สู่วิถีอมตะ - บทที่ 784 เซี่ยเปิ่นจวินผู้เปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลัง
มือ
เจียงผิงอันใช้ชีวิตมาเนิ่นนาน เห็นผู้คนสารพัดบุคลิก เดาได้
นานแล้วว่าอีกฝ่ายจะตระบัดสัตย์
“ทุกคนมาดูเร็ว นักหลอมอาวุธจากโถงศัสตราเสินเชวียเชื่อถือ
ไม่ได้เลย เดิมพันแล้วไม่ยอมเสีย ซื้ออาวุธวิเศษกับร้านพรรค์นี้จะ
ประกันอะไรได้? สู้จรรยาบรรณร้านเล็ก ๆ บางแห่งยังไม่ได้เลย”
เสียงของเจียงผิงอันดังสนั่นขจรไกล
เรื่องสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจคือภาพลักษณ์ หาก
ภาพลักษณ์ฉาวโฉ่ ธุรกิจก็จะเสียหายย่อยยับ
ผู้ฝึกตนทั่วไปเก็บออมเงินมิใช่ง่าย พวกเขาล้วนเลือกแล้วเลือก
อีกกว่าจะซื้ออาวุธวิเศษสักชิ้น ไม่มีใครอยากให้ผลึกเซียนนับหมื่น
มลายหายเปล่า ดังนั้นพวกเขาจึงคำนึงถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียง
ของร้านเป็นสำคัญ
หม่าคั่วซึ่งกำลังจะฉวยเตาระดับเซียนกลับไปชะงัก
หากยามนี้เขาฉวยเตาระดับเซียนกลับไป สิ่งที่เสียจะมิใช่แค่หนึ่ง
ศาสตราเซียน แต่สะท้านถึงผลกำไรอย่างต ่าล้านผลึกเซียนต่อวัน
ด้วย
หม่าคั่วข่มเขี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวอยู่สองสามหน จ้องตรงมายัง
เจียงผิงอัน จดจำใบหน้าอีกฝ่ายไว้
“ใครบอกว่าข้าจะตระบัดสัตย์? ข้าจะส่งมันให้เจ้าต่างหาก”
หม่าคั่วผลักเตาสุดกำลัง
เจียงผิงอันยกมือเร่งกฎแห่งกำลัง สลายกำลังผลักรับเตาไว้ได้
อย่างง่ายดาย
“ศาสตราเซียนชิ้นนี้ยอดเยี่ยมมาก”
เจียงผิงอันพินิจเตาสีทองตรงหน้าอย่างพึงพอใจ เตาใบนี้ถึง
จุดสูงสุดของ ‘อาวุธวิเศษระดับเซียนมนุษย์’ ใกล้ ‘อาวุธวิเศษระดับ
เซียนปฐพี’ อย่างยิ่ง
ภายใต้ทุกสายตาที่มองมาอย่างตกตะลึง เจียงผิงอันเก็บเตาไป
แล้วหันหลังจากจร
การประลองของทั้งคู่จบด้วยชัยชนะของเขา วิชาหลอมอาวุธอัน
ทรงพลังตราตรึงประทับใจนักหลอมอาวุธทั้งหลาย
เป้าจือตามเจียงผิงอันไปอย่างภาคภูมิ ยืดอกผึ่งผาย ก่อนหน้านี้
ไม่มีใครคิดว่าใต้เท้าจะชนะ แต่สุดท้ายใต้เท้าก็แข็งแกร่งกว่าอยู่ดี
หม่าคั่วมองตามหลังเจียงผิงอัน กล่าวกับบริวารว่า “ตรวจสอบ!
ต้องสืบเรื่องเจ้านี่ให้ได้! มีวิชาหลอมอาวุธระดับนี้ ไม่มีทางเป็นบุคคล
ไร้นามแน่ ๆ!”
เขามิคาดเลยว่านักหลอมอาวุธชั้นขยะอย่างเซี่ยเปิ่นจวินจะมี
ศิษย์ทรงพลังเช่นนี้
ชายผู้นี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่
ในร้านของสำนักร้อยศาสตรา
ผู้จัดการร้านโจวหยวนสังเกตเห็นคลื่นพลังของสมบัติลับจาก
ข้างนอก ก็ตระหนักว่าการประลองจบลงแล้ว
“ถึงเวลาแล้วสินะ”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันกลับเข้ามาในร้าน โจวหยวนก็ชี้หน้าด่าเจียง
ผิงอัน “ข้าบอกแล้วว่าอย่ารับคำท้า เจ้าก็ไม่ฟัง แพ้แล้วล่ะสิ! ข้า
รายงานความผิดของเจ้าต่อปรมาจารย์เซียนแล้ว ไว้ปรมาจารย์เซียน
ออกจากการเก็บตัว เจ้าถูกโยนลงเตาแน่ ๆ!”
เป้าจือซึ่งตามหลังเจียงผิงอันมากล่าวขึ้น “ผู้จัดการ…”
“หุบปาก! เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น! เจ้าใกล้ชิดเขาเพียงนี้
อย่าหวังเชียวว่าจะจบดีไปกว่ากัน!” โจวหยวนตะคอกใส่เป้าจือ
เจียงผิงอันมองคนตรงหน้าแล้วขมวดคิ้ว ขณะจะพูดอะไรตอบโต้
เขาพลันมองไปที่บันไดแล้วกุมกำปั้นค้อมหัว
“อาจารย์”
คนอื่น ๆ ในร้านต่างมองตามไป
เซี่ยเปิ่นจวินผู้ไว้เคราแพะ คิ้วยาวระสองแก้มเดินลงมาแต่ยามใด
มิอาจทราบ
ปวงชนรีบร้อนคารวะ
“คารวะใต้เท้าปรมาจารย์เซียน”
เซี่ยเปิ่นจวินพยักหน้ารับ
โจวหยวนรีบแจ้นไปหา ฟูมฟายฟ้องร้อง “ใต้เท้าปรมาจารย์
เซียน ในที่สุดท่านก็ออกมา ปัวซือผู้นี้ไร้ผู้ใดในสายตา เย่อหยิ่ง
จองหอง ข้าแนะเขาแล้วว่าอย่าไปประลองกับศิษย์จากโถงศัสตราเสิน
เชวีย แต่เขาก็ไม่ฟังอะไรเลยขอรับ”
“ข้านำนามท่านมาอ้าง เขาก็ไม่แยแส ยามนี้เจ้านี่ทำงามหน้าเรา
สำนักร้อยศาสตรา ท่านอย่าปล่อยเขาไปนะขอรับ!”
ป้าบ!
เซี่ยเปิ่นจวินตบหน้าโจวหยวนจนบิดหมุนสิบกว่าตลบ หลุดจาก
บ่ากระเด็นลงพื้น
โจวหยวนดูงุนงง “ใต้เท้าปรมาจารย์เซียน ตบผู้น้อยทำไมกัน
ขอรับ?”
“ทำไมจึงตบเจ้า? ศิษย์ของปรมาจารย์เซียนผู้นี้ ใช่ผู้ที่เจ้าจะ
เรียกชื่อก็ได้หรือ?”
สายตาของเซี่ยเปิ่นจวินเฉยชา ไร้อารมณ์ใด ๆ ในน ้าเสียง
“แต่ใต้เท้าปรมาจารย์เซียน เขาพ่ายการประลอง กระทบชื่อเสียง
ร้านเรา ภายหน้าจะสะเทือนถึงผลกำไรแน่นอนนะขอรับ!” ศีรษะของ
โจวหยวนผู้กองอยู่บนพื้นโวยวาย
เขาอยู่กับเซี่ยเปิ่นจวินมาเนิ่นนาน คุ้นชินกับนิสัยปรมาจารย์
เซียนผู้นี้ดี อีกฝ่ายตระหนี่อย่างยิ่ง ที่รับศิษย์ก็แค่เพื่อหาลูกมือเท่านั้น
ยามนี้ ‘ปัวซือ’ นี่ก่อหายนะมหาศาล ปรมาจารย์เซียนไม่มีทางไร้
โทสะ
เปรี้ยง!
เซี่ยเปิ่นจวินเตะศีรษะของโจวหยวนปลิวออกนอกร้าน
“เห็นแก่ที่เจ้าติดตามปรมาจารย์เซียนผู้นี้มาหลายปี ข้าจะไว้ชีวิต
เจ้า ศิษย์ของปรมาจารย์เซียนผู้นี้มิใช่คนที่ใครจะตั้งคำถามได้ พ่าย
ประลองแล้วเช่นไร? ต่อให้เขาเสียร้านนี้ไปทั้งร้าน ปรมาจารย์เซียนผู้
นี้ก็เต็มใจ”
โจวหยวนตะลึงนิ่ง เจ้าเฒ่านี่ธาตุไฟแตกระหว่างฝึกฝนหรือ?
หรือผู้ใดชิงร่างไปแล้ว? ไฉนจึงพูดอะไรไม่สมเป็นตัวเองเช่นนี้
ออกมา?
ทว่าไม่นาน เขาก็เข้าใจ
เมื่อศีรษะของเขาถูกเตะออกมานอกร้าน เขาก็ได้ยินบทสนทนา
ของผู้คนใกล้เคียง
“เหลือเชื่อยิ่งนัก นักหลอมอาวุธอัจฉริยะหม่าคั่วพ่ายแล้ว”
“นั่นสิ ข้าก็คิดไม่ถึงว่าศิษย์ของสำนักร้อยศาสตราจะทรงพลัง
ถึงกับสร้างสมบัติลับได้ในขั้นกลางระดับเขตแดน!”
“ข้าอยากให้นักหลอมอาวุธชื่อปัวซือคนนั้นมาเสริมพลังอาวุธ
วิเศษข้าจัง อาวุธวิเศษของข้าอยู่กับข้ามาหลายปีแล้ว ยามนี้ตาม
ขอบเขตข้าไม่ทัน แต่ข้าไม่อยากเปลี่ยนเลย”
ได้ยินวาทะเหล่านี้ โจวหยวนก็เบิกตากว้าง
หม่าคั่วถึงกับพ่าย!
มิน่าเล่า เจ้าเฒ่าเซี่ยเปิ่นจวินถึงไล่เขาออกเพื่อปัวซือ
ต่อให้เป็นยอดอัจฉริยะนักหลอมอาวุธในสำนักร้อยศาสตรา ก็ยัง
มีน้อยนักในขอบเขตนี้ที่จะเอาชนะหม่าคั่วได้
ปัวซือผู้นี้เป็นใครกันแน่?
ในร้าน เซี่ยเปิ่นจวินพาเจียงผิงอันขึ้นชั้นบน ตบบ่าเจียงผิงอัน
ด้วยสีหน้าใจดี
“ศิษย์ข้า ภายหน้าในร้านของอาจารย์ ผู้ใดกล้าผยองกระด้าง
กระเดื่อง เจ้าใช้กระบี่เซียนที่อาจารย์ให้ไว้ประหารได้เลยนะ”
เจียงผิงอันสงสัยว่าเจ้าเฒ่านี่น่าจะเห็นฝีมือเขายามปราชันหม่า
คั่ว ถึงมีท่าทีใจดีเพียงนี้
เซี่ยเปิ่นจวินจ้องตาเจียงผิงอันตรง ๆ “แต่ว่าไป เจ้ามีฝีมือขนาดนี้
มากราบข้าเป็นอาจารย์ได้อย่างไร?”
เขารู้ระดับตัวเองดี ในหมู่ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธของ
สำนักร้อยศาสตรา เขาเป็นเพียงตัวตนปลายแถว แต่ศิษย์ตรงหน้า
เขาผู้นี้พรสวรรค์ล ้าเลิศยิ่ง กระทั่งสมบัติลับยังหลอมได้
พรสวรรค์เช่นนี้ ต่อให้ไปอยู่ในสำนักร้อยศาสตรา ก็ยังเป็นระดับ
หัวกะทิ
อีกฝ่ายกราบอาจารย์ได้กระทั่งกับปรมาจารย์เซียนสวรรค์ แต่
กลับมาเลือกเขา ทำให้เขาสงสัยว่าอีกฝ่ายมีแผนการอะไรอยู่
เมื่อเผชิญคำถามนี้ เจียงผิงอันหาได้ลนลาน เขาคิดเหตุผลรอไว้
แล้ว
“เรียนอาจารย์ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของท่าน
ทราบเพียงว่าท่านเป็นปรมาจารย์เซียนผู้หนึ่งจากสำนักร้อยศาสตรา
เลยคิดพึ่งบารมีสำนักร้อยศาสตรา ภายหลังได้เข้าใจก็นึกเสียใจ แต่
ข้าเป็นคนยึดมั่นในจารีตและเด็ดขาดความคิดเดียว ในเมื่อกราบ
ท่านเป็นอาจารย์แล้ว จะให้หนีไปกราบอาจารย์อื่น ข้าก็เหมือน
เนรคุณ”
“หากอาจารย์เต็มใจรับศิษย์ ศิษย์ก็เต็มใจยอมรับอาจารย์ หาก
อาจารย์คิดว่าความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ควรยุติที่นี่ ข้าก็หวังว่า
อาจารย์จะช่วยแนะนำผู้อาวุโสจากสำนักร้อยศาสตราให้ด้วย”
คำตอบนี้ทำให้เซี่ยเปิ่นจวินรู้สึกเหมือนฝัน แต่ก็พูดไม่ออกว่าผิด
ตรงไหน
เขาสงสัยว่าเจ้าเด็กตรงหน้าจะมีเจตนาแฝง
แต่เขามีอะไรควรค่าให้อีกฝ่ายอยากได้เล่า?
แบบร่างศาสตรามาร?
แบบร่างนี้ เขารู้อยู่คนเดียวว่ามี เจ้าเด็กนี่จะรู้ได้อย่างไร
นอกจากนั้น เด็กนี่ยังมาฝากตัวก่อนเขาจะได้แบบร่างศาสตรา
มารด้วย
“ฮ่า ๆ เช่นนั้นตาเฒ่าผู้นี้ก็กำไรแล้ว อาจารย์ไม่คิดปล่อยศิษย์
ชั้นเลิศเช่นนี้ไปหรอก”
เซี่ยเปิ่นจวินพลันหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “มา เอากระบี่เซียนที่อาจารย์
ให้ไว้มานี่ อาจารย์จะลบตราจิตสัมผัสให้ เจ้าก็ตราจิตสัมผัสเจ้าเสีย
กระบี่เซียนเล่มนี้จะได้เป็นของเจ้าอย่างแท้จริง”
เจียงผิงอันผงะ เจ้าเฒ่านี่ไฉนใจกว้างนัก?
เพราะชอบใจพรสวรรค์ของเขา เลยจะสร้างสัมพันธ์สำหรับ
อนาคตหรือ?
“ขอบคุณอาจารย์!”
เจียงผิงอันดูนอบน้อม ส่งกระบี่เซียนให้อีกฝ่าย
หากอีกฝ่ายปฏิบัติกับเขาอย่างจริงใจ เขาก็จะจริงใจกับอีกฝ่าย
ด้วย
เซี่ยเปิ่นจวินลบตราจิตสัมผัสบนกระบี่เซียน ส่งคืนให้กับเจียงผิง
อัน
“ศิษย์ข้า อาจารย์มีความสามารถจำกัด มิอาจสอนอะไรเจ้าได้
มาก แต่จะชี้แนะเจ้าและพาเจ้ากลับสำนักในภายหน้าอย่างแน่นอน
เจ้าจะได้เรียนวิชาหลอมอาวุธระดับสูงกว่านี้ในสำนักได้”
“ร้านนี้ของอาจารย์ให้ศิษย์ไปเลย ภายหน้ามีกำไร ก็ให้เป็นของ
ศิษย์ข้าทั้งหมด”
“จริงสิ อาจารย์มีแบบร่างอาวุธวิเศษระดับเซียนอยู่สามแผ่น ให้
ศิษย์หมดเลยนะ ภายหน้าจะได้ใช้ยามบรรลุเซียนได้”
ขณะมองท่าทีใจดีของเซี่ยเปิ่นจวิน หัวใจของเจียงผิงอันก็บีบตัว
บางอย่างตุ ๆ ไม่ชอบมาพากลยิ่ง
หากเซี่ยเปิ่นจวินถูกใจพรสวรรค์ของเขาและทุ่มลงทุนเพื่อ
อนาคต เจียงผิงอันก็ไม่คิดว่ามีปัญหาอะไร โลกหล้าก็เป็นเช่นนี้ ปวง
ชนล้วนให้เพื่อหวังผลตอบแทนช่วยเหลือกัน
แต่เซี่ยเปิ่นจวินฉาวโฉ่ด้านความตระหนี่ จู่ ๆ ก็ประเคนทรัพยากร
มูลค่าเกินสิบล้านผลึกเซียนมาเช่นนี้ ต้องมีอะไรผิดปกติอยู่แน่ ๆ!