สู่วิถีอมตะ - บทที่ 766 ชั้นที่หก
ในเมื่อยั่วยวนไม่ส ำเร็จ ผู้ฝึกตนหญิงก็พร้อมเข้ำฉกชิงตรง ๆ
แต่ยังไม่ทันลงมือ นำงก็สัมผัสได้ถึงปรำณชวนสะพรึงเจ็ดแปด
สำยเพ่งเล็งมำ
“อย่ำรนหำที่”
เติ้งเส้ำสี่จ้องนำงอย่ำงเย็นชำ
ผู้ฝึกตนหญิงหน้ำถอดสี ควำมแข็งแกร่งของกลุ่มนี้ร้ำยกำจมำก
มิใช่สิ่งที่นำงจะล่วงเกินได้เลย
นำงมิกล้ำอยู่ต่อ รีบหันกำยจำกไป
นี่คือประโยชน์ของกำรร่วมมือ อ ำนำจหลำยบุคคลประสำนนั้น
ยิ่งใหญ่ ข้ำมปัญหำหยุมหยิมได้มำกมำย
ผู้ฝึกตนเหล่ำนี้รวบรวมเศษอำวุธวิเศษบนชั้นห้ำกันอย่ำงเอำเป็น
เอำตำย โดยเฉพำะเศษศำสตรำเซียนที่เป็นที่ต้องกำรสูงสุด เศษ
ศำสตรำเซียนชิ้นใหญ่ ๆ หลำยชิ้นกระทั่งเป็นชนวนศึกระหว่ำงคณะ
จนเมื่อเศษศำสตรำเซียนทุกชิ้นถูกกวำดเกลี้ยง กำรต่อสู้จึงหยุด
ลง และหลังจำกต่ำงผู้ล้วนสงบใจ หนึ่งค ำถำมก็พลันปรำกฏขึ้น
“ชั้นห้ำมีศำสตรำเซียนระเบิดอยู่ ไฉนหุ่นเชิดระดับเซียนจึงไม่
โผล่มำ?”
“นั่นสิ หำกว่ำด้วยเหตุผล คลื่นพลังรุนแรงขนำดนี้ก็น่ำจะเรียก
หุ่นเชิดมำแล้วมิใช่หรือ? ไฉนเงียบกริบเช่นนี้?”
“หรือหอคอยเซียนแห่งนี้ไม่มีหุ่นเชิดแล้ว?”
ยำมโลกใบน้อยของรำชินีปีศำจถูกค้นพบครั้งแรก ผู้ฝึกตนบำง
คนมำลองเชิงก็พบว่ำ ตรำบใดที่พวกเขำใช้อำวุธวิเศษเหนือระดับ
สมบัติลับ จะเท่ำกับเรียกหุ่นเชิดระดับเซียนมำหำ
แต่หนนี้พวกมันกลับเงียบสนิท
สิ่งนี้ท ำให้ปวงชนสุดตื่นเต้น หำกไม่มีหุ่นเชิดระดับเซียนแล้วจริง
ๆ ที่นี่ก็จะปลอดภัยขึ้นมำก และพวกเขำก็จะแผลงฤทธิ์อำวุธวิเศษกัน
ได้อย่ำงไร้จ ำกัด
แม้ในใจคิดเช่นนี้ ก็ยังไร้ผู้ใดกล้ำลองดี ไม่มีใครทรำบ
สถำนกำรณ์แน่ชัด
ผู้ฝึกตนทั้งหลำยเมินเศษอำวุธวิเศษทั่วไป เร่งรุดต่อสู่ชั้นหก
เศษอำวุธวิเศษทั่วไปที่หลงเหลือนั้น ไม่มีค่ำให้พวกเขำเสียเวลำ
เปลืองแรงด้วยเลย
ยิ่งพวกเขำขึ้นชั้นสูง ทรัพยำกรยิ่งมำกมำยล ้ำค่ำ ห้ำชั้นแรกยัง
ขนำดนี้ ทรัพยำกรบนชั้นหกอำจมำกกว่ำนี้อีก
เจียงผิงอันยังอยำกเก็บเศษอำวุธต่อ แต่ก็ถูกเติ้งเส้ำสี่ลำกขึ้นชั้น
หก
เติ้งเส้ำสี่พบว่ำ ขอเพียงพำเจียงผิงอันมำด้วย เขำก็จะพลอยโชค
ดี
นับแต่แรกพบ เจียงผิงอันก็ช่วยเขำให้ได้จี้หยกเข้ำสู่ใจกลำง
สุสำน
ยำมเผชิญกำรลอบโจมตี เจียงผิงอันก็เห็นว่ำผู้ลอบโจมตีเป็น
ใคร…
และเมื่อครู่ ด้วยค ำเตือนของเจียงผิงอัน ขณะที่ผู้อื่นง่วนกับกำร
หำเศษศำสตรำเซียน พวกเขำก็ไปคุ้ยหำศำสตรำเซียนสมบูรณ์กัน
สบำยใจ
ในภพเซียนเชื่อเรื่องโชคกันเสมอมำ กล่ำวกันว่ำยิ่งกำรฝึกฝน
สูง ยิ่งโชคดี ผู้เป็นยอดฝีมือได้ทุกนำมล้วนมำกวำสนำเลิศล ้ำ
และยังกล่ำวกันว่ำ หลังจำกเอำชนะผู้อื่นได้ ก็เท่ำกับชิงวำสนำ
ของอีกฝ่ำยมำได้เสี้ยวหนึ่ง ยิ่งเอำชนะคนมำมำก ยิ่งมำกโชคเหนือ
ใคร
และเจียงผิงอันเดินบนเส้นทำงไร้พ่ำย หมำยควำมว่ำยังไม่เคยมี
บุคคลร่วมขอบเขตผู้ใดเอำชนะเขำได้ หมำยควำมว่ำวำสนำที่สั่งสม
ต้องน่ำสะพรึงยิ่ง
เติ้งเส้ำสี่จึงลำกเจียงผิงอันพุ่งสู่ชั้นหก หวังว่ำโชคจะดีขึ้นมำบ้ำง
หลังจำกปวงชนจำกจร ควำมเงียบก็หวนคืนชั้นห้ำ หลงเหลือคน
เพียงหนึ่งที่นั่น
ซึ่งก็คือกัวชิงซึ่งคุกเข่ำก่อนใครบนชั้นสี่
เขำเก็บเศษอำวุธวิเศษที่เหลืออย่ำงระมัดระวัง หำกขำยเศษอำวุธ
เหล่ำนี้หมด เขำก็จะได้ผลึกเซียนมหำศำลเพียงพอใช้จนบรรลุเซียน
หลังเก็บกวำดเศษอำวุธบนชั้นห้ำหมดสิ้น กัวชิงก็หันกำยจรจำก
อย่ำงไม่ลังเล ไม่ขึ้นสู่ชั้นต่อไป
ชั้นบนต้องมีโอกำสอีกมำกมำย แต่เขำไม่อยำกเสี่ยงแล้ว
เขำไม่มีโอกำสช่วยชีวิตที่ผู้อำวุโสให้ไว้ ไร้ซึ่งพรสวรรค์ล ้ำเลิศ
ไม่มีวรยุทธ์เซียนชั้นสูง อันตรำยแม้เพียงน้อยก็ฆ่ำเขำได้ มิอำจ
ปราชันคนผู้อื่นได้เลย
เขำใช้ชีวิตสำมหมื่นปีอย่ำงรอบคอบ ไม่อยำกเสี่ยงตำยที่นี่
โอกำสเป็นเรื่องเล็ก หำกชีวิตดับดิ้นก็ไม่เหลืออะไร
กัวชิงรีบเผ่นลงบันได เมื่อมำถึงชั้นสำม ฝีเท้ำของเขำพลันชะงัก
ลงเล็กน้อย สังเกตเห็นว่ำโอสถเซียนทั้งสำมและค่ำยกลที่เดิมกำงอยู่
หำยไปหมดแล้ว!
โอสถเซียนไม่มีทำงหนีไปได้เอง หำกมันออกมำเองได้คงท ำไป
นำนแล้ว
ควำมเป็นไปได้จึงมีเพียงหนึ่ง มีคนขุดพวกมันไป!
ใครกันขุดโอสถเซียนไปได้เร็วเพียงนี้?
กัวชิงพรั่นพรึงในใจ เดำไว้ว่ำคนกลุ่มข้ำงบนต้องมีคนร้ำยกำจ
สักคนปนอยู่เป็นแน่
ยังดีที่เขำหนีออกมำก่อน หำกไปปะทะคนผู้นั้นเข้ำ เขำไม่รอด
แน่!
ชั้นหก
คนทั้งหลำยมองประตูสองบำนตรงหน้ำอย่ำงงุนงง
ประตูทั้งสองขวำงทำงขึ้นไว้ บำนซ้ำยเขียนไว้ว่ำ ‘ค่ำยเผ่ำมนุษย์’
ขณะที่บำนขวำเขียนไว้ว่ำ ‘ค่ำยเผ่ำปีศำจ’
“อะไรล่ะนี่? ไม่มีสมบัติหรือ?” ใครบำงคนมองหำสมบัติไปรอบ ๆ
อย่ำงสับสน
ใครบำงคนสังเกตเห็นบำงสิ่ง เหินไปที่แท่นศิลำระหว่ำงประตูทั้ง
สอง สะบัดแขนเสื้อปัดฝุ่นหนึ่งหน เผยข้อควำมบนนั้นขึ้นมำ
ผู้ฝึกตนคนนั้นอ่ำนมัน “ในศึกทะเลเซียนสังเวยเลือด เผ่ำมนุษย์
และปีศำจเสียหำยยับเยิน เพื่อหวนวิเครำะห์สงครำมและฝึกฝน
ทำยำทเผ่ำปีศำจให้ดีขึ้น ยอดฝีมือเผ่ำปีศำจนับร้อยจึงร่วมกันจ ำลอง
สงครำมขึ้นใหม่”
“เจ้ำจะเลือกฝ่ำยใดก็ได้ ยิ่งอยู่รอดได้นำนยิ่งได้รำงวัลมำก ต่ำงผู้
มีเพียงโอกำสเดียว หำกตำยก็เท่ำกับจบ โปรดถนอมไว้ให้ดี”
“ตำรำงรำงวัล: อยู่รอดสิบปี รำงวัลเป็นศำสตรำเซียนระดับเซียน
มนุษย์ อยู่รอดร้อยปี รำงวัลเป็นศำสตรำเซียนระดับเซียนปฐพี อยู่
รอดพันปี รำงวัลเป็นศำสตรำเซียนระดับเซียนสวรรค์!”
ปวงชนพลันตระหนักแจ้งว่ำที่นี่คือ ‘สมรภูมิจ ำลอง’
ตระกูลใหญ่มำกมำยก็มีสถำนที่ฝึกฝนเช่นนี้ จ ำลองสงครำมบำง
หนแล้วให้ผู้ฝึกตนไปสู้กันข้ำงใน
เมื่อได้ยินรำยกำรรำงวัล ปวงชนก็ร่ำงสะท้ำนอย่ำงตื่นเต้น มี
กระทั่งศำสตรำเซียนระดับเซียนสวรรค์!
หำกได้ศำสตรำเซียนระดับเซียนสวรรค์ออกไปขำยได้สักชิ้น
ทรัพยำกรก็จะมีมิขำดมือไปยำวนำน
“อย่ำด่วนดีใจ ดูดี ๆ ก่อนว่ำสถำนกำรณ์ศึกนี้เป็นเช่นไร คิดจริง
ๆ หรือว่ำศำสตรำเซียนได้มำง่ำยเพียงนั้น?” ผู้ฝึกตนชรำคนหนึ่งแค่น
ยิ้ม กอดกระบี่เล่มหนึ่งในอ้อมแขน
ปวงชนผงะไปเล็กน้อย จริงด้วย ศำสตรำเซียนจะเอำมำแจกกัน
ง่ำย ๆ ได้ที่ไหน
ผู้ฝึกตนชรำผู้นี้ชิงอธิบำยก่อนเพื่อแสดงภูมิควำมรู้
“ศึกทะเลเซียนสังเวยเลือดเป็นศึกที่โหดร้ำยสูงสุดใน
ประวัติกำรณ์ของเผ่ำมนุษย์และเผ่ำปีศำจ จ ำนวนเซียนที่ตกตำยเป็น
รองเพียงศึกตัดสิน”
“ส่วนผู้ฝึกตนใต้ระดับเซียนนั้นไร้กำรนับจ ำนวน ศึกนี้ผลำญภพ
ไปเป็นร้อยแห่ง ไม่อำจนับจ ำนวนชีวิตที่ปลิดปลิวได้เลย”
“ศึกนี้กินเวลำสำมแสนปี เผ่ำมนุษย์และปีศำจล้วนเสียหำยสำม
ส่วน และหลังจบศึกนี้ ทั้งสองฝ่ำยก็ไม่กล้ำเปิดศึกกันอีกเป็นล้ำน ๆ
ปี”
“เดิมที ต้นโลกำมีสี่ก้ำนย่อยหนึ่งก้ำนหลัก แต่ก้ำนหลักหักไป
แล้ว ซึ่งยำมนี้ก็คือภพปีศำจ”
เมื่อได้ยินค ำแนะน ำโดยสรุป หนังศีรษะปวงชนก็ชำยิบ ต้อง
โหดร้ำยเพียงไรกัน กระทั่งต้นโลกำของภพเซียนยังกิ่งหักได้
แม้พวกเขำจะยังมิได้เข้ำสมรภูมิ พวกเขำก็ตระหนักแล้วว่ำกำร
ได้ศำสตรำเซียนระดับเซียนสวรรค์ยำกเย็นเพียงไหน
“ได้ศำสตรำเซียนทั่วไปสักชิ้นก็ไม่เลวแล้ว แค่เอำตัวรอดให้ได้
สิบปี ไม่ยำกหรอก” ผู้ฝึกตนหญิงซึ่งเชี่ยวชำญวิชำเสน่ห์กล่ำวยิ้ม ๆ
พอนำงเข้ำสมรภูมิ นำงก็จะไปหำผู้ชำยหลับนอนด้วยสักคน
ส ำรำญสักสิบปีร้อยปี แล้วก็หอบศำสตรำเซียนระดับสูงกลับออกมำ
คนอื่น ๆ ก็ล้วนคิดว่ำเอำตัวรอดสิบปีไม่น่ำยำก
ทำงขึ้นชั้นเจ็ดถูกประตูทั้งสองนี้ขวำงไว้ บำงทีอำจต้องเอำตัว
รอดในนั้นสักครู่จึงขึ้นสู่ชั้นเจ็ดได้
เติ้งเส้ำสี่สังเกตเห็นว่ำสีหน้ำของเจียงผิงอันเคร่งขรึมอย่ำงยิ่ง ก็
ปลอบขึ้นว่ำ “ไม่ต้องห่วงนะ ไว้ไปดูสถำนกำรณ์ก่อน ข้ำจะดูแลสหำย
เต๋ำเอง ขอแค่ได้ศำสตรำเซียนสักชิ้นก็พอแล้ว”
เจียงผิงอันสูดหำยใจลึก ๆ แล้วถำมอย่ำงจริงจัง “สหำยเต๋ำเติ้ง
พวกเจ้ำเคยผ่ำนสงครำมสักครั้งหรือไม่?”