สู่วิถีอมตะ - บทที่ 774 พันค้อนร้อยหล่อหลอม
“พันค้อนร้อยหล่อหลอมเป็นวิชาถลุงแร่ สร้างอาวุธวิเศษโดยไม่
ต้องอาศัยไฟ”
อวิ๋นเหยากล่าวอย่างภูมิใจ “ก่อนข้าจะสร้างวรยุทธ์นี้ หากคิดจะ
เป็นนักหลอมอาวุธก็ต้องบรรลุกฎเกณฑ์ธาตุไฟ ใช้เตาหลอมให้ได้
วิชาหลอมอาวุธที่ข้าสร้างนี้เปลี่ยนทุกสิ่งที่ว่ามา สร้างประวัติศาสตร์
หน้าใหม่ กลายเป็นบุคคลขึ้นแท่นในหมู่นักหลอมอาวุธ”
ว่าพลาง อวิ๋นเหยาก็แอ่นอกโลหะของนางอย่างไม่รู้ตัว
เจียงผิงอันไม่รู้เรื่องหลอมอาวุธมากนัก จึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลัง
อวดโอ่ผลงานเกินจริง
ขณะที่ความคิดนี้ปรากฏบนใบหน้า เขาก็ถูกหุ่นเชิดที่อวิ๋นเหยา
ควบคุม ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ เข้าใส่จนหน้าบวมจมูกเขียว
“เชื่อจ้า! เชื่อแล้วจ้า!”
เจียงผิงอันรีบตะโกน เขากลัวว่าหากยังไม่เชื่ออีก มีหวังถูกสตรีผู้
นี้ทุบตายก่อนทันโดนทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาฆ่าแหง ๆ
อวิ๋นเหยาสะบัดคอยอมปล่อยไป “เจ้ามิใช่นักหลอมอาวุธ ไม่รู้
สถานะของเซียนผู้นี้หรอก หากเจ้ารู้เรื่องของข้า คงบูชาข้าเช่นเทพ
ไปแล้ว”
อวิ๋นเหยาคร้านเกินจะมากความต่อ แล้วสอน ‘พันค้อนร้อยหล่อ
หลอม’ ให้เจียงผิงอัน
“หากจะหลอมอาวุธก็ต้องมีแร่พิเศษ แร่เหล่านี้จะมีสิ่งเจือปน หาก
เป็นปกติแล้วต้องถลุงหลอมด้วยเตาไฟ แต่ ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’
ของข้าไม่ต้องใช้ ใช้แค่กำปั้นก็พอ”
ว่าพลาง อวิ๋นเหยาก็หยิบแร่ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง เหวี่ยงหมัดนับพันหน
ในพริบตา สุดท้ายก็หลงเหลือเพียงแร่พิเศษขนาดเท่าเมล็ดข้าว
ขณะที่สิ่งเจือปนอื่น ๆ ถูกชำระหายไปสิ้น
เจียงผิงอันผงะไปเล็กน้อย “ไฉนนี่ดูเหมือนวิชาสลายยุทธภัณฑ์
ที่ผู้อาวุโสให้ข้ามาเลย?”
“วิชาสลายยุทธภัณฑ์นั้น ที่จริงก็เป็นสาขาของ ‘พันค้อนร้อย
หล่อหลอม’ ข้าสอนเจ้าก่อนเพื่อให้เจ้าชินกับมันล่วงหน้า ยามนี้จะได้
เรียน ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ ง่ายขึ้น”
อวิ๋นเหยาโยนแร่ชิ้นหนึ่งให้เจียงผิงอัน “เรียนจากที่ข้าทำเมื่อครู่
เจ้าลองทำดู มีปัญหาใดเดี๋ยวมาปรับแก้”
เจียงผิงอันรับแร่มา หวนนึกถึงวิชาที่อวิ๋นเหยาใช้เมื่อครู่
ในชั่วกาลสั้นเพียงประเดี๋ยว อีกฝ่ายก็ออกหมัดเป็นพันหน ขยับ
มือเปลี่ยนท่าสามร้อยหกสิบสองหน ระหว่างนั้น แรงที่ใช้ก็
เปลี่ยนแปลงเกินคาดคะเน
เจียงผิงอันสลักภาพนี้ไว้ในใจ ใช้พลังจินตภาพหวนนึกแล้วลอง
ทำในใจ
ครู่ใหญ่ ๆ ต่อมา อวิ๋นเหยาเห็นเจียงผิงอันยังไม่ขยับ มุมปากหุ่น
เชิดโลหะก็ยกขึ้นเล็กน้อย “รู้สึกยากมากใช่หรือไม่? วิชาหลอมอาวุธ
ที่ข้าสร้าง มิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเรียนได้ง่าย ๆ ต่อให้เป็นอัจฉริยะอย่าง
เจ้าก็เถอะ”
“ข้าจะสาธิตให้เจ้าดูอีกที”
อวิ๋นเหยาหยิบแร่อีกชิ้นขึ้น เตรียมสาธิตซ ้า แต่แล้วเจียงผิงอัน
พลันพูดขึ้น “มิต้อง ข้าบรรลุแล้ว”
อวิ๋นเหยาเลิกคิ้ว “เจ้านี่กล้าพูดแท้ คิดว่าเป็นเซียนหรือไร จึงมอง
ปราดเดียวก็เรียนได้”
มีเพียงตัวตนระดับเซียนเท่านั้นที่บรรลุวิชาที่นางเพิ่งใช้ได้เร็วนัก
นี่ก็เป็นเหตุผลที่อวิ๋นเหยาเสนอจะสาธิตให้เจียงผิงอันดูอีกที เพื่อที่จะ
หาจุดบกพร่องมาแก้ไขได้สะดวก
แต่ชายผู้นี้กลับบอกว่าเขาบรรลุแล้ว
คนผู้นี้มิเคยเป็นผู้ยโสโอหังเช่นนี้มาก่อน
เจียงผิงอันไม่อธิบาย โยนศิลาขึ้นแล้วออกหมัดกระหน ่าใส่แร่
โลหะเซียน
การใช้พลังโจมตีกรองสิ่งเจือปนในแร่ต้องใช้ทักษะควบคุมพลัง
ระดับสูง
หากใช้แรงมากเกินไป ก็อาจทำลายแร่ที่ต้องการ ใช้แรงน้อย
เกินไป ก็มิอาจสกัดสิ่งเจือปนออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เจียงผิงอันเคยเรียนหมัดอู๋จี๋มาก่อน มีการควบคุมกำลังล ้าเลิศ
เขาทำได้กระทั่งออกหมัดชกเกล็ดหิมะมิให้แตก
ระหว่างถลุงแร่ มือของเขาเปลี่ยนแปรตลอดเวลา ภายใต้พันค้อน
กระหน ่าเกลา ศิลาก้อนนี้ก็เปลี่ยนสีเป็นแดงฉาน สิ่งเจือปนค่อย ๆ
กร่อนสลาย เผยแร่ภายในออกมาทีละน้อย
เพียงไม่กี่อึดใจ โลหะเซียนบริสุทธิ์ก้อนหนึ่งซึ่งแผ่รัศมีกฎเกณฑ์
ก็ปรากฏตรงหน้า
แม้จะไม่เร็วเท่าอวิ๋นเหยา การใช้กระบวนมือก็ค่อนข้างติดขัด
ออกหมัดมากกว่าอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็ยังได้ผลสำเร็จ
อวิ๋นเหยามองภาพตรงหน้าตาค้าง รู้สึกเหลือเชื่อยิ่ง
วิชาหลอมอาวุธที่นางสร้างยากเย็นอย่างยิ่ง แต่เจียงผิงอันถึงกับ
บรรลุมันเพียงเห็นครั้งเดียว!
นางพร้อมตำหนิเจียงผิงอันอยู่ก่อนแล้ว แต่อีกฝ่ายหาทำสิ่งใด
ผิดไม่ ทำให้อวิ๋นเหยาขัดใจอยู่เล็กน้อย หงุดหงิดใจราวติดอยู่ในสุขา
อวิ๋นเหยาเดินเข้ามา เตะบั้นท้ายเจียงผิงอันอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย “เจ้า
อวดดีอะไร!”
“ข้าเปล่าอวดดีนะ”
เจียงผิงอันดูงุนงง ไฉนจู่ ๆ เขาก็โดนเตะล่ะนี่
อวิ๋นเหยาตำหนิเจียงผิงอัน “นี่เป็นแค่วิชาระดับล่างสุดของพัน
ค้อนร้อยหล่อหลอมเท่านั้น อย่าคิดเชียวว่าบรรลุมันได้แล้วจะเก่งกาจ
นักหลอมอาวุธส่วนใหญ่ก็ทำได้เหมือนกัน!”
แต่ในใจอวิ๋นเหยานั้นสุดตื่นตะลึง ร้อยนักหลอมอาวุธในระดับ
เดียวกัน น้อยแสนน้อยที่จะบรรลุได้จากการมองเพียงหน กระทั่ง
อัจฉริยะในตระกูลนางในอดีต ผู้ที่ทำเช่นนี้ได้ยังหายากยิ่ง
นอกจากนั้น คนผู้นี้ยังไร้พื้นฐานการหลอมอาวุธ
เจ้าเด็กนี่เป็นสัตว์ประหลาดจริง ๆ
“ต่อไป ข้าจะสอนวิชาหลอมถลุงระดับสูงให้”
อวิ๋นเหยาสะกดความตื่นตะลึงในใจ ชี้นำเจียงผิงอันฝึกฝนต่อไป
บางที เด็กนี่อาจสืบทอดวิชาหลอมอาวุธของตระกูลนางได้ และ
กระทั่งพัฒนาต่อยอดมัน…
หลายเดือนต่อจากนั้น อวิ๋นเหยาใช้เวลาสอน ‘พันค้อนร้อยหล่อ
หลอม’ กับเจียงผิงอัน ภายนอกกาลผ่านเพียงไม่กี่เดือน แต่เหนือ
แท่นกาลเวลา การไหลเวลารวดเร็วสิบห้าเท่า จึงผ่านไปแล้วหลายปี
เจียงผิงอันหลงลืมเรื่องการต่อสู้ ไม่เหลือความคิดเข่นฆ่า ตั้งอก
ตั้งใจเรียนหลอมอาวุธ
อวตารร่างศึกของเขาทำความเข้าใจรากฐานในวิหารเทพชางจือ
ไม่ถ่วงเวลาพัฒนาการฝึกฝน ตัวเขาเองก็มิได้รีบร้อนพัฒนาการ
ฝึกฝน ต่อให้ไปถึงขั้นปลายระดับเขตแดน ลองทะลวงระดับบรรลุ
เซียนได้ เขาก็ยังเป็นเซียนมิได้อยู่ดี
เรื่องสำคัญสูงสุดในขณะนี้คือบรรลุ ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’
และ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’
จิตสังหารของเขาก็ค่อย ๆ สงบลงเช่นกัน
วันนี้ เจียงผิงอันกำลังตีกระบี่ล ้าค่าเล่มหนึ่ง จู่ ๆ อวิ๋นเหยาก็มา
บอกเขาว่า “ออกไปหาผลึกเซียนมาหน่อย ผลึกเซียนหมดแล้ว แล้ว
ก็หาแร่มาด้วยนะ อาวุธวิเศษบางชิ้นต้องใช้แร่พิเศษในการสร้าง”
“มิใช่ข้าเพิ่งขายยอดสมบัติชิ้นหนึ่งไปแปดแสนผลึกเซียนหรือ?”
เจียงผิงอันพูดอย่างงุนงง
แปดแสนผลึกเซียนนั้นมากพอให้ผู้ฝึกตนทั่วไปใช้ได้เป็นพัน ๆ
ปี เพิ่งได้มาไม่ทันไรก็หมดเสียแล้วหรือ
สตรีผู้นี้ต้องแอบใช้แน่ ๆ! นางไม่ต่างอะไรกับหลุมดำ กรอกใส่แค่
ไหนก็ไม่เคยพอ
อวิ๋นเหยาชำเลืองเจียงผิงอัน “เรียนวรยุทธ์จากข้า เจ้าก็ควรจ่าย
อะไรบ้างมิใช่หรือ? อย่าว่าแต่แปดแสนผลึกเซียน ต่อให้เป็นแปดหมื่น
ล้านก็ซื้อ ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ มิได้หรอกนะ”
“อีกอย่าง ผลึกเซียนเหล่านี้ล้วนใช้ไปเพื่อเจ้า มิสังเกตหรือว่า
พฤกษากระจ่างเต๋าเพิ่มฤทธิ์ตระหนักแจ้งของเจ้า? ข้าใช้ผลึกเซียน
เลี้ยงพฤกษากระจ่างเต๋าขึ้นสู่ระดับเซียนแล้ว”
“อ้อ จริงด้วย ข้าผสานด้ายไหมวิญญาณทั้งหลายของเจ้าเข้ากับ
ประคำพุทธวิถีด้วย แม้มันจะยังอยู่ในระดับยอดสมบัติ แต่ก็ถูก
ยกระดับมากล้น ทุกอย่างที่ว่ามาล้วนต้องใช้ผลึกเซียนทั้งสิ้น”
เจียงผิงอันก็มึนงงอยู่ เขารู้สึกว่าความเร็วการประจักษ์รู้ของเขา
ช่วงนี้พุ่งสูงก้าวกระโดด ที่แท้เหตุผลก็เป็นเพราะพฤกษากระจ่างเต๋า
พัฒนา
ส่วนด้ายไหมวิญญาณเหล่านั้น เขาได้มาในภพบุกเบิก เป็นสิ่ง
พิเศษที่สามารถควบคุมได้ด้วยพลังวิญญาณ ชอบกินพืชพิเศษต่าง
ๆ และเจียงผิงอันก็ปล่อยพวกมันไว้บนพฤกษากระจ่างเต๋าให้เติบโต
กันเอง แต่เพราะอัตราการเติบโตช้ามาก เขาเลยเมินมันไป
อวิ๋นเหยาผู้นี้บอกเอาผลึกเซียนไปทำโน่นนี่มากมาย ทว่าแท้จริง
มันมิได้เปลืองผลึกเซียนเยอะแยะอะไรเลย นางเอาไปใช้เองต่างหาก
เจียงผิงอันพลันจำอะไรได้ “ผู้อาวุโส โอสถเซียนสามต้นนั้นที่ผู้
อาวุโสได้มาเล่า ท่านเอาหุ่นเชิดข้าไปเป็นร้อย มูลค่าสูงหลายร้อย
ล้าน ท่านก็ควรชดเชยโอสถเซียนให้ข้าสักต้นนะ”
เมื่อนึกถึงปราณทรงพลังจากโอสถเซียนเหล่านั้น เจียงผิงอันก็
หัวใจสะท้านเทิ้ม โอสถเซียนแต่ละต้นมูลค่ามิได้ต ่าไปกว่าอาวุธวิเศษ
ระดับศาสตราเซียนสวรรค์เลย!
ไม่ว่าโอสถเซียนต้นใด ก็เพียงพอให้เซียนทั้งหลายสติแตกได้
แล้ว
“เหอะ ๆ ฝันหวานเชียวนะ คิดจะแลกหุ่นเชิดพัง ๆ พวกนั้นเป็น
โอสถเซียนรึ?”
อวิ๋นเหยาชำเลืองเจียงผิงอัน “ถึงให้เจ้าไป เจ้าก็ใช้มันไม่ได้
หรอก ขอบเขตอย่างเจ้าอย่าว่าแต่กินโอสถเซียนทั้งต้น ต่อให้เป็นแค่
ใบเดียว พลังของมันก็ยังร้ายกาจพอระเบิดร่างเจ้าได้”
“แต่น ้าแช่โอสถเซียนเพิ่มอายุขัยเจ้าเป็นพัน ๆ ปีได้”
ว่าพลาง มวลน ้าก้อนหนึ่งก็ปรากฏบนมืออวิ๋นเหยาจากอากาศ
ธาตุ พลังชีวิตมหาศาลปรากฏรายล้อมดุจโอสถลูกกลอนเซียนเม็ด
หนึ่ง
เจียงผิงอันรำพึงในใจ กะแล้วเชียว เขายังไร้โอกาสได้โอสถ
เซียนมา แต่ได้น ้าแช่โอสถเซียนมาก็ไม่แน่ มันเพิ่มอายุขัยเขาได้เป็น
หลักพันปี
เขาอ้าปากกลืนก้อนวารีตรงหน้าเข้าไป
ชั่วขณะนั้น พลังชีวิตยิ่งใหญ่หลากเข้าสู่รากฐานของเขา
ร่างกายคล้ายได้อาบแช่ในน ้าพุร้อน รู้สึกผ่อนคลายสบายตัว
รากฐานในกายส่ายไหว ดูดซับพลังเหล่านี้อย่างบ้าคลั่ง