สู่วิถีอมตะ - บทที่ 779 การประลองหลอมอาวุธ
พนักงานหญิงในร้านสาขาสำนักร้อยศาสตราจ้องมองเจียงผิง
อันอย่างเคืองแค้น
“เจ้าคนโอหังนี่รับคำท้าโดยไม่บอกกล่าว หากเขาพ่าย ธุรกิจ
ร้านก็จะถูกกระทบ สะเทือนถึงกำไรของเราด้วย”
“บางทีเขาอาจพอมีฝีมือ หาไม่แล้ว คงไม่ซื่อบื้อรับคำท้าหรอก
กระมัง”
“ฝีมือกับผีสิ หากมีฝีมือจริง มีหรือจะมาฝากตัวกับเจ้าของร้าน
เรา? คงไปสมัครคัดเลือกที่สำนักร้อยศาสตราตรง ๆ แล้ว”
เจ้าของร้านเซี่ยเปิ่นจวินเป็นคนเช่นไร เจ้าหน้าที่หญิงเหล่านี้
ทราบกันดี ในหมู่นักหลอมอาวุธระดับเซียน ระดับของเซี่ยเปิ่นจวิน
สุดแสนธรรมดา ซ ้ายังชื่อเสียงฉาวโฉ่ นักหลอมอาวุธดี ๆ ที่ไหนก็ไม่
มีทางมาเลือกเขาเป็นอาจารย์หรอก
นี่ยังหมายความด้วยว่า ผู้ที่เลือกกราบเขาเป็นอาจารย์ต้องไร้
สามารถไม่ต่างกัน
ผู้จัดการร้านโจวหยวนชี้เจียงผิงอันพลางโพนทะนา “การ
ประลองนี้เป็นการกระทำโดยพลการของเขา เขาเป็นคนยโสที่เพิ่งมา
กราบอาจารย์ได้ไม่กี่วัน ยังมิได้ถูกปรมาจารย์เซียนชี้นำอันใด ทักษะ
การหลอมอาวุธของเขาห่างชั้นกับร้านเรายิ่ง อย่าได้สนใจการ
ประลองนี้!”
เพื่อมิให้เจียงผิงอันส่งผลกระทบถึงร้าน โจวหยวนจึงพยายามตัด
สัมพันธ์กับเจียงผิงอันอย่างเต็มที่
หม่าคั่วในวันนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดสีแดงเพลิง กล่าวกับเจียงผิงอัน
ยิ้ม ๆ “มิคาดว่าเจ้าจะยังกล้ามา คิดว่าจะหนีไปแล้วเสียอีก”
“ศาสตราเซียนพร้อมหรือไม่?”
เจียงผิงอันไม่เคยชอบมากความ เขาสนใจเพียงแค่จะได้ศาสตรา
เซียนหรือไม่
“เจ้าคนโลภมาก คิดจริง ๆ หรือว่าจะเอาชนะข้าได้?” หม่าคั่วเย้ย
หยันในใจพลางโยนเตาสีทองขึ้นสู่ฟ้า กฎเต๋าเซียนรายล้อม เรืองรอง
รัศมีเจิดจรัส
เมื่อนักหลอมอาวุธใกล้ ๆ กันเห็นศาสตราเซียนชิ้นนี้ ดวงตาก็
ฉายประกายโหยหา
“เตาใบนี้ช่างประณีตเหลือ กฎเกณฑ์สมบูรณ์แบบนัก ต้องเป็น
ศาสตราเซียนชั้นเลิศที่ยอดฝีมือในโถงศัสตราเสินเชวียสร้างขึ้นแน่
ๆ”
หม่าคั่วกล่าวกับเจียงผิงอัน “ศาสตราเซียนที่เจ้าเตรียมไว้ล่ะ?”
เจียงผิงอันกล่าวเนิบๆ “ยามเจ้าท้าข้าประลอง เจ้าพูดแค่ว่าหาก
เจ้าแพ้ จะให้ศาสตราเซียนกับข้าชิ้นหนึ่ง มิได้พูดเสียหน่อยว่าข้าต้อง
เดิมพันศาสตราเซียนกับเจ้า”
หม่าคั่วอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไหวไหล่ “ช่างมันเถอะ เริ่มกันเลย”
ขอเพียงขับอีกฝ่ายไปได้ ร้านของเขาก็จะได้กำไรไม่ต ่ากว่า
ศาสตราเซียนห้าชิ้นต่อวัน
เพราะผลประโยชน์มันเลิศล ้าเช่นนี้ เขาจึงทุ่มทุนลงแรงเพื่อขับ
ร้านของอีกฝ่ายออกไป
“เพื่อความยุติธรรม ให้สองฝ่ายต่างเลือกทิศทางการหลอมอาวุธ
ที่ถนัดมาปราชันกันดีกว่า เช่นตีอาวุธ บำรุงรักษา ยกระดับ หรือสร้าง
อาวุธวิเศษเฉพาะทางบางอย่าง หากเสมอกัน ก็ให้ผู้คนผ่านไปมา
เลือกหัวข้อที่สามมาตัดสิน”
“ข้าให้เจ้าเลือกก่อนได้เลย”
หม่าคั่วสุดแสนมั่นใจ เขาสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเลือกหัวข้อ
ไหนมา เขาก็ชนะทั้งนั้น
เจียงผิงอันย่อมไม่เกรงใจ ในเมื่อให้เขาเลือกก่อน เขาก็เลือก
ทันที
“ข้าเลือกยกระดับอาวุธวิเศษ ผู้ใดยกระดับอาวุธวิเศษขั้นกลาง
ระดับเขตแดนสู่ขั้นสูงระดับเขตแดนได้ก่อน ก็ชนะไป”
“ได้”
หม่าคั่วแย้มยิ้มมิใส่ใจ เขาเรียนวิธียกระดับอาวุธวิเศษจาก
ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธชั้นเลิศของตระกูลมาโดยตรง
สำหรับนักหลอมอาวุธทั่วไป การยกระดับอาวุธวิเศษนั้นยากเย็น
ยาวนาน แต่เขาทำได้ในเวลามากสุดก็หนึ่งเดือน
คนตรงหน้าเขากล้าตั้งโจทย์เช่นนี้ ย่อมต้องมีความสามารถอยู่
นิดหน่อย
“เลือกอาวุธวิเศษที่จะใช้แข่งขันไว้หรือไม่?” หม่าคั่วถาม
“ไม่จำเป็น อะไรก็ได้”
“งั้นเจ้าก็เลือกเลย เราสองฝ่ายจะตรวจสอบกันเองเพื่อให้แน่ใจ
ว่าไร้ปัญหา”
ต่างฝ่ายนำกระบี่ขั้นกลางระดับเขตแดนออกมาคนละเล่ม โยน
ให้อีกฝ่ายตรวจสอบ เมื่อไม่พบปัญหาใดก็โยนคืนให้อีกฝ่าย
หม่าคั่วกล่าวกับเหล่าคนดู “การประลองนี้จะกินเวลานาน
ระหว่างนี้ อาวุธวิเศษในร้าน [โถงศัสตราเสินเชวีย] ของเราจะลด
ราคาสองส่วน หากไม่สนใจการประลองหลอมอาวุธ ก็สามารถเข้าไป
ซื้ออาวุธวิเศษในร้าน [โถงศัสตราเสินเชวีย] ของเราได้”
เขาทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อดึงลูกค้าเพิ่มยอดขายอาวุธวิเศษ
ได้ผลดีเหลือแสน ผู้คนถูกเรียกมามุงดูมากมายนัก
ขั้นตอนต่อไปก็คือเอาชนะอีกฝ่าย เสริมชื่อเสียงของพวกเขาไป
อีกขั้น
เจียงผิงอันไม่มากความ ยกนิ้วขึ้นวาดอักขระบนอากาศ
หม่าคั่วนั่งขัดสมาธิบนอากาศ นำเตาคุณภาพสูงออกมาใบหนึ่ง
เร่งพลังไฟในกายจ่ายลงสู่เตา
เพียงพริบตา สุญตาก็บิดเบี้ยว อุณหภูมิในรัศมีร้อยลี้ทะยานสูง
ทันทีที่ไอความร้อนชวนสะพรึงปรากฏ ปวงชนรอบข้างก็แตกตื่น
“พลังเพลิงรุนแรงอะไรเช่นนี้!”
“เพลิงแท้สมาธิ เพลิงแท้กิเลน เพลิงดวงจิตดารา! เขาเรียกเพลิง
ชั้นยอดทั้งสามออกมาได้!”
“ข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร! หม่าคั่ว! อัจฉริยะดาวรุ่งคนใหม่ของตระกูล
หม่าแห่งโถงศัสตราเสินเชวีย! มิเพียงเจนจัดการหลอมอาวุธ พลัง
ต่อสู้ของเขายังสูงลิบ เกือบได้เข้าร่วมสำนักศึกษาชางจือรอมร่อ!”
เมื่อเห็นเพลิงที่หม่าคั่วใช้ นักหลอมอาวุธบางคนก็ตระหนักตัวตน
ของหม่าคั่ว ในวงการผู้ฝึกยุทธ์ หม่าคั่วอาจไม่โด่งดัง แต่ในวงการ
นักหลอมอาวุธ นามนี้โด่งดังอย่างยิ่ง
ระดับเพลิงที่นักหลอมอาวุธบรรลุสะเทือนถึงขีดจำกัดของตัวนัก
หลอมอาวุธ บรรลุหนึ่งเพลิงชั้นสูงได้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว แต่หม่าคั่วผู้นี้
บรรลุสามเพลิงสูงสุด
หนึ่งคือเพลิงแท้สมาธิอันผลาญวิญญาณร้ายได้นับพัน หนึ่งคือ
เพลิงสัตว์เทพระดับสูงสุด และเพลิงดวงจิตดารา ไม่ว่าชนิดใดล้วน
เพียงพอให้นักหลอมอาวุธคนอื่นฮือฮาเซ็งแซ่ได้แล้ว
แต่เพลิงทั้งสามล้วนกระจุกกันอยู่ที่หม่าคั่วลำพัง
ภายใต้การชี้นำจากปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธชั้นนำของ
ตระกูล หม่าคั่วก็เริ่มบรรลุเซียนตั้งแต่อายุยังไม่ห้าสิบปี ยามนี้ขาด
เพียงแบบร่างอาวุธวิเศษที่เหมาะสมเท่านั้น
แม้ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักหม่าคั่ว แต่ก็ยังสัมผัสฤทธิ์เพลิงทั้ง
สามได้ หากถูกพวกมันทั้งสามกระหน ่าโจมตีในคราวเดียว พวกเขา
ก็ล้วนมิอาจหยุดยั้ง ยากนักที่ผู้ฝึกตนร่วมระดับจะทัดเทียม
หม่าคั่วฟังเสียงอุทานของปวงชนรายล้อม มุมปากก็ยกยิ้ม
เล็กน้อย เพลิดเพลินกับการเป็นจุดสนใจเช่นนี้นัก
ในฐานะอัจฉริยะผู้หนึ่งจากตระกูลหม่าแห่ง [โถงศัสตราเสิน
เชวีย] เขามีชื่อเสียงโด่งดังในวงการนักหลอมอาวุธมาแต่เด็ก แล้วเจ้า
คนตรงหน้านี่เป็นใคร เขามิเคยพบเห็นสักครั้ง เป็นเกียรติของอีก
ฝ่ายมากแล้วที่ได้ปราชันกับเขา
หม่าคั่วโยนกระบี่ระดับกลางใส่เตา เพิ่มแร่พิเศษเล็กน้อยเพื่อ
เสริมแกร่งกระบี่
การเสริมพลังอาวุธวิเศษมีสามหนทาง หนึ่งคือใช้อักขระ สองคือ
เสริมแร่พิเศษ สามคือเปลี่ยนลักษณ์เสริมพลัง
หนทางเปลี่ยนลักษณ์ที่สามนี้ข้อจำกัดโหดหินยิ่ง มิต่างอะไรกับ
หลอมใหม่ ใช้เวลาเนิ่นนาน มีเพียงอาวุธวิเศษซึ่งมีจุดบกพร่อง
ใหญ่โตเท่านั้นที่จะถูกนำมาหลอมใหม่ วิธีเสริมพลังนี้จึงมักไม่ค่อย
ถูกใช้
วิธีเสริมพลังที่ใช้โดยแพร่หลายที่สุดก็คือเสริมแร่พิเศษเพื่อเพิ่ม
ความสามารถ ยกระดับอาวุธวิเศษ
แม้ราคาการเสริมแร่พิเศษจะสูง แต่มันก็เร็ว สะดวกและมั่นคง
ที่สุด
เพราะเช่นนั้น หม่าคั่วจึงใช้วิธีนี้
เจียงผิงอันเลือกวิธีแรก ยกระดับพลังอาวุธวิเศษโดยเพิ่มระดับ
อักขระ
เมื่อเห็นวิธีที่เจียงผิงอันเลือก ดวงตาของหม่าคั่วก็เรืองประกายดู
แคลน เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายมีฝีมืออะไร จึงเสนอให้ปราชันยกระดับ
อาวุธวิเศษ แต่ดูเหมือนเขาจะประเมินอีกฝ่ายสูงไปเสียแล้ว
คนผู้นี้ไม่เห็นแม้แต่ข้อจำกัดของวัตถุดิบที่สร้างอาวุธวิเศษในมือ
บุ่มบ่ามใช้การยกระดับอักขระมาเสริมพลังอาวุธวิเศษ มิต่างอะไรกับ
ทำลายอาวุธวิเศษเลย
ฤทธิ์อักขระที่อาวุธวิเศษต่างชนิดรับได้นั้นก็แตกต่างกัน หาไม่
แล้ว หากสลักอักขระเซียนบนอาวุธวิเศษเสีย อาวุธวิเศษก็มิใช่
กลายเป็นศาสตราเซียนเลยหรือ?
เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย
วัตถุดิบสร้างอาวุธวิเศษแต่ละชิ้นตัดสินเพดานสูงสุดของอาวุธ
วิเศษชิ้นนั้น ๆ แล้ว
และกระบี่ในมือบุคคลตรงหน้าก็รับฤทธิ์อักขระระดับสูงมิได้ การ
สุ่มสี่สุ่มห้าใช้อักขระระดับสูงจะทำให้กระบี่เล่มนี้พินาศทันที
การประลองนี้ตัดสินผู้ชนะชัดเจนมาแต่ต้นแล้ว