สู่วิถีอมตะ - บทที่ 773 ของรับขวัญศิษย์เล่า
“ท่านอาจารย์ โปรดรับคารวะจากศิษย์ด้วย!”
เจียงผิงอันดูตื่นเต้น โค้งคำนับชายชราตรงหน้า
เซี่ยเปิ่นจวินลูบเคราพยักหน้ายิ้ม ๆ “จากวันนี้ไป เจ้าจะเป็นศิษย์
ของปรมาจารย์เซียนผู้นี้ เรียนหลอมอาวุธให้ดี ร้อยปีจากนี้ ข้าจะ
ประเมินฝีมือเจ้าแล้วสอนสุดยอดวิชาหลอมอาวุธ ‘พันค้อนร้อยหล่อ
หลอม’ ให้”
เขาใช้วิชาหลอมอาวุธนี้หลอกคนทำงานให้เขาเปล่า ๆ มานักต่อ
นัก และเพื่อเรียน ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ คนเหล่านี้ก็ประคบประ
หงมเขายิ่งกว่าบิดา
‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ สร้างขึ้นโดยสุดยอดปรมาจารย์นัก
หลอมอาวุธในสมัยโบราณ สร้างเสียงฮือฮาในวงการนักหลอมอาวุธ
ในขณะนั้นเลื่อนลั่น เปลี่ยนทิศวิวัฒน์การหลอมอาวุธ เขียน
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้น
เขาในยามนี้มี ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ อยู่ขั้นหนึ่ง
“ขอบคุณอาจารย์! ศิษย์จะบากบั่นมิให้อาจารย์ต้องเสียหน้า!”
เจียงผิงอันไม่รู้สักนิดว่า ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ คืออะไร เขา
แค่แสร้งดีใจไปเช่นนั้น
“ดีมาก ดูก็รู้แล้วว่าเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ อาจารย์จะไปเยือนสหาย
เก่าที่ไม่เห็นหน้ากันมาพันปี จะไม่อยู่สักพัก เจ้าทำความคุ้นชินกับ
ร้านของอาจารย์ก่อน ถือเสียว่าที่นี่เป็นบ้านได้เลย”
เซี่ยเปิ่นจวินพูดจบก็ถ่ายทอดกระแสปราณบอกกับพนักงาน
หญิงข้างกาย “จับตามองเจ้านี่ไว้ อย่าให้ยุ่งกับของ โดยเฉพาะพวก
ของแพง ๆ”
เซี่ยเปิ่นจวินตบบ่าเจียงผิงอัน กล่าวด้วยท่าทางใจดี “อาจารย์ไป
ก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาสอนเจ้า”
ไว้กลับมาค่อยฝึกศิษย์ผู้นี้ สหายเขาค้นพบวิชาหลอมอาวุธดี ๆ
แล้ว เขาจึงจะไปขอดูก่อน
“อาจารย์ โปรดรอเดี๋ยวขอรับ” เจียงผิงอันพลันโพล่งขึ้น
“มีอะไรหรือ?” เซี่ยเปิ่นจวินถามอย่างสงสัย
“อาจารย์ จากจารีตบ้านเรา ท่านควรมอบของขวัญยามรับศิษย์
นะขอรับ” เจียงผิงอันกล่าว
เซี่ยเปิ่นจวิน “???”
ของขวัญมันควรเป็นฝ่ายศิษย์ให้ยามกราบอาจารย์มิใช่หรือ?
ไฉนกลายเป็นอาจารย์ต้องให้ของรับขวัญศิษย์ไปได้?
เจียงผิงอันกล่าวกับเซี่ยเปิ่นจวินอย่างคาดหวัง “อาจารย์ไม่มี
ธรรมเนียมเช่นนี้หรือขอรับ?”
เซี่ยเปิ่นจวินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหยิบค้อนสีดำซึ่งเป็นอาวุธ
วิเศษขั้นสูงระดับเขตแดนด้ามหนึ่งออกมาโยนให้เจียงผิงอันอย่างส่ง
ๆ
“ถึงทางอาจารย์จะไม่มีธรรมเนียมนี้ แต่ใครใช้ให้เจ้าเป็นศิษย์
ของอาจารย์เล่า ไหน ๆ ก็มาเป็นศิษย์โปรดของข้าแล้ว ดังนั้นก็เอา
อาวุธวิเศษขั้นสูงไป อย่าตื่นเต้นเกินไปเล่า ภายหน้ายังมีประโยชน์อื่น
มากกว่านี้อีก”
แค่อาวุธวิเศษขั้นสูงพัง ๆ ชิ้นเดียว แต่เขากลับพูดราวเป็นสมบัติ
ล ้าค่า
หากมิใช่เพราะวีรกรรมของเซี่ยเปิ่นจวินฉาวโฉ่เรื่องตระหนี่
เหนียวจนไม่มีผู้มาฝากตัว เขาคงไม่ให้อาวุธวิเศษชิ้นนี้ด้วยซ ้า
เนื้อยุงก็ยังเป็นเนื้อ เจียงผิงอันดูตื่นเต้น รีบร้อนคารวะ “ขอบคุณ
อาจารย์ ขอบคุณอาจารย์!”
“อาจารย์ไปก่อนนะ”
เซี่ยเปิ่นจวินกลัวเจียงผิงอันยังจะพูดเหลวไหล เขาจึงไม่แม้แต่จะ
ถามชื่อเจียงผิงอัน หายลับจากที่ไปทันที ในสายตาเขา ชื่อของ
เครื่องมือหามีความหมายไม่
“เจ้าสืบวีรกรรมของปรมาจารย์เซียนเซี่ยสักหน่อยดีกว่านะ”
เป้าจือ พนักงานหญิงซึ่งอยู่ข้าง ๆ เขากล่าวกับเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ “มิจำเป็นหรอก”
เป้าจือพูดไม่ออก “ไม่จำเป็นอะไร การฝากตัวเป็นศิษย์สำคัญสุด
ๆ เลยนะ อย่าคิดว่าได้เป็นศิษย์เซียนจะเป็นเรื่องดี เจ้าไปสืบข้อมูล
ก่อนค่อยตัดสินใจเถอะ หาไม่เจ้าได้เสียใจไปทั้งชีวิตแน่!”
“หากเจ้าอยากเรียนการหลอมอาวุธ เสียเวลาไปสำนักร้อย
ศาสตราตรง ๆ เลยยังดีกว่าติดตามไอ้แก่ เอ้ย… ผู้อาวุโสนี้ยิ่ง จุดจบ
ไม่สวยหรอก จริง ๆ นะ”
นางเห็นนักหลอมอาวุธเลือดร้อนไฟแรงมากมาย
กระฟัดกระเฟียดจากไปนักต่อนัก มิอาจทนเห็นใครกระโดดลงกอง
เพลิงได้อีกแล้ว
“ขอบคุณมากที่เตือนข้า ข้ารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนเช่นไร”
เจียงผิงอันพออนุมานจากเสียงก่นด่าของนักหลอมอาวุธที่
กระฟัดกระเฟียดจากไปเมื่อครู่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกชอบวาดวิมาน
บนอากาศ เอาวิชาหลอมอาวุธระดับสูงมาหลอกคน
“เจ้ารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร แต่ยังกระโดดลงกองเพลิงเนี่ย
นะ? เจ้าคงมิได้ฝันอยากได้ ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ อย่างลม ๆ
แล้ง ๆ อยู่หรอกกระมัง?” เป้าจือเบิกตากว้าง สีหน้าไม่อยากเชื่อ
แน่นอน เจียงผิงอันไม่ได้อยากเรียนอะไรจากอีกฝ่ายหรอก แค่
เพื่อให้บรรลุงานที่อวิ๋นเหยามอบหมายเท่านั้น
อวิ๋นเหยาเป็นผู้ตัดสินว่าเขาจะฟื้นชีพบุพการีได้หรือไม่ เขาต้อง
ทำให้นางพอใจ จึงได้ผลประโยชน์เพิ่มเติม
เจียงผิงอันมิคิดอธิบาย โยนค้อนที่เซี่ยเปิ่นจวินเพิ่งให้มากับ
พนักงานหญิงตรงหน้าแทนคำขอบคุณ
“ภายหน้าไม่ต้องยุ่งแล้ว หากข้าเอาวาทะเจ้าไปบอกอีกฝ่าย จะ
มิใช่เรื่องดีสำหรับเจ้าแน่ ๆ”
พนักงานหญิงผู้นี้น่าจะยังไม่ตระหนักสัจธรรม จึงเข้ายุ่งเรื่องผู้อื่น
หากเป็นคนทั่วไปคงปิดปากเงียบ มิชักศึกเข้าหาตัวกันแล้ว
เมื่อได้ยินคำเตือน เป้าจือพลันตาสว่าง เหงื่อแตกพลั่กทั้งกาย
นางแค่ไม่อยากเห็นผู้ใดถูกหลอก เลยเตือนออกไปโดยไม่คิด
มาก
หากอีกฝ่ายเอาเรื่องไปบอกเซี่ยเปิ่นจวินจริง ๆ ชะตาของนางจะ
แย่มากจริง ๆ นั่นแหละ
“จัดห้องพักให้ข้าหน่อย” เจียงผิงอันกล่าว
“ด- … ได้!”
เป้าจือรีบร้อนตอบ โชคยังดีที่คนผู้นี้มิใช่คนเลว แม้นางจะไม่รู้
จุดประสงค์ของอีกฝ่าย แต่นางก็ไม่ถามมาก อีกฝ่ายก็พูดอยู่ว่าอย่า
เข้ายุ่ง
เจียงผิงอันถูกจัดให้อยู่ในห้องพักแขกชั้นบน หลังจากปิดประตู
เขาก็นำธงค่ายกลออกมากางอาคม
“ผู้อาวุโส เหตุใดจึงให้ข้ามาฝากตัวที่ร้านนี้หรือ? ข้าขอ
จุดประสงค์ได้หรือไม่ จะได้เตรียมใจไว้”
“จุดประสงค์สุดท้ายมิใช่ให้เจ้าฝากตัวที่ร้านนี้ แต่เป็นสำนัก
เบื้องหลังร้านนี้ต่างหาก”
เสียงของอวิ๋นเหยาดังขึ้นในใจเจียงผิงอัน “สำนักร้อยศาสตรา
เป็นสำนักเซียนหลอมอาวุธที่เป็นรองเพียงตระกูลเราในกาลก่อน มี
ระดับฝีมือหลอมอาวุธสูงยิ่ง เป็นประโยชน์กับเจ้า ใช้การหลอมอาวุธ
เข้าช่วย เจ้าจะสามารถปรับความสนใจ ฟื้นทัศนคติกลับมาได้”
เจียงผิงอันนั่งบนแท่นฝึกฝน “นี่มิใช่จุดประสงค์หลักกระมัง?”
คราวก่อน อวิ๋นเหยาสถานการณ์ย ่าแย่ จึงขอให้เขาหาผลเต๋า
วิญญาณเซียนมาก่อน
“จุดประสงค์หลักคือให้เจ้าใกล้ชิดกับสำนักร้อยศาสตรา หน
ก่อนที่ตระกูลข้าถูกล้อมสยบ พวกเขาสำนักร้อยศาสตราก็มีส่วน
ร่วม!”
กล่าวถึงตรงนี้ น ้าเสียงของอวิ๋นเหยาก็เย็นเยียบเกินครั้งใด ร่าง
แผ่ปราณร้ายกาจจนเจียงผิงอันเกร็งแข็งทั้งกาย
เจียงผิงอันจำครั้งแรกที่พบอวิ๋นเหยาได้ ความแข็งแกร่งของสตรี
ผู้นี้ร้ายกาจเกินหยั่งคาด
“ผู้อาวุโสหมายความว่า… จะให้ข้าแทรกซึมสำนักนี้ ช่วยผู้
อาวุโสล้างแค้นหรือขอรับ?”
“เหอะ ๆ สำคัญตัวเองสูงจริงนะ กระทั่งยามข้าสมบูรณ์พร้อม ยัง
ไม่มีทางล้างแค้นได้เลย พวกเขาเป็นตัวตนระดับผู้นำสูงสุดของภพ
เซียน เนื่องจากเป็นอาชีพพิเศษอย่างนักหลอมอาวุธ คนมากมายจึง
คิดผูกมิตร พูดคำเดียว ก็ทำให้เซียนแท้ จินเซียน กระทั่งยอดฝีมือ
ระดับสูงกว่านั้นถกแขนเสื้อลงมือกันได้เป็นทัพ”
เสียงของอวิ๋นเหยาเคร่งขรึมเปี่ยมความเกลียดชัง
“แล้วผู้อาวุโสให้ข้าเข้าร่วมกับพวกเขาเพื่อการใดหรือ?” เจียง
ผิงอันงุนงง
“การโจมตีที่ตระกูลข้าเผชิญนั้นประหลาดมาก ข้าอยาก
ตรวจสอบ เลยให้เจ้าเข้าใกล้ชิดกับสำนักร้อยศาสตรา ส่วนที่เหลือ
ข้าจัดการเอง”
อวิ๋นเหยาไม่คิดให้เจียงผิงอันทำการใด
“ยามนี้ สิ่งที่เจ้าต้องทำก็แค่ทำตามข้าบอก ตั้งอกตั้งใจหลอม
อาวุธ สงบใจตัวเอง ฝึกฝนวิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์ เตรียม
เผชิญหน้าทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา”
ทัณฑ์เซียนที่เจียงผิงอันต้องเผชิญนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
โอกาสผ่านได้นั้นสุดริบหรี่ จึงต้องเตรียมตัวล่วงหน้า
“เจ้าเริ่มจากการตีอาวุธวิเศษขั้นแรกซึ่งระดับต ่าสุดก่อน ตีมาห้า
พันชิ้น ข้าจะค่อย ๆ สอนเจ้า”
ยามเจียงผิงอันได้ยินว่าเขาจะต้องตีอาวุธวิเศษขั้นแรก คิ้วของ
เขาก็ขมวดแน่น “หากข้าทุ่มสุดฝีมือ ข้าก็ซ่อมสมบัติลับได้ แต่ยัง
ต้องเริ่มหลอมอาวุธวิเศษขั้นแรกหรือ? สู้เริ่มที่อาวุธวิเศษระดับเขต
แดนเลยไม่ดีกว่าหรือ”
อาวุธวิเศษขั้นแรกคืออาวุธวิเศษขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด
ซึ่งเพิ่งสัมผัสกฎเกณฑ์ อาวุธวิเศษเช่นนี้ถือเป็นอาวุธวิเศษชั้นสูงใน
ภพแร้นแค้น แต่เป็นขยะในภพเซียน แร่คุณภาพสูงชิ้นไหนสักชิ้นก็
ทำอาวุธวิเศษระดับนี้ได้
เจียงผิงอันคิดว่าหลอมอาวุธวิเศษระดับนี้ไปก็เสียเวลาเปล่า
อวิ๋นเหยากล่าวเสียงเย็น “เจ้าใจร้อนแล้ว เจียงผิงอันในอดีตไม่มี
ทางพูดอะไรแบบนี้ ต่อให้สั่งเขาหลอมอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งหมื่นชิ้น เขา
ก็จะไม่หงุดหงิดอารมณ์เสีย”
เจียงผิงอันผงะไปเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจึงพูด “ผู้อาวุโส
เช่นนั้นก็หลอมหมื่นชิ้นแล้วกัน”
การหลอมอาวุธมิใช่เป้าหมาย แต่เป็นการขัดเกลาจิตใจ
เขาฝึกฝนมาสองร้อยกว่าปี สัญจรบนเส้นทางอย่างรีบร้อนดุจไม่
เคยหยุดฝีเท้าเสมอมา หัวใจของเขาจึงยิ่งร้อนรนขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อใจร้อน เรียนเรื่องใดรู้เพียงครึ่งก็คิดแล้วว่าตนบรรลุ ทว่า
แท้จริงคืบหน้าไม่ถึงไหนเลย
อวิ๋นเหยาแค่อยากสงบใจเขา ปรับสภาพความคิดเสียใหม่
“ข้าจะสอนวิชาลับหนึ่งให้เจ้าก่อน มันจะเพิ่มความเร็วการถลุงแร่
ลดจุดด่างพร้อย พัฒนาคุณภาพของอาวุธวิเศษได้”
“วิชาลับใดหรือ?”
“วิชาลับนี้ ข้าเป็นผู้สร้างในอดีต ชื่อว่า ‘พันค้อนร้อยหล่อ
หลอม’”