สู่วิถีอมตะ - บทที่ 782 ลอกเลียนวิชาค้อนเทวะ
“เขา… วิชาหลอมอาวุธที่เขาใช้เหมือน ‘ค้อนเทวะ’ ของตระกูล
หม่ามากเลย!”
“ไม่เหมือนล่ะ! ใช่เลยแหละ!”
“หรือเขาก็เป็นสมาชิกตระกูลหม่าแห่งโถงศัสตราเสินเชวีย
เหมือนกัน?”
ปวงชนมองวิชาหลอมอาวุธของเจียงผิงอันอย่างตกตะลึง ปรากฏ
ว่านี่คือ ‘ค้อนเทวะ’ ของตระกูลหม่า
หม่าคั่วดูจังงัง “นี่… ไฉนเจ้าจึงใช้ ‘ค้อนเทวะ’ ของเราตระกูลหม่า
ได้?”
นี่เป็นความลับของพวกเขาตระกูลหม่า ไม่มีทางมีคนนอกใด
เรียนบรรลุ เหตุใดบุคคลตรงหน้าจึงใช้มันได้?”
“ข้าเห็นเจ้าใช้วิชาหลอมอาวุธนี้ เลยเรียนรู้มานิดหน่อยน่ะ” เจียง
ผิงอันเหวี่ยงค้อนทุบหินแร่โลหะตรงหน้าซ ้าไปมา สกัดเพิ่มความ
บริสุทธิ์ของมันพลางออกแรงหลอม
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน ปวงชนก็รู้สึกเหลือเชื่อนัก วิชา
หลอมอาวุธขั้นสุดยอดเช่นนี้ แค่มองก็เรียนได้แล้ว?
หรือคนผู้นี้มีพรสวรรค์ลอกเลียนวิชาผู้อื่นได้?
หลังจากหม่าคั่วพินิจอย่างตั้งใจ เขาก็พบว่าแม้วิชาหลอมอาวุธที่
เจียงผิงอันใช้จะดูเหมือน ‘ค้อนเทวะ’ เสียมาก ๆ ก็มิใช่เหมือนกันทุก
ประการ
การเกิดลักษณ์ของหนึ่งวิชามิใช่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นการ
โคจรพลังในตัว
ต่างวิชาสร้างวงโคจรพลังแตกต่างในกาย เกิดเป็นลักษณะ
แตกต่าง และวงโคจรพลังเหล่านี้สอดประสานกับเต๋าสวรรค์ จึงออก
ผลเป็นวรยุทธ์
บุคคลตรงหน้าเขาลอกเลียนการเคลื่อนไหวของ ‘ค้อนเทวะ’ แต่
คลื่นพลังจากเขาแตกต่างออกไปมากอย่างเห็นได้ชัด
หม่าคั่วยิ้มเย้ย “ของเลียนแบบชั้นต ่าแบบนี้คิดเอาชนะข้า? ฝัน
ไปเถอะ มิต้องพูดถึงว่านี่เป็นวิชาเลียนแบบกันหน้าด้าน ๆ ต่อให้มอบ
‘ค้อนเทวะ’ ของจริงให้เจ้าเรียน เจ้าก็เอาชนะข้าไม่ได้”
เจียงผิงอันไม่ตอบ เขาเหวี่ยงค้อนสกัดหินแร่โลหะเซียนนี้ต่อไป
หม่าคั่วผู้นี้ไม่เข้าใจอะไรเลย แค่วิชาค้อนนี้ลำพัง เขาก็สร้าง
อาวุธวิเศษระดับสูงสุดได้แล้ว
แต่หม่าคั่วมิได้ตั้งใจเรียนวิชาหลอมอาวุธที่บรรพชนหลายต่อ
หลายรุ่นตรากตรำศึกษานี้ เชื่อมั่นพึ่งพาก็แต่พลังเพลิงของตัวเอง
วิชาค้อนนี้ผสานการขัดเกลา ขึ้นรูป เสริมพลังเฉพาะจุดและ
ศาสตร์อื่น ๆ ในหนึ่งเดียว เป็นวิชาหลอมอาวุธขั้นสุดยอด
เจียงผิงอันมิอาจลอกเลียนวิชานี้ได้อย่างสมบูรณ์ จึงผสาน ‘วิชา
พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ เข้าไปด้วยนิดหน่อยเพื่อกลบจุดบอด
กิ๊ง~ เปรี้ยง!
เสียงตีเหล็กดังสะท้อน บางหนกังวานชัด บางครั้งลั่นห้วนเช่น
อัสนี บางเวลาระรัวดุจพิรุณพรม บางหนเนิบช้าเช่นสั่นระฆัง
หลังรัวค้อนอย่างบ้าคลั่งมานาน เจียงผิงอันก็ชุ่มโชกด้วยเหงื่อ
อาภรณ์แนบไปกับมัดกล้าม รูปกายปรากฏชัดเจน ผู้ฝึกตนหญิง
หลายคนมองมัดกล้ามทรงพลังของเจียงผิงอันแล้วก็หน้าแดงเรื่อ
การหลอมอาวุธวิเศษมีขั้นตอนสำคัญมากมาย ทั้งหลอมวัตถุดิบ
ผสานแร่ วาดอักขระ แต่ละอย่างล้วนสุดแสนสำคัญ
มีแต่ต้องหลอมวัตถุดิบให้ดี จึงผสานแร่ได้ดี และหากจะหลอม
วัตถุดิบให้ดีก็ต้องมีทักษะควบคุมไฟ ใช้เตาและวิชาหลอมสูงยิ่ง นัก
หลอมอาวุธมากมายจึงศึกษาไฟต่างชนิด
หลังหลอมวัตถุดิบเสร็จก็เป็นขั้นตอนการผสาน ระหว่างนั้น
อัตราส่วนของต่างวัตถุดิบต้องถูกควบคุมอย่างรัดกุม หากกะอัตรา
ผิดพลาด ก็อาจนำสู่ความเสียหายของวัตถุดิบทั้งหมดได้
ทว่า เนื่องจากอุณหภูมิอันสูงลิบของวัตถุดิบ และความไม่เสถียร
หลังหลอมเหลว จึงต้องมีฝีมือพอควบคุมพวกมันให้สมบูรณ์แบบด้วย
สุดท้ายก็เป็นขั้นตอนการวาดอักขระ เป็นจุดสำคัญในการเสริม
พลังอาวุธวิเศษ อาวุธวิเศษหลายชิ้นต้องใช้อักขระเจาะจง
พูดไปเหมือนง่าย ทว่าทำจริงยากยิ่ง หาไม่ ผู้ใดก็คงเป็นนัก
หลอมอาวุธได้
การดวลหลอมอาวุธของหม่าคั่วกับเจียงผิงอันเรียกลูกค้าเข้า
ร้านทั้งสองได้มากมาย
โจวหยวนฉวยโอกาสใช้การลดราคาดึงลูกค้า เมื่อจบการ
ประลอง พวกเขาร้านจากสำนักร้อยศาสตราแพ้พ่าย ผู้คนก็จะไม่เข้า
ร้านกันมากนัก
อย่างน้อย ๆ ก็สามเดือนนี้ กิจการร้านจะไม่ถูกกระทบ
การหลอมอาวุธกินเวลาอย่างยิ่ง ผู้ฝึกตนทั่วไปที่ยังไม่บรรลุ
เซียนต้องใช้เวลาสองสามเดือนกว่าจะสร้างอาวุธวิเศษขั้นสูงระดับ
เขตแดนได้สักชิ้น นับประสาอะไรกับสมบัติลับที่น่าจะใช้เวลาเป็นครึ่ง
ค่อนปี
นอกจากทดสอบพละกำลัง การหลอมอาวุธยังทดสอบความ
อดทนด้วย แตกต่างจากนักหลอมโอสถ นักหลอมอาวุธมากมายมี
พลังต่อสู้ระดับดีเช่นกัน
เช่นเจียงผิงอันในยามนี้ที่ต้องเหวี่ยงค้อนวันละเป็นหมื่น ๆ หน
หากพละกำลังไม่มากพอ เขาก็ทำไม่ไหวเช่นกัน
ภายใต้การกระหน ่าค้อนซ ้าไปมา ก้อนหินแร่ก็ถูกชำระหลอม
หม่าคั่วมองเจียงผิงอันใช้วิชาค้อนผสานวัตถุดิบ หัวใจทั้งตก
ตะลึงและประหลาดใจยิ่ง
เขามิคาดว่าอีกฝ่ายจะมาถึงระดับนี้ได้ด้วยเพียง ‘ค้อนเทวะ’ ที่
ลอกมา
อีกฝ่ายจะสร้างสมบัติลับได้จริง ๆ หรือ?
หม่าคั่วร้อนใจเล็กน้อย ด้วยอารมณ์ที่ไม่คงที่ เขาจึงเผลอผลาญ
แร่โลหะเซียนก้อนหนึ่งเป็นธุลี
หม่าคั่วหน้าเสีย รีบปรับอารมณ์ตัวเอง “ถึงอีกฝ่ายจะแข็งแกร่ง ก็
ไม่มีทางเอาชนะข้าได้ ข้าไม่เห็นต้องกังวล ข้าเคยหลอมสมบัติลับนี้
มาแล้วสิบหน ได้เปรียบกว่ากันเป็นไหน ๆ”
หินแร่โลหะเซียนหลอมใหม่ได้ และด้วยอำนาจเพลิงอันแข็งแกร่ง
การหลอมก็สำเร็จอีกครั้ง
แม้จะพลาดไปสักหน เขาก็ยังบรรลุขั้นตอนการหลอมได้ไวกว่า
เจียงผิงอันอยู่ดี
เมื่อเห็นเจียงผิงอันยังระดมค้อนสกัดวัตถุดิบ หม่าคั่วก็ยกยิ้มมุม
ปาก “ไม่มีพลังเพลิง ใช้แต่ค้อน ไม่มีทางตามความเร็วข้าทันแน่ ต่อ
ให้เจ้าสามารถพอหลอมสมบัติลับจริง ๆ ขอเพียงข้าเสร็จก่อนเจ้า ข้า
ก็ชนะอยู่ดี มิต้องพูดถึงว่าเจ้าหลอมสมบัติลับไม่ได้”
เจียงผิงอันไม่สะทกสะท้าน ทุบแร่ตรงหน้าซ ้าไปมาราวไร้
ความรู้สึก
เมื่อเห็นเจียงผิงอันไม่หือไม่อือ หม่าคั่วก็หรี่ตาลง ลอบกล่าวใน
ใจว่าสติเจ้านี่ดีจริง ๆ
ที่เขาพูดเมื่อครู่ แท้จริงก็แค่เพื่อยั่วโมโหอีกฝ่ายเท่านั้น
เป็นเรื่องปกติที่หากนักหลอมอาวุธช้ากว่าคู่ต่อสู้ในการประลอง
จะเกิดความรู้สึกกังวล เมื่อรีบร้อนก็จะผิดพลาดได้ง่าย หากเขายั่วยุ
สักหน่อย อีกฝ่ายก็จะยิ่งร้อนรน โอกาสผิดพลาดก็จะยิ่งสูง แต่อีก
ฝ่ายหาสะทกสะท้านไม่
เจ้านี่ไม่กลัวแพ้หรือไร?
แพ้? เจียงผิงอันจะกลัวไปไย
แพ้ก็แค่ไม่สนใจเดิมพัน มิใช่จบแล้วหรือ? ปัวซือชื่อเสียฉาวโฉ่
เกี่ยวอะไรกับเขาเจียงผิงอันเล่า
ต่อให้เซี่ยเปิ่นจวินเอาผิดเขา เขาก็แค่หนีไปเสีย
หม่าคั่วไม่สนใจเจียงผิงอันอีก แล้วเริ่มตั้งอกตั้งใจผสานแร่ใน
ขั้นตอนต่อไป
หากขั้นต้นนี้ผิดพลาด ก็เท่ากับพลาดทั้งหมด
การประลองระหว่างทั้งสองกินเวลาเกินนับวันคืน เรียกนักหลอม
อาวุธมากมายมาพินิจ
เมื่อการประลองเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย เห็นหม่าคั่วจะผสาน
วัตถุดิบสำเร็จแล้ว ปวงชนก็ตระหนักแจ้งถึงผลการประลอง
“หม่าคั่วชนะแล้ว อีกไม่กี่วัน การผสานแร่ก็จะเสร็จสิ้น”
“ใช่เลย ปัวซือจากสำนักร้อยศาสตราเพิ่งเริ่มการผสานแร่เอง”
“แปลกจริง ปัวซือผู้นี้ไม่มีพลังเพลิงหรือเตาสักใบเลยหรือ? ไฉน
ต้องเสียเวลาลงค้อนวัตถุดิบด้วย?”
“ไม่รู้สิ ใครจะรู้ว่าเขาคิดอะไร ข้าว่าเขาแค่อยากอวดฤทธิ์ต่อ
หน้าสตรีมากกว่า” นักหลอมอาวุธซึ่งมีคู่บำเพ็ญคนหนึ่งกล่าวอย่าง
ขุ่นเคืองที่คู่บำเพ็ญของตนเอาแต่จ้องกล้ามเจียงผิงอันตลอดหลาย
วัน
ตู้ม!
ปราณดาบเพลิงร้อนแรงสายหนึ่งทะยานสู่ฟ้า กฎเต๋าเพลิงเรือง
โรจน์
ดาบตรงหน้าหม่าคั่วแผ่ปราณร้อนระอุ มันถูกหลอมเสร็จสิ้น
เสริมปรากฏอำนาจมหาเต๋า เหลือเพียงวาดอักขระเท่านั้น
วาดอักขระอีกไม่กี่วัน สมบัติลับชิ้นหนึ่งก็จะบังเกิด
หม่าคั่วผ่อนหายใจโล่งอกยาวเหยียด ปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อน
จะกล่าวกับเจียงผิงอันที่เพิ่งเริ่มผสานวัตถุดิบยิ้ม ๆ “เจ้าแพ้แล้ว”