สู่วิถีอมตะ - บทที่ 794 มารร้าย
ศึกอันน่าตกตะลึงเปิดฉากในแดนยมโลก หากมีคนนอกมาเห็น
เข้า ภพเซียนทั้งแผ่นดินคงสะท้านสะเทือนแน่แท้
ผู้ฝึกตนที่ยังไม่บรรลุเซียนผู้หนึ่งกลับสู้สูสีกับเซียนได้
เซี่ยเปิ่นจวินเร่งกฎเต๋าเซียนโจมตี ขณะที่เจียงผิงอันแผลงฤทธิ์
ห้าเขตแดนเข้ารับ กฎเกณฑ์สอดประสานเรืองรัศมีเจิดจรัส
ระหว่างการต่อสู้ ความคิดของเจียงผิงอันเลื่อนลอยไปเนิ่นนาน
ยามเขาแรกเหยียบย่างสู่โลกแห่งผู้ฝึกตน เขาคิดว่าเซียนนั้นช่างเป็น
เป้าหมายอันห่างไกลเกินเอื้อมถึง
แต่ยามนี้ เขาปราชันเซียนได้แล้ว
ระหว่างทาง เขาตรากตรำลำบากเพียงไร เผชิญวิกฤติเสี่ยงตาย
มากี่หน มีเพียงเขาเท่านั้นที่ทราบ
เขาสัญจรจากหมู่บ้านเล็ก ๆ สู่ภพเซียน กำราบอัจฉริยะร่วม
ระดับ… ขณะนี้ เขาสามารถประมือเซียนทั่วไปได้แล้ว
หนึ่งความรู้สึกอันเกินบรรยายแผ่ปกคลุมหัวใจ
จำนงศึกอันแรงกล้าดุจกระบี่ไร้คู่เปรียบ ทำให้เจียงผิงอันยิ่งอาจ
หาญ แม้อวัยวะภายในจะแหลกเละ ต่อให้เกราะรบจำนงศึกแตกหัก
หมัดของเขาก็ยังไม่ชะงักหยุด
วิชาเทียมเทพสงคราม พันค้อนร้อยหล่อหลอม วิชาปีกเทวะ
คัมภีร์มารกลืนสวรรค์… สารพัดสุดยอดวรยุทธ์ขีดเขียนตำนานของ
เขาอย่างต่อเนื่อง
เปรี้ยง!
ศาสตราเซียนธงค่ายกลในมือเซี่ยเปิ่นจวินแหลกสลายอย่าง
สมบูรณ์ กลายเป็นเศษซากกระจัดกระจาย ใบหน้าของเขาเปี่ยม
ความหวาดผวา
เขาอยากสู้ตายเพื่อข่มขวัญเจียงผิงอันให้หลีกหนี แต่อีกฝ่ายยิ่ง
สู้กลับยิ่งแข็งแกร่ง ความคืบหน้าชัดเจนจนสัมผัสได้!
“ข้าให้โอกาสสุดท้ายกับเจ้า ปล่อยเซียนผู้นี้ไป หาไม่ เซียนผู้นี้
จะลากเจ้าให้ตายตกไปด้วยกัน!”
เซี่ยเปิ่นจวินแผดเสียงสุดคอ ร่างเขาไม่เหลือปราณเซียนมากนัก
เขาไม่อยากตาย ไม่อยากเสียสถานะปัจจุบันไป เขาผ่านความ
ลำบากมากมายกว่าจะได้เป็นเซียน ไม่อยากดับสูญลงที่นี่
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ เหวี่ยงหมัดสีเลือดจู่โจมอย่าง
บ้าคลั่ง ความเร็วของเขาเพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ ไวเสียจนเซี่ยเปิ่นจวิ
นตามจังหวะของเขาไม่ทันแล้ว
“เด็กเวรนี่! หากไม่ปล่อยเซียนผู้นี้ไป เราก็ตายด้วยกันเสีย!”
เซี่ยเปิ่นจวินกัดฟันผลาญชีวิต เปลี่ยนชีพตนสู่พลัง เพลิงเต๋า
เซียนแผดผลาญคลับคล้ายจะระเหยทะเลโลหิตหมดสิ้น
ศึกอันดุเดือดนี้คล้ายไร้จุดจบ ท้องนภาถล่มร่วง ค่ายกลเซียนที่
เจียงผิงอันวางไว้ก็ระเบิดสิ้นฤทธิ์
เซี่ยเปิ่นจวินคิดจะหนี แต่เจียงผิงอันสกัดขวางสุดกำลัง
หากที่นี่มิใช่แดนยมโลก เซี่ยเปิ่นจวินก็คงดูดซับปราณฟ้าดินยื้อ
การต่อสู้ต่อไปได้ แต่ที่นี่มีปราณไม่มากนัก พลังที่เขาใช้ก็ถูกเจียงผิง
อันดูดกลืนไปแล้วด้วย
เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อ เซี่ยเปิ่นจวินผู้ผลาญชีวิตตัวเองก็ยิ่งเฒ่า
ชรา ร่างเหี่ยวเฉาโรยแรง เส้นผมและหนวดเคราหงอกขาว ผิวกายยับ
ย่น
เซียนนั้นอายุขัยยืนยง แต่ต้องใช้ปราณมหาศาล ทว่ายามนี้
ปราณของเขากำลังถดถอยลงเรื่อย ๆ
“ฮ่า ๆ”
ทันใดนั้น เซี่ยเปิ่นจวินก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ในน ้าเสียงเจือด้วย
ความเศร้าหมองอ้างว้าง “มิคิดเลยว่าตรากตรำทั้งชีวิต จะมามีจุดจบ
เช่นนี้”
“หากจะโทษสิ่งใด ก็โทษตัวเจ้าเถิดที่ออกนอกเส้นทาง จะใช้ข้า
มาหลอมอาวุธ”
“ออกนอกเส้นทาง? ออกนอกเส้นทางอะไร? ข้าก็แค่นำเจ้ามา
หลอมอาวุธคนเดียวเอง แล้วพวกเซียนที่กลืนชีวิตทั้งภพภูมิเพื่อเอา
ตัวรอดเล่านับเป็นอะไร? มิใช่พวกเขาถูกสรรพชีวิตยกย่องสรรเสริญ
หรือ โลกหล้าไร้ทางใดผิด มีก็แต่ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นไพร่เท่านั้น
แหละ”
“เรื่องพวกนั้นมิเกี่ยวกับข้า พวกเขาแค่ไม่ยุ่งกับข้า ยุ่งกับข้ายาม
ใด ก็ตายยามนั้นเหมือนกัน”
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เซี่ยเปิ่นจวิน ลิดรอนพลังของคู่ต่อสู้
เซี่ยเปิ่นจวินหัวเราะอย่างสิ้นหวัง จู่ ๆ ก็หยุดขัดขืนแล้วปล่อย
หมัดของเจียงผิงอันชกเข้ามา
เปรี้ยง!
พลังอันแข็งแกร่งฟาดเขากระเด็นไปทันที ร่างของเขากระเด็นหัว
ทิ่มด้วยความเร็วสูง
ทว่า เซี่ยเปิ่นจวินซึ่งรอความตายจู่ ๆ ก็ผลาญชีวิตส่วนใหญ่ของ
ตนในพริบตา พุ่งทะยานด้วยความเร็วสุดขั้วทะลวงมิติ เร่งรุดสู่ผาที่
เขาหลอมธนูมิคสัญญีอยู่ก่อนหน้านี้
ใต้ผามีเพลิงยมโลกอยู่
นี่เป็นอำนาจกฎเกณฑ์อีกหนึ่งประเภท เปี่ยมด้วยพลังชั่วร้ายแต่
แข็งแกร่งยิ่ง เซียนมากมายปรารถนาพลังนี้ พยายามดูดซับมัน และ
สุดท้ายก็ตกต ่าสู่วิถีชั่วร้าย กลายเป็นมารร้ายที่ขับเคลื่อนโดยความ
ปรารถนา สังหารคนมากมาย
เซี่ยเปิ่นจวินยามนี้มิสนใจว่าตนจะเป็นมารร้ายหรือไม่ หากเขา
ตาย ก็เท่ากับไม่เหลืออะไรแล้ว
หากเป็นมารร้ายแล้วรอดชีวิต เป็นมารร้ายแล้วอย่างไร?
เจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยนอย่างรุนแรง เขาเดาเจตนาอีกฝ่ายได้
และรีบพุ่งเข้าไปหยุด
แต่ก็ยังสายเกินไป เซี่ยเปิ่นจวินพุ่งเข้าไปในเพลิงยมโลกใต้ผา
เร่งวรยุทธ์เซียนสูบเพลิงยมโลกสู่กายอย่างรวดเร็ว ทั้งรูจมูก ปาก หู
และทุกส่วนล้วนลุกโชนด้วยเพลิงทมิฬ
ปีกเนื้อสีดำคู่หนึ่งทะลวงออกจากอาภรณ์ ขยายขนาดบนแผ่น
หลัง ร่างของเขาขยายตัวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแปรเปลี่ยนอย่าง
มหันต์ ทุกซี่ฟันแหลมคมดุจเขี้ยว ดวงตาดำสนิทไร้ตาขาว ดูประหนึ่ง
สัตว์ภูต
บรรยากาศทั่วทั้งกายแปรเปลี่ยนไปอย่างมหันต์ ให้ความรู้สึก
มืดมนชั่วร้ายชวนคลื่นเหียน
พลังชั่วร้ายเช่นนี้แตกต่างจากปราณมารบนตัวเจียงผิงอัน มัน
เหมือนเป็นตาน ้าที่ถูกปนเปื้อนด้วยอาจม ทำให้ปวงชนคลื่นไส้
รังเกียจโดยสัญชาตญาณ
เจียงผิงอันไหวกายเข้ามา หมัดทะลวงลงเช่นดาวตกใส่อีกฝ่าย
ปีกเนื้อเบื้องหลังเซี่ยเปิ่นจวินพัดเพลิงทมิฬเข้ารับ
ตู้ม!
ทั้งสองปะทะกัน เซี่ยเปิ่นจวินกระเด็นไป ทว่าหมัดของเจียงผิงอัน
ก็ปนเปื้อนเพลิงทมิฬ เพียงพริบตา เกราะรบจำนงศึกก็ถูกผลาญมอด
ปรากฏกระดูกขาวรำไร
สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง รีบเร่งพลังทำลาย
ล้างทำลายเพลิงนี้มิให้ลุกลามต่อไป
“ฮ่า ๆ”
เซี่ยเปิ่นจวินอ้าปากหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เพลิงทมิฬบนตัวลุกโชน
รุนแรง
“จะฆ่าเซียนผู้นี้? คิดว่าตัวเองเป็นใคร! มาเลย สู้กันต่อ!”
เมื่อมีปราณเพิ่มขึ้น เขาก็คืนสติ กระทั่งแข็งแกร่งกว่าเก่าเพราะ
ได้เพลิงยมโลกเสริมพลัง
เจียงผิงอันจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไร้อารมณ์
เซี่ยเปิ่นจวินไม่ชอบสายตาเช่นนั้นยิ่ง “มองอะไร! เจ้าฆ่าเซียนผู้
นี้มิได้ ภายหลังเซียนผู้นี้ก็จะถล่มสังหารญาติมิตรเจ้ามิให้เหลือ!”
เจียงผิงอันกล่าวเสียงเรียบ “เจ้าถูกพลังชั่วร้ายควบคุม วิญญาณ
เจ้ามิใช่ของเจ้าแล้ว”
“ฮ่า ๆ”
เซี่ยเปิ่นจวินหัวร่องอหายเหมือนได้ยินเรื่องตลก “ขำกรามแทบ
หลุดแล้ว เจ้าผายลมอะไร วิญญาณข้ามิใช่ของข้า แล้วมันของเจ้า
หรือ? ไอ้เด็กเวร ตกลงจะสู้ไม่สู้ หากไม่ก็ไสหัวไปเสีย!”
แม้จะได้พลังคืน เขาก็ยังไม่อยากสู้กับเจียงผิงอันอยู่ดี
เจียงผิงอันกล่าวเนิบ ๆ “ประสบการณ์อันเจ็บปวดที่สุดของเจ้า
คืออะไร?”
“เด็กเวรนี่เหลวไหลอะไรอยู่ เสียเวลาแท้ ไปตาย…”
ขณะที่เซี่ยเปิ่นจวินกำลังจะลงมือปลิดชีพ ภาพตรงหน้าก็
แปรเปลี่ยน จู่ ๆ เจียงผิงอันก็กลายเป็นชายชราชุดทองผู้หนึ่ง
“อ-…. อาจารย์!”
เซี่ยเปิ่นจวินเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ เจียงผิงอันกลายเป็น
อาจารย์ไปได้อย่างไร?
“ศิษย์ชั่ว ไฉนไม่ฝึกฝนให้ดี เจ้ามาทำอะไรที่นี่!” ชายชราชุดทอง
ตะคอกอย่างเดือดดาล
“ข้าอยู่ที่นี่… นั่นสิ ข้ามาทำอะไรที่นี่? เดี๋ยวก่อนนะ เหมือนข้า
กำลังสู้กับใครสักคน… สู้กับใครล่ะ?”
เซี่ยเปิ่นจวินดูจะเสียความทรงจำก่อนหน้านี้ไป ใบหน้าของเขา
เปี่ยมความงุนงง
ชายชราชุดทองเหวี่ยงหมัดอัดใส่ตัวเซี่ยเปิ่นจวินจนกระเด็น ปาก
กระอักเลือด ขณะปากเอ่ยตำหนิ “ไม่ตั้งใจหลอมอาวุธ ความคร้าน
ปรากฏชัด สันดานเช่นนี้ อย่าหวังเลยว่าข้าจะสอนวิชาหลอมอาวุธ
ชั้นสูงให้!”
เซี่ยเปิ่นจวินพินอบพิเทา ก้มหน้าก้มตามิกล้ามองอาจารย์ตน
เขาอยากหลอมอาวุธ ตั้งใจร ่าเรียนมาตลอด แต่พรสวรรค์ของเขามี
จำกัด สู้เหล่าผู้มีรากฐานมิได้ จึงถูกตำหนิอยู่ทุกวัน
เขาเรียนกับอาจารย์ผู้นี้มาเป็นหมื่น ๆ ปี แต่ก็ยังมิอาจได้เรียน
วิชาเป็นชิ้นเป็นอัน อีกฝ่ายก็หมกเม็ดไม่ยอมสอนเขาเสียที
อยากจะตัดสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับคนผู้นี้นัก…
“เดี๋ยวสิ! ข้าเป็นเซียนไปแล้วนี่! ตัดสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับเจ้า
เฒ่านี่แล้วด้วย!”
“วิชามายา!!”
เซี่ยเปิ่นจวินพลันฟื้นความทรงจำส่วนหนึ่ง และดูเหมือนเขาจะ
กำลังสู้กับผู้ฝึกตนที่ยังไม่บรรลุเซียนคนหนึ่งอยู่!
เจ้านี่กระทั่งซ่อนพลังวิญญาณไว้! ใช้วิชามายากับเขาได้!