สู่วิถีอมตะ - บทที่ 781 การประลองรอบสอง
“เจ้าก็แค่เล่นลูกไม้”
หม่าคั่วโยนอาวุธวิเศษในมือคืนให้เจียงผิงอัน แม้ไม่อยาก
ยอมรับ แต่เขาพ่ายการดวลเสริมพลังอาวุธวิเศษแล้ว
คนตรงหน้าบรรลุวิชาลับพิเศษที่สามารถเสริมพลังอาวุธวิเศษขั้น
กลางระดับเขตแดนสู่ขั้นสูงได้
“ใต้เท้าสุดยอดไปเลย!”
ใบหน้าของเป้าจือแดงก ่าด้วยความตื่นเต้น นางตะโกนเสียงดัง
ว่าแล้วเชียวว่าใต้เท้าท่านนี้ต้องชนะ
ใบหน้าของผู้จัดการร้านโจวหยวนเปี่ยมความตกตะลึง เจ้านี่
ถึงกับชนะได้ เขามิคาดถึงผลลัพธ์เช่นนี้เลย
ไม่รู้อารมณ์เขาเป็นอะไร เจียงผิงอันชนะแท้ ๆ แต่โจวหยวนกลับ
ไร้ยินดี “แค่ชนะหนเดียว อีกสองการดวลจะชนะอย่างไร? การ
ยกระดับอาวุธวิเศษเช่นนี้ทำได้เพียงหน หากพ่ายอีกสองการดวล
ชนะครั้งเดียวก็ไร้ความหมาย”
ปราณเพลิงรอบกายหม่าคั่วยิ่งทวีความร้อนระอุ จ้องตรงมาที่
เจียงผิงอัน “ในการประลองรอบสอง หัวข้อเป็นตาข้าเลือก รอบนี้จะ
เป็นการปราชันพื้นฐานที่สุดของนักหลอมอาวุธ แต่อาวุธวิเศษที่สร้าง
จะเป็นสมบัติลับ”
สิ้นคำ ปวงชนก็ลุกฮือ
“หลอมสมบัติลับ? เขาพูดอะไรผิดหรือข้าหูฝาด?”
“ฟังถูกแล้ว ข้าก็ได้ยิน หม่าคั่วบอกว่าจะปราชันหลอมสมบัติลับ”
“ล้อเล่นหรือไม่? ขอบเขตแค่นี้จะหลอมสมบัติลับได้หรือ?”
สมบัติลับเป็นอาวุธวิเศษเหนือระดับเขตแดน ใต้ระดับยอดสมบัติ
สมบัติลับส่วนใหญ่เป็นผลงานที่ผิดพลาดในการสร้างยอดสมบัติ
ยอดสมบัติทั่วไปเรียกอำนาจรากฐานมหาเต๋าได้ ขณะที่สมบัติ
ลับจะแผลงฤทธิ์มหาเต๋าไม่สมบูรณ์
หากคิดจะสร้างสมบัติลับเช่นนี้ อย่างน้อย ๆ ผู้สร้างก็ต้องอยู่ใน
ระดับเดนเซียน
แต่หม่าคั่วกลับเสนอหัวข้อปราชันคือการสร้างสมบัติลับ เช่นนี้
เป็นไปได้หรือ?
นักหลอมอาวุธคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างไปนักกล่าวอย่างเคร่ง
ขรึม “ระดับเช่นนี้สร้างสมบัติลับได้ก็จริง แต่ต้องใช้แร่ระดับสูงที่บรรจุ
อำนาจมหาเต๋า กอปรกับทักษะการหลอมระดับสูงสุดขั้ว แต่ถึงอย่าง
นั้น อัตราสำเร็จก็ยังแสนริบหรี่ มีเพียงอัจฉริยะนักหลอมไม่กี่คน
เท่านั้นที่ทำได้”
“หม่าคั่วผู้นี้เริ่มทะลวงขอบเขตเซียนแล้ว อาจมีโอกาสสร้าง
สมบัติลับสำเร็จ แต่นักหลอมอาวุธฝั่งสำนักร้อยศาสตรามีการฝึกฝน
เพียงขั้นกลางระดับเขตแดน หากคิดจะสร้างสมบัติลับ โอกาสสำเร็จ
แทบไม่มี”
ปวงชนคิดว่าการประลองนี้จะสูสีคู่คี่ แต่ตัวเลือกของหม่าคั่วกลับ
ทำลายความเชือดเฉือนนั้นไป
ในฐานะนักหลอมอาวุธระดับสูง อีกเพียงก้าวเดียวหม่าคั่วก็จะ
บรรลุเซียนอยู่แล้ว แม้จะพ่ายการประลองรอบแรก การคว้าชัยสุดท้าย
ก็ยังง่ายดายสำหรับเขา
อาภรณ์สีแดงเพลิงบนร่างของหม่าคั่วเฉิดฉันเจิดจ้า มองเจียงผิง
อันด้วยสีหน้าเช่นผู้ชนะ “ในการประลองรอบนี้ เจ้ายอมแพ้ตรง ๆ เลย
ก็ได้นะ ไร้จำเป็นต้องเสียเวลา”
เจียงผิงอันมิคาดจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายจะเสนอการประลองเช่นนี้ “ข้า
ยังไม่เคยลองสร้างสมบัติลับเลย ลองดูก็ได้”
“ยังจะลองอะไรอีก? ยอมแพ้สิ!” โจวหยวนไม่อยากให้เรื่องเลย
เถิด ยิ่งทั้งสองประลองกันที่นี่นาน ยิ่งดึงผู้มาสังเกตการณ์มากมาย
ผลกระทบต่อร้านยิ่งรุนแรง
หากหม่าคั่วสร้างสมบัติลับได้จริง ๆ มันจะเสริมชื่อเสียงให้กับโถง
ศัสตราเสินเชวีย สู้ยอมแพ้โดยด่วนยังดีกว่า
เป้าจือเอ่ยปาก “ผู้จัดการโจวอย่าเพิ่งด่วนถอดใจสิ บางทีใต้เท้า
อาจสร้างสมบัติลับสำเร็จก็ได้นะ?”
นางยังมีหวังสำหรับเจียงผิงอัน
“สร้างสมบัติลับบ้าบออะไร! หากเขาสร้างสมบัติลับได้ในระดับนี้
ข้าจะฆ่าตัวตายให้ดูเลย!”
โจวหยวนเดือดดาลพองขน “ไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือ เขาไม่เคย
สร้างสมบัติลับมาก่อน ลองครั้งเดียวจะสำเร็จเลยหรือไร? เขาเป็น
ราชันเซียนอวิ๋นเหยา นักหลอมอาวุธในตำนานตอนไหน?”
ในยามท้าย โจวหยวนตระหนักว่าตนเอ่ยนามที่ไม่ควรเอ่ย จึงรีบ
หุบปากไป
มิเพียงโจวหยวนที่ไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะทำสำเร็จ คนอื่น ๆ ที่นี่
นอกจากเป้าจือก็มิได้เห็นความหวังในเจียงผิงอันเลยสักคน
หม่าคั่วนำม้วนหยกม้วนหนึ่งออกมาโยนให้เจียงผิงอัน
“เพื่อความยุติธรรม เราจะสร้างสมบัติลับแบบเดียวกัน นี่คือแบบ
ร่างของสมบัติลับ [ดาบอัคคีเซียน] วิธีการชนะยังเหมือนเดิม ใคร
สร้างสมบัติลับได้ก่อนชนะ”
เขาเคยสร้าง [ดาบอัคคีเซียน] มาแล้วสิบครั้ง สำเร็จห้าครั้ง ยาม
นี้เขาคุ้นเคยกับมันอย่างเต็มที่ มีโอกาสสำเร็จเก้าในสิบ
ปากเขาบอกว่ายุติธรรม ทว่านับแต่ท้าทาย ความยุติธรรมนั้นหา
มีไม่
จิตสัมผัสของเจียงผิงอันสืบสู่ม้วนหยก พินิจแบบร่างสมบัติลับ
อย่างตั้งใจ
เจียงผิงอันมิได้รู้สึกยึดติดกับแพ้ชนะในการประลองนี้มากนัก
ค่อนไปทางการเรียนรู้เพื่อเติบโตเสียมากกว่า เขาไม่เคยสร้างสมบัติ
ลับมาก่อน ซึ่งนี่ก็คือโอกาสดีที่จะเรียน
เขาไล่รายชื่อวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการสร้าง [ดาบอัคคีเซียน] แล้ว
ส่งให้เป้าจือ “ช่วยเอาวัตถุดิบเหล่านี้ที่ร้านมาที”
“ไม่ได้! เจ้าทำทรัพยากรของร้านเสียของหมด หากเสียหายไป
เจ้าจะชดใช้หรือ?” โจวหยวนออกปากหยุดทันที
“ข้าจ่าย” เจียงผิงอันตอบเรียบ ๆ
“เจ้าจ่ายไม่ได้หรอก ยอมแพ้เสียเดี๋ยวนี้…”
“หุบปาก!”
เจียงผิงอันพลันตวาดลั่น เจ้านี่เอาแต่บ่นไม่หยุดมาสักพักแล้ว
เดิมทีเขาไม่อยากสนใจ แต่เจ้านี่ก็ยังจิกกัดเขาอยู่นั่น
เสียงของโจวหยวนชะงักเฉียบพลัน ร่างของเขานิ่งค้างกับที่ กาย
สะท้านรุนแรง ทันทีที่เขามองอีกฝ่าย เขาคลับคล้ายเห็นปีศาจร้ายไร้
คู่เปรียบคืบคลานออกมาจากส่วนลึกของภพปีศาจ ปราณเซียนทั่ว
กายเขาผนึกตัวแข็ง
ขอบเขตของคนตรงหน้าต ่ากว่าเขาแท้ ๆ แต่กลับให้ความรู้สึก
คลับคล้ายเหมือนเขายืนปราชิดความตาย รู้สึกกดดันมิต่างจากเซียน
เหนือระดับเดนเซียน
เจ้านี่เป็นใครกันแน่?
โจวหยวนมิกล้าพูดอะไรอีก
เป้าจือรับรายชื่อวัตถุดิบที่เจียงผิงอันเขียนให้ กลับไปสืบค้นที่
ร้าน
แม้วัตถุดิบเหล่านี้จะเป็นของชั้นเลิศ แต่ก็หาได้ง่ายยิ่ง ในร้าน
พวกเขามีอยู่
ผู้คนทยอยรุมล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่พวกเขาส่วนใหญ่ก็แค่ผ่าน
มาดู นอกจากนักหลอมอาวุธที่สนใจการประลองเช่นนี้ น้อยนักจะอยู่
พินิจนาน
การหลอมสมบัติลับอาจกินเวลาหลายเดือน ผู้คนมากมายง่วน
กับการเข้าสำรวจโลกใบน้อยของราชินีปีศาจ จึงมิมัวหยุดค้างที่นี่
ยามวัตถุดิบของสองฝ่ายพร้อม หม่าคั่วก็เอ่ยปาก “การประลอง
รอบแรกข้าต่อให้ รอบนี้จะตรวจสอบระดับนักหลอมอาวุธของจริง
แล้วนะ”
แม้เขาจะแพ้การประลองรอบแรก เขาก็หาคิดไม่ว่าตนพ่ายจริง ๆ
เขาเร่งเพลิงทั้งสามจุดเตาขึ้นอีกครั้ง โยนวัตถุดิบอาวุธวิเศษตาม
กันเข้าไปในเดาเพื่อเริ่มหลอมชำระ เปลวเพลิงลุกโชนทะยานฟ้า
เจียงผิงอันมิได้ใช้เตา เขาไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุไฟ หากจะใช้
เตาหลอม เขาก็ต้องยืมเตาประเภทที่จุดไฟได้เองในตัว
ปกติแล้ว เขาใช้ ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ หลอมอาวุธ แต่
วิธีหลอมอาวุธชั้นเลิศเช่นนี้มิอาจใช้ออกมาได้อย่างโจ่งแจ้ง
มีแต่ต้องใช้วิธีอื่น
เจียงผิงอันโยนแร่โลหะเซียนชิ้นหนึ่งสู่เวหา วาดนิ้วก่ออักขระ
เป็นปมโซ่ ตรึงแร่โลหะเซียนกลางอากาศ
เขานำค้อนออกมาด้ามหนึ่ง เงื้อขึ้นเหวี่ยงควงใส่แร่โลหะเซียน
ต่อหน้าทุกสายตา
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ทุกการปะทะส่งประกายไฟสาดกระเซ็น
ทุกการเหวี่ยงค้อนงดงามดุจศิลปะ เส้นผมยาวพลิ้วไสว อาภรณ์
ปลิวกระพือ ประกายแสงเรืองรองเจิดจรัสอย่างยิ่ง
เมื่อเป็นวิชาค้อนที่เจียงผิงอันใช้ ดวงตาของนักหลอมอาวุธ
มากมายพลันเบิกกว้าง
“สุดยอดวิชาหลอมอาวุธตระกูลหม่า ‘ค้อนเทวะ’!”