สู่วิถีอมตะ - บทที่ 780 ค้อนเทวะ
ระหว่างสองร้านของสำนักร้อยศาสตราและโถงศัสตราเสินเชวีย
เจียงผิงอันและหม่าคั่วเปิดฉากการดวลเสริมพลังอาวุธวิเศษ
เจียงผิงอันยืนกับที่ นิ้วขยับวาด อักขระสีทองลอยกลางเวหา แผ่
ปราณลึกลับ
หม่าคั่วนั่งกลางสุญตา เร่งเพลิงทั้งสามหลอมแร่พิเศษ เตาสีดำ
ตรงหน้าแผลงฤทธา บรรยากาศระอุร้อนยากหายใจ
“อาจารย์ปัวสู้เขา ท่านต้องชนะแน่!”
เป้าจือมองการดวลนี้อย่างกระวนกระวาย หากเจียงผิงอันพ่าย
ผลที่ตามมาจะร้ายแรง
“ชนะกับผีสิ! มองปราดแรกก็เห็นแล้วว่าเจ้านี่เป็นมือใหม่ด้าน
การหลอมอาวุธ ไม่รู้จักระดับวัสดุอาวุธวิเศษด้วยซ ้า บุ่มบ่ามใช้
อักขระเสริมพลังเช่นนี้ อาวุธวิเศษของเขาจะระเบิดกลางคัน”
โจวหยวน ผู้จัดการร้านสาขาของสำนักร้อยศาสตราจ้องเจียงผิง
อันอย่างเคืองแค้น เจ้านี่ไร้สามารถ แต่ยังกล้ารับคำท้า โง่เง่าไร้ความ
กลัวจริง ๆ
อาวุธวิเศษที่ทั้งสองใช้สุดแสนธรรมดา วัสดุกำหนดตายตัว ปวง
ชนล้วนรู้ว่ามันทนอักขระได้ถึงระดับใด
ผู้พอมีฝีมือด้านการหลอมอาวุธเห็นผลการประลองตั้งแต่ทั้งสอง
เริ่มลงมือแล้ว
โจวหยวนกล่าวกับเป้าจือเสียงเย็น “เจ้าใกล้ชิดปัวซือนี่มากมิใช่
หรือ ถึงคราวเขาถูกปรมาจารย์เซียนลงทัณฑ์ยามใด เจ้าก็หนีไม่รอด
หรอก!”
เจ้าหน้าที่หญิงคนอื่น ๆ กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่มิห่างไปนัก เป้าจือผู้
นี้เห็นตัวเองสูงส่ง ทว่าแท้จริงเป็นแค่หญิงเจ้าเล่ห์ที่คิดเกาะบารมีศิษย์
ปรมาจารย์เซียน มิคาดว่าตนจะเดิมพันเสียเปล่า ยามธุรกิจร้านถูก
กระทบยามใด นางก็อย่าหวังรอดไปได้เลย
“การเสริมพลังอาวุธวิเศษต้องใช้เวลานานเพียงไหนหรือ?” ผู้ฝึก
ตนคนหนึ่งถามขึ้นอย่างงุนงง
“อย่างต ่าหนึ่งเดือน”
“นานเพียงนั้นเลย?”
“แน่สิ หาไม่แล้ว ไฉนอาวุธวิเศษจึงแพงนักเล่า? นอกจากราคา
วัตถุดิบยังมีค่าเวลาสร้างด้วย ยิ่งอาวุธวิเศษคุณภาพสูง เวลาที่ใช้ยิ่ง
ยาวนาน”
“ข้าไม่เข้าใจเรื่องหลอมอาวุธ ไปซื้อของดีกว่า”
ผู้ฝึกตนหลายคนไม่สนใจเรื่องหลอมอาวุธ จึงพากันแยกย้าย
อย่างเบื่อหน่าย
“โฮก!”
เสียงสัตว์ภูตคำรามพลันดังกระหึ่ม กฎฟ้าดินสะท้านสั่นรุนแรง
ผู้คนมากมายสะดุ้งตกใจ
ปรากฏว่ากิเลนไฟอันเรืองฤทธิ์ตนหนึ่งพลันปรากฏในเปลวเพลิง
ตรงหน้าหม่าคั่ว พุ่งทะยานไปรอบ ๆ เตาเพลิง ประกายเพลิงเรืองรอง
ทำให้หม่าคั่วดูเจิดจรัสเป็นพิเศษ
กิเลนตนนั้นห้อตะบึงเข้าสู่เตาไฟ คาบกระบี่ซึ่งผสานกับแร่พิเศษ
ในขั้นต้นแล้วออกมา
ค้อนทองขนาดมหึมาปรากฏในมือหม่าคั่ว เขาเริ่มตีกระบี่บนหลัง
กิเลน วิชาค้อนอันเจิดจรัสนี้เป็นเช่นศิลปะ ทุกการทุบค้อนส่งประกาย
ไฟสาดซัดเจริญตา
ผู้ฝึกตนซึ่งเดิมคิดกระจายจรพลันชะงักเท้า ชมการตีอาวุธอันมิ
ต่างจากศิลปะนี้อย่างชื่นชม
“วิชาค้อนอะไรอย่างเท่เลย ปรากฏว่าใช้ค้อนก็เผยมาดหล่อเหลา
ได้ด้วย”
“นี่น่าจะเป็นวิชาตีอาวุธขั้นสูงสุดของโถงศัสตราเสินเชวีย ค้อน
เทวะ สามารถเกลาลักษณ์ ผสานแร่ ขจัดสิ่งเจือปนได้ ระดับของมัน
สูงสุดขั้วจนผู้บรรลุมันก่อนเป็นเซียนมีเพียงน้อยนิด”
นักหลอมอาวุธจำนวนมากเพ่งพินิจศึกษาอย่างตั้งใจ หวังจะได้
เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง
กระทั่งเจียงผิงอันยังถูกวิชาหลอมอาวุธอันงดงามนี้ดึงสายตา
ระหว่างมือวาดอักขระ เขาก็อดมองมิได้
มหาเต๋านั้นสารพัด แต่ละสายล้วนพร่างพราวเจิดจรัส ก่อนที่เขา
จะได้สัมผัสการหลอมอาวุธ เจียงผิงอันหารู้ไม่ว่าสายงานหลอมอาวุธ
ลึกล ้าเพียงไร แต่หลังสัมผัสได้ เขาก็ยังมิประจักษ์ความลึกล ้าของมัน
อยู่ดี
เมื่อเห็นฤทธิ์อันเจิดจรัส เจียงผิงอันก็อยากปรบมือชื่นชมแต่ละ
ค้อนของหม่าคั่ว ขณะขจัดสิ่งเจือปนก็ผสานแร่พิเศษเข้ากับกระบี่
อย่างไร้ที่ติ แม้แต่ละค้อนจะดูดุดัน ทว่ากลับละเอียดอ่อนยิ่ง
มันคล้ายกับการลงน ้าหนักมือหนักเบาแตกต่างของ ‘วิชาพัน
ค้อนร้อยหล่อหลอม’ เสียมาก ๆ
ยิ่งวิชาค้อนของหม่าคั่วยิ่งทวีความน่าตื่นเต้น เจียงผิงอันกระทั่ง
ลดความเร็วการวาดอักขระ จดจ้องศึกษาอย่างตั้งใจ
เมื่อสังเกตเห็นการกระทำของเจียงผิงอัน โจวหยวนก็โกรธจน
หน้าบี้ แม้จะรู้ว่าเจ้านี่แพ้แน่มาแต่แรก แต่การกระทำของอีกฝ่ายที่ไม่
เห็นการประลองในสายตายิ่งน่ารำคาญไปใหญ่
รอให้โง่นี่ถูกปรมาจารย์เซียนโยนเข้าเตาเพลิงก่อนเถอะ คิดจริง
ๆ หรือว่าตัวเป็นศิษย์ปรมาจารย์เซียนจะทำอะไรก็ได้ เป็นแค่ลูกมือแท้
ๆ
หลังจากพินิจอยู่หนึ่งวัน เจียงผิงอันก็จำจังหวะวิชาค้อนของหม่า
คั่วได้ เป็นแรงบันดาลใจใหญ่ยิ่งต่อเขา
“เพลิงที่เจ้าใช้แรงเกินไป ไม่จำเป็นต้องเปลืองปราณเซียนมาก
เพียงนั้น ใช้วิชาค้อนเพิ่มระดับอาวุธวิเศษเสียจะได้ผลดีกว่า”
หลังจากครูพักลักจำจากอีกฝ่าย เจียงผิงอันก็เตือนหม่าคั่วด้วย
ประสงค์ดี
หม่าคั่วเชิดหน้ายิ้มเย้ย “เจ้าจะไปรู้อะไร ต้องทำแบบนี้แหละถึง
ผสานแร่ได้เร็วกว่า อยากถ่วงเวลาข้าหรือ? อย่าพยายามเสียให้ยาก
ข้าแนะนำให้เจ้ารีบ ๆ ยอมแพ้ อย่าให้เสียเวลาดีกว่า”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่เชื่อ เจียงผิงอันก็ไหวไหล่ ไม่พูดอะไรต่อ เพียง
หนึ่งโบกมือ อักขระรอบกายเขาพลันรวมตัวเป็นวงกลม
เมื่อใส่กระบี่เข้าไป อักขระบนกระบี่ก็ถูกดึงออกมาผสานกับ
อักขระที่เจียงผิงอันวาด ก่อนจะหวนคืนสู่ตัวกระบี่
วิ้ง!
กระบี่สั่นสะท้านรุนแรง แสงสว่างเรืองรองทะยานสู่เวหา สาด
ประกายคมกริบเฉียบพลัน
หม่าคั่วซึ่งกำลังควงค้อนกระหน ่าทุบสัมผัสปราณนี้ได้ ม่านตา
ของเขาหดตัวเฉียบพลัน ค้อนในมือคุมแรงไม่ดี ฟาดกระบี่กระจาย
ทันใด
เขามองกระบี่ตรงหน้าเจียงผิงอันด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “เป็นไป
ไม่ได้! เจ้าเสริมพลังมันสำเร็จด้วย!”
นักหลอมอาวุธทั้งหลายล้วนตะลึงเหลือเชื่อ
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ มิได้เข้าใจ แต่พวกเขาก็ตะลึงพอกัน
คนผู้นี้ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็ยกระดับอาวุธวิเศษขั้นกลางระดับ
เขตแดนสู่ขั้นสูง สรุปคือ คนผู้นี้ยกระดับอาวุธวิเศษมูลค่าห้าหมื่น
ผลึกเซียนจนมีมูลค่าแสนผลึกเซียน กำไรห้าหมื่นผลึกเซียนในวัน
เดียว!
ความเร็วในการหาเงินเช่นนี้ชวนให้ตาถลนจากเบ้านัก
“เจ้าโกง! เจ้าต้องโกงแน่ ๆ! อาวุธวิเศษชิ้นนี้ต้องมีอะไรผิดปกติ
แน่!”
หม่าคั่วไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะยกระดับอาวุธวิเศษขั้นกลางระดับ
เขตแดนสู่ขั้นสูงได้ในเวลาเพียงวันเดียว
เขาพุ่งเข้ามาฉวยกระบี่ตรงหน้าเจียงผิงอัน “วัตถุดิบของอาวุธ
วิเศษชิ้นนี้ต้องถูกเปลี่ยนแน่แท้ เจ้าแอบเปลี่ยนมันกับกระบี่ที่ทำจาก
วัตถุดิบขั้นสูง จึงใช้อักขระเสริมพลังได้สำเร็จ…”
ทว่า เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงก็พลันขาดหาย
หลังจากตรวจสอบ วัตถุดิบของอาวุธวิเศษชิ้นนี้หาได้
เปลี่ยนแปลงสักนิดไม่ มันยังเหมือนยามตรวจสอบก่อนหน้านี้ทุก
ประการ
เขานึกว่าเจียงผิงอันแอบสลับอาวุธวิเศษ แต่เขาเดาผิด
ผลลัพธ์นี้ทำให้หม่าคั่วยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ ร่างของเขาตะลึงค้าง
เหม่อลอย
“ขีดจำกัดของวัสดุนี้คืออาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดน ไฉน
จึงเสริมพลังเป็นอาวุธวิเศษขั้นสูงระดับเขตแดนได้ล่ะ?”
บางที เซียนผู้บรรลุเข้าใจกฎเต๋าเซียนอย่างลึกล ้าอาจทำเช่นนี้
ได้ แต่คนตรงหน้าทำได้อย่างไร?
หม่าคั่วรู้สึกเหมือนทัศนคติต่อโลกหล้าของเขาพังยับเยิน
เจียงผิงอันเห็นปวงชนรายล้อมตกตะลึง ก็ลอบถามอวิ๋นเหยาใน
โลกใบน้อยของตน “ผู้อาวุโส ใช้วิชาเสริมพลังเช่นนี้ได้ไม่เป็นไรจริง
ๆ หรือ?”
ก่อนหน้านี้ เขาถามอวิ๋นเหยามาก่อนว่าใช้วิชาเสริมพลังนี้ได้
หรือไม่ อวิ๋นเหยาบอกว่าไม่มีปัญหา เขาจึงกล้าใช้มันต่อหน้า
สาธารณชน
มองจากปฏิกิริยาแสนตกใจของปวงชนและหม่าคั่ว เจียงผิงอันก็
ตระหนักว่าวิชาเสริมพลังนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดคิด
อวิ๋นเหยากล่าวเสียงเรียบ “เรื่องเล็กนิดเดียว วิชาเสริมพลังนี้มิ
ค่อยปรากฏในประวัติศาสตร์บ่อยนัก คนทั่วไปมิเคยเห็นมัน อีกอย่าง
แค่เพิ่มระดับอาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดนสู่ขั้นสูงเอง ไม่ต้องห่วง
เรื่องจะถูกจำได้หรอก”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็ผ่อนหายใจโล่งอกเล็กน้อย กล่าวกับ
หม่าคั่วว่า “หากชอบอาวุธวิเศษชิ้นนั้นขนาดนี้ ข้าขายให้เจ้าได้นะ”
หม่าคั่วฟื้นจากภวังค์ ใบหน้าง ้าหงิก
ในการประลองแรก เขาพ่ายแล้ว