สู่วิถีอมตะ - บทที่ 776 ปรมาจารย์เซียนกลับมาแล้ว
“อาจารย์ ขอบคุณนะ”
เมื่อเข้ามาในห้องซื้อขาย เป้าจือก็ขอบคุณเจียงผิงอัน
ชายผู้นี้มิเพียงรักษางานของนางไว้ได้ ยังให้นางได้กำไรจากการ
ซื้อขายอาวุธวิเศษด้วย
“ช่วยเหลือนิดหน่อย มิต้องเกรงใจ”
เจียงผิงอันมิได้เสียหายอะไร แค่ช่วยนางเฉย ๆ
เขานำอาวุธวิเศษบางส่วนที่ไม่ใช้ออกมาขาย ให้เป้าจือตีราคา
อาวุธวิเศษเหล่านี้ล้วนได้มาจากโลกใบน้อยของราชินีปีศาจก่อน
หน้านี้ ระดับของมันมิได้แย่
“อาจารย์ชื่ออะไรหรือ?” เป้าจือนับจำนวนอาวุธวิเศษพลาง
บันทึกข้อมูลอย่างระมัดระวัง
“ปัวซือ”
เจียงผิงอันยังใช้นามแฝงต่อไป ยามนี้เมื่อมีคนคิดปองร้าย ซ่อน
ตัวตนไว้จะดีที่สุด
เป้าจือลอบชำเลือง นางรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังบอกชื่อแฝงกับ
นาง
คนทั่วไปเวลาขานนามจะชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่ก็พูดช้า ๆ
เพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินถนัดหู แต่มิใช่กับชายผู้นี้
นอกจากนั้น ชายผู้นี้ยังรู้ว่าเซี่ยเปิ่นจวินเป็นคนชอบเอาเปรียบ
ศิษย์ แต่ก็ยังมาฝากตัว ต้องมีจุดประสงค์อื่นอยู่เป็นแน่ นี่จึงยิ่งน่าจะ
เป็นนามแฝง
บางที กระทั่งโฉมหน้านี้ยังปลอมด้วยซ ้า
เจียงผิงอันหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายเดาได้แล้วว่าเขาใช้นามแฝง และต่อ
ให้รู้ เขาก็มิได้ใส่ใจ
“หลังจากตีราคาอาวุธวิเศษเป็นผลึกเซียนแล้ว ใช้ครึ่งหนึ่งแลก
เป็นหินผลึกสามอย่าง หินแร่โลหะเซียน หินแร่เบี้ยม่วงและหินแร่ลาย
มังกร”
หินแร่โลหะเซียนเป็นหินแร่พื้นฐานที่สุด ใช้มากที่สุดในการ
หลอมอาวุธวิเศษ
หินแร่เบี้ยม่วงพัฒนาความแข็งแกร่งของอาวุธวิเศษได้ คุ้มราคา
ที่สุด
หินแร่ลายมังกรช่วยในการเพิ่มอักขระบนอาวุธวิเศษ พัฒนา
คุณภาพของอาวุธวิเศษได้ ค่อนข้างหายาก
วัตถุดิบทั้งสามใช้เงินจำนวนมาก และยังเป็นแร่ที่เขาต้องการ
ที่สุดในขณะนี้ด้วย
“เยอะเลยนะเจ้าคะ อาจารย์ปัว”
เป้าจือจดความต้องการของเจียงผิงอันไว้อย่างระมัดระวัง รับ
อาวุธวิเศษให้กับนักหลอมอาวุธของร้านเพื่อประเมินยืนยันครั้ง
สุดท้ายว่าไร้ปัญหา ก่อนจะตีราคาทันที
ครึ่งชั่วยามต่อมา เป้าจือก็กลับมาในห้องซื้อขาย
“อาจารย์ปัว เราไม่มีหินแร่ลายมังกรในร้าน ข้าปล่อยอวตารไป
ร้อยร่าง ถามร้านค้ามากมายในละแวก มีสองร้านขายหินแร่ลายมังกร
ถูกหน่อยมีสิ่งเจือปนเยอะ ส่วนแพงสุดคิดราคาหมื่นผลึกเซียนต่อชิ้น
สูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อย แต่รับประกันคุณภาพได้เจ้าค่ะ”
เจียงผิงอันมองเป้าจืออย่างประหลาดใจ มิคาดว่าอีกฝ่ายจะไป
ถามร้านอื่น แถมกระทั่งตรวจคุณภาพให้ด้วย
“ซื้อทั้งคู่เลย ใช้ผลึกเซียนมากหน่อยก็ไม่เป็นไร”
เจียงผิงอันต้องการหินแร่ลายมังกรจำนวนมาก จึงซื้อตุนไว้เยอะ
ๆ ต่อให้หินแร่ลายมังกรมีสิ่งเจือปน เขาก็ชำระล้างมันเองได้
“ได้เจ้าค่ะอาจารย์ปัว”
เป้าจือแยกอวตารอีกครั้ง นำผลึกเซียนไปซื้อหินแร่ลายมังกร
เป้าจือพลันลดเสียงลงกระซิบ “อาจารย์ปัว เมื่อครู่ข้าเห็น
ปรมาจารย์เซียนเซี่ยกลับมา เขาดูบาดเจ็บอยู่ ลมหายใจไม่เสถียร
มาก ๆ เลย”
สีหน้าของเจียงผิงอันตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย เรื่องต่อไปที่ต้อง
จัดการก็คือปรมาจารย์เซียนผู้นี้ ความแข็งแกร่งเลิศล ้า หากประมาท
เพียงน้อยก็อาจเกิดเรื่องได้
“เจ้ารู้เกี่ยวกับปรมาจารย์เซียนเซี่ยผู้นี้แค่ไหน?”
เพื่อความปลอดภัย เจียงผิงอันจึงอยากรู้จักปรมาจารย์นักหลอม
อาวุธผู้นี้ก่อน และพนักงานหญิงตรงหน้าก็เป็นช่องทางที่ดี
เป้าจือบอกทุกสิ่งที่รู้กับเจียงผิงอัน
เซี่ยเปิ่นจวิน นักหลอมอาวุธระดับเซียนผู้หนึ่งของสำนักร้อย
ศาสตรา แม้จะเป็นเซียนมนุษย์ แต่กลับไม่มีสถานะสูงส่งอะไรในขุม
กำลังใหญ่อย่างสำนักร้อยศาสตรา
ครั้งยังหนุ่ม เขามีอาจารย์ผู้หนึ่ง ปรนนิบัติรับใช้มาเป็นหมื่น ๆ ปี
แต่กลับไม่ได้เรียนสิ่งใด จนภายหลังก็มาตั้งสำนักรับศิษย์ของตนเอง
บางทีอาจเพราะได้อิทธิพลจากอาจารย์ เซี่ยเปิ่นจวินจึงติดนิสัย
วาดวิมานบนอากาศลวงศิษย์ แต่มิได้สอนวิชาจริงจังอะไร ซ ้ายังจู้จี้
เรื่องมากยิ่ง
จนเวลาผ่านไป เขาถูกศิษย์ตัวเองร้องเรียน เสียคุณสมบัติรับ
ศิษย์ในสำนักร้อยศาสตราไป
ภายหลัง เขาออกจากสำนักร้อยศาสตราแล้วรับศิษย์เปิดร้าน
ข้างนอก
เนื่องจากชื่อเสียงของสำนักร้อยศาสตรา เขาจึงเปิดร้านสาขา
นับร้อย กอบโกยผลึกเซียนมากมาย แต่ก็ยังตระหนี่ไม่สร่าง
ยามนี้เมื่อได้ยินว่าในโลกใบน้อยของราชินีปีศาจมีคนมากมาย
จึงมาเปิดร้านสาขาอีกแห่งที่นี่ ตั้งใจจะอยู่เฝ้าสักสองสามปี
พอมีเป้าจือแนะนำ เจียงผิงอันก็พอเข้าใจเซี่ยเปิ่นจวินในภา
พรวม
เซี่ยเปิ่นจวินผู้นี้จะสอนเขาหลอมอาวุธหรือไม่ก็ช่าง เรื่องสำคัญ
คือการติดต่อกับสำนักร้อยศาสตรา บรรลุภารกิจที่อวิ๋นเหยาให้ไว้
ไม่นานนัก เป้าจือก็กลับมาพร้อมหินแร่ลายมังกร
เจียงผิงอันเก็บแร่ นำผลึกเซียนพันชิ้นออกมาเป็นรางวัลให้
เป้าจือ
“อาจารย์ปัว ข้ารับไว้มิได้หรอก ข้า…”
เป้าจือคิดปฏิเสธ แต่เจียงผิงอันลุกเดินออกจากห้องไปแล้ว
“อาจารย์ปัว หากภายหน้ามีสิ่งใดให้ช่วย มาหาข้าได้เลยนะเจ้า
คะ”
เป้าจือสุดแสนซาบซึ้งต่อชายผู้นี้ แม้อีกฝ่ายจะเย็นชาไม่ยอมยิ้ม
แต่ก็ยังดีกว่าพวกซ่อนมีดในรอยยิ้มมากนัก
เจียงผิงอันเดินออกจากห้องซื้อขาย มุ่งสู่ชั้นบนสุดซึ่งเป็นที่อยู่
ของเซี่ยเปิ่นจวิน
เริ่มจากทำความรู้จักกับเซี่ยเปิ่นจวินผู้นี้ก่อน แล้วหาโอกาสให้
อีกฝ่ายพาเขาไปยังสำนักร้อยศาสตราด้วย
ทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตูห้อง เจียงผิงอันก็ได้ยินเสียงกระอักไอ
ดังลั่นจากข้างใน
เขากุมกำปั้นคารวะ “อาจารย์ ศิษย์ได้ยินว่าท่านกลับมาแล้ว จึง
มาคารวะขอรับ”
“ศิษย์ข้า?”
เมื่อได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคย เซี่ยเปิ่นจวินผู้กระอักไอในห้องก็นิ่งไป
ครู่หนึ่ง ก่อนจะจำได้ว่าตนรับศิษย์คนใหม่ก่อนจากจร
“มาก็ดีแล้ว อาจารย์มีเรื่องจะไปหาเจ้าพอดี” เซี่ยเปิ่นจวินเช็ด
เลือดจากมุมปาก
เจียงผิงอันผลักประตูเข้าไป มองคราบเลือดบนเคราแพะของอีก
ฝ่ายแล้วถามอย่างเป็นห่วง “อาจารย์ ท่านเป็นอะไรหรือ? บาดเจ็บ
หรือไม่?”
“เรื่องเล็กน่า มีสารเลวเฒ่าคนหนึ่งคิดขโมยแบบร่างอาวุธวิเศษ
ของอาจารย์ เลยถูกอาจารย์ตีไล่ไปน่ะ” เซี่ยเปิ่นจวินพูดอย่างอิดโรย
เล็กน้อย
เจียงผิงอันสบถด่าอย่างโกรธแทน “สารเลวเฒ่านี่ไร้ยางอายจริง
ๆ ศิษย์บรรลุเซียนได้ยามใด จะไปช่วยอาจารย์ล้างแค้น!”
“แค่ก ๆ”
เซี่ยเปิ่นจวินกระอักไอ ความอับอายแล่นวูบในดวงตาชั่วประเดี๋ยว
อันที่จริงเขาอยากได้แบบร่างอาวุธวิเศษของสหาย จึงลงมือโจมตีแย่ง
มาต่างหาก
“ศิษย์เอ๋ย อาจารย์ต้องเก็บตัวพักฟื้นสักพัก ร้านนี้จะให้เจ้าดูแล
ไปก่อนนะ อีกอย่าง ยามข้ากลับมา ได้ยินว่ามีคนจะใส่ความร้านเรา
เจ้าไปตรวจสอบที หาตัวการให้ได้ แล้วเดี๋ยวอาจารย์ออกมา จะสอน
วิชาของสำนักเราให้”
เซี่ยเปิ่นจวินจะไปมีวิชาสำนักอะไร ไม้ตายสูงสุดของเขาก็มีแค่
‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ ขั้นแรก วิชาหลอมอาวุธระดับนี้ไม่มีทาง
สอนใครได้ วาดวิมานบนอากาศล้วน ๆ
เจียงผิงอันย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหลอกเขา แต่ก็ยังทำทีแสน
ตื่นเต้น “ขอบคุณอาจารย์! ข้าจะไปหาตัวคนพวกนั้น!”
“แต่ว่า…”
เจียงผิงอันเสียงเจื่อนกะทันหัน ใบหน้าเผยความละอาย “อาจารย์
คนเหล่านั้นไม่กลัวปรมาจารย์เซียนอย่างท่าน ภูมิหลังต้องดีแน่ ๆ
หากข้าสุ่มสี่สุ่มห้าตรวจสอบ อันตรายก็น่าจะเกิด ศิษย์มีพลังต่อสู้
บกพร่องมาแต่เด็ก ขาดทรัพยากร ท่านดูสิ…”
เขาใบ้ชัดขนาดนี้ คนปัญญาอ่อนยังรู้ความคิดเลย
เซี่ยเปิ่นจวินขมวดคิ้ว รู้แล้วว่าศิษย์ผู้นี้อยากได้ผลประโยชน์บ้าง
แต่เขาไม่อยากให้
ครู่ต่อมา เซี่ยเปิ่นจวินก็นำกระบี่เซียนเล่มหนึ่งส่งให้อีกฝ่าย
“กระบี่เซียนเล่มนี้ ข้าให้เจ้ายืมใช้ ไว้คืนให้อาจารย์หลังออกจาก
การเก็บตัวนะ”
กระบี่นี้มีตราจิตสัมผัสของเขา สามารถดึงคืนได้ทุกเวลา เขาให้
อีกฝ่ายยืมกระบี่เซียนเล่มนี้ไปก่อน ภายหน้าก็แค่เรียกคืน ไม่ต้องให้
อาวุธวิเศษชิ้นอื่น ประหยัดเงินได้
เขาไม่กลัวเลยว่าอีกฝ่ายจะลบจิตสัมผัสของเขาได้ ผู้ฝึกตน
ผู้น้อยขั้นกลางระดับเขตแดนจะสามารถระดับนั้นได้อย่างไร
ต่อให้ลบได้จริง ๆ เขาก็สามารถตรวจสอบและเข้าหยุดได้
ทันเวลา
เจียงผิงอันย่อมเห็นจุดประสงค์อีกฝ่าย นั่นก็คือไม่คิดให้
ประโยชน์ ตั้งใจใช้งานเขาเปล่า ๆ
แต่เขาก็ยังทำดีอกดีใจ รับกระบี่เซียนไว้พลางกล่าวว่า “นี่เป็น
ศาสตราเซียน แต่อาจารย์ยังเต็มใจให้ศิษย์ยืม ศิษย์ตื้นตันยิ่งนัก แต่
ท่านมิกลัวศิษย์ทำมันหายหรือ?”
“ทำหายแล้วเช่นไร? ใครใช้ให้เจ้าเป็นศิษย์ข้าล่ะ… แค่ก ๆ เอาล่ะ
อาจารย์จะต้องพักฟื้น ไปตรวจสอบเสียว่าใครกันคิดร้ายกับร้านเรา”
เซี่ยเปิ่นจวินกระอักไอรุนแรง ลมหายใจเรรวน ดูบาดเจ็บสาหัส
“เช่นนั้น ศิษย์ขอตัวก่อน”
เจียงผิงอันเก็บกระบี่เซียนแล้วปิดประตูจากไป
ในห้อง เซี่ยเปิ่นจวินกางอาคม นำเศษกระดาษขาดแผ่นหนึ่ง
ออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดี
“เซียนผู้นี้ถึงกับได้ ‘ภาพร่างหลอมศาสตรามาร’ ในคำร ่าลือมา!
ขอเพียงข้าสร้างศาสตรามารได้ ก็จะใช้มันบรรลุขอบเขตถัดไปได้!”
ภาพร่างหลอมศาสตรามารนี้ เขาฉวยมาจากสหายผู้หนึ่ง แม้จะ
เป็นสหายที่รู้จักกับเขาเป็นหมื่น ๆ ปี แต่สหายนับเป็นอะไร? ขอเพียง
เขายังหลอมอาวุธวิเศษได้ คนมากมายก็แย่งกันผูกมิตรกับเขาแล้ว
ที่ทางเดินด้านนอก เจียงผิงอันเดินออกมาพลางคุยกับอวิ๋นเหยา
ภายในกาย “ผู้อาวุโส ลบตราจิตสัมผัสบนกระบี่นี้แล้วเผ่นกันเถอะ”
แม้เขาจะลบตราจิตสัมผัสเซียนบนศาสตราเซียนมิได้ แต่อวิ๋น
เหยาทำได้
“ดูความใช้ไม่ได้ของเจ้าสิ แค่กระบี่เซียนเล่มเดียวเอง เจ้าในยาม
นี้แสร้งทำเป็นศิษย์ของคนผู้นี้ไปดี ๆ ก่อน อย่าคิดเรื่องหนี ฝึกฝน
ความคิดให้ดี”
อวิ๋นเหยาตำหนิเจียงผิงอันเป็นชุด
เจียงผิงอันไหวไหล่อย่างอับจน เดินออกนอกร้านไป
“อาจารย์ปัวจะไปไหนหรือ?” เป้าจือเห็นเจียงผิงอันเดินออกมา ก็
รีบสาวเท้าตามไปถาม
“อาจารย์ให้ข้าออกไปตรวจสอบว่าใครใส่ร้ายร้านเราน่ะ”
เรื่องเช่นนี้มิใช่ความลับ เจียงผิงอันจึงไม่ปิดบัง
“ข้าจะไปด้วย เพิ่มหนึ่งคนก็มีคนช่วยคิดนะ” เป้าจือเดินตามไป
“เจ้ามิต้องรับแขกในร้านหรือ?”
“อวตารอยู่ในร้าน ไม่เป็นไรหรอก” เป้าจือขำคิกเบา ๆ
ผู้ฝึกตนระดับนี้สร้างอวตารพลังได้ง่ายมาก บางคนอยู่ฝึกฝนที่
บ้าน ส่งอวตารออกสัญจรเข้าสังคมก็มี
เป้าจือกลัวเจียงผิงอันจะไล่นาง จึงรีบช่วยเจียงผิงอันวิเคราะห์
“หากมองภาพรวม คนที่ชอบทำเรื่องเช่นนี้จะเป็นผู้มีส่วนแบ่งทาง
การตลาด หรือก็คือเป็นร้านขายอาวุธวิเศษเหมือนเรา”
“เมื่อครู่ยามข้าช่วยอาจารย์ซื้อหินแร่ลายมังกร ข้าพบว่าแถวนี้มี
ร้านขายอาวุธวิเศษหลายสิบร้าน รวมทั้งหมดแล้ว มีสามร้านที่โด่งดัง
กว่าใคร ไม่กลัวชื่อเสียงของปรมาจารย์เซียนจากสำนักร้อยศาสตรา”
“ผู้ที่มาหาเรื่องกันน่าจะอยู่ในสามร้านนี้”
เจียงผิงอันมองพนักงานหญิงผู้นี้อย่างประหลาดใจ นางทำงาน
ได้ยอดเยี่ยมนัก ประหยัดเวลาเขาไปได้เยอะทีเดียว