องห้ามทรงพลังบางอย่าง
“อย่าถามเลย ยังไงก็ต้องฆ่าเขาอยู่ดี!” มือกระบี่ตวาดเสียงเบา
“ลุย!”
ได้ยินสัญญาณ นักดาบก็พุ่งเข้ามาทันที
แม้การโจมตีเมื่อครู่ของเจียงผิงอันจะน่าสะพรึงกลัว แต่ก็ไม่มีทาง
ใช้ได้ตลอดเวลา
แต่พริบตาต่อมา นักดาบก็ค้นพบว่ามือกระบี่ที่ให้สัญญาณมิได้
พุ่งเข้ามาด้วยกัน แต่วิ่งไปอีกทาง เปิดอาคมแล้วหนีไปทันที
นักดาบตะลึงจังงัง
มันเกิดอะไรขึ้น?
ไฉนอีกฝ่ายหนีไปเล่า?
หรือเจียงผิงอันผู้นี้จะมีรากฐานน่ากลัวอะไร?
นักดาบใจแป้วเล็กน้อย ความไวดาบของเขาช้าลงนิดหน่อย
“สู้กันยังใจลอย ตายเสีย!”
เจียงผิงอันปราดปราชิดนักดาบ ใช้ ‘ไร้จำนน’ อีกครั้ง เลื่อนลั่น
ดุจจะเคลื่อนนภา
สีหน้าของนักดาบแปรเปลี่ยนร้ายแรง อีกฝ่ายยังใช้ ‘วิชา
ต้องห้าม’ นี้ได้!
แม้ ‘ไร้จำนน’ จะเปลืองพลัง แต่หาใช่วิชาต้องห้ามไม่
นักดาบคิดจะหนี แต่ก็สายเกินไป วิชาดึงดาราและผนึกสรวง
ล้อมเขาไว้แล้ว ทำให้เขาชะงักงัน
ตู้ม!
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดลง ร่างครึ่งบนของนักดาบแหลกระเบิด
เลือดเนื้อสาดกระจายทันที
โดยไม่รอให้อีกฝ่ายประกอบร่าง เจียงผิงอันก็ใช้พลังกลืนกิน
กลืนอีกฝ่ายเข้าไป
ทันทีที่ถูกกลืน ในที่สุดนักดาบก็เข้าใจว่าเหตุใดมือกระบี่ถึงหนี
เตลิด บางทีอาจมิใช่เพราะกลัวผู้หนุนหลังยิ่งใหญ่อะไรของเจียงผิง
อันหรอก แต่เพราะพลังต่อสู้ของเจ้านี่ชวนสะพรึงเกินไป
เจียงผิงอันยืนกลางสุญตา ใบหน้าเปื้อนโลหิตไร้อารมณ์ สายลม
เย็นโชยผ่าน เส้นผมดำส่ายสะบัด
เพียงชั่วครู่สั้น ๆ ในสมรภูมิก็เหลือเพียงผู้ฝึกกายานอนแน่นิ่ง
ร่างของผู้ฝึกกายาที่เหลืออยู่สั่นสะท้าน สี่ผู้ฝึกตนขั้นปลายระดับ
เขตแดนรุมโจมตีเจียงผิงอันลำพัง หนึ่งถูกฆ่า หนึ่งหลบหนี หนึ่งถูก
กลืนกิน เหลือแค่เขาบาดเจ็บสาหัสลำพัง
หากมิใช่เพราะสองอุบายของเจียงผิงอัน บางทีผลลัพธ์อาจไม่
เป็นเช่นนี้
แต่นี่คือศึกตัดสินเป็นตาย จะใช้อุบายทั้งหมดที่มีก็ไม่แปลก
หากเป็นผู้ฝึกตนคนอื่น ต่อหน้าสี่ยอดฝีมือซึ่งสูงกว่าตนหนึ่งขั้น
เช่นนี้ ต่อให้ใช้อุบายก็ไร้ประโยชน์
ผู้ฝึกกายานอนแน่นิ่งบนพื้น มิใช่เพราะไม่อยากหนี แต่เพราะมิ
อาจหนี เขาถูกพิษอยู่
ยามหมัดของเขาปะทะเจียงผิงอัน อีกฝ่ายก็ฉีดพิษเข้าสู่ตัวเขา
ทำให้เขาร่างแน่นิ่ง
พิษนี้คือของแถมที่เจียงผิงอันขอยามซื้อผลเต๋าวิญญาณเซียน
ในหอเลิศโอสถเมื่อกาลก่อน ‘โอสถแน่นิ่ง’
พิษนี้ฆ่าผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนได้ และเจียงผิงอันก็กิน
มันเข้าไปในวันที่บรรลุขั้นกลางระดับเขตแดน ร่างจริงได้พลังนี้มา
แม้พิษนี้จะฆ่ายอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนมิได้ ก็ยังทำให้อีก
ฝ่ายเป็นอัมพาตได้อยู่
ปีกเบื้องหลังเจียงผิงอันส่ายสะบัด พุ่งปราชิดผู้ฝึกกายาทันที
ไร้ความลังเลใด ผู้ฝึกกายาผู้นี้นำยันต์ระดับเซียนชิ้นหนึ่งออกมา
แผดเสียงอย่างกราดเกรี้ยว “หากจะตายก็ตายด้วยกันเสีย!”
เขารู้ว่าตนหนีไม่ได้ และพร้อมตายไปกับเจียงผิงอัน อีกฝ่ายเป็น
อัจฉริยะไร้เทียมทาน ได้ตายพร้อมคนเช่นนี้ เขาหาตายเปล่าไม่