สู่วิถีอมตะ - บทที่ 796 โอวหยางจั๋วรื่อ
โอวหยางจั๋วรื่อสะกดความตกใจไว้ในอก
แม้ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันจะทำให้เขาตกใจ แต่ก็ยังไม่
พอให้เขาหวาดกลัว
เขาแตกต่างจากเซียนที่เจียงผิงอันฆ่ามาเมื่อครู่ เซียนผู้นั้นมิได้
เจนจัดการต่อสู้ ขณะที่เขาเป็นบุคคลสูงสุดที่ฝ่าฟันสังหารจนได้เข้าสู่
สำนักศึกษาชางจือ
เขาเป็นบุตรเซียน ได้รับป้อนแก่นแท้ของเต๋าแห่งกระบี่มาแต่ยัง
เล็ก พัฒนาแก่นกระบี่ปฐมกาล วิชาดาบไร้คู่เปรียบ เป็นเลิศเหนือ
อัจฉริยะร่วมสำนัก ใช้กระบี่พิสูจน์เต๋าบรรลุเซียน
เต๋าเซียนกระบี่เป็นกฎเกณฑ์อันมีพลังทำลายล้างสุดขั้ว ลือนาม
ด้านพลังทำลายล้าง อำนาจเต๋าเซียนร่วมระดับ น้อยนักจะปราชันได้
นอกจากนั้น เขายังฝึกฝนอยู่ในสำนักศึกษาชางจือมาหลายปี
ศึกษาและเสวนากับเซียนมากมาย ทำให้พลังต่อสู้ของเขายิ่งโดดเด่น
เหนือบุคคลร่วมรุ่น
โอวหยางจั๋วรื่อร่ายรำกระบี่ในมือ จู่โจมเจียงผิงอันอย่างบ้าคลั่ง
กระบี่กวาดเบิกฟ้า ปราณอันชวนสะพรึงคลับคล้ายจะกวาดกระหน ่า
ล้างแดนมรณะแห่งนี้
การปะทะระหว่างสองฝ่ายสร้างคลื่นพลังมหาศาล แต่โชคยังดีที่
ไร้ผู้ใดใกล้เคียง หาไม่ คงไม่รู้ว่ามีผู้ประสบเคราะห์มากมายเพียงไร
หากศึกนี้ไปเกิดในอาณาเขตของต้าเซี่ย ทั้งแผ่นดินต้าเซี่ยก็ไม่
พ้นลูกหลง
เจียงผิงอันผู้เข้าสู่สภาวะหลงลืมตนฟื้นพลังวิญญาณระหว่าง
ต่อสู้
ศัตรูตรงหน้าเขาแข็งแกร่งมาก มิต้องพูดถึงว่าก่อนหน้านี้เขาเพิ่ง
ผ่านศึกมา สภาพปัจจุบันไม่สู้ดี ต่อให้เป็นเขายามสมบูรณ์พร้อม ก็
ยังไม่มีทางเอาชนะอีกฝ่ายได้
หากเขาไม่มีอาวุธวิเศษสายมิติอย่างกำไลทลายมิติอยู่ คงรับการ
โจมตีด้วยฤทธิ์กระบี่ชวนขนลุกเช่นนี้ไม่ไหวแน่
ยามนี้เขาทำได้เพียงถ่วงเวลา หาโอกาสหนีเท่านั้น
ในทีแรก โอวหยางจั๋วรื่อก็อยากถ่วงเวลา รอให้พลังวิญญาณ
ของเจียงผิงอันถึงขีดจำกัด พลังถดถอยแล้วค่อย ๆ สังหารเสีย แต่
เมื่อเห็นอีกฝ่ายฟื้นพลัง เขาก็รู้ว่าตนยื้อเวลามิได้แล้ว
โอวหยางจั๋วรื่อกัดฟันกรอด ดวงตาฉายประกายมาดมั่น ใช้วิชา
ต้องห้ามออกมาทันที ปราณบนตัวทะยานสูงเทียบขอบเขตเซียน
ปฐพี รัศมีกฎเต๋าเซียนอันน่าสะพรึงกลัวเรืองรองโชติช่วงแข่งตะวัน
นับแต่บรรลุเซียนย เขาก็ไม่เคยใช้วิชาต้องห้ามอีกเลย แต่เพื่อ
จัดการกับเจียงผิงอัน เขาจึงปะทุรากฐานตนเอง
แม้การทำเช่นนี้จะลดอายุขัย ทำร้ายรากฐานตัวเองเป็นร้อยปี
ยามนี้เขาก็ไม่มัวสนใจมากแล้ว
ปีศาจร้ายเจียงผิงอันนี่ต้องถูกฆ่า หากปล่อยหนีไปได้ ภายหน้าก็
ยากจะหาโอกาสโจมตีถัดไปแล้ว
ยิ่งกว่านั้น เขายังได้ยินมาด้วยว่าเจียงผิงอันผู้นี้เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่ง
เพราะผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักมีส่วนร่วมฆ่าศิษย์พี่ผู้หนึ่งของเจียงผิง
อัน เขาจึงล้างแค้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ฆ่าอัจฉริยะร่วมขอบเขตของ
สำนักเซียนเทียนหลานจำนวนมาก มิอาจฟื้นตัวหวนคืนหากไม่ใช้
เวลาเป็นร้อย ๆ ปี
พลังโจมตีของโอวหยางจั๋วรื่อเพิ่มสูง แรงกดดันต่อเจียงผิงอัน
ทะยานตัวเฉียบพลัน ความเร็วการสิ้นเปลืองพลังของเขาก็เพิ่มอัตรา
เสียพลังเร็วเพียงนี้ ต่อให้เขามีพลังกลืนกินก็ยังยากเติมคืน
แต่ละกระบี่ของโอวหยางจั๋วรื่อแผลงฤทธิ์ร้ายกาจ นอกจากนั้นยัง
มีวรยุทธ์เซียนมากมายแฝงประสาน
เจียงผิงอันมิอาจสู้ตรง ๆ ด้วยได้เลย เขากลืนโอสถฟื้นพลัง
วิญญาณไปหนึ่งกำ ก่อนจะกล่าวกับโอวหยางจั๋วรื่อเสียงเย็น “ยามนี้
จะไปยังไม่สาย อย่าบังคับข้า”
“ฮ่า ๆ ขู่เซียนผู้นี้หรือ? สมองมีปัญหาหรือไร? ข้าบังคับเจ้าแล้ว
เจ้าทำอะไรได้? จะระเบิดศาสตราเซียนหรือ? เปล่าประโยชน์น่า”
โอวหยางจั๋วรื่อดูแคลนเหยียดหยาม เจ้าเด็กนี่ดีแต่ปากแท้ เห็น
ได้ชัดว่ากำลังกลัว
การโจมตีดุเดือดเช่นนี้ ภายในสามวัน พลังในกายเจียงผิงอันก็
จะสูญสิ้นเพราะหักโหมใช้ศาสตราเซียน และนั่นจะเป็นเวลาตายของ
เขา!
เจียงผิงอันกล่าวกับอีกฝ่ายเสียงเยือก “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็อย่า
หวังคงพรสวรรค์ไว้”
เขาใช้พลังวิญญาณเฮือกสุดท้ายใช้วิชาลับพลังวิญญาณ ‘เวียน
กำเนิด’ ชายชราผู้หนึ่งปรากฏขึ้นไกล ๆ
เจียงผิงอันโยนโลหิตหยดหนึ่งให้ชายชรา
โลหิตหยดนี้ เจียงผิงอันได้มายามลอบโจมตีโอวหยางจั๋วรื่อก่อน
หน้านี้
และชายชราผู้ ‘เวียนกำเนิด’ นี้ก็คือมือสังหารผู้หนึ่งที่เคยมาลอบ
สังหารเขา มีวิชาลับพิเศษที่สามารถแผลงฤทธิ์ผลกรรมริบพรสวรรค์
ของผู้อื่นได้
ข้อเสียก็แค่วิชาต้องห้ามนี้สูบอายุขัยมหาศาล
เจียงผิงอันเคยใช้มันเพียงหนในสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ของสำนัก
ศึกษาชางจือ ใช้มันกับ ‘เวิ่นชางเทียน’ บุคคลอันดับหนึ่งในขั้นต้น
ระดับเขตแดน
ยามนี้ เจียงผิงอันไม่เหลือทางเลือก ต่อให้เขาระเบิดศาสตรา
เซียน อย่างมากก็แค่สร้างบาดแผลเล็กน้อยให้อีกฝ่าย เขามิอาจหยุด
ศึกนี้ได้ จึงทำได้เพียงสังเวยอายุขัยของตน
ชายชราได้โลหิตของโอวหยางจั๋วรื่อไป ก็ขยับมือวาดเหวี่ยง เริ่ม
ใช้วิชาต้องห้าม
โอวหยางจั๋วรื่อขมวดคิ้ว เจียงผิงอันทำอะไรอยู่? ไฉนจึงใช้พลัง
วิญญาณสร้างตาแก่ขึ้นคนหนึ่ง?
แม้เขาจะไม่ทราบจุดประสงค์ของเจียงผิงอัน เขาก็ยังชักกระบี่
ด้วยสำนึกในอันตราย เตรียมฟาดฟันเจ้าเฒ่านี่ให้ตาย
จู่ ๆ เจียงผิงอันที่หลบเลี่ยงการโจมตีมาตลอดก็พุ่งเข้ามาประมือ
กับโอวหยางจั๋วรื่อตรง ๆ ใช้วิชาลับ ‘ร่างวิญญาณเทวา’ ของวิชา
เทียมเทพสงคราม ฉาบร่างทองอร่ามทั้งกาย ผนึกปราณมหาศาล
เพื่อพลังป้องกันเบ็ดเสร็จ
“วอนตาย!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันถึงกับเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตี โอวหยางจั๋วรื่อย่
อมไม่ปล่อยโอกาสนี้เสียเปล่า เขากวัดแกว่งกระบี่ปราชัน ในที่สุดก็
ฟาดฟันกระบี่เซียนบนร่างเจียงผิงอันได้
ฉัวะ!
ขณะที่โอวหยางจั๋วรื่อกำลังลิงโลด คิดว่าตนจะผ่าร่างเจียงผิงอัน
อยู่แล้วนั้น กระบี่เขาก็ฟันร่างอีกฝ่ายจนเกิดเสียงโลหะเสียดสี
ผิวกายของเจียงผิงอันปริเปิด โลหิตไหลซิบ ทว่ามิได้ร้ายแรงนัก
ดวงตาของโอวหยางจั๋วรื่อเบิกกว้างอย่างตกใจ
กระบี่เขา ต่อให้ฟาดฟันใส่เซียนร่วมขอบเขตก็ยังผ่าร่างได้ แต่
ยามฟันใส่ตัวเจียงผิงอันกลับได้เพียงแผลตื้น ๆ กระทั่งกระดูกยังมอง
ไม่เห็น!
นี่มันพลังป้องกันผิดผีเย้ยสวรรค์อะไร!
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็ออกหมัดเข้าใส่โอวหยางจั๋วรื่อ
อำนาจห้ากฎเกณฑ์ฉายจิตสังหารฟาดโอวหยางจั๋วรื่อกระเด็น
ไป ฤทธาร้ายกาจทำให้เขาเจ็บร้าวทั้งกาย
“เวรเอ๊ย!”
โอวหยางจั๋วรื่อรีบร้อนประคองตัวตั้งหลัก ความแข็งแกร่งของอีก
ฝ่ายสูงเกินไป กระทั่งเซียนยังสั่นคลอนได้ เจียงผิงอันผู้นี้ต้องได้ดูด
ซับพลังรากฐานระดับสูงมาแล้วแน่ ๆ จึงมีพลังเช่นนี้
และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หลายปีมานี้ เจียงผิงอันดูดซับรากฐานเทพ
โบราณมาแล้วมากมาย ทุกครั้งที่ดูดซับเพิ่มได้สักนิด ความสูงและ
พละกำลังของเขาก็จะขยับขึ้นเล็กน้อย
พละกำลังปัจจุบันของเขาปราชันเซียนมนุษย์ได้แล้ว
โอวหยางจั๋วรื่อกำกระบี่เซียนในมือจู่โจมเข้ามาอีกครั้ง แม้พลัง
ป้องกันของเจียงผิงอันผู้นี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็แลกมาด้วยปราณที่เสีย
ไปมหาศาล ในสภาพเช่นนี้ เขายื้อให้ถึงครึ่งวันยังมิได้ เป็นโอกาส
งามในการสังหาร
ทั้งสองฝ่ายงัดสารพัดกลวิธีมาโจมตีกันอย่างบ้าคลั่ง ร่างของ
เจียงผิงอันเพิ่มแผลกระบี่มากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่กระดูกของโอวห
ยางจั๋วรื่อก็แหลกป่นไปหลายหน
ทันใดนั้น โอวหยางจั๋วรื่อก็สังเกตพบว่าปราณของเจียงผิงอัน
ผ่อนแรงลง จึงฉวยโอกาสออกกระบี่เข้าใส่อกของเจียงผิงอันอย่าง
รุนแรง
ร่างของเจียงผิงอันกระเด็นลงกระแทกพื้น ฝุ่นควันคลุ้งกระจาย
เป็นม่านหนา แสงทองบนร่างเหือดหาย ร่างวิญญาณเทวาสิ้นฤทธิ์
โลหิตรินหลั่งย้อมอก
โอวหยางจั๋วรื่อเห็นเช่นนี้ก็สุดปรีดา “ฮ่า ๆ อ่อนแอกว่าที่เซียนผู้
นี้คิดอีกนะ มันจบแล้ว!”
นึกว่าจะต้องสู้กันอีกสองสามวัน มิคาดว่าจู่ ๆ เจียงผิงอันก็
ปวกเปียกลง ชัยชนะปรากฏชัด สุดท้ายเซียนอย่างเขาก็ยังเหนือกว่า