สู่วิถีอมตะ - บทที่ 783 เจ้าโกง
หม่าคั่วช ่าชองวิธีการหลอม [ดาบอัคคีเซียน] อย่างสมบูรณ์
แทบไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ
แค่วาดอักขระก็สร้าง [ดาบอัคคีเซียน] สำเร็จแล้ว
เขาวาดอักขระมาเป็นสิบ ๆ หน ไม่มีทางผิดพลาดไปได้
ดังนั้น หม่าคั่วจึงคิดว่าตนชนะแล้ว
เจียงผิงอันเหวี่ยงค้อนอย่างสุขุม เอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า “เจ้ารีบ ๆ วาด
อักขระดีกว่านะ หาไม่ ข้าจะแซงเจ้าแน่”
“แซงข้า? ฮ่า ๆ ขำตายล่ะ”
หม่าคั่วหัวเราะน ้าตาแทบเล็ด “เจ้าเพิ่งเริ่มผสานแร่ ระหว่างเราใช้
เวลาห่างกันสามเดือน ต่อให้ข้ารอเจ้าสองเดือนครึ่ง เจ้าก็ยังตามข้า
ไม่ทัน”
“นอกจากนั้น การผสานวัตถุดิบนั้นยากอย่างยิ่ง เจ้าจะสำเร็จ
หรือไม่ก็ใช่แน่นอน แต่เจ้ายังมาทำอวดเก่ง หากเจ้าสร้างสมบัติลับ
สำเร็จในขอบเขตนี้ ข้ายอมทิ้งเตา ไม่ขอหลอมอาวุธวิเศษอีกในชาติ
นี้เลย”
ทั้งหม่าคั่วและนักหลอมอาวุธทั้งหลายที่นี่ล้วนคิดว่าเจียงผิงอัน
อวดเก่งปากดี ระหว่างทั้งสองต้องใช้เวลาห่างกันหลายเดือน ไร้
โอกาสแซงหน้าได้เลย
เปรี้ยง!
ค้อนของเจียงผิงอันทุบใส่วัตถุดิบอาวุธซึ่งถูกผสานตัวเสียงสนั่น
แต่เรื่องประหลาดก็คือ หนนี้ไม่มีประกายไฟเรืองรอง แต่กลับมีอักขระ
เรืองรองทั่วฟ้า
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ทุกการลงค้อนของเจียงผิงอันก่อเกิดอักขระนานา รัศมีลึกลับ
ฉาบเวหา นิมิตประหลาดนี้ทำให้ผู้ฝึกตนมากมายที่ผ่านไปมาชะงัก
เท้ามอง
เมื่อค้อนทุบลง อักขระทั้งหลายก็ถูกฟาดลงผสานวัตถุดิบ
วัตถุดิบค่อย ๆ ผสานตัวก่อเป็นรูปร่างคล้ายดาบ อำนาจมหาเต๋าแล่น
พล่าน
หม่าคั่วมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง คนผู้นี้ถึงกับผสาน
วัตถุดิบไปพร้อม ๆ กับผนึกอักขระ สมองนิ่มหรือไร?
วัตถุดิบยังไม่ทันขึ้นรูป พอผสานอักขระเข้าไปก็มิอาจคงตัว มิ
อาจเกิดผลอักขระเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ต่างอะไรกับเสียเวลาเปลืองแรง
เปล่า
นักหลอมอาวุธอาวุโสผู้หนึ่งพลันนึกอะไรออก “หรือว่า… คนผู้นี้
กำลังใช้วิชารังสรรค์เซียนโบราณ?“
“วิชารังสรรค์เซียนโบราณ? คืออะไรหรือ?”
นักหลอมศาสตรามากมายไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
นักหลอมอาวุธอาวุโสอธิบาย “วิชารังสรรค์เซียนโบราณมิได้
สมบูรณ์เช่นวิชาหลอมอาวุธทุกวันนี้ มีจุดบกพร่องอยู่มากมาย”
“พวกเจ้าก็รู้ว่าการเติมอักขระขณะผสานวัตถุดิบนั้นยากเพราะ
วัตถุดิบไม่คงตัว โอกาสผิดพลาดสูงลิบ”
“ภายหลัง จากการพัฒนาต่อยอดวิชาหลอมอาวุธ ผู้คนก็แยก
ขั้นตอนผสานวัตถุดิบกับวาดอักขระออกจากกัน แม้เวลาที่ใช้จะ
เพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มอัตราสำเร็จในการหลอม ง่ายต่อการเริ่มฝึกของ
มือใหม่”
“และวิชาหลอมอาวุธโบราณนี้ก็ค่อย ๆ ถูกหลงลืมไป”
“บุคคลผู้นี้ดูเหมือนจะใช้วิชารังสรรค์เซียนโบราณอยู่ หากเป็น
เช่นนี้จริง เวลาการหลอมสมบัติลับของเขาจะลดลงมาก”
พอได้ยินคำอธิบายจากผู้อาวุโส นักหลอมอาวุธมากมายก็มอง
เจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ คนผู้นี้อยู่เพียงขั้นกลางระดับเขตแดน
แต่กลับมีฝีมือเช่นนี้
แม้วิชานี้จะถูกลืมเลือนไปแล้ว แต่หากทำสำเร็จจริง ๆ ก็จะลด
เวลาได้มหาศาล
หม่าคั่วซึ่งเดิมสุดมั่นอกมั่นใจมองดาบอัคคีเซียนตรงหน้าเจียงผิง
อันค่อย ๆ ก่อรูปร่าง จู่ ๆ ก็ร้อนใจขึ้นมาแล้วรีบร้อนวาดอักขระ
“เจ้าคนสมควรตายนี่มันใครกันแน่เนี่ย ถึงกับใช้วิชาหลอมอาวุธ
โบราณที่ถูกลืมไปแล้วเช่นนี้ เจ้านี่ในขอบเขตนี้จะสร้างสมบัติลับได้
จริง ๆ หรือ? ไม่ได้ ข้าจะแพ้ไม่ได้!”
หัวใจของหม่าคั่วเพิ่มความเร็ว นิ้วของเขาสั่นสะท้าน
การดวลระหว่างทั้งสองมาถึงช่วงสุดท้าย อักขระนับไม่ถ้วนห้อม
ล้อมรอบกาย ทำให้พวกเขาดูสุดลึกลับ
เป้าจือกลั้นใจอย่างร้อนรน เกร็งขาแข็งไปหมด ริมฝีปากแดงถูก
ขบจนเลือดริน ในใจภาวนาสุดชีวิต ‘ใต้เท้าชนะแน่ ต้องชนะแน่ ๆ!’
เจียงผิงอันอาศัยวิชาหลอมอาวุธที่อวิ๋นเหยาชี้แนะ ลดเวลาหลอม
จนตามหม่าคั่วทัน
อวิ๋นเหยาสอนแต่วิชาสุดจะยากกับเจียงผิงอันมาตั้งแต่เริ่ม การ
บรรลุวิชาหลอมอาวุธยาก ๆ เหล่านี้ก่อนค่อยไปเรียนวิชาหลอมอาวุธ
ฉบับปรับง่ายจะง่ายขึ้นเยอะ
สมบัติลับใกล้สำเร็จเข้าไปทุกที บรรยากาศรอบทิศตึงเครียดถึง
ขีดสุด
ปวงชนล้วนเห็นได้ว่าสมบัติลับของทั้งสองแทบจะคืบหน้าพร้อม
เพรียงกัน ขึ้นกับว่าใครไวกว่าเท่านั้น จึงชนะการประลองนี้ได้
อักขระของหม่าคั่วปรากฏเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาของเขาแดงก ่า
วาดอักขระอย่างสุดชีวิต เมื่อเหลืออักขระอีกไม่กี่ตัวก็จะสำเร็จ ร่าง
ของหม่าคั่วสั่นเทิ้ม เขาจะชนะแล้ว! จะชนะแล้ว!
ขณะนั้นเอง เสียงของเจียงผิงอันพลันดังขึ้นข้างหู
“ข้าเสร็จแล้ว เจ้าพ่ายแล้ว”
“อะไรนะ!”
หัวใจของหม่าคั่วสะท้าน มือที่วาดอักขระพลันสั่นเทา หนึ่ง
อักขระสำคัญก่อตัวผิดพลาด อักขระที่เขาวาดตรงหน้าจึงแหลก
สลายทันที
ยามหม่าคั่วเงยหน้ามอง ก็พบว่าเจียงผิงอันยังหลอมอาวุธไม่
เสร็จเลย
“สารเลว! เจ้าโกงกันนี่!”
หม่าคั่วแผดเสียงอย่างเดือดดาล โทสะขึ้นสมองจนเส้นผมชี้ชัน
อาภรณ์แดงเพลิงส่ายไสว
คนผู้นี้หลอมอาวุธเสร็จเสียเมื่อไหร่ แต่กลับมาหลอกกันให้ลน
ลาน ทำให้อักขระแตกสลาย ความพยายามที่ผ่านมาของเขาเสีย
เปล่า!
“โกงอะไร? เจ้าพูดเรื่องอะไร? พอวาดอักขระพลาดก็หาข้ออ้าง
หรือ?”
เจียงผิงอันดูงุนงง เหวี่ยงค้อนในมือต่อไป
เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย หม่าคั่วก็ยิ่งเดือดดาล “เจ้าโกหกข้าชัด
ๆ ว่าหลอมอาวุธเสร็จแล้ว ทำให้ข้าลนลานจนวาดอักขระผิดพลาด!”
หลังจากทุ่มทุนลงแรงมาหลายเดือน พลังปราณและพลังกายของ
เขามาถึงขีดสุด เมื่อมีความประหม่าเข้าผสมโรง วาทะของเจียงผิงอัน
จึงทำสติอันตึงเครียดของเขาขาดผึง
“นั่นหมายความว่าภาวะจิตใจเจ้าไม่ดีเอง ก่อนหน้านี้ก็พูดจายั่ว
โมโหข้าอยู่นี่ ข้าไม่เห็นทำผิดพลาดเลยมิใช่หรือ?”
เจียงผิงอันมิใช่คนตรงไปตรงมา ใจของเขาคดมิต่างจากขดลวด
หากเขาหน้าใสใจซื่อ คงถูกพวกทหารสับตายไปตั้งแต่อยู่ที่
หมู่บ้านต้าเหอแล้ว
“เจ้า…”
ขณะที่หม่าคั่วกำลังจะพูดอะไร ดาบอัคคีเซียนตรงหน้าเจียงผิง
อันพลันแผดประกายเจิดจ้า ปราณมหาเต๋าเรืองโรจน์ รายล้อมด้วย
มวลอักขระ
สมบัติลับเสร็จแล้ว
รอบทิศเงียบกริบ
รัศมีจากดาบอัคคีเซียนฉาบไล้ให้ร่างของเจียงผิงอันดูสูงยิ่ง นัก
หลอมอาวุธทั้งหลายมองมาอย่างตื่นตะลึง
ก่อนหน้านี้ หากมีใครบอกว่าผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน
สร้างสมบัติลับได้ ฆ่าพวกเขาให้ตายก็คงไม่เชื่อ แต่ยามนี้ พวกเขา
ได้ประจักษ์ปาฏิหาริย์นี้กับตาแล้ว
มีแต่ค้อนด้ามเดียวก็ตีสมบัติลับได้ ฝีมืออันท้าทายสวรรค์นี้ทำให้
พวกเขาตกใจเกินบรรยาย
วิชาหลอมอาวุธของคนผู้นี้สูงล ้า ให้ความรู้สึกว่าหากไม่สนใจ
ขอบเขต เขาก็น่าจะมีฝีมือถึงระดับปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธ
เนิ่นนานจากนั้น เป้าจือก็โลดขึ้นอย่างตื่นเต้น “ใต้เท้าแข็งแกร่ง
มากเจ้าค่ะ!”
ชนะแล้ว ใต้เท้าชนะแล้ว!
หม่าคั่วหัวใจสะท้าน เขาแพ้ทั้งสองรอบประลอง
เขาเป็นนักหลอมอาวุธอัจฉริยะจากตระกูลหม่าแห่งโถงศัสตรา
เสินเชวีย แต่กลับมาแพ้นักหลอมอาวุธขั้นกลางระดับเขตแดน
ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธชั้นขยะอย่างเซี่ยเปิ่นจวินเลี้ยงดู
ศิษย์ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้อย่างไร?
หม่าคั่วไม่เต็มใจแพ้ มองเตาระดับเซียนบนฟ้าแล้วพลันพุ่งเข้าไป
หา
มันเป็นสินเดิมพันของการประลอง แต่เขาไม่อยากยอมแพ้
เตาหลอมระดับเซียนใบนี้ ประมุขโถงให้มันกับเขา เป็นอาวุธ
วิเศษที่ประมุขโถงเคยใช้ คุณภาพสูงล ้าอย่างยิ่ง
เขาจะให้อีกฝ่ายได้อย่างไร