สู่วิถีอมตะ - บทที่ 769 ปลิดวิญญาณ
“เวร สนามรบจะใหญ่โตไปแล้ว จะหาเจียงผิงอันเจอที่ไหนเนี่ย”
มือสังหารหัวกะทิสามสิบกว่าคนรวมตัวกันในสมรภูมิ ต่างผู้ประ
มือปีศาจพลางหาร่องรอยเจียงผิงอัน
เพราะสมรภูมิใหญ่โตเกินไป พวกเขาควานหามาหลายปีก็ยังหา
เป้าหมายไม่เจอ
“เป็นมือสังหารต้องใจเย็น” มือสังหารข้าง ๆ กันพูดเบา ๆ
“ว่าไปแล้ว เจียงผิงอันบรรลุกฎเกณฑ์มากมาย เขาน่าจะหาตัว
ได้ง่าย ๆ นะ แต่ไฉนหาตัวยากแท้”
คนทั้งสามสิบกว่านามเคลื่อนไหวเร็วจี๋ในสมรภูมิ ตามหาร่องรอย
ของเจียงผิงอัน
ขณะเร่งเดินทาง หนึ่งในมือสังหารมองไปยังทะเลโลหิตที่สมรภูมิ
เบื้องหน้า “ไม่รู้ผู้อาวุโสท่านนั้นสำเร็จวิชาอะไร น่ากลัวเป็นบ้าเลย
ทะเลโลหิตนั่นเหมือนจะกลืนทุกชีวิตที่ผ่านมาเลย”
ทันทีที่พวกเขาเข้าใกล้ พวกเขาก็สังเกตเห็นทะเลสีเลือดอัน
ควบแน่นจากจิตสังหาร ไม่ว่าทะเลนี้กวาดผ่านที่ใด ปีศาจใกล้เคียง
ล้วนถูกสูบหายไม่กลับคืน น่าสะพรึงกลัวจนเผ่าปีศาจไม่กล้าเฉียด
ใกล้
และยิ่งกลืนปีศาจหายไปมาก ทะเลโลหิตก็ยิ่งทวีความชวนขวัญ
ผวา แม้จะอยู่ห่างแสนไกลก็ยังขนลุกซู่
กล่าวได้ว่าทะเลโลหิตนี้คือสถานที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของทั้ง
สมรภูมิ ไม่รู้ผู้อาวุโสท่านใดพิทักษ์หนึ่งบริเวณลำพัง
“พลังต่อสู้ของคนผู้นี้น่าจะเทียบได้กับเจียงผิงอันเลย” หนึ่งในมือ
สังหารรำพึง
“เหอะ ๆ เจียงผิงอันนับประสาอะไร แค่จิตสังหารจากผู้อาวุโส
ท่านนี้ เจ้านั่นก็กลัวจนไม่กล้าขยับแล้วกระมัง”
ขณะที่มือสังหารเหล่านี้เสวนา หนึ่งร่างพลันปรากฏขึ้นในทะเล
โลหิต ปวงชนล้วนมองตาค้าง
คนผู้นี้ช่างเหมือน…
“ข้าตาฝาดหรือไม่! เขาเหมือนจะเป็นเจียงผิงอันเลย!” หนึ่งใน
มือสังหารโพล่งอุทาน
“มิได้ตาฝาด! เขานั่นแหละ!”
“เจียงผิงอันมีพลังน่ากลัวขนาดนี้ได้อย่างไร! ไม่เห็นมีระบุใน
ข้อมูลเลย!”
มือสังหารมากมายร่างสะท้านอย่างขวัญผวา ปรากฏว่าผู้
ควบแน่นจิตสังหารเป็นทะเลโลหิตได้ก็คือเจียงผิงอัน!
หลายปีผ่านมา พวกเขาเห็นทะเลโลหิตนี้กลืนอัจฉริยะเผ่าปีศาจ
ไปเกินนับ ใจก็คิดว่าเป็นตัวตนผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์ แต่มิคาดว่า
จะเป็นเจียงผิงอัน!
หนึ่งในมือสังหารกลืนน ้าลายเอื๊อก เริ่มคิดขยับถอย “เรายังต้อง
ลุยต่อไหม? ถอยดีกว่านะ ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันต้องเกิน
ข้อมูลที่ระบุไว้แล้วแน่ ๆ”
หัวหน้ากลุ่มมือสังหารลังเลอยู่นาน จึงกล่าวว่า “เราสู้ตรง ๆ ไม่ได้
อยู่แล้ว แต่เราเป็นมือสังหาร ลอบโจมตีได้นะ”
“แต่อีกฝ่ายน่ากลัวเกินไป การลอบสังหารก็ไม่น่าได้ผลนัก”
แค่สัมผัสจิตสังหารจากกายเจียงผิงอัน พวกเขาก็ไม่เหลือความ
กล้าเข้าไปลอบสังหารแล้ว
“กลัวอะไร เรามีศาสตราเซียนอยู่ แสร้งทำเป็นสู้กับปีศาจแล้วใช้
ศาสตราเซียนร่วมโจมตีสิ โจมตีแค่เพียงหนเดียว ลอบโจมตีสำเร็จ
หรือไม่ก็ช่าง ให้รีบหนีไปทันที”
ผู้นำกลุ่มวางแผนเบ็ดเสร็จ
คนอื่น ๆ พยักหน้าอย่างลังเล
แผนนี้ดูใช้ได้ หากสู้กับอีกฝ่ายตรง ๆ ไม่มีทางชนะ แต่หากลอบ
โจมตีก็ยังมีโอกาส
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางรับศาสตราเซียน
ได้หรอก
ต่อให้รับได้ ก็ยังต้องใช้เวลากว่าจะสลายฤทธิ์ พวกเขาลอบ
โจมตีเพียงหน หากไม่สำเร็จ พวกเขาก็หนีหายไปแล้ว
หลังจากตกลงแผนกันเสร็จ คนทั้งสามสิบกว่าก็แสร้งทำเป็นสู้กับ
ปีศาจตามแผน เขยิบเข้าใกล้เจียงผิงอันทีละนิด
ยิ่งเข้าใกล้เจียงผิงอัน หัวใจพวกเขายิ่งทวีความกลัว
พวกเขาเป็นมือสังหารที่เข่นฆ่าจนชาชิน มิเคยกลัวแม้ต้องใช้
กะโหลกเหยื่อรองสุราดื่ม แต่เมื่อพวกเขาประจักษ์ทะเลโลหิตอัน
หนาแน่นเยี่ยงสสารจริง ต้นขาและท้องไส้ก็สะท้านยวบอย่างเกิน
ควบคุม
ไม่รู้เจียงผิงอันไปได้วรยุทธ์อะไรมา สามารถปลดปล่อยจิตสังหาร
น่ากลัวขนาดนี้ ตัวตนใต้ระดับเซียนไม่มีใครไร้เกรงกลัว
เหล่ามือสังหารเขยิบเข้าใกล้เจียงผิงอันมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่
พวกเขาคิดว่าน่าจะโจมตีได้อยู่แล้วนั้น เจียงผิงอันพลันหันมา ดวงตา
ไร้อารมณ์ดุจเต๋าสวรรค์ไร้ปรานี ไอเย็นยะเยือกเสียดกระดูกแผ่ซ่าน
ทั่วกาย ขนลุกขนพองประหนึ่งถูกเซียนหมายหัว
ถูกจับได้แล้ว!
มือสังหารเหล่านี้เกิดความอยากหนีโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก็ต้อง
ขวัญผวาเมื่อพบว่าร่างกายตนขยับไม่ได้!
ถูกควบคุมไว้แล้ว!
ไม่สิ! มิใช่ถูกควบคุม! แต่เพราะถูกอิทธิพลจากจิตสังหารของอีก
ฝ่าย ปราณเซียนในกายควบตัวแข็ง!!
นี่มันจิตสังหารน่ากลัวอะไรกัน เทียบได้กับปราณจากตัวเซียน
เลย!
บุคคลเดียวที่ยังขยับได้คือผู้นำกลุ่มมือสังหารกลุ่มนี้ เขาเป็น
อัจฉริยะอันดับห้าในระดับของสำนักศึกษาชางจือ แต่เพราะเขาชอบ
ฆ่าคน มีนิสัยโหดเหี้ยม จึงไร้คณะใดยอมรับเขา จึงเลือกเข้าร่วมกับ
กลุ่มมือสังหาร
ในกลุ่มมือสังหาร เขาเพลิดเพลินกับการลอบสังหาร ทรมาน
เป้าหมายจนตาย เป็นใหญ่เหนือชีวิตผู้อื่น
เขาคิดว่าเขาจะลอบสังหารตัวตนในตำนานอย่างเจียงผิงอันได้
และจะโดดเด่นลือนามทั่วโลกหล้า
แต่แค่อีกฝ่ายมองมา เขาก็รู้สึกเหมือนจมลงโพรงน ้าแข็ง
เขากัดลิ้น ใช้ความเจ็บปวดกระตุ้นตนให้ตื่น พร้อมนำศาสตรา
เซียนออกมาจัดการเจียงผิงอัน
ทว่า เขายังไม่ทันชักศาสตราเซียนออกมา จิตสังหารอันกดดัน
ชวนสะพรึงก็หลากเข้าโจมตีวิญญาณเขาโดยตรง
ความรู้สึกสิ้นกำลัง สิ้นหวังและลนลานเอ่อขึ้นในอก ประหนึ่ง
เผชิญเซียนมนุษย์ผู้สูงส่ง ก่อนที่สติจะดับมอดไป
สามสิบกว่าบุคคลลอยล่องกลางจักรวาล ใบหน้าขวัญผวา
ดวงตาเบิกกว้าง ลมหายใจเหือดสิ้น
เพียงหนึ่งชำเลือง เจียงผิงอันก็สังหารมือสังหารหัวกะทิร่วม
ขอบเขตไปสามสิบกว่านาม
จะกล่าวว่าหนึ่งชำเลือง แท้จริงคงมิได้ หากจะพูดให้ถูกคือนี่เป็น
การผสานพลังวิญญาณ ความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนของเส้นทางไร้
พ่ายและจิตสังหารอันร้ายกาจ ฉีกกราชากวิญญาณศัตรูในหนึ่งการ
โจมตี
เจียงผิงอันตั้งชื่อมันชั่วคราวว่า
‘ปลิดวิญญาณ’
ขณะนี้ เขาสร้างวรยุทธ์พลังวิญญาณแล้วสามวิชา ได้แก่
‘สังสารวัฏ’ ‘เวียนกำเนิด’ และ ‘ปลิดวิญญาณ’
ทะเลโลหิตอันเข้มข้นใต้เท้าเขาก่อตัวเป็นหัตถ์มหึมา คว้าร่าง
เหล่ามือสังหารลากหายลงทะเล ราวคนเหล่านี้ไม่เคยมีตัวตนอยู่
บนชั้นหกของหอคอยแดง สีหน้าของชายชุดดำที่หลบมุมอยู่
พลันแปรเปลี่ยน
“เกิดอะไรขึ้น?”
สหายข้าง ๆ กันสังเกตเห็นสีหน้าเขา แล้วถามอย่างสงสัย
ชายชุดดำสะบัดมือ แล้วป้ายชีวิตแตกหักกองหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ป้ายชีวิตเป็นป้ายพิเศษที่เชื่อมกับชีวิตของผู้ฝึกตน หากมันแตก
ก็พิสูจน์ได้ว่าคนผู้นั้นตกตายแล้ว
ผู้ฝึกตนมากมายนิยมมอบป้ายชีวิตกับญาติไว้ยามเดินทางไกล
หากตกตายไป ญาติมิตรของพวกเขาก็จะรู้ทันที
ชายชุดดำกล่าวเสียงขรึม “มือสังหารหัวกะทิที่เราส่งไปฆ่าเจียง
ผิงอันตายหมดแล้ว”
“อะไรนะ! ตายหมดแล้ว!” สหายเขาตาเบิกกว้าง
“นอกจากนั้น ป้ายชีวิตเหล่านี้ยังระเบิดพร้อม ๆ กัน เท่ากับพวก
เขาถูกฆ่าพร้อมกันหมด” ชายชุดดำพูดเสียงสั่น
กระทั่งยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนยังฆ่าคนมากมายเช่นนี้
มิได้ในพริบตา
สหายเขาเผยสีหน้าเหลือเชื่อ “เป็นไปไม่ได้น่า! ไม่ว่าเจียงผิงอัน
แข็งแกร่งแค่ไหน เขาจะฆ่าคนของเราสามสิบกว่าคนในพริบตาพร้อม
ๆ กันได้อย่างไร? หนึ่งในนั้นคืออันดับห้าของระดับเดียวกัน แถมยังมี
ศาสตราเซียนกับตัวนะ! จะเกิดเรื่องกับพวกเขาได้อย่างไร?”
ข้างในนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือจะไปเจอปีศาจรุมโจมตีอยู่
ข้างใน?
“รีบรายงานต่อเบื้องบนซะ”
ฆ่ามือดีไปมากมายในพริบตา แถมเสียศาสตราเซียนไปชิ้นหนึ่ง
เสียหายมหาศาลเลย
ในสมรภูมิจำลองที่ชั้นหก เจียงผิงอันเก็บกวาดเหล่าลิ่วล้อ
รวบรวมทรัพยากรของทั้งคณะหมดสิ้น ก็พบว่ามีกระบี่เซียนเล่มหนึ่ง
รวมอยู่ด้วย
“ประเมินข้าไว้สูงกันจริงนะ”
เจียงผิงอันยิ้มเย้ย ทะเลโลหิตเบื้องหลังเขากรากเชี่ยว จิตสังหาร
ชวนขนลุกจากมันสั่นประสาทจนไร้ผู้ใดทั่วสมรภูมิกล้าเฉียดใกล้
หากเขาเดาไม่ผิด ตัวการน่าจะเป็นเสินกวงไม่ก็ใครที่สำนักเซียน
เทียนหลานจ้างวานมา เขาในขณะนี้ล่วงเกินเพียงสองขุมกำลังนี้
เท่านั้น
ไว้กลับไป เขาจะหลอมคนพวกนี้ลงทะเลเลือดยกโคตร จะได้มิ
ต้องผุดต้องเกิดกันตราบนาน!
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะฆ่าฟันต่อไป มือข้างหนึ่งพลันทาบลง
บนไหล่เขาเงียบ ๆ
ม่านตาเจียงผิงอันหดตัวทันที