สู่วิถีอมตะ - บทที่ 765 รวบรวมอาวุธวิเศษ
ยันต์ระดับเซียนถูกใช้งานแล้ว ยันต์เช่นนี้มุ่งเน้นการโจมตี พลัง
ระเบิดรุนแรงมหาศาล มิอาจเทียบการระเบิดศาสตราเซียนส่ง ๆ ได้
เลย
ต่อให้เจียงผิงอันตรงหน้าเขาคิดจะหนีก็สายไปแล้ว ตายตกตาม
กันเสีย!
ต่อให้เจียงผิงอันสามารถล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้แน่!
แต่เจียงผิงอันไม่ได้มีท่าทีจะหลบหลีกแม้แต่น้อย ดวงตาของเขา
จ้องมองยันต์ระดับเซียนในมืออีกฝ่าย แล้วแสงสีทองก็เรืองวาบใน
ดวงตา
อำนาจในยันต์ซึ่งกำลังโคจรพลันชะงัก ก่อนจะไหลย้อนกลับ
ปราณและรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวจากมันหวนสู่ปกติ ราวไม่เคยถูกใช้
มาก่อน
ร่างของผู้ฝึกกายาที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลันชะงัก ตื่นตะลึงจังงัง
อำนาจกาลเวลา!
เจียงผิงอันยังซ่อนอำนาจกาลเวลาไว้อีก!
“เจ้า…”
เปรี้ยง!
ผู้ฝึกกายาผู้นี้คล้ายยังมีบางอย่างจะกล่าว แต่เจียงผิงอันมิให้
โอกาส หนึ่งเท้ากระทืบลงเหยียบหักแขนของอีกฝ่าย ก่อนจะเตะร่าง
เข้าใส่หลุมดำกลืนกินสิ้นไป
เขาหยิบแขนที่ขาดออกขึ้นจากพื้น ฉวยยันต์ระดับเซียนเก็บไป
“โชคยังดีที่เจ้านี่ร่างกายผิดปกติ ความเร็วในการกระตุ้นยันต์ไม่
ไวพอ หากระเบิดขึ้นมา หากไม่สังเวยอายุขัยหลักพันปีก็อย่าหวัง
ย้อนเวลาได้”
ยันต์นี้ยังใช้งานไม่เต็มที่ เจียงผิงอันจึงมีโอกาสย้อนเวลา
การย้อนเวลาของเขามิได้ใช้กับโลกทั้งใบ แต่จดจ่อวัตถุเจาะจง
อำนาจกาลเวลาเป็นเหมือนวิชาต้องห้าม ยิ่งย้อนเวลาหลายสิ่ง
ยิ่งใช้พลังมหาศาล กระทั่งอายุขัยยังจะหมดสิ้นไป
ในหมู่กฎเกณฑ์ทั้งมวล เจียงผิงอันรู้สึกว่าสิ่งที่บรรลุใช้งานยาก
ที่สุดก็คือกฎแห่งกาลเวลา
เมื่อเก็บยันต์ระดับเซียนไปได้ เจียงผิงอันก็มองทางเข้าชั้นหก
ดวงตาเรืองประกายคลับคล้ายสับสนสงสัย
หากว่าด้วยเหตุผลแล้ว คลื่นพลังระดับเซียนแผ่ทั่วชั้นห้าเช่นนี้
น่าจะดึงดูดหุ่นเชิดระดับเซียนมาแท้ ๆ แต่ไฉนหุ่นเชิดระดับเซียนจึง
ไม่ออกมา?
หรือข้างบนนั้นไม่มีหุ่นเชิดระดับเซียนอยู่แล้ว?
หรือเกิดอะไรที่ทำให้หุ่นเชิดระดับเซียนลงมาไม่ได้?
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังงุนงง ที่ทางเข้าชั้นห้าจากชั้นสี่ ผู้ฝึกตน
คนแล้วคนเล่าซึ่งมีอาวุธครบมือก้าวเข้ามาอย่างระแวดระวัง จิตสัมผัส
สืบทั่วทั้งห้าอย่างต่อเนื่อง
“เกิดอะไรขึ้น? ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไฉนเละเทะเช่นนี้?”
“เศษอาวุธวิเศษเพียบเลย! มีกระทั่งเศษศาสตราเซียน หรือการ
สั่นสะเทือนเมื่อครู่จะเป็นเพราะศาสตราเซียนเหล่านี้ระเบิด?”
“ปวดใจนัก ศาสตราเซียนระเบิดไปเยอะขนาดนี้!”
“อย่ามัวปวดใจ รีบเก็บเศษศาสตราเซียนกัน ต่อให้มีแค่เศษก็ยัง
ขายได้อื้อเลยนะ!”
แม้ผู้ฝึกตนเหล่านี้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าไร้อันตราย
พวกเขาก็แปรเป็นลำแสงพุ่งตามหาเศษศาสตราเซียน
เติ้งเส้าสี่มิได้ไปเที่ยวเก็บเศษศาสตรากับเขาทันที แต่มาถาม
เจียงผิงอันอย่างเป็นห่วง “สหายเต๋าเจียง ไม่เป็นอะไรนะ?”
เขาสังเกตว่าปราณของเจียงผิงอันรวนเรเล็กน้อย บนร่างยัง
เปื้อนโลหิต น่าจะผ่านอันตรายมา
เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายเป็นห่วงก็ยิ้มให้บาง ๆ “ขอบคุณสหายเต๋า
เติ้งที่เป็นห่วง ข้าไม่เป็นไร”
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่หรือ?” เติ้งเส้าสี่สับสนยิ่ง
บนนี้เกิดแรงสั่นสะเทือนยิ่งใหญ่ คนตายกันไปเกือบหมด เหลือก็
แค่เจียงผิงอันลำพัง ไม่สิ สองคนต่างหาก เมื่อครู่มีใครอีกคนพุ่งลง
จากชั้นบนแล้วเผ่นหนีไป
เจียงผิงอันรีบอธิบาย “เมื่อครู่มีคนกลุ่มหนึ่งบังคับผู้ใช้ค่ายกล
อยากจะให้ผู้ใช้ค่ายกลเปิดค่ายกลคลังสมบัติ แต่ไม่คิดให้ประโยชน์
ใด ๆ ผู้ใช้ค่ายกลเกิดโทสะ จึงระเบิดศาสตราเซียนตามกันเป็นลูกโซ่
พินาศทั่วทั้งชั้นห้า”
เติ้งเส้าสี่ได้ยินแล้วก็พลันกระจ่างแจ้ง อย่างนี้นี่เอง
“ไอ้เวรพวกนี้เห็นแก่ตัวกันจริง ๆ คลังสมบัติเยอะแยะขนาดนี้
ต้องได้ของดี ๆ มากมายเป็นแน่แท้ หากผู้ใช้ค่ายกลเปิดคลังได้ แบ่ง
ให้เขาครึ่งหนึ่งก็สมเหตุสมผลแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่แบ่ง ไม่น่าเล่าผู้ใช้
ค่ายกลถึงโมโหนัก”
เติ้งเส้าสี่ไม่มีทางคิดหรอกว่าผู้ใช้ค่ายกลที่เจียงผิงอันพูดถึงจะ
เป็นตัวเขาเอง
เจียงผิงอันไหวไหล่ “ใครบอกว่าไม่ล่ะ”
เขาไม่อยากระเบิดที่นี่ แต่ในเมื่อเขาจะไม่ได้อะไร เช่นนั้นก็อย่า
หวังมีใครได้ไปเลย
“ผู้ใช้ค่ายกลคนนั้นก็ไร้ปรานีดีแท้ ศาสตราเซียนเยอะแยะเช่นนี้
ยังระเบิดได้ลงคอ เรารีบไปเก็บเศษศาสตราเซียนกันเถอะ!” เติ้งเส้าสี่
รัวลิ้นเร็วจี๋ หากเขามัวชักช้า เศษศาสตราเซียนก็จะถูกชิงเก็บไปหมด
ขณะที่เติ้งเส้าสี่กำลังจะลงมือ เจียงผิงอันก็คว้าไหล่เขาไว้
“ตอนนี้อย่าเพิ่งสนใจเศษศาสตราเซียนเหล่านั้นเลย”
“เจ้าหมายความเช่นไร?” เติ้งเส้าสี่สงสัย
เจียงผิงอันเอ่ยว่า “ก่อนข้าเข้ามา ข้าเห็นว่าคลังสองแห่งถูกเปิด
แล้ว อาวุธวิเศษและศาสตราเซียนในนั้นถูกคนเหล่านั้นกวาดไป
น่าจะอยู่ในโลกใบน้อยของพวกเขา”
“คนเหล่านั้นตายไปแล้ว โลกใบน้อยอยู่ในรอยแตกมิติ”
ดวงตาของเติ้งเส้าสี่พลันเรืองประกาย ศาสตราเซียนสมบูรณ์
มูลค่าสูงกว่าเศษซากมากนัก
เขามิคาดว่าเจียงผิงอันจะเต็มใจบอกความลับนี้กับเขา
ศาสตราเซียนแสนล ้าค่า หากเป็นคนทั่วไป คงฮุบไว้คนเดียวไม่
บอกใครแน่
เหตุที่เจียงผิงอันบอกเติ้งเส้าสี่นั่น หนึ่งเป็นเพราะเติ้งเส้าสี่ห่วง
ความปลอดภัยของเขาก่อนสิ่งอื่นใด สองเพราะเขาไม่อาจฮุบ
ศาสตราเซียนไว้มากมายกับตัว ไม่มีใครปกป้องเขา หากถูกผู้ฝึกตน
คนอื่นจับได้ เขาถูกล้อมโจมตีแน่ ๆ
สู้บอกอีกฝ่ายเสีย ยามเกิดอันตราย อีกฝ่ายจะได้เต็มใจช่วยเขา
ทั้งสองชำเลืองกัน ต่างฝ่ายเลิกโอ้เอ้ พุ่งไปหาซากศพที่กระจาย
เกลื่อน ออกพินิจโลกใบน้อยที่ลอยล่องอยู่ทันที
ยามผู้ฝึกตนระดับสูงตกตาย หากเหลือซากสมบูรณ์ โลกใบน้อย
ก็จะยังอยู่ในซาก แต่หากศพแหลก โลกใบน้อยก็จะกระจายอยู่แถว ๆ
นั้น หากแรงระเบิดรุนแรงมาก โลกใบน้อยก็อาจกระเด็นไปไกลหรือ
แหลกสลาย
เช่นโลกใบน้อยของราชินีปีศาจที่กระเด็นหายไปยามร่างนาง
ระเบิด มิถูกค้นพบจนบัดนี้
เจียงผิงอันใช้วิชาเนตรทะลวงมิติ เห็นโลกใบน้อยที่กระจายทั่วได้
ชัดเจน
ผู้ฝึกตนที่ตกตายเหล่านี้ยังไม่บรรลุเซียน โลกใบน้อยของพวก
เขาเล็กจิ๋ว มองปราดเดียวก็เห็นเนื้อใน
เจียงผิงอันพบหนึ่งโลกใบน้อยที่มีศาสตราเซียนอย่างรวดเร็ว
แล้วพุ่งเข้าไปหยิบมาทันที
ในโลกใบน้อยเหล่านี้ นอกจากจะพบอาวุธวิเศษแล้ว ยังมีโอสถ
และยันต์มากมาย
ขนาดเจียงผิงอันยังอดตื่นเต้นมิได้
เติ้งเส้าสี่และเจียงผิงอันผลุบโผล่ผ่านโลกใบน้อยต่าง ๆ เก็บเกี่ยว
ทรัพยากรและอาวุธวิเศษทั้งหลาย
แม้ทั้งสองจะลับ ๆ ล่อ ๆ ยิ่ง ก็ยังมีคนสังเกตเห็นการกระทำของ
พวกเขา
คนเหล่านี้ไหวตัวทันที แม้ข้างนอกจะมีเศษอาวุธมากมาย แต่
พวกมันก็เป็นเพียงเศษ เทียบกับของในโลกใบน้อยของเหล่าผู้ตาย
แล้ว นั่นมันสมบัติสมบูรณ์!
คนเหล่านี้ก็เริ่มหาโลกใบน้อยที่เหล่าผู้ตายทิ้งไว้ แต่ถึงยามนั้น
เจียงผิงอันกับเติ้งเส้าสี่ก็ไปคุ้ยมาหมดแล้ว
“สหายเต๋าเจอของดีอะไรบ้างหรือ?”
ผู้ฝึกตนหญิงซึ่งมีเพียงริ้วผ้าสองสามชิ้นปกปิดส่วนสำคัญของ
ร่างกายเดินมาหาเจียงผิงอัน สายตานุ่มนวลดุจผืนไหม วัตถุเบื้อง
หน้ากระเด้งส่าย
“โชคไม่ดี ไม่เจออะไรเลย” เจียงผิงอันรำพึงตอบ
“สหายเต๋าหล่อขนาดนี้ ไม่น่าโกหกกันเลย ขอรางวัลให้หญิง
ผู้น้อยสักชิ้น แล้วปรารถนาอะไร ข้าให้หมดเลยนะ” สตรีผู้นั้นให้
บรรยากาศชวนให้หัวใจบุรุษเต้นระส่าย กระตุ้นกำหนัดปรารถนา
สรุปก็คือวิชาเสน่ห์
นางใช้อุบายนี้เอาชนะผู้ฝึกตนมาเกินนับ แลกได้ทรัพยากร
มากมาย จึงสำเร็จได้จนวันนี้
เจียงผิงอันมิมัวสนใจ หันกายจรจาก
โลกใบน้อยเหล่านี้ถูกค้นมาเกือบหมดแล้ว ของดี ๆ ถูกกวาดไป
เกลี้ยง ไว้ค่อยกลับไปจัดเรียง ยามนี้ไปไล่เก็บเศษอาวุธวิเศษก่อน
สำหรับเขา เศษอาวุธวิเศษเหล่านี้ก็สำคัญยิ่ง สามารถใช้ซ่อม
และเสริมพลังอาวุธวิเศษได้
ขณะมองตามหลังเจียงผิงอัน รอยยิ้มบนใบหน้าของสตรีผู้นั้น
พลันหดหายไป มิคาดว่าอีกฝ่ายจะมีพลังใจกล้าแข็งจนเสน่ห์ของนาง
ใช้ไม่ได้ผล
“ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนเอาอะไรมาเย็นชา สุรามงคลไม่
ดื่มจะดื่มสุราลงทัณฑ์*[1] รนหาที่ตายเองนะ”
[1] สื่อเป็นนัยว่าในเมื่อพูดด้วยดี ๆ ไม่ยอมทำตาม ก็คงต้องใช้
กำลังบังคับ